Stories

อเล็กซ์ อัลบอน : ว่าที่นักแข่ง F1 คนที่ 2 ของไทย



วงการมอเตอร์สปอร์ตของไทยเริ่มเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ในปัจจุบัน กับการมีสนามแข่งขันระดับโลกอย่าง ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ที่จังหวัดบุรีรัมย์ ตลอดจนการเป็นเจ้าภาพการแข่งขันระดับนานาชาติที่มีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง


 

ทว่าหากนับเฉพาะในส่วนของนักแข่งกลับพบว่า นับตั้งแต่ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพีรพงศ์ภาณุเดช ที่ทรงลงแข่งขันฟอร์มูล่า 1 ในช่วงทศวรรษ 1950 เรายังไม่เคยมีนักแข่งคนใดที่ได้ลงแข่งในเวทีระดับสุดยอดของโลกอีกเลย ไม่ว่าจะเป็นในโลก 4 ล้ออย่างรถสูตรหนึ่ง หรือ 2 ล้ออย่าง โมโตจีพี

จนกระทั่งตอนนี้ ที่เด็กหนุ่มวัย 22 นาม อเล็กซ์ อัลบอน กำลังเข้าใกล้การเป็นนักแข่ง F1 คนต่อไปของไทยยิ่งกว่าใครๆ

 

สายเลือดนักซิ่ง

เห็นชื่อที่ดูฝรั่งจ๋าเช่นนี้ หลายคนอาจสงสัยว่ามีความเกี่ยวพันกับประเทศไทยในจุดไหน แต่หากเห็นอีกนามสกุลของเจ้าตัวเชื่อว่าน่าจะสิ้นสงสัย เพราะนามสกุล อังศุสิงห์ ของเขานั้นมีที่มาจากคุณแม่ กัญญ์กมล ซึ่งเป็นคนไทยนั่นเอง

และหากจะหาว่าเหตุใดอเล็กซ์ถึงมีฝีมือการซิ่งที่เก่งขนาดนี้ คำว่า ‘มันอยู่ในสายเลือด’ น่าจะตอบคำถามได้ตรงที่สุด เมื่อ ไนเจล คุณพ่อชาวอังกฤษนั้น เคยเป็นนักแข่งรายการ บริติช ทัวริ่งคาร์ แชมเปี้ยนชิพ (BTCC) รวมถึง ปอร์เช่ คาร์เรร่าคัพ เอเชีย มาก่อน

Photo : Facebook : Alex Albon Ansusinha

ซึ่งกรรมพันธุ์คนรักความเร็วของเขาเห็นได้ชัดตั้งแต่ตอนเด็ก เมื่อเจ้าตัวเคยเผยกับสื่อไทยอย่าง ไทยรัฐ และ TrueID ว่า คำแรกที่เขาพูดได้ไม่ใช่ Mom หรือ Dad เหมือนคนอื่นๆ แต่เป็น Ferrari ค่ายม้าลำพองจากอิตาลี ผู้ผลิตซูเปอร์คาร์และสร้างรถสูตร 1 ระดับแชมป์โลก

แถมฝีมือและเส้นทางบนถนนสายความเร็วของเขาถึงตอนนี้ไปไกลกว่าคุณพ่อเสียแล้ว

 

เริ่มต้นเช่นไอดอล

ด้วยความที่คุณพ่อของอเล็กซ์เป็นนักแข่งรถอาชีพมาก่อน ตัวเขาจึงให้การสนับสนุนลูกชายคนโตจาก 5 คนของครอบครัวนี้อย่างสุดกำลัง ด้วยการสร้างสนามแข่งไว้ในสวนหลังบ้านให้อเล็กซ์หัดขับรถโกคาร์ทตั้งแต่อายุเพียง 6 ขวบ

แต่นอกจากจะมีคุณพ่อเป็นแรงบันดาลใจแล้ว อเล็กซ์ยังมีอีกหนึ่งไอดอลคนสำคัญ ที่คุณแม่มักต้องเรียกเขาด้วยชื่อของชายผู้นี้อยู่บ่อยครั้งเวลาที่ต้องการให้เชื่อฟังคำสอน นั่นคือ มิชาเอล ชูมัคเกอร์ ตำนานวงการรถสูตรหนึ่ง ผู้คว้าแชมป์โลกมากที่สุดถึง 7 สมัยนั่นเอง


Photo : Facebook : Michael Schumacher

และจุดเริ่มต้นบทเส้นทางสายนักแข่งของอเล็กซ์ก็ไม่ต่างจากไอดอลอย่างชูมี่ เมื่อเขาเริ่มลงแข่งรถโกคาร์ทเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2005 ด้วยวัยเพียง 8 ขวบ ก่อนจะสร้างชื่อด้วยการคว้าแชมป์ในหลายรายการ ทั้งในอังกฤษที่เป็นบ้านเกิด ทวีปยุโรป รวมถึงระดับโลก โดยจุดสูงสุดของอเล็กซ์กับการแข่งรถโกคาร์ต คือการคว้าแชมป์ยุโรปและแชมป์โลกในคลาส KF3 เมื่อปี 2010 ซึ่งเป็นรุ่นที่ เซบาสเตียน เวทเทล อีกหนึ่งแชมป์โลก F1 และไอดอลของเขาเคยประสบความสำเร็จเมื่อ 9 ปีก่อนหน้า


Photo : Facebook : SebastianVettel

สำหรับเป้าหมายของอเล็กซ์นั้น ถือได้ว่าเด่นชัดมาตั้งแต่แรก เมื่อความฝันของเขาคือ ‘การได้เป็นนักแข่งรถฟอร์มูล่า 1’ และผลงานในการแข่งรถโกคาร์ทก็ได้ต้องตาทีมรถสูตรหนึ่ง ซึ่งมีความผูกพันกับประเทศไทยอย่างลึกซึ้งเข้าอย่างจัง

 

หนึ่งปีที่ตะกุกตะกัก

เดือนเมษายน 2012 ทีม เร้ดบูล เรซซิ่ง หนึ่งในมหาอำนาจแห่งวงการรถสูตรหนึ่งทำให้คนรักความเร็วทั่วประเทศไทยต้องใจสั่นไหว เมื่อประกาศว่าพวกเขาได้เซ็นสัญญา อเล็กซ์ อัลบอน เด็กหนุ่มลูกครึ่ง ไทย-อังกฤษ วัย 16 ปีในขณะนั้น ร่วมโปรแกรมนักแข่งเยาวชนของทีม พร้อมกับการเลื่อนขั้นไปแข่งขันรถล้อเปิดเป็นครั้งแรกในรายการ ฟอร์มูล่า เรโนลต์ 2.0

และด้วยความที่ เร้ดบูล มีสายสัมพันธ์อย่างลึกซึ้งกับแดนสยาม เมื่อเครื่องดื่มชูกำลังยี่ห้อดังรายนี้ มีต้นกำเนิดจากประเทศไทยโดย เฉลียว อยู่วิทยา ในแบรนด์ กระทิงแดง (ซึ่งได้ร่วมมือกับ ดีทริช เมเทสซิทซ์ นักธุรกิจชาวออสเตรียในการนำ เร้ดบูล สู่ตลาดโลก) ความฝันที่จะได้เห็นนักแข่งรถสูตรหนึ่งสายเลือดไทยที่ห่างหายไปกว่าครึ่งศตวรรษจึงกลับมาเรืองรองอีกครั้ง


Photo : Facebook : Alex Albon Ansusinha

ทว่าโลกแห่งความจริงนั้นไม่สวยหรูเหมือนภาพที่วาดไว้ เมื่ออเล็กซ์ประสบกับปัญหาในการปรับตัวกับรถแข่งรูปแบบใหม่อย่างหนัก

“การขยับจากรถโกคาร์ทไปแข่งด้วยรถล้อเปิดนั้นถือเป็นก้าวที่ใหญ่มากครับ” เจ้าตัวเผยถึงเรื่องราวในตอนนั้น “ปัญหาสำคัญก็คือ ผมมีเวลาทำความคุ้นเคยกับรถน้อยเกินไป นอกจากนั้น ผมยังเป็นนักแข่งเพียงคนเดียวของทีม ทำให้ไม่มีไกด์คอยแนะนำแนวทางหรือแม้กระทั่งเลียนแบบในสนาม ทุกสิ่งทุกอย่างผมต้องลองผิดลองถูกด้วยตัวเองทั้งหมด”

การปรับตัวอันยากลำบากนี้ จึงไม่แปลกที่แม้แต่ตัวอเล็กซ์เองยังต้องยอมรับว่า ปี 2012 คือปีที่แย่ที่สุดในชีวิตการเป็นนักแข่ง เมื่อเขาไม่สามารถเก็บได้แม้แต่เพียงคะแนนเดียวในการแข่งขัน ฟอร์มูล่า เรโนลต์ 2.0 ยูโรคัพ กับทีม เอพิค เรซซิ่ง


Photo : Facebook : Alex Albon Ansusinha

และแม้จะมีสัญชาติเดียวกับนายทุนผู้ให้การสนับสนุน แต่ที่สุดแล้วผลงานในสนามก็เป็นเครื่องชี้วัดทุกอย่าง นั่นทำให้ช่วงเวลาของอเล็กซ์กับการเป็นนักแข่งเยาวชนของทีมเร้ดบูลนั้นสั้นเพียงปีเดียวเท่านั้น

 

คืนฟอร์มเก่ง

อเล็กซ์เปิดใจถึงตอนที่ต้องออกจากโปรแกรมนักแข่งเยาวชนของทีมเร้ดบูลว่า “รู้สึกแย่เอามากๆ ทว่าเมื่อไม่อาจสร้างผลงานที่ดีได้ การถูกถอดออกจากทีมนั้นก็ถือเป็นเรื่องธรรมดา” แต่กำลังใจและการสนับสนุนจากผู้คนรอบข้าง ก็ทำให้เขามีพลังกลับมาสู้ต่ออีกครั้ง

ปี 2013 เจ้าตัวได้รับโอกาสจากทีม KTR ให้พิสูจน์ตัวเองในการแข่งขันรายการเดิม ซึ่งความผิดพลาดจากปีก่อนได้ทำให้เขามีประสบการณ์มากขึ้น เมื่อเขาสามารถเก็บคะแนนสะสมได้สำเร็จเป็นปีแรก จบฤดูกาลด้วยอันดับ 16 บนตารางคะแนน ก่อนทำผลงานได้ดีขึ้นอีกในปีถัดมา เมื่อเขาสามารถขึ้นโพเดี้ยมได้ถึง 3 ครั้ง และสามารถเก็บคะแนนสะสมได้เกือบทุกเรซที่ลงแข่ง จนคว้าอันดับ 3 ในตารางคะแนนสะสมได้สำเร็จ

ปี 2015 อเล็กซ์ได้รับโอกาสไปลงแข่งในระดับที่สูงกว่า กับรายการ ฟอร์มูล่า 3 ชิงแชมป์ยุโรป ในสังกัดทีม ซิกเนเจอร์ ซึ่งแม้จะประสบกับปัญหาจนไม่จบการแข่งขันอยู่บ้าง แต่ก็ยังทำผลงานได้สม่ำเสมอกับการขึ้นโพเดี้ยม 4 ครั้ง จบฤดูกาลด้วยอันดับ 7

ผลงานดังกล่าวทำให้ทีม ART กรังด์ปรีซ์ ตัดสินใจดึงเขาไปแข่งในรายการ GP3 ปี 2016 ซึ่งถือเป็นปีที่แจ้งเกิดในการแข่งรถล้อเปิดอย่างแท้จริง เมื่อเขาสามารถคว้าชัยชนะได้ถึง 4 เรซ ขึ้นโพเดี้ยมอีก 3 ครั้ง และต่อสู้แย่งตำแหน่งแชมป์ประจำปีกับ ชาร์ลส เลอแคลร์ เพื่อนร่วมทีมชาวโมนาโกซึ่งมีดีกรีเป็นเด็กฝึกทีม เฟอร์รารี่ ได้อย่างสูสี


Photo : Twitter : @GP3_Official

แต่ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในสนามสุดท้าย ซึ่งเขาไม่จบการแข่งขันทั้งสองเรซ ทำให้อเล็กซ์พลาดตำแหน่งแชมป์โลกไปอย่างน่าเสียดาย

 

ก้าวสุดท้ายสู่ F1

โลกความเร็วนั้นจะว่าไปก็ไม่ต่างกับกีฬาชนิดอื่นๆ ที่หลายครั้งนักกีฬาต้องก้าวสู่เส้นทางการแข่งขันตั้งแต่อายุยังน้อย ยิ่งไปกว่านั้น การแข่งขันรถสูตรหนึ่งยังมีโควต้านักแข่งที่จำกัดเพียงราว 20 ที่นั่งต่อฤดูกาล จึงทำให้การแข่งขันเพื่อที่จะก้าวเข้าไปสู่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์นั้นเข้มข้นเป็นอย่างยิ่ง

“ในความคิดของผมการเป็นนักแข่งระดับฟอร์มูล่า 1 คุณต้องเริ่มต้นตั้งแต่อายุยังน้อย ผมไม่ควรใช้เวลาหลายปีกับการแข่งขันระดับเดิม หากทำผลงานได้ดีคุณจะมีเงินสนับสนุนมากพอเพื่อสั่งสมประสบการณ์ ในปีแรกที่คุณเป็นนักขับหน้าใหม่ต้องเรียนรู้ให้มากที่สุด พอเข้าสู่ปีที่ 2 ต้องทำผลงานให้ดีเพื่อก้าวไปสู่อีกขั้น หากทำได้ตามนี้ ผมเชื่อว่าโอกาสจะขับรถ F1 คงอยู่อีกไม่ไกล” นี่คือสิ่งที่อเล็กซ์เปิดใจกับ กรังด์ปรีซ์ อีกสื่อสายรถยนต์ชั้นแนวหน้าของไทย

และจากผลงานอันยอดเยี่ยมระดับรองแชมป์โลกของศึก GP3 ทำให้ทีม ART ตัดสินใจดึงตัวอเล็กซ์ขึ้นมาแข่งกับทีมต่อในการแข่งขัน ฟอร์มูล่า 2 ซึ่งถือเป็นบันไดสายตรงขั้นสุดท้ายก่อนถึงรถสูตรหนึ่ง โดยแม้ฤดูกาล 2017 สำหรับเขาจะถือเป็นช่วงเวลาแห่งการปรับตัว แต่ผลงานของเขาก็ถือว่าไม่เลว ด้วยการเก็บคะแนนได้อย่างต่อเนื่องในช่วงแรก และแม้อาการกระดูกไหปลาร้าหักจากการปั่นจักรยานจะทำให้เขามีผลงานที่ตกไปบ้างในช่วงหลังของฤดูกาล แต่การขึ้นโพเดี้ยมอันดับสอง 2 ครั้ง ก็ทำให้เจ้าตัวจบฤดูกาลในอันดับ 10


Photo : Facebook : Alex Albon Ansusinha

เข้าสู่ฤดูกาล 2018 ซึ่งเป็นปีที่ 2 ในรุ่น F2 แม้ตัวเขาจะต้องเปลี่ยนสังกัดไปอยู่กับทีม DAMS แต่เป้าหมายยังคงเหมือนเดิมตามโร้ดแมปที่วางไว้ คือต้องทำผลงานให้ดีที่สุดเพื่อเข้าใกล้การแข่งรถสูตรหนึ่งให้มากขึ้นไปอีก ซึ่งถึงตอนนี้เจ้าตัวก็ทำได้อย่างที่ตั้งใจ ด้วยการชนะไปแล้ว 3 เรซ ที่ บากู ประเทศอาเซอร์ไบจาน อันเป็นสนามแรกที่เจ้าตัวชนะรุ่นนี้, ซิลเวอร์สโตน ในอังกฤษ ประเทศบ้านเกิดของเขา และล่าสุดที่ประเทศฮังการี ทำให้เจ้าตัวเก็บคะแนนขึ้นมาเป็นอันดับ 3 บนตารางสะสมแล้วในขณะนี้

เมื่อรวมกับผลงานในอดีตบนเส้นทางอาชีพ ทำให้ประตูสู่การได้ขับรถสูตร 1 ของเขาเริ่มเปิดกว้างขึ้นเรื่อยๆ เพราะขอเพียงติด 1 ใน 5 อันดับแรกหลังจบฤดูกาลนี้ อเล็กซ์ก็จะมีแต้มรวมพอสำหรับการขอ Super License หรือใบอนุญาตแข่ง F1 ในทันที โดยตอนนี้เริ่มมีข่าวจากสื่อนอกอย่าง คอร์ริเอเล่ เดลโล่ สปอร์ต ของอิตาลี และ De Limburger ของฮอลแลนด์ ที่รายงานว่า ทีม เร้ดบูล เรซซิ่ง ซึ่งเคยเปิดโอกาสกับการเป็นนักแข่งเยาวชน สนใจที่จะดึงตัวเขากลับไปร่วมงานอีกครั้งในทีม โตโร รอสโซ่ ทีมรองของเร้ดบูลที่ส่งรถลงแข่งในศึก F1 เช่นเดียวกัน

แม้ต้องยอมรับความจริงประการหนึ่งว่า การที่มีผู้สนับสนุนที่มีงบประมาณมหาศาลอยู่เบื้องหลัง ถือเป็นแต้มต่อสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันสำหรับการที่ใครสักคนจะได้เป็นนักแข่งรถสูตรหนึ่ง เมื่องบประมาณการลงทุนของแต่ละทีมในแต่ละปีนั้นมหาศาล แต่ที่สุดแล้ว ผลงานในสนามก็ยังเป็นเครื่องชี้วัดที่สำคัญที่สุดว่านักแข่งแต่ละคนจะอยู่รอดในวงการได้นานแค่ไหน ซึ่งความคงเส้นคงวาในการแข่งขันของอเล็กซ์ น่าจะเป็นบทพิสูจน์ที่ดีว่า เขาสามารถไปรอดบนเส้นทางสายนี้ได้

และเส้นทางที่ผ่านมาของเขา ยังถือเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า หนุ่มวัย 22 คนนี้มีดีพอสำหรับการลงไปต่อสู้การแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกความเร็ว เพราะเป้าหมายของอเล็กซ์นั้นเด่นชัดตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ นั่นคือการได้เป็นนักแข่ง F1 เช่นเดียวกับการพาตัวเองกลับมาสู่เส้นทางที่ควรจะเป็นได้สำเร็จหลังผ่านความผิดหวังมาในอดีต

เชื่อได้ว่าอีกไม่นานนี้ เราคงจะได้ยินชื่อ อเล็กซ์ อัลบอน ในฐานะนักแข่ง F1 สัญชาติไทยคนที่ 2 ต่อจากพระองค์เจ้าพีระฯ อย่างแน่นอน … คำถามก็คือ จะเร็วหรือช้าแค่ไหนเท่านั้นเอง?

 

แหล่งที่มา

https://www.thairath.co.th/content/146819
https://www.grandprix.co.th/อเล็กซ์-อัลบอน/
http://sport.trueid.net/detail/100435
https://www.redbull.com/int-en/introducing-alex-albon
https://www.renaultsport.com/Feature-Alexander-Albon-I-have-to.html
https://iberianmph.com/2018/05/18/follow-me-home/
http://autosprint.corrieredellosport.it/news/formula1/2018/08/04-1639752/formula_1_ancora_vacante_il_posto_di_ricciardo/
https://www.limburger.nl/cnt/dmf20180803_00070087/wat-betekent-de-overstap-van-ricciardo-voor-de-rest-van-het-rijdersveld



ชื่นชอบบทความนี้ของ : เจษฎา บุญประสม ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง