Stories

อังเดร อินแกรม : ครูสอนฟิสิกส์ที่รอ “ฝัน” ตัวเองมานานถึง 10 ปี



ณ บรรยากาศในเกม NBA 2018 เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา คู่ระหว่าง ฮูสตัน ร็อคเก็ตส์ กัล แอลเอ เลเกอร์ส ...คริส พอล สตาร์ของทีม ร็อคเก็ตส์ เดินเข้ามาสวมกอดผู้เล่นทีมคู่แข่งคนหนึ่ง ก่อนที่เกมจะเริ่ม  


 

ทั้งสองคนอายุเท่ากัน เพียงแต่ตอนนี้ คริส พอล ลงเล่นเกม NBA เกือบ 900 แมตช์ แต่สำหรับชายที่เขาเข้าไปทักทายด้วยคือน้องใหม่แบบแกะกล่องของวงการบาสเกตบอล NBA เขาชื่อว่า อังเดร อินเเกรม ซึ่งยังไม่เคยลงเล่นเกมทางการเลยแม้แต่วินาทีเดียว...

"ผมบอกไปว่าผมได้ยินเรื่องราวที่ไม่น่าเชื่อของเขาเเล้ว ผมพูดแค่ว่า ‘ขอแสดงความนับถือเป็นอย่างยิ่ง’ ที่นายได้รับโอกาสอันแสนพิเศษครั้งนี้"  พอล เปิดเผยถึงบทสนทนาสั้นๆก่อนทั้งคู่จะลงไปห้ำหั่นกันในสนาม


Photo : Twitter : @CP3

"เราเชื่อว่าคุณทุกคนมีความฝัน แต่คุณจะทิ้งโลกแห่งความจริง และอยู่กับความฝันได้นานถึงอายุเท่าไหร่กัน?"

ความฝันคือสิ่งสมมุติที่สามารถจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่อาจเกิดขึ้นเลยในอนาคตเลยก็ได้ ดังนั้นอาจจะทำให้มีหลายคนยอมทิ้งความฝันในวัยเด็กไป ไม่ว่าจะด้วยปัญหาของรายได้, ปากท้อง หรือครอบครัว บางครั้งการสู้กับความฝัน และยอมเสียเวลาชีวิตไปหลายปีอาจจะถูกมองจากคนรอบข้างว่าเป็นการกระทำที่เเสนเขลา ... แต่ถึงกระนั้นความพยายามก็ไม่เคยทำร้ายใคร

นี่คือเรื่องราวของ อังเดร อินเเกรม นักบาสเก็ตบอล NBA ของทีมดังอย่าง แอลเอ เลเกอร์ส ที่เพิ่งได้ เดบิวต์ ในเกมทางการเป็นครั้งแรก

... มองเผินๆแล้วนี่คือชีวิตที่ใครต่างอิจฉาเพราะเขาได้มาอยู่บนยอดพีระมิดของวงการยัดห่วงเเล้ว  อย่างไรก็ตามเส้นทางก่อนหน้านั้นต่างหากที่มันแสนจะฉูดฉาดราวกับหลุดมาจากภาพยนตร์เกี่ยวกับกีฬาระดับฮอลลีวู้ดเลยทีเดียว

"อังเดร อินเเกรม! 10 ปีที่ทนเล่นอยู่ใน Dleague แต่ตอนนี้เขาทำ 11 แต้มจาก เวลาเพียงแค่ 6 นาทีในเกม NBA เหล่านักล่าฝันทั้งหลายเอ๋ย จงดูเขาคนนี้เป็นตัวอย่างให้ดี!"  นี่คือข้อความที่ เจเรมี่ ลิน ผู้เล่นตัวเก่งของ เลเกอร์ส พูดถึงน้องใหม่ของทีมที่มีอายุย่าง 33 ปี อย่าง อินเเกรม หลังจากระเบิดฟอร์มในเกมกับ ฮิวส์ตัน ร็อคเก็ต เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

 

ผู้ปราดเปรื่องในสมองทั้งสองซีก

อังเดร อินเเกรม เหมือนวัยรุ่นแอฟริกัน อเมริกัน ทั่วไป นั่นคือเขาชอบเล่นกีฬามาตั้งแต่ยังเด็กและบาสเก็ตบอลคือโลกคู่ขนานกับการเรียนของเขามาตั้งแต่ก่อนเข้าไฮสคูล


Photo : www.richmond.com

ฝีมือการยัดห่วง กับความสูงระดับ 6 ฟุต 3 นิ้ว ทำให้ อินแกรม เป็นดาวเด่นของโรงเรียน ไฮแลนด์ สปริง แห่งรัฐเวอร์จิเนีย ในยุคที่โรงเรียนแห่งนี้มีเขาเป็นหัวหอก ก็เป็นปีเดียวกันกับที่ ไฮแลนด์ สปริง สามารถคว้าแชมป์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์นับตั้งแต่โรงเรียนก่อตั้งมาเลยทีเดียว

ในปี  2002-03 อินแกรม ระเบิดฟอร์มถล่มวงการบาสฯระดับไฮสคูลเสียราบคาบ 22.8 คะแนน 9.5 รีบาวด์ และชู้ต 3 แต้มแม่นยำระดับ 50% คือ สถิติของเขาต่อ 1 เกม... นั่นทำให้เขาติดทีมยอดเยี่ยม

"เดร เป็นเด็กหนุ่มที่ฉลาด เขาออกใช้เวลาทั้งสุดสัปดาห์ไปกลับการฝึกชู้ตบาสฯจนฟ้ามืด เด็กๆคนอื่นๆมักจะง่วนอยู่กับการพยายามจะเล่นใต้แป้นเหมือนกับ เมจิก จอห์นสัน เดินเหยียบอากาศเหมือน ไมเคิล จอร์เเดน แต่เชื่อผมไหม เดร เอาแต่ชู้ตอย่างเดียว และผมไม่เคยเห็นวันไหนที่เขาชู้ตไม่เเม่นเลย" ลูเซียส พี่ชายของเขาพูดถึงการฝึกหนักของ อังเดร

หลังจากจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษา อังเดร อินเแกรม ได้รับสิทธิ์ให้เป็นนักเรียนทุนของมหาวิทยาลัยอเมริกัน ยูนิเวอร์ซิตี้ ที่ขึ้นชื่อเรื่องทางวิชาการ มากกว่าเรื่องของกีฬา

4 ปีในรั้วมหาวิทยาลัยนอกจากหน้าที่ใช้ทุนในฐานะนักบาสเก็ตบอล อินเเกรม จัดการคว้ารางวัลส่วนตัวแทบทุกปี และมีสถิติการทำแต้มมากขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ปี 1 จนถึงปีที่ 4 หากจะให้จำแนกว่าแต่ละปีทำไปกี่แต้มกี่รีบาวด์ก็คงจะเยิ่นเย้อเกินไป เอาไปเวลา 1,655 แต้ม คือจำนวนคะแนนที่เขาทำได้ตลอดการศึกษา นอกจากนี้ยังทำสถิติขึ้นมาเป็นอันดับ 5 ของผู้ทำแต้มสูงสุดนับตั้งแต่ก่อตั้งมหาวิทยาลัยอเมริกัน ยูนิเวอร์ซิตี้ อีกด้วย

ความพีกในวัยเรียนของอินเเกรมยังไม่จบแค่นั้น เขาคือผู้ปราดเปรื่องทั้งในสมองซีกซ้ายและซีกขวา นอกจากจะเก่งบาสเก็ตบอลแล้ว เขายังไม่ทิ้งเรื่องหน้าที่การเรียนของตัวเอง

"คณิตศาสตร์ คือสิ่งที่จุดไฟในหัวสมองของผมอยู่ตลอด" ... นี่คือคำที่เขาเคยให้สัมภาษณ์กับสื่อหลังจากถูกพูดถึงมากขึ้นในช่วงปัจจุบัน

คำนี้เขาไม่ได้พูดเล่นๆ เพราะ อินเเกรม สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาฟิสิกส์ ภายในเวลา 4 ปีตามกำหนด เขาประสบความสำเร็จในชีวิตไปเรียบร้อยเเล้ว 1 เรื่อง … เพียงแต่ว่าสำหรับเจ้าตัวแค่นี้ ยังไม่พอ…  

 

จากสนามหน้าบ้านสู่สนามระดับประเทศ

เมื่อพิสูจนฝีมือบาสเก็ตบอลของตัวเองได้เเล้วในระดับมหาวิทยาลัย รวมถึงมีใบปริญญา สาขาฟิสิกส์อยู่ในมือก็ถึงเวลาที่เขาต้องเลือกว่า ชีวิตต่อจากนี้จะหันหน้าไปทางไหนดี ระหว่างการใส่ชุดแข่งของทีมและห้ำหั่นเพื่อยัดห่วง หรือการใส่สูทผูกเนคไทด์เข้าไปทำงานในออฟฟิศใหญ่ในนิวยอร์ก


Photo : @TonyMcDonough

มันค่อนข้างเป็นเรื่องใหญ่สำหรับชายวัย 21 ปี (ณ ตอนนั้นปี 2006) ที่จะต้องตัดสินใจ ทางหนึ่งคือความฝัน ส่วนอีกทางคือความจริง ที่มีความเสี่ยงน้อยกว่าเยอะ และน่าจะเป็นทางที่คนส่วนใหญ่เลือก...สุดท้ายเขาขีดฆ่าตัวเลือกที่ 2 ทิ้งซะ และเลือกที่จะเอาดีบนเส้นทางบาสเก็ตบอล

อินเเกรม ตบเท้าเข้าสู่วันที่นักบาสเก็ตบอลหน้าใหม่เฝ้ารอ และเเล้วดราฟต์เดย์ประจำปี 2007 ก็มาถึง ... เสียงประกาศบอกว่านักกีฬาตัวท็อปของรุ่นอย่าง เกร็ก โอเดน, เควิน ดูแรนท์ และ โยอาคิม โนอาห์ ได้ไปอยู่กับทีมดังในลำดับดราฟต์แรกๆ ทั้ง 3 คนที่เรากล่าวไปเฝ้ารอเสียงโทรศัพท์จากต้นสังกัดเพื่อฟังข้อเสนอค่าจ้าง   

ด้าน อินเเกรม ก็รอสายเข้าเช่นกัน เพียงแต่ว่าตอนจบของเขาแตกต่างออกไป...เขาไม่ถูกดราฟต์ กลายเป็นผู้เล่นไร้สังกัด ถึงตรงนี้เขารู้เเล้วว่าโลกมันกว้างกว่าที่เขาเคยมองเห็น  เขาเอาชนะคนใกล้ตัวได้ตลอดภายสนามที่คุ้นเคย เพียงแต่โลกนี้มียอดฝีมือซ่อนอยู่ทั่วทุกอณู และบางคนก็เก่งกว่า และพยายามมากกว่าเขาเสียด้วยซ้ำไป แม้จะผิดหวัง แต่เขากลับไม่หยุดหวัง


Photo : scpr.org

ถึงเวทีลีกสูงสุดของวงการบาสเก็ตบอลไม่เปิดรับ แต่ อินเเกรม ก็ไม่ง้อ เขาเลือกลงเล่นในระดับ D ลีก (ดิวิชั่น 3) ของทีม ยูทาห์ แฟลช ก่อนโชว์ลีลาเพื่อบอกว่าฝีมือของเขาใหญ่เกินกว่าลีกนี้  เพราะอินแกรม กลายเป็นเจ้าของสถิติผู้เล่นแฟรนไชส์ ที่ทำเเต้มได้มากที่สุดตลอดกาลของ D ลีก เวลาเพียงปีเดียวเขามีชื่อเสียงในระดับลีกรากหญ้า และได้รับผลตอบแทนจากความพยายามเมื่อ ลอส เเอนเจลิส ดี เฟนเดอร์ (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น เซาธ์ เบย์ เลเกอร์ส) ทีมในเครือข่ายของ แอลเอ เลเกอร์ส ซึ่งเป็นทีมที่อยู่ใน G ลีก (ลีกรอง) คว้าตัวเข้าไปร่วมทีม ในปี 2011

บนลีกรองอินแกรม ก็ยังเป็นผู้เล่นที่โดดเด่นที่สุดอยู่ดี เขาเป็นแชมป์ชู้ต 3 แต้มของ G ลีก และเขายังทำสถิติต่างๆมากมาย จนกลายเป็นผู้เล่นที่ดีที่สุด G ลีกด้วย

 

โอกาสยังไม่มา..และ ดราม่า เรื่องปากท้อง

จากสถิติที่ร่ายให้เห็นในข้างต้นแม้จะดูยิ่งใหญ่แต่ก็ไร้ความหมาย มีคำกล่าวว่า "ถ้าคุณได้ที่หนึ่งคุณจะได้เเชมป์และถูกจดจำ แต่ถ้าคุณได้ที่ 2 มันเท่ากับว่าคุณไม่ได้อะไรเลย" .... เรื่องของ อินเเกรม ก็คล้ายๆกัน

4 ปี ใน D ลีก และอีก 5 ปีใน G ลีก กับผลงานที่ยอดเยี่ยมไม่ได้ช่วยให้เขาได้รับสัญญาจากสโมสรแม่อย่าง เลเกอร์ส หรือแม้กระทั่งทีมอื่นๆ...เขายอมทนเล่นในลีกรองมารวมๆแล้วเป็นเวลา 10 ปีเต็ม


Photo : iconoclasticallybombastic.com

"ผมจะพยายามต่อไป ...ต่อไปเรื่อยๆจนวันที่ผมรู้ตัวว่าผมไม่สามารถทำได้มากกว่านี้อีกเเล้ว" อินแกรม กล่าว  

แม้ความฝันจะแน่วแน่ แต่ปากท้องของครอบครัวล่ะจะทำอย่างไร?

มาริลี อินแกรม คือคนที่อยู่เคียงข้างและแต่งงานกับ อังเดร เพื่อใช้ชีวิตร่วมกันพร้อมกับลูกๆ อีก 2 คนแม้เธอจะไม่เคยเอ่ยปากต่อหน้าสื่อเพื่อบอกเล่าถึงความยากลำบากในชีวิตคู่ แต่การพยายามดิ้นเพื่อครอบครัวของ อินแกรม แสดงให้เห็นว่าการเลือกบาสเก็ตบอลก่อนนักฟิสิกส์ส่งผลกับช่วงหนึ่งของชีวิตเขาเป็นอย่างมาก

หากเทียบกับคนวัยเดียวกันกับเขา (อายุ 32 ปี) ที่ทำงานในแวดวงฟิสิกส์จะได้รับค่าตอบแทนต่อปีเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 98,000 ดอลล่าร์ (3.3 ล้านบาทโดยประมาณ) แต่ตัดภาพกลับมาที่ อินแกรม และการทำเงินจากวงการยัดห่วงรากหญ้า เจ้าตัวได้รับค่าตอบแทนเพียง 19,000 ดอลล่าร์ (ราว 6 แสนบาท) ต่อปี และยังต้องเช่าอพาร์ทเม้นต์อยู่กับรูมเมตที่อายุน้อยกว่าตัวเองถึง 10 ปี (ลูกและภรรยาไม่ได้อยู่ด้วยกัน) จะเห็นได้ความต่างในการเลือกเส้นทางชีวิตต่างจากโลกแห่งความเป็นจริงไม่น้อยเลยทีเดียว

ด้วยความต่างระดับหลายหมื่นดอลล่าร์ ความรู้ด้านฟิสิกส์และคณิตศาสตร์ของเขาถูกดึงออกมาใช้ให้เป็นประโยชน์จนได้ อินเเกรม จัดการแก้ปัญหาปากท้องด้วยการใช้เวลาว่างหลังจากฝึกซ้อมและเเข่งขันหันมาเป็นติวเตอร์วิชาคณิตศาสตร์ให้กับเด็กๆในระดับอายุ 10 -12 ขวบ และนำรายได้ส่วนนี้มาจุนเจือครอบครัวที่ต้องลำบากในช่วงเวลาที่เขาไล่ตามความฝัน

อเล็กซ์ คารูโซ่ เพื่อนร่วมทีมสมัยเล่นใน G ลีกของ อินแกรม เปิดเผยถึงนิสัยของยอดนักชู้ต 3 แต้มรายนี้ว่าเป็นผู้เล่นที่แน่วแน่ในเป้าหมาย มากเสียจนเรียกว่าเป็นคนหัวเเข็งเลยก็ยังได้

ไม่ว่าจะคุยกันเรื่องนี้กี่ครั้ง หากจั่วหัวเรื่องจุดมุ่งหมายในชีวิต อินแกรม จะเป็นคนที่พูดเสมอว่า "เฮ้ย ปีนี้ข้าต้องได้เลื่อนขั้น (ไปเล่น NBA กับ เลเกอร์) ให้ได้ว่ะ"

"ผมรู้จักเขามา 2-3 ปีในช่วงที่เล่นใน G ลีก หลายคนในทีมเคยคุยกับผมและบอกว่า ‘เพื่อน ฉันทำมันต่อไม่ไหวแล้วว่ะ’... หลังจากนั้นพวกเขาจะเลิกและออกจาก G ลีกที่เงินเดือนต่ำ และเเข่งกันในโรงยิมเล็กๆ เพื่อที่จะไปเล่นในลีกต่างประเทศที่เงินดีกว่า ...แม้จะมีฝันแต่หลายคนบอกว่ามันไม่คุ้มที่จะสู้ต่อ แต่สำหรับ อินเเกรม ไม่ใช่คนแบบนั้น"

ทั้งหมดนี้คือเรื่องราวนับตั้งแต่ปี 2007 ถึง 2017 ... 10 ปีเต็มกับการวิ่งไล่คว้าความสำเร็จที่ต้องการ แต่ก็เป็นดาบสองคมในเวลาเดียว เขาอาจจะมีคุณภาพชีวิตที่ไม่ดีอย่างคนอื่นๆในวัยเดียวกัน อาจจะถูกมองว่าดื้อดึงเกินไปทั้งๆที่ในวัย 32 ปี เขาควรจะแตกฉานโลกในระดับหนึ่ง และรู้ว่าอะไรควรทำเเละไม่ควรทำ....

แต่ก่อนที่ใครจะได้ชี้หน้าและซ้ำเติมอินแกรม เขาก็ได้รับเสียงสวรรค์จนได้

 

แกมาที่สำนักงานใหญ่หน่อย!

เช้าวันจันทร์ที่มาพร้อมกับความขี้เกียจ ...ระหว่างลงซ้อมกับ เซาธ์ เบย์ เลเกอร์ส  บรรยากาศเหมือนกับทุกๆวันนี้เขาเจอ แต่วันนี้มันแปลกออกไป ...นิค มาซเซลล่า ผู้จัดการทั่วไปของ เซาธ์เบย์ เลกเกอร์ส เดินอมยิ้มมาหาเขาและบอกว่า "อังเดร เดี่ยวมาเจอกันที่ห้องประชุมสำนักงานใหญ่ของลอสแองเจลีส เลเกอร์ส (ทีมแม่) หน่อย"

จังหวะหัวใจของเขาเริ่มเต้นเเรงขึ้น เขากำลังเดาอยู่ว่าตอนนี้อะไรจะเกิดขึ้นกับเขาต่อไป  ระหว่างทางเข้าสู่ห้องประชุมเขาเดินผ่านผนังทางเดินที่เต็มไปด้วยรูปผู้เล่นระดับตำนานของทีม และจึงมาหยุดที่หน้าประตู

...ก๊อก ก๊อก ก๊อก  อังเดร เคาะประตูและเปิดมันก่อนจะพบว่า นิค มาซเซลล่า, เมจิก จอห์นสัน, ร็อบ เพลินก้า และ ลุค วอลตัน เฮ้ดโค้ชของ แอลเอ เลเกอร์ส รอเขาอยู่

You stay on the grind and at the end of your 10th year, you finally get the call.

Andre Ingram never stopped persevering and now his @NBA dream is a reality. #ThisIsWhyWePlay #LakeShow pic.twitter.com/1SZhc5SW7k

— Los Angeles Lakers (@Lakers) 10 เมษายน 2561

"เราอยากได้คุณมาอยู่ที่นี่ เราต้องการให้คุณเป็นส่วนหนึ่งของเรา อยากให้คุณมาทำงานหนักร่วมกัน จิตวิญญาณของคุณคือสิ่งที่ทำให้เราประทับใจมาก" ร็อบ เพลินก้า ผู้จัดการทั่วไปของ แอลเอ เลเกอร์ส บอกกับเขาคำแรกโดยที่ อินแกรม ไม่ทันได้พูดอะไรเลยแม้แต่คำเดียว

จากนั้น มาซเซล่า ที่รู้จัก อินแกรม เป็นอย่างดีก็รีบเสริมว่า "เขาเป็นคนอายุ 32 ปีที่โคตรฟิต เขาไม่เหมือนใครเลยเพราะเป็นคนแรกที่มาถึงห้องเวทรูม และจัดการออกกำลังกายเอง ผมแทบไม่ต้องคอยจับตาดูเขาเลยด้วยซ้ำ ผมมั่นใจว่าเขายังไม่ก้าวผ่านจุดพีก เขายังมีบางสิ่งที่พัฒนาได้"

ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก รู้ตัวอีกทีเขาก็ได้รับการทาบทามให้ขึ้นสู่ทีม แอลเอ เลเกอร์ส แบบเต็มตัว "ตั้งแต่เล่นใน D ลีก พวกเขาไม่เคยโทรหาผมเลย แต่แล้วในที่สุดสิ่งที่ต้องการก็มาถึง การทำงานหนักคือทางเดียวที่จะทำให้ผมได้ลงเล่นระดับ NBA ขอบคุณทุกคนรอบข้างที่เชื่อในความบ้าของผม และเชื่อมั่นในสิ่งที่ผมตลอด"  อินแกรม กล่าว

หลังจากเรียกสติสตางค์กลับมาได้ อินแกรม รีบโทรหาภรรยาของเขาทันทีและบอกข่าวดีว่าความฝันที่เขาสู้มาตลอด 10 ปีเต็มได้เริ่มนับหนึ่งเเล้ว และข่าวดียิ่งกว่านั้นคือด้วยค่าจ้างจากสัญญาฉบับใหม่จะทำให้ภรรยา และลูกสาวของเขาที่ปัจจุบันอาศัยอยู่บ้านแม่ยายที่รัฐเวอร์จิเนีย จะได้มาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันที่กรุง ลอส แองเจลิส นี่คือครั้งแรกในรอบหลายปีที่ทั้ง 4 ชีวิตจะได้ใช้เวลาพร้อมกัน


Photo : Scoopnest.com

"ฉันเสียสติไปเรียบร้อยแล้ว กรี๊ดอย่างกับคนบ้า ขอบคุณจริงๆที่พวกคุณ (เลเกอร์ส) ได้มอบโอกาสนี้กับเขา ทันที่เขาเซ็นสัญญาเสร็จเขารีบพูดออกมาเลยว่า "ที่รักเก็บกระเป๋าให้พร้อมแล้วมาดูผมลงเล่นเกม NBA เถอะ" มาริลี ภรรยาของ อินแกรม บอกต่อหน้ากล้องด้วยใบหน้าที่แสนจะภาคภูมิใจกับสามีของเธอ "ใครก็ตามที่รู้จักสามีขอฉัน ก็จะรู้ดีว่าไม่ว่าเขาจะทำอะไรเขาจะทำให้มันออกมาดีที่สุด เขาใส่แบบสุดฝีมือทุกครั้ง"

หลังจากนั้นอินแกรม ก็ได้ลงเล่นในเกมแรกอย่างเป็นทางการกับ ร็อคเก็ตส์ ช่วงเวลาไม่กี่นาทีที่ อินแกรม ได้ลงเล่น เขากลับเฉิดฉายไม่แพ้กับผู้เล่นดังอย่าง คริส พอล และ เจมส์ ฮาร์เด้น


Photo : media.pbplus.me

เสียงกองเชียร์ในสนามเริ่มตระโกนว่า “M-V-P!”  “M-V-P!” “M-V-P!” และแน่นอนว่าเสียงนี้ไม่ได้หมายถึงฮาร์เด้น แต่อย่างใด

กล้องถ่ายทอดสดจับภาพได้ว่า อินแกรม แอบบอมยิ้มอย่างมีความสุข เช่นเดียวกับภรรยาและลูกๆอีก 2 คนที่แอบน้ำตาซึมแบบไม่รู้ตัว


Photo : www.richmond.com

"แน่นอน มีบางครั้งที่ผมเผลอคิดไปว่า...เรื่องแบบนี้คงไม่เกิดขึ้นกับเราหรอกมั้ง? แต่ระหว่างที่ผมสงสัยผมก็ลงมือทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป ...ผมขอบคุณตัวเองจริงๆที่เลือกทำแบบนั้น”

 



ชื่นชอบบทความนี้ของ : เจษฎา บุญประสม ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง