Stories

ชาคีม กริฟฟิน นักอเมริกันฟุตบอลผู้คว้าฝันด้วยมือขวา “ข้างเดียว”



หากคุณไม่มีเงิน...คุณสามารถเป็นนักกีฬาได้

ถ้าคุณไม่มีการศึกษา...คุณเป็นนักกีฬาได้

แต่ถ้าคุณพิการล่ะ คุณคิดว่าคุณสามารถเป็นนักกีฬาอาชีพ โดยเฉพาะกีฬาที่ใช้แรงปะทะอย่างอเมริกันฟุตบอลได้หรือเปล่า?


 

ไม่กี่วันก่อนหน้านี้แบรนด์กีฬาดังอย่าง ไนกี้ ปล่อยโฆษณาที่พูดถึงเหล่าผู้กล้าในวงการกีฬา กล้าที่จะเด็ดเดี่ยวในความฝัน กล้าที่จะแสดงจุดยืน และกล้าที่บ้าไปกับความท้าทาย

ไฮไลต์ของโฆษณานี้อยู่ที่ “โคลิน เคปเออร์นิก” อดีตควอเตอร์แบคของทีม “ซานฟรานซิสโก้ โฟร์ตี้ไนเนอร์ส” มาเป็นนายเเบบโฆษณาครบรอบ 30 ปีของคำขวัญ “Just Do It" โดยส่วนของ เคปเออร์นิก มีการใช้คำว่า "เชื่อในบางสิ่ง เเม้สิ่งนั้นอาจทำให้ต้องเสียสละทุกอย่าง” และยังเป็นคนพากย์เสียง ดำเนินเรื่องเป็นตัวละครหลักอีกด้วย

ย้อนกลับไปในปี 2016 เคปเออร์นิก เลือกที่จะคุกเข่า ไม่ยอมยืนตรงเคารพธงชาติก่อนเกมการแข่งขัน NFL เพราะไม่อยากเเสดงความภาคภูมิใจต่อธงชาติของประเทศที่เหยียดคนผิวดำเเละคนเชื้อชาติอื่นๆ ตลอดจนมีการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมโดยเจ้าหน้าที่รัฐ เหตุการณ์ดังกล่าวดูเหมือนจะเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้หลังออกจากทีมโฟร์ตี้ไนเนอร์ส เขายังไร้สังกัดจนถึงทุกวันนี้ และเรื่องดังกล่าวยืดเยื้อถึงโรงถึงศาลเป็นที่เรียบร้อย

อย่างไรก็ตามส่วนเล็กๆ ของภาพยนตร์โฆษณาตัวนี้ ปรากฎภาพชายมือเดียวในยูนิฟอร์มนักกีฬาอเมริกันฟุตบอลที่กำลังไล่หยุดคู่แข่ง และแสดงออกด้วยท่าทีดีใจอย่างสุดเหวี่ยง ... ใช่ คุณฟังไม่ผิด เขาคนนี้มีมือข้างเดียวและห้ำหั่นกับเหล่ายักษ์ปักหลั่นในสนาม

แม้ในโฆษณานั้นเขาจะไม่ใช่พระเอก แต่สำหรับ Main Stand เราจัดเตรียมให้เขารับบทเป็นพระเอกของงานเรียบร้อยเเล้ว และนี่คือเรื่องราวของชาคีม กริฟฟิน ไลน์แบ็คเกอร์รุกกี้ของทีมดังอย่าง ซีแอตเทิล ซีฮอว์กส์

 

แฝดน้องผู้โชคร้าย

ย้อนกลับไปเมื่อปี 1995 แทนจี้ และ เทอร์รี่ กริฟฟิน 2 สามี-ภรรยาชาวอเมริกันต้องเครียดหนักกับการตัดสินใจที่ยากที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต

แทนจี้ ผู้เป็นภรรยากำลังตั้งครรภ์อยู่และกำลังเข้าพบแพทย์ ซึ่งเเพทย์เจ้าของไข้บอกว่าเธอกำลังจะได้ลูกแฝด ในขณะที่ทั้งสองกำลังอมยิ้มให้กับ 2 ชีวิตใหม่ที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเอง พวกเขาก็ต้องสะดุดกับคำพูดหนึ่งจากปากคุณหมอที่บอกถึงความผิดปกติบางอย่างที่เกิดขึ้น

ข่าวร้ายที่ไม่อยากได้ยินคือมีความผิดปกติในถุงน้ำคร่ำ มีบางสิ่งห่อหุ้มมือซ้ายของแฝดคนหนึ่งไว้

"หมอพยายามที่จะเอาสิ่งที่รัดเเขนซ้ายของแฝดคนหนึ่งออก แต่ถ้าทำอย่างนั้นก็มีโอกาสที่จะรัดคอแฝดอีกคนหนึ่ง ซึ่งตอนนั้นฉันได้ตอบหมอไปว่า งั้นเรามาลองดูกันและหวังว่าทุกอย่างจะโอเค" แทนจี้ กล่าวถึงทางเลือกที่ดูไม่เหมือนทางเลือกในเวลานั้น

จากนั้นคู่แฝดก็ได้รับการทำคลอดก่อนกำหนด แฝดคนแรกคือ ชาคีล ที่ลืมตาดูโลกแบบปลอดภัยครบ 32 แต่อีกแฝดกลับมีความผิดปกติตัวตัวมาตั้งแต่เกิด นั่นคือมือซ้ายของเขามีอาการ Amniotic Band Syndrome หรือ พังผืดในถุงน้ำคร่ำ ไม่สามารถพัฒนาการให้เต็มที่ได้ และแฝดน้องผู้โชคร้ายคือ ชาคีม กริฟฟิน

การใช้ชีวิตอยู่กับความผิดปกติไม่ใช่เรื่องง่าย นอกจากที่ ชาคีม จะรู้สึกว่าตัวเองไม่เหมือนกับคนอื่นๆ รอบตัวเเล้ว เขายังมีปัญหาใหญ่ที่มีเเต่เขาคนเดียวเท่านั้นที่สามารถรู้สึกถึงมันได้ อาการนั้นคือความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นกับมือซ้าย ซึ่งเป็นอาการที่เเวะเวียนมาทำร้ายเขาทุกวันจนกระทั่งอายุ 4 ขวบ


Photo : Facebook : Shaquem Griffin

เย็นวันหนึ่ง แทนจี้ เดินเข้ามาที่ห้องครัวและได้เห็นสิ่งที่ทำให้เธอรู้สึกว่าจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเมื่อ ชาคีม กำลังถือมีดเพื่อจะสับมือข้างซ้ายทิ้งเพราะทนไม่ไหวจากความทรมาน

"ชาคีม ร้องว่ามันเจ็บมาก เมื่อฉันเข้ามาถึงห้องครัวฉันเห็นมีดอยู่ในมือของเขา และเขากำลังเตรียมตัวที่จะตัดมันทิ้ง"

เช้าวันรุ่งขึ้นเธอจึงพา ชาคีม ไปหาหมอ ระหว่างทางนั้นตัว ชาคีม นั้นเผลอหลับไป และเมื่อเขาตื่นขึ้นมาก็พบว่ามือซ้ายของเขาถูกตัดออกไปแล้ว

ช่วงพักฟื้น แม่ของเขาต้องคอยกำชับว่าห้ามเล่นลูกบอลเพราะต้องการให้เเผลสะอาด แต่ละสายตาได้ไม่ถึง 1 นาที ชาคีม ก็เอาบอลมาอยู่ในมือเสียเเล้ว

"เลือดเปรอะเต็มผ้าพันแผล เเละเขากำลังถือลูกฟุตบอล แม้มันจะดูเจ็บแต่ฉันสังเกตเห็นรอยยิ้มบนหน้าของเขา"

เมื่อรู้วาลูกชายฝาดแฝดทั้งสองคนรักในกีฬาอเมริกันฟุตบอล จึงทำให้พ่อและแม่ของเขาเตรียมผลักดันอย่างเต็มที่ แม้ว่าที่สุดเเล้วลูกชายคนหนึ่งของพวกเขาจะมีมือให้ใช้งานเพียงข้างเดียว แต่นั่นไม่ใช่ข้อจำกัดและเหตุผลที่พ่อและแม่ช่วยลูกกรุยทางสู่ฝันได้

 

อย่าคิดว่าเขาต่าง

วัยเด็กของ ชาคีม วนเวียนอยู่กับโรงพยาบาลและสายตาแปลกๆ จากคนรอบข้าง แต่เขาคือเด็กน้อยใจเเกร่ง และสิ่งที่ทำให้เขาทำได้แบบนั้นคือการสนับสนุนและความรักจากคนในครอบครัว


Photo : Facebook : Shaquem Griffin

"เราปฎิบัติต่อเขาแบบไม่แตกต่างกับเด็กๆ คนอื่น และอย่าปล่อยให้เขาเผลอคิดไปว่าสภาพร่างกายของเขาเป็นอุปสรรค" นี่คือเคล็ดลับการเลี้ยงลูกของ เทอร์รี่ ผู้เป็นพ่อ

ชาคีล และ ชาคีม มีฝันเหมือนกันคือต้องการที่จะเป็นนักกีฬา ตัวของชาคีลที่ร่างกายครบ 32 สามารถพัฒนาขีดจำกัดของตัวเองได้โดยง่าย เขาสามารถออกแรงยกน้ำหนัก หรือเล่นอุปกรณ์ต่างๆ แบบไร้อุปสรรค ซึ่งจุดนี้ ชาคีม ผู้น้องเองก็อยากที่จะทำให้ได้เหมือนกับพี่เช่นกัน ทว่าถึงใจจะพร้อมแต่ร่างกายที่ไม่อำนวยทำให้เป็นเรื่องยากที่จะเดินรอยตาม แต่พ่อของเขาคือฮีโร่ เทอร์รี่ จัดการรีโนเวตห้องออกกำลังกายที่บ้านใหม่ รวมถึงดัดแปลงอุปกรณ์บางอย่างเพื่อช่วยทำให้ ชาคีม สามารถออกกำลังกายได้เต็มที่ไม่ต่างจากคนปกติทั่วไป

"สามีของฉันเหมือนพวกนักวิทยาศาสตร์สติเฟื่อง มีบางสิ่งที่ เทอร์รี่ เรียกว่า "เดอะ บุ๊ก" ที่เป็นอุปกรณ์ที่ทำให้ ชาคีม ยกน้้ำหนักได้อย่างสมดุล นอกจากนี้ยังมีสายรัดที่เมื่อนำมามัดกับเเขนเเล้วจะทำให้ ชาคีม สามารถยกดัมเบลล์ได้"

ด้วยอุปกรณ์ที่พ่อของเขาคิดค้น ช่วยทำให้ ชาคีม สามารถมีร่างกายที่เเข็งแรง เขาสามารถทำเบนช์เพรสส์ได้น้ำหนักถึง 260 ปอนด์ในช่วงที่เรียนไฮสคูล ทั้งๆ ที่ก่อนจะมีอุปกรณ์ช่วยเหลือจากพ่อของเขายังทำได้เพียง 45 ปอนด์เท่านั้นเอง


Photo : Facebook : Shaquem Griffin

อีกปัจจัยหนึ่งที่ให้เขาก้าวผ่านความบกพร่องทางร่ายกายได้ คือการที่เขาขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญเรื่องเวชศาสตร์การกีฬา และปฎิบัติตามที่นายเเพทย์ เทรเวอร์ ฮิกส์ กำหนดให้อย่างไม่ผิดเพี้ยน

"จากประสบการณ์ของผมในการฝึกผู้ป่วยที่ต้องตัดขาหรือแขนจนต้องใส่อุปกรณ์ช่วย พวกเขาเหล่านี้ไม่ได้สู้ด้วยร่างกายเท่านั้น แต่เป็นการต่อสู้กับสภาพจิตใจ การสวมใส่อุปกรณ์จะทำให้เขาเคลื่อนที่ได้อย่างไม่อิสระและผิดธรรมชาติ ดังนั้นสมองก็ต้องปรับตัวด้วย ผมเคยเห็นหลายคนที่ปฎิเสธและยอมแพ้ไป แต่ผมได้เห็นความท้าทายที่น่าประทับใจและจบลงด้วยชัยชนะ"

ด้าน ชาคีล แฝดพี่เผยว่าน้องชายของเขาคือคนที่ไม่เคยโทษโชคชะตา หนำซ้ำยังเป็นแรงใจที่ทำให้ตัวของเขาฝึกฝนอย่างหนักเพื่อข้ามขีดจำกัดจนกระทั่งได้กลายเป็นผู้เล่นของทีม เลกวู้ด ไฮสคูล ก่อนจะพัฒนาตัวเองไปจนทีมระดับมหาวิทยาลัย ไปจนถึงระดับอาชีพในที่สุด

"เขาคือแรงบันดาลใจของผม ชาคีม ไม่เคยโทษตัวเองและไม่มีข้ออ้างเลย ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วเเขนซ้ายของเขาคือเรื่องใหญ่มาก เขาแค่คิดถึงคนที่แย่กว่าตัวเอง ทุกครั้งที่ผมรู้สึกแย่เรื่องราวของ ชาคีม คอยเตือนผมได้เสมอ"

ชาคีม และ ชาคีล ได้รับทุนนักอเมริกันฟุตบอลจากมหาวิทยาลัย เซนทรัลฟลอริด้า ซึ่่งตัวของ ชาคีลล์ นั้นยอมปฎิเสธข้อเสนอจากทีมในฝันของเขาอย่าง ไมอามี่ เฮอร์ริเคนส์ ของมหาวิทยาลัยไมอามี่ เพื่อที่จะได้เล่นทีมเดียวกับน้องชายของเขา

ชาคีม มีปีแรกๆ ที่ไม่ค่อยดีนักจากการดูแลของโค้ช จอร์จ โอเลียรี ทว่าหลังจากนั้นในปีที่ 2 มีการเปลี่ยนโค้ชใหม่เป็น สก็อตต์ ฟรอสต์ ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาทองของ ชาคีม เพราะ ฟรอสต์ ให้โอกาสและดึกศักยาภพของเขาออกมาได้เต็มที่ จนกระทั้งได้รางวัล นักกีฬายอดเยี่ยม ในปี 2016 ตามด้วย พีช โบวล์ ดีเฟนซีฟ เอ็มวีพี (ผู้เล่นทีมรับยอดเยี่ยม) ในปี 2018


Photo : Twitter : @CFAPeachBowl

"ไม่มีผู้เล่นคนไหนที่ผมเคยเป็นโค้ชให้จะฝึกหนักกว่าเขา" ฟรอสต์ พูดถึง ชาคีม และยอมรับว่าในตอนแรกเขาไม่ทันสังเกตเลยด้วยซ้ำว่าลูกทีมของเขามีมือเพียงข้างเดียวเท่านั้น

 

แรงขับสู่จุดสูงสุด

หลังจากประสบความสำเร็จร่วมกันในระดับมหาวิทยาลัย ชาคีล แฝดพี่ได้โอกาสครั้งใหญ่ด้วยการถูก ซีแอตเทิล ซีฮอว์กส์ ดราฟต์เป็นลำดับที่ 90 ไปร่วมทีมในปี 2017


Photo : www.seattlepi.com

นี่เป็นครั้งแรกที่แฝดพี่แฝดน้องจะต้องแยกจากกัน ชาคีล ลงเล่นให้ซีฮอว์กส์ไป 11 เกมใน NFL ปีแรก ขณะที่ ชาคีม ยังต้องสู้ต่อในการเล่นระดับมหาวิทยาลัย

ความแตกต่างของทั้งสองลีกมีช่องว่างอยู่มาก ทำให้ ชาคีม เจอกับความลำบากอีกครั้งที่จะตามรอยแฝดพี่  ... "ผมบอกกับเขาว่าแม้จะเหลือโอกาสอีกแค่ 1% แต่นายต้องทำให้ได้นะเว้ย" ชาคีล พูดให้กำลังใจแฝดน้อง


Photo : USA TODAY

1 ปีผ่านไปฤดูกาลแห่งการดราฟต์กลับมาอีกครั้ง ซึ่งแม้ตอนแรก ชาคีม จะไม่ถูกเชิญให้เข้าร่วมงาน สเกาติ้ง คอมไบน์ หรือการทดสอบฝีเท้าของนักกีฬาที่จะเข้าสู่การดราฟต์ที่จัดโดย NFL แต่ด้วยผลงานอันโดดเด่นในเกม ซีเนียร์ โบวล์ เกมออลสตาร์ของเหล่าผู้เล่นปี 4 ระดับคอลเลจ ซึ่งมีแมวมองจากแทบทุกทีมเข้ามาส่องฟอร์มการเล่น เขาก็ได้รับจดหมายเชิญเข้าร่วมงานนี้ในที่สุด

ชาคีม เข้าทดสอบสมรรถภาพทางร่างกายทั้งหมดและทำสถิติวิ่ง 40 เมตรในเวลา 4.38 วินาทีซึ่งเป็นความเร็วสูงสุดของผู้เล่นตำแหน่งไลน์แบ็คเกอร์ และยังเป็นสถิติตลอดกาลของ NFL อีกด้วย

นอกจากนี้เขายังยกเบนช์ เพรส น้ำหนัก 225 ปอนด์ (100 กิโลกรัม) โดยใส่อุปกรณ์ช่วยที่มือซ้ายได้ถึง 20 ครั้ง ซึ่งเป็นสถิติที่มากกว่าที่ ชาคีล พี่ชายของเขาเคยได้มาทดสอบเอาไว้ในปี 2017 เสียอีก

ความยอดเยี่ยมดังกล่าวทำให้เขาได้รับเชิญให้เข้าร่วมงาน NFL ดราฟต์ และแม้จะไม่ได้เป็นตัวเต็งที่จะถูกเลือกในรอบแรก เจ้าตัวก็ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนเป็นอย่างมาก เพราะหากมีทีมใดเลือกเข้าทีม เขาจะเป็นผู้เล่นคนแรกในประวัติศาสตร์ NFL ที่มีมือข้างเดียวทันที

วันแรกและวันสองผ่านไปโดยที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่เวลาบ่ายโมงของวันที่สาม โทรศัพท์ของเขาดังขึ้น ชาคีม ไม่ได้รับสายเพราะเครื่องไม่ได้อยู่ใกล้ตัว แต่ตะโกนออกมาว่า "รอซักแป๊บสิโว้ยกำลังเข้าส้วมอยู่" เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับเขา

ทว่าแฝดพี่อย่าง ชาคีล เริ่มรู้บางอย่างแล้วเพราะเห็นรหัส 425 ซึ่งเป็นเบอร์ท้องถิ่นของเมืองซีแอตเทิล เมืองที่เขาใช้ชีวิตในฐานะนักกีฬาอเมริกันฟุตบอลอาชีพ เขาจึงตะโกนให้น้องชายได้ยินว่า "รีบออกมารับโทรศัพท์ของแกซะ"

ปลายสายมีเสียงของ จอห์น ชไนเดอร์ GM (ผู้จัดการทั่วไป) ของ ซีแอตเทิล ซีฮอว์กส์ และ พีท แคร์โรลล์ เฮดโค้ชของทีม โทรมาบอกข่าวดีว่าพวกเขาเลือก ชาคีม เป็นตัวเลือกลำดับ 141 เเละเป็นคนที่ 4 ในรอบที่ 5 เพื่อเข้ามาเสริมในตำแหน่งที่ทีมกำลังขาดอย่าง ไลน์แบ็คเกอร์

ชาคีม ถึงกับช็อกและตอบสั้นๆ เพียงว่า "ขอบคุณครับ" จากนั้นไม่นานเขาได้รับสัญญา 4 ปีมูลค่า 2.8 ล้านเหรียญ (92 ล้านบาท) จาก ซีแอตเทิล ซีฮอว์กส์ ทีมเดียวกับที่ ชาคีล พี่ชายของเขาอยู่

"ผมแทบหยุดหายใจ งงจริงๆ พยายามจะพูดอะไรออกมาเเล้วแต่พูดไม่ออก ไม่รู้สินะ จากนี้ผมอยากแสดงให้ทั้งโลกเห็นว่าไม่ว่าจะมีมือเดียวหรือสองมือ คุณก็สามารถที่จะเล่นฟุตบอลได้"

ชาคีมกำลังจะเจอบททดสอบที่ยิ่งใหญ่สำหรับฤดูกาลที่จะเริ่ม เขาจะถูกจับตาจากสื่อ และอาจจะถูกค่อนขอดว่า "ไม่ๆ คนนี้เล่นไม่ได้" หลังจากมองมาที่มือซ้ายของเขา

แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ทำอะไรเขาไม่ได้ เขาเจออะไรแบบนี้มาตลอดชีวิตและใช้เวลาหลายปีเพื่อพิสูจน์ว่าใครที่มองเขาแบบนั้นกำลังคิดผิด

"ผมรอที่จะให้ใครมาชี้หน้าแล้วบอกว่าอย่างแกน่ะทำไม่ได้หรอก ... พร้อมจะรับเรื่องพวกนี้มาตั้งแต่ยังเด็กเเล้ว" ชาคีม กล่าว

ปัจจุบัน ชาคีม อายุ 23 ปี และกำลังจะออกสตาร์ทฤดูกาลแรกใน NFL เขาสู้กับสายตาดูถูก รวมถึงคำเหยียดหยามมาตลอดชีวิต แต่สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนคือทัศนะคติที่เเน่วแน่ และถึงเเม้เวลาจะผ่านไปแต่ภาพที่ ชาคีม กิฟฟิน ถือลูกฟุตบอลพร้อมกับรอยยิ้มก็ไม่เคยเปลี่ยน เพียงแต่ว่าหนนี้เขาไม่มีผ้าพันแผลที่ชุมเลือดเหมือนตอน 4 ขวบอีกเเล้ว ทุกการขับเคลื่อนของเขากลายสิ่งที่ยืนยันว่า หากคุณเห็นค่าในตัวเองแล้วไซร้ คำวิจารณ์จากไหนก็ทำอะไรคุณไม่ได้

 

แหล่งที่มา

https://www.si.com/college-football/2017/11/16/shaquem-griffin-hand-ucf-nfl-draft
https://edition.cnn.com/2018/09/05/sport/shaquem-griffin-nfl-start/index.html
https://heavy.com/sports/2018/04/shaquem-griffin-twin-brother-shaquill-parents/
https://www.si.com/college-football/2017/11/16/shaquem-griffin-hand-ucf-nfl-draft



ชื่นชอบบทความนี้ของ : เจษฎา บุญประสม ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง