Stories

Hashtag United : สโมสรฟุตบอลดิวิชั่น 10 ของเซียนเกม ที่มีสูตรสำเร็จไม่เหมือนใคร



หลักสูตรความสำเร็จนั้นไม่ตายตัว...แต่ที่แน่ๆน้อยคนนักที่จะไม่เริ่มทำบางสิ่งจากกการนับหนึ่งหรือเล่นตามขั้นตามตอนที่คนส่วนใหญ่เขาทำกัน


 

ปัจจุบันมีทีมอีสปอร์ตส์มากมายที่มีรากเหง้าจากการเป็นสโมสรฟุตบอลมาก่อน เหตุผลที่เป็นเช่นนั้น ก็เพราะมันง่ายที่จะมีแฟนคลับคอยติดตาม นอกจากนี้ด้วยเงินสนับสนุนหลายทางจึงสามารถทุ่มเทกับกีฬาบนหน้าจอได้แบบขนหน้าแข้งไม่ร่วง

อย่างไรก็ตาม โลกนี้มีกลุ่มคนที่พร้อมจะแหวกเสมอ และนี่คือเรื่องราวของ "แฮชแท็ก ยูไนเต็ด" สโมสรฟุตบอลที่ต้นกำเนิดผิดแผกไปจากทีมทั่วไป เพราะมาจากทีมอีสปอร์ตส์ระดับแชมป์โลก คุณคิดว่าพวกเขาเหล่านี้มีฝีเท้ามากแค่ไหนจึงหาญกล้ามาก่อตั้งสโมสรฟุตบอล?  Main Stand พาไปพบเรื่องราวความบ้าของคนที่คิดจะไปให้สุดทั้งสองทางในเวลาเดียว

 

เซียนเกมอยากเตะบอล

Hashtag United คือทีมอีสปอร์ตส์ที่ยอดเยี่ยมระดับแชมป์โลกสำหรับเกม FIFA พวกเขาคือกลุ่มเด็กหนุ่มที่รวมตัวกันและครองเบอร์ 1 ของโลกในช่วง 2 ปีหลังสุด


Photo : Facebook : Hashtag United FC

หนึ่งในสนามชิกของทีม ที่มีชื่อเสียงที่สุดคงหนีไม่พ้น  “สเปนเซอร์ โอเว่น” ยูทูบเบอร์ และเกมเมอร์ที่มียอดคนติดตามกว่า 1.9 ล้านคนบนยูทูบ นอกจากนี้ยังมีคนติดตามในทวิตเตอร์ถึง 650,000 คน

ในปี 2016 สเปนเซอร์ ผู้ประสบความสำเร็จอย่างสูงในวงการสื่อดิจิทัล เริ่มมองหาความท้าทายใหม่ เขาอยากที่จะเล่นฟุตบอลที่สนามหญ้าบ้างหลังจากไปจนสุดทางบนยูทูบ ในที่สุดเจ้าตัวก็ได้สร้างสโมสรฟุตบอลจริงๆขึ้นมาโดยใช้ชื่อเดียวกับทีมอีสปอร์ตส์ว่า Hashtag United FC

แฮชแท็ก ยูไนเต็ด สโมสรฟุตบอลจากย่านเอสเซ็ก ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ สโมสรที่กำลังถีบตัวเองเข้าสู่ดิวิชั่น 10 ขอประเทศ ในปี 2018 นี้

สโมสรจากอังกฤษทีมอื่นๆเลือกที่จะทัวร์ไปยังสหรัฐอเมริกา หรือแม้แต่เอเชีย เพื่อพยายามไปหาแฟนบอลของพวกเขากว่า 100,000 คนที่รออยู่ในสนาม  แต่พวกเขา คือ ทีมนอกลีก ที่มีผู้กดติดตามผ่านยูทูบ (Subscribe) มากกว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และจอมทัพของพวกเขามีคนติดตามมากกว่า สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด แม้ว่าทีมๆนี้ไม่เคยเล่นในเกมระดับอาชีพแบบเป็นทางการเลยแม้แต่เกมเดียว

พวกเขาดูอยู่ห่างไกลกับการได้ลงเล่นและถ่ายทอดสดให้แฟนบอลทั่วโลกเห็นผ่านจอโทรทัศน์ แต่พวกเขาไม่เคยง้อใคร  นี่คือทีมระดับลีกสมัครเล่นที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลก และไม่จำเป็นต้องซื้อพื้นที่โฆษณาที่ไหน เพราะช่องยูทูบของพวกเขามีแฟนบอล (และแฟนบอย) จากทั่วโลกรอชมๆไฮไลท์ในทุกๆสัปดาห์อย่างล้นหลาม แม้ว่านักเตะในทีมจะมีอาชีพหลักเป็น เป็นช่างไม้ บางรายเป็นนายธนาคาร บ้างก็เป็นวิศวกรก็ตามเถอะ!

ว่าแต่...ทำไมพวกเขาไม่ดึงนักเตะเก่งๆมาร่วมทีมล่ะ?

 

“สเปนเซอร์ โอเว่น” มหาอำนาจบนโลกยูทูบ

ผู้ก่อตั้งสโมสร,คอมเมนเตเตอร์, ฟูลแบ็ค, ผู้จัดการทั่วไป ... ทั้งหมดนี้คือหน้าที่ที่คนคนเดียวต้องรับผิดชอบได้แก่ “สเปนเซอร์ โอเว่น” ชายหนุ่มจากย่าน เอสเซ็ก กรุงลอนดอน ผู้เป็นหนึ่งในใต้หล้าสำหรับการเล่นกับกระแสโซเชี่ยลมีเดียในยุคปัจจุบัน


Photo : Facebook : Hashtag United FC

การสร้างแชนแนลในยูทูบของ สเปนเซอร์ เรียกได้ว่ามาก่อนกาล เขาเริ่มทำช่องของตัวเองตั้งแต่ปี 2008 ช่วงที่ยังเรียนมหาวิทยาลัย และตอนนั้นก็ทำไปแบบบ้านๆ อัพบ้างไม่อัพบ้างตามอารมณ์ ซึ่งเจ้าตัวก็ยอมรับว่าไม่คิดยูทูบจะเป็นช่องทางทำเงินได้  จนกระทั่งเห็นเพื่อนของเขาได้เงินจากช่องทางดังกล่าว จึงทำให้ สเปนเซอร์ โอเว่น เริ่มออกสตาร์ทอย่างเต็มตัว

แรกเริ่มนั้นคอนเท้นท์บนช่องของเขาเริ่มจากการไลฟ์สตรีมเกม FIFA ก่อน จนกระทั่งเริ่มมีชื่อเสียง และหลายรูปแบบก็ตามมาทั้งคอนเนนท์เกี่ยวกับเกม Football Manager หรือแม้กระทั่งการไปดูทีมรักของเขาอย่าง เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ลงสนาม โดยเล่าเรื่องในมุมมองจากตัวของเขาเอง

จากนั้นไม่นานเขาก็เริ่มกลายเป็นยูทูบเบอร์ชื่อดัง และได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับอีเว้นท์ใหญ่ๆของ FIFA เสมอ รวมถึงในฟุตบอลยูโร 2016 ที่เขาได้ทำรายการร่วมกับนักเตะดังอย่าง แกเรธ เบล และ มาร์คัส แรชฟอร์ด อีกด้วย ซึ่งเจ้าตัวเผยว่ากว่าจะกลายเป็นผู้มีอิทธิพลในวงการเกมเช่นนี้ เขาเองก็เรียนรู้ถูกผิดอยู่นาน จนกระทั่งจับจุดได้ว่าเคล็ดลับของการสร้างความสุข คือตัวเราต้องสนุกไปกับสิ่งที่ทำก่อน

"มันสำคัญมากที่คุณจะต้องเป็นตัวของตัวเอง อย่าได้พยายามทำอะไรที่คิดว่าคนอื่นๆจะตลกเชียว ถ้าคุณยังไม่รู้สึกตลกไปกับมัน ตอบแรกๆที่ทำช่อง ผมเขียนสคริปต์ไว้เยอะเลยนะ แต่ที่สุดเเล้วมันไม่สนุกเลย คนดูก็ไม่ชอบ มันไม่ใช่ตัวผมเองเลยด้วยซ้ำ… จากนั้นพอดวงตาเริ่มเห็นธรรม ผมก็เริ่มทำจากสิ่งที่ตัวเองชอบและเชื่อมั่น ซึ่งผมก็สนุกกับมันกว่าเดิมเป็นล้านๆเท่า"  สเปนเซอร์ เล่าถึงเหตุผลที่แชนแนลยูทูบของเขาเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว จนรู้ตัวอีกทีถึงตอนนี้ก็เฉียด 2 ล้านคนเข้าให้แล้ว นอกจากนี้ยังรวมถึงผู้ติดตามผ่านทวิตเตอร์อีกกว่า 6 แสนคน และบนอินสตาแกรมอีก 3.5 แสนคนอีกด้วย

นี่อาจจะเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเขาถึงไม่ลงทุนดึงตัวนักเตะที่เก่ง (กว่าระดับนอกลีก) มาร่วมทีม แม้ว่าการทำแบบนั้นจะเป็นเหมือนการขึ้นทางด่วนและทำให้ทีมไปถึงจุดที่ต้องการได้ไว แต่ สเปนเซอร์ มองว่าเรื่องราวระหว่างทางต่างหากที่จะขายได้ และน่าจะทำได้เงินได้ดีกว่าความเก่งกาจด้วยซ้ำไป

ชื่อเสียงที่มาจากการเป็นยูทูบเบอร์ของเขาทำให้เขาได้รับการว่าจ้างให้ดูแลโซเชี่ยลมีเดียของนักเตะดังอย่าง แว็งซ็องต์ กอมปานี นอกจากนี้ยังทำงานร่วมกับเพจเฟซบุ๊คเกี่ยวกับฟุตบอลอย่าง COPA90

แซม บราวน์ ทีมมาเก็ตติ้งของ Goal.com ยอมรับถึงเซ้นส์ด้านการผลิตงานคอนเท้นท์อันเยี่ยมยุทธของ สเปนเซอร์ และมองว่าสิ่งใดก็ตามที่ สเปนเซอร์ ทำมักจะมีค่ามากพอที่จะดึงเอาผู้สนับสนุนแบรนด์ต่างๆนำเงินมากองให้

"การเป็นสปอนเซอร์ให้กับทีมของสเปนเซอร์ หรือของ Spencer FC. ได้รับผลตอบแทนมากกว่าการเป็นสปอนเซอร์ให้กับสโมสรระดับแชมเปี้นชิพอีกด้วยซ้ำไป"

"โปรไฟล์ของสเปนเซอร์ขายได้บนทุกแพล็ตฟอร์มของโซเชี่ยลมีเดีย เหนือสิ่งอื่นใด คือเขากุมอำนาจในหน้ายูทูบได้ ซึ่งเป็นเส้นทางที่สื่อหลายเจ้ากำลังเเข่งขันเพื่อเเย่งกันในทุกวันนี้"

 

ต้นกำเนิด แฮชแท็ก

"เรื่องมันตั้งนานเเล้วผมอยากที่จะเล่นฟุตบอลในคอมพิวเตอร์ด้วย และฟุตบอลจริงๆด้วย ผมแอบฝันมาตลอดว่าสักวันหนึ่งคงจะมีสโมสรฟุตบอลเป็นของตัวเอง"


Photo : Facebook : Hashtag United FC

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2015 สเปนเซอร์ ในวัย 26 ปี จัดการแข่งขันเกมการกุศลโดยรวมเหล่ายูทูบเบอร์มาเตะฟุตบอลกันภายใต้ชื่อ เดอะ เวมบลี่ย์ คัพ โดยเกมนี้จัดขึ้นเพื่อหาทุนให้กับครอบครัวของเพื่อนสมัยมหาวิทยาลัยของเขาที่เสียชีวิตไป

และเกมนี้เองที่เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด...จนก่อให้เกิดสโมสรที่บ้าคลั่งที่สุดสโมสรหนึ่งที่สารบบฟุตบอลอังกฤษได้รู้จัก

ในเกมการกุศลเพื่อเพื่อนวัยเด็กที่จากไป สเปนเซอร์ เลือกที่จะตัดต่อใส่กราฟฟิกลงในวีดีโอ ที่บันทึกไว้จากเกมๆนั้นอย่างสุดฝีมือก่อนอัพโหลดลงไปในแชนแนลของเขา

การทำเพื่อเพื่อนที่จากไปกลายเป็นการค้นพบเพื่อนเก่าในวัยเด็กที่เรียกว่า "ความฝัน" อีกครั้งของเขา วินาทีนี้เอง สเปนเซอร์ เริ่มรู้สึกเเล้วว่าเขาต้องเอาจริงเอาจังกับเรื่องการสร้างทีมฟุตบอล

หลังจากนั้นไม่นาน “แฮชแท็ก ยูไนเต็ด ฟุตบอล คลับ” ก็ได้ถือกำเนิดขึ้นอย่างเป็นทางการในปี 2016 และแน่นอนว่าพวกเขาต้องเริ่มใหม่ตั้งแต่ต้น เพราะฟุตบอลอังกฤษไม่มีทางลัด หรือการซื้อสโมสร เพื่อสวมสิทธิ์ในภายหลัง ดังนั้นแม้ แฮชแท็ก ยูไนเต็ด จะมีเงินมากมายจากความสำเร็จในวงการอีสปอร์ตส์ แต่พวกเขาต้องเข้าสู่ระบบคัดกรอง และเล่นกันตามกฎกติกาเหมือนกับทุกๆทีมในอังกฤษ


Photo : Facebook : Hashtag United FC

"ตอนผมบอกว่าจะทำสโมสรฟุตบอลจริงๆ คนในวงการเดียวกันกับผมมีแต่คนอุทานออกมาว่า "แกบ้าเเล้วว่ะเพื่อน"”

เพื่อนๆของเขาบอกว่านี่คือการลงทุนที่ได้ไม่คุ้มเสีย เพราะ สเปอนเซอร์ จัดการจ้างทีมมีเดียแบบครบวงจรถึง 10 คนเพื่อทำให้บันทึกการแข่งขันของทีมเขาออกมาให้ดูดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และการจัดจ้างของกลุ่มทีมงานโปรดักชั่นเหล่านี้ ถือว่ามีค่าตัวเเพงกว่านักเตะในสโมสรด้วยซ้ำไป

หลายเสียงบอกว่าเขาควรจะเอาเงินที่จ้างมือตัดต่อและกราฟฟิกเหล่านี้ไปทำภาพยนตร์สักเรื่องคงเป็นอะไรที่น่าจะฉลาดและได้กำไรมากกว่า แต่เรื่องเงินสำหรับสเปนเซอร์ตอนนั้นกลายเป็นเรื่องขี้เล็บ เพราะเมื่อเขาตัดสินใจอะไรเเล้ว เขาจะไม่เปลี่ยนมันแน่นอน

"ไม่ ฉันกำลังจะสร้างบางสิ่งให้เกิดขึ้น ณ ที่แห่งนี้" เขาว่าเอาไว้อย่างหนักแน่น

อันที่จริง สเปนเซอร์ ไม่ได้คิดที่จะทำให้ทีมแฮชแท็กเกิดขึ้นมาเเค่เพื่อความสนุกสนาน เขาเองรู้สึกว่าระยะหลังฟุตบอลมีเรื่องอื้อฉาวเข้ามาเกี่ยวข้องมากเกินไป และที่เห็นชัดที่สุดคือการทุจริตของเหล่าคณะกรรมการฟีฟ่า ที่เลือกกาตาร์ เป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก เช่นเดียวกับที่รัสเซีย ครั้งที่ผ่านมา แม้ว่าจะมีปัญหาเรื่องความรุนแรงและการเหยียดเพศสภาพ ซึ่งเขามองว่ามีตื้นลึกหนาบาง และอยากจะแสดงจุดยืนบางอย่างกับเรื่องนี้  

"ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาผมสูญเสียศรัทธากับฟุตบอลและฟีฟ่าไปก็เยอะ ผมว่าถึงเวลาเเล้ว ที่จะต้องยืนขึ้นและมีส่วนร่วมเกี่ยวกับเรื่องนี้"

เขาพูดถึงสโมสร แฮชแท็ก ของตัวเองว่า มีความคล้ายกับทีมอย่าง เอเอฟซี วิมเบิลดัน และ เอฟซี ยูไนเต็ด ที่เกิดจากการร่วมมือร่วมใจกันของแฟนฟุตบอลท้องถิ่น ที่ไม่พอใจการทำทีมของผู้บริหาร จึงออกมาก่อตั้งสโมสรใหม่เพื่อหวังว่าสักวันหนึ่งพวกเขาจะนำเอาจิตวิญญาณของทีมที่แท้จริงกลับมายังลีกสูงสุดอีกครั้ง

แต่ทีมแฮชแท็กของพวกเขาต้องสู่กับเรื่องของระบบลีกมากมาย ช่วงระยะ 2 ปีแรกที่ก่อตั้งสโมสร (ปี 2016-2017)  ทีมแฮชแท็กไม่มีเกมทางการลงเล่นเลย เกมส่วนใหญ่ของพวกเขาเป็นเกมกระชับมิตร ทั้งเพื่อถ่ายเอาวีดีโอการเเข่งขันเก็บไว้ และอัพโหลดลงบนยูทูบ

โดยทีมที่พวกเขาได้เผชิญหน้าแข่งขันด้วยเป็นทีมของเหล่าเซเลปดาราคนดัง หรืออดีตนักเตะของทีมต่างๆมากมาย อาทิการเจอกับ ทีมสต๊าฟฟ์ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้, การเจอกับทีมของ พอล ดิ๊กคอฟ, แกรม เลอ โซซ์ และ เรย์ พาร์เลอร์  นอกจากนี้พวกเขายังเคยเกือบดึงตัว อเดบาโย่ อคินเฟนวา กองหน้าร่างยักษ์ของวิมเบิลดัน มาร่วมทีมได้อีกด้วย


Photo : Facebook : Hashtag United FC

หลังจากลงเล่นเกมกระชับมิตรหรือแมตช์เฉพาะกิจอยู่นานในที่สุด สมาคมฟุตบอลอังกฤษก็รับพวกเขาเข้าสู่ระบบพีระมิดล่างสุดของลีกจนได้ ด้วยการลงเล่น  Spartan South Midlands League ก่อนจะผ่านเข้ามาถึงลีกระดับท้องถิ่น ณ ปัจจุบันอย่าง Eastern Senior League ซึ่งถือว่าเป็นระดับดิวิชั่น 10 ของประเทศ  

"คุณไม่สามารถเปลี่ยนระบบได้หรอก ระบบก็ทำงานของมันไป และทางเดียวที่เราจะแก้ไขเรื่องนี้ได้ คือเราเองทำทำบางอย่างเองตั้งแต่เริ่มต้น" สเปนเซอร์ กล่าวเอาไว้ในวันที่ก่อตั้ง แฮชแท็ก ยูไนเต็ด และเชื่อมันว่าในช่วงทศวรรษต่อจากนี้ไปสโมสรแห่งนี้อาจจะได้เล่นเคียงข้างกับทีมยักษ์ใหญ่อย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด, เชลซี และ ลิเวอร์พูล  ซึ่งจะจริงหรือไม่นั้น ยังคงเป็นเรื่องที่ต้องค้นหาคำตอบกันต่อไป

 

ทีมไม่ดังแต่หาตังค์เก่ง

การบริหารฟุตบอลจริงๆนั้นไม่ง่าย และสเปนเซอร์ก็ได้รู้ว่าเขาต้องออกแรงหนักเพื่อให้ แฮชแท็ก ยูไนเต็ด เป็นไปตามที่เขาวาดฝันไว้ทั้งหมด

เขาเผยว่าในทีมแฮชแท็กของเขาไม่เคยทำกำไรในเเง่ขจองการเเข่งขันแต่ละนัดเลย หนำซ้ำยังถึงขั้นขาดทุนเละเทะอีกด้วย


Photo : Facebook : Hashtag United FC

เขาแจกแจงว่าแต่ละเกมพวกเขามีค่าใช้จ่ายหลายอย่าง อาทิ เช่าสนามกีฬา Coles Park Stadium  ที่มีความจุ 2,500 คน จ้างตากล้องเกาะติดขอบสนาม 6 คน, จ้างรถทัวร์ขนส่งนักเตะในทีม เป็นต้น จากรายจ่ายเหล่านี้ไม่มีทางเลยที่เงินรางวัลและเงินบำรุงทีมสำหรับสโมสรนอกลีกจะเพียงพอ เพียงแต่ว่าเขารู้จักวิธีหาเงินอีกทาง นั่นคือการหาสปอนเซอร์นั่นเอง

ด้วยความที่เขาเป็นที่รู้จักในโลกอินเตอร์เน็ตจึงทำให้มีแบรนด์ดังๆหลายอย่างเข้ามาช่วยสนับสนุนมากมายทั้ง อัมโบร(Umbro), EE บริษัทเกี่ยวกับเครือข่ายอินเตอร์เน็ต นอกจากนี้ยังมีเกมออนไลน์ฟุตบอลอย่าง Top Eleven อีกด้วย ในช่วงขวบปีแรกของสโมสร


Photo : Facebook : Hashtag United FC

เมื่อยิ่งมีทุนเเล้วทีมโปรดักชั่นของแฮชแท็ก ก็ยิ่งติดปีกเข้าไปอีก คลิปแต่ละคลิปที่ถ่ายทำเเละตัดต่อทำให้ผู้เล่นรากหญ้าเหล่านี้ดูราวกับว่าเป็นซูเปอร์สตาร์อย่าง ลิโอเนล เมสซี่ หรือ คริสเตียโน่ โรนัลโด้  เพราะทุกสัปดาห์จะมีการลงคลิปจังหวะยิงสวยๆ Challenge ต่างๆของผู้เล่นภายในทีม นอกจากนี้ยังการประกวด Hashtag Academy เพื่อเปิดรับสมัครเหล่าผู้เล่นหน้าใหม่เพื่อเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทีม ซึ่งมีผู้ให้เข้าความสนใจเเล้วเข้าสมัครกว่า 2 หมื่นคนเลยทีเดียว รวมทุกคลิปของ แฮชแท็ก นั้นมีคนเข้ามากดดูถึง 500,000,000 (ห้าร้อยล้าน) ครั้ง

ทุกคอนเท้นท์ที่พวกเขานำเสนอลงในแชนเเนลยูทูบได้รับคำตอบรับเป็นอย่างดี  นอกจากนี้การมีชื่อเสียงนอกสนามทำให้ แฮชแท็ก การเป็นทีมที่คู่แข่งในลีกอย่างจะดวลด้วย เพราะแต่ละทีมรู้ว่าเมื่อลงเล่นกับทีมนี้ จะมีคนที่คอยดูอยู่ในแห่งใดแห่งหนึ่งของโลกผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นแสนๆคน

"มีแต่ทีมที่อยากจะชนะเรา เรากลายเป็นทีมที่น่าเอาชนะมากที่สุดในลีก พวกเขารู้ว่าเมื่อลงเล่นกับทีมเราจะมีผู้ชมจำนวนมากดูเกมนี้แบบออนไลน์อยู่" โอเว่นกล่าว


Photo : Facebook : Hashtag United FC

ยิ่งเกมการเเข่งขันสนุก และแตกต่างฟุตบอลทั่วไปเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้ชื่อของ แฮชแท็ก กลายเป็นจุดสนใจของคอบอลออนไลน์มากขึ้นเท่านั้น และสิ่งที่เติบโตขึ้นเป็นเงาตามตัว คือ พวกเขายิ่งทำเงินจากการขายคอนเท้นท์ได้ แม้ว่าผลการแข่งขันอาจจะไม่ชนะเสมอไปก็ตาม

"เราเป็นธุรกิจเกี่ยวกับการขายคอนเท้นท์อย่างแน่นอนไม่ต้องสงสัยเลย แต่ถึงอย่างงั้นเรื่องของการคว้าชัยชนะ และคว้าแชมป์ยังคงเป็นสิ่งที่เราต้องการ เพียงแต่ว่าเรามีหน้าที่ต้องรับผิดชอบแยกออกมาอีกส่วน ซึ่งไม่มีสโมสรใดๆจะเหมือนเรา"

ในปี 2017 ถึงปี 2018 พวกเขามีแต่จะก้าวหน้าขึ้นมากเรื่อยๆเริ่มจากการจับมือกับพาร์ทเนอร์อย่างเกมฟุตบอลดัง Football Manager รวมถึง เว็บพนันที่พร้อมจ่ายเงินก้อนโตให้กับพวกเขาอย่าง 188bet


Photo : Facebook : Hashtag United FC

การขายที่แปลกแตกต่างจากทีมทั่วไปเหล่านี้ทำให้ แฮชแท็ก ยูไนเต็ด สวนกระแสหลัก เพราะในปัจจุบันจำนวนผู้ชมถ่ายทอดทดฟุตบอลพรีเมียร์ลีกของ Sky Sport ลดลงถึง 11% และถ้าเทียบกับจำนวนคนดูในปี 2010 ก็ลดลงถึง 25%  เลยทีเดียว ทว่าเหล่าผู้ชมของแฮชแท็กต่อ 1 เกม มีจำนวนมากกว่าครึ่งล้านต่อ 1 คลิป และยังมีแววจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆอีกด้วย

ถ้าคุณอยากจะดูเกมฟุตบอลระดับคุณภาพเเล้วล่ะก็ แนะนำว่าอย่ามาดู แฮชแท็ก ยูไนเต็ด

"สิ่งที่เราทำคือการเล่าเรื่องราวจริงๆของฟุตบอลที่ผู้คนสนใจ คนดูจะได้เห็นนักเตะที่ใกล้เคียงกับพวกเขา สู้บนเส้นทางการเป็นนักฟุตบอล มากกว่านักเตะของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หรือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้"

"ในแง่ของแบรนด์และการสนับสนุนจากแฟนบอล มันไม่จำเป็นเสมอไปหรอกที่เราจะต้องไปเล่นในลีกสูงสุด แต่ผมก็ยอมรับว่ามันเป็นสิ่งที่ผมอยากจะทำ ผมอยากจะเป็นเจ้าของสโมสรฟุตบอลที่เล่นในลีกระดับสูงให้ได้ “

แม้จะดูเหมือนทำเล่นๆ แต่ที่สุดเเล้ว สเปนเซอร์ ก็ตบซ้าย ตบขวาจนแฮชแท็ก ยูไนเต็ด ของเขาเริ่มเข้าที่เข้าทางมากขึ้น …. อย่างน้อยๆตอนนี้พวกเขาก็ไม่ใช่ผีไม่มีศาล ที่เตะกระชับมิตรไปวันๆเเล้ว

เส้นทางของการขายสื่อนั้น สเปนเซอร์ คงไม่มีอะไรต้องพิสูจน์อีกเเล้วเพราะเขาอ่านมันทั้งหมดจนทะลุปรุโปร่ง  


Photo : Facebook : Hashtag United FC

บทเรียนต่อไปที่เขาจะต้องเรียนรู้คือทำอย่างไรให้ทีมของเขาเชี่ยวชาญยามลงเล่นในสนามจริงด้วย    ถ้าเขาตีโจทย์แตกหมดทั้ง 2 ด้านรับรองได้ว่า แฮชแท็ก ยูไนเต็ด ได้มาอาละวาดในเร็ววันนี้แน่ …. อย่างน้อยๆก็การเจอกับทีมยักษ์ใหญ่ในถ้วยเอฟเอ คัพ ก็ถือว่าเป็นความบ้าที่โคตรจะประสบความสำเร็จเเล้วล่ะน่า  

 

แหล่งอ้างอิง :

https://www.mirror.co.uk/sport/football/news/hashtag-utd-201819-fixtures-revealed-12697065
https://www.thedrum.com/news/2017/04/15/why-top-eleven-chose-shirt-sponsorship-with-spencer-fcs-youtube-team-hashtag-united
https://www.thedrum.com/news/2016/11/29/spencer-fc-s-manager-youtuber-nets-brands-better-value-money-championship-clubs
https://www.redbull.com/gb-en/spencer-fc-interview-about-youtube-and-esports



ชื่นชอบบทความนี้ของ : เจษฎา บุญประสม ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง