mainstand

Lifestyle

Athleisure : เมื่อชุดโยคะปฎิวัติวงการสปอร์ตแฟชั่นจนมีมูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาท 



โลกของเราไม่เคยหยุดนิ่ง นับวันการเปลี่ยนแปลงยิ่งเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จนทำให้ 'เทรนด์' ซึ่งหมายถึงกระแสของสิ่งต่าง ๆ รอบตัวก็มีการเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ เช่นกัน 

ทั้งเทรนด์เทคโนโลยี, เทรนด์บันเทิง, เทรนด์การศึกษา แต่สิ่งที่เราจะพูดถึงในวันนี้คือเทรนด์แฟชั่น กับการเข้ามาของ Athleisure เทรนด์การแต่งตัวที่ผสานแฟชั่นกับกีฬาเข้าไว้ด้วยกัน และกำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในเวลานี้

What is Athleisure?

Athleisure เกิดจากการนำคำศัพท์สองคำอย่าง Athletic ที่แปลว่าเกี่ยวกับกีฬา และ Leisure ที่แปลว่าสบาย ๆ มารวมกัน ซึ่งถ้าจะอธิบายให้เข้าใจโดยง่าย Athleisure จึงหมายถึง เสื้อผ้าที่ออกแบบมาให้สามารถสวมใส่ได้ทั้งในชีวิตประจำวันและการออกกำลังกาย

จุดเริ่มต้นของเทรนด์ Athleisure เกิดขึ้นช่วงปลายยุค 90’s รอยต่อเข้ายุค 2000’s ที่เมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา ซึ่งเป็นที่ตั้งของ Lululemon บริษัทจำหน่ายอุปกรณ์กีฬา ที่ในภายหลังมีบทบาทอย่างมากต่อการกำเนิดและเจริญเติบโตของเทรนด์นี้

ในยุคนั้นเสื้อผ้ากีฬาและเสื้อผ้าในชีวิตประจำวันยังถูกแยกออกจากกันอย่างชัดเจน เสื้อผ้ากีฬานั้นจะเน้นที่ฟังก์ชั่นการใช้งานเป็นหลัก ออกแบบให้มีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับผู้ใช้ โดยไม่ได้คำนึงถึงเรื่องความสวยงาม Lululemon ซึ่งถือเป็นบริษัทหน้าใหม่ไฟแรงในเวลานั้นมองเห็นช่องว่างทางการตลาดนี้ พวกเขาเกิดความคิดขึ้นมาว่า “จะดีกว่าไหม ถ้าหลังจากที่ผู้หญิงเล่นโยคะเสร็จแล้วสามารถใส่กางเกงโยคะออกไปเดินช็อปปิ้งต่อได้เลยโดยไม่ต้องเสียเวลาเปลี่ยน หรือถ้าพนักงานบริษัทสามารถใส่รองเท้าออกกำลังกายมาเข้าประชุมได้เลยก็คงดี”


Photo : YogaJournal

เมื่อคิดได้ดังนั้น Lululemon จึงผลิตกางเกงโยคะที่ผสมผสานความเป็นแฟชั่นเข้าไปด้วย และออกจำหน่ายในปี 1998 ผลปรากฏว่ามันขายดีเทน้ำเทท่า สร้างรายได้มหาศาลเข้าสู่บริษัท

Lululemon จึงต่อยอดความสำเร็จของตัวเองด้วยการมุ่งเน้นการตีตลาดแฟชั่นกีฬาของผู้หญิง ซึ่งในขณะนั้นแบรนด์ยักษ์ใหญ่เจ้าตลาดอื่นๆ ยังมีความคิดง่ายๆ ว่า “เสื้อผ้าอุปกรณ์กีฬาของผู้หญิงก็แค่ใส่สีชมพูไปเยอะ ๆ แค่นั้นก็พอแล้ว”

เมื่อเข้าสู่ยุค 2000’s ความสำเร็จของ Lululemon เป็นที่ประจักษ์ชัด จนแบรนด์เจ้าตลาดอื่น ๆ เริ่มชายตามามอง และเห็นถึงความเป็นไปได้ของการสร้างกำไรจากการนำแฟชั่นและกีฬามารวมกัน พวกเขาพร้อมใจกระโจนลงมาในตลาดนี้ เห็นได้ชัดจากการที่ adidas ประกาศดึงตัว Stella McCartney และ Yohji Yamamoto ดีไซน์เนอร์ชื่อดังระดับโลกมาร่วมงาน หรือการที่แบรนด์อย่าง Gap, Victoria’s Secret, และ Givenchy มีการจัดประเภทเสื้อผ้าอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้อยู่ในหมวดของ Athleisure อย่างชัดเจนภายในร้านของพวกเขา

หลังจากนั้นคำว่า Athleisure ก็แพร่กระจายไปทั่วโลก และกลายเป็นหนึ่งในเทรนด์การแต่งตัวหลักของโลกแฟชั่น จนมีส่วนแบ่งทางการตลาดมหาศาล

เติบโตสู่หนึ่งในเทรนด์กระแสหลักของโลก

นับจากการถือกำเนิดในช่วงปลายยุค 90’s เทรนด์แฟชั่น Athleisure ก็มีอัตราการเติบโตแบบก้าวกระโดดทุกปี จนถึงปัจจุบันในปี 2019 

ล่าสุด Beyoncé ศิลปินสาวชื่อก้องโลกเพิ่งประกาศร่วมงานกับแบรนด์กีฬาชั้นนำอย่าง adidas และสามารถสร้างกระแสไวรัลในโลกโซเชียลได้อย่างมหาศาล เป็นการตอกย้ำว่านี่คือยุคที่แฟชั่นกับกีฬารวมกันเป็นหนึ่งอย่างสมบูรณ์ นอกจากนั้นผลิตภัณฑ์กีฬาสำหรับผู้ชายที่ขายดีที่สุดในไตรมาสแรกของปี 2019 คือรองเท้ากีฬาที่ผสมผสานแฟชั่นเข้าไปทั้งสิ้น ส่วน Lululemon ผู้บุกเบิกเทรนด์ Athleisure รายแรกก็ยังคงแข็งแกร่ง โดยมียอดสั่งซื้อออนไลน์เพิ่มขึ้นกว่า 130% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 

อย่างไรก็ตาม เพื่อรักษาอัตราการเติบโตนี้ แบรนด์ต่างๆ ก็ต้องพยายามสร้างความสนใจให้กับผลิตภัณฑ์ของตัวเอง เนื่องจากในตอนนี้แทบทุกแบรนด์มีจุดขายอยู่ที่การสวมใส่สบาย เหมาะกับทุกสถานการณ์ พวกเขารู้ดีว่าถ้าไม่เพิ่มจุดขายหรือเอกลักษณ์ให้แบรนด์ตัวเอง สักวันหนึ่งการเจริญเติบโตในสินค้า Athleisure ของแบรนด์อาจถึงทางตัน 

แต่ในขณะที่แบรนด์กีฬาต่าง ๆ กำลังยิ้มร่ากับความสำเร็จอย่างสวยงามของ Athleisure แบรนด์เสื้อผ้าเก่าแก่หลายแบรนด์ก็กำลังกุมขมับกับการโดนเทรนด์ Athleisure แย่งลูกค้าไป หนึ่งในนั้นคือ Levi’s แบรนด์เสื้อผ้ายีนส์เก่าแก่ระดับโลก เนื่องจากความแข็งกระด้างของเสื้อผ้ายีนส์ดูจะเป็นด้านตรงข้ามกับเทรนด์แฟชั่นของโลกปัจจุบันที่เน้นการสวมใส่สบายเป็นหลัก Chip Bergh ผู้บริหารใหญ่ของ Levi’s จึงพยายามแก้ปัญหาด้วยการผลิตกางเกงยีนส์ที่สวมใส่สบายขึ้น เนื้อผ้านิ่มขึ้น ซึ่งก็ได้ผล เพราะหลังจากนั้นเพียงหนึ่งปี ยอดขายของ Levi’s ก็เพิ่มขึ้นถึง 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

อีกหนึ่งตลาดที่ Athleisure กำลังยาตราทัพเข้ายึดครองคือกลุ่มผู้บริโภคที่ไม่เคยสนใจการออกกำลังกายเลย เพียงแต่พวกเขาคิดว่าแฟชั่น Athleisure นั้นสวยงาม สวมใส่สบาย จึงอยากจะหาซื้อมาใส่ในชีวิตประจำวัน ซึ่งผู้บริโภคกลุ่มนี้คือกลุ่มใหญ่ที่สุดของตลาดโลก ถ้าเทรนด์แฟชั่นนี้สามารถยึดครองได้สำเร็จ ในตอนนั้นแฟชั่นกระแสหลักของโลกก็จะกลายเป็น Athleisure ไปโดยปริยาย 

 

Athleisure ในปี 2020

แต่ก่อนที่จะมองไกลไปในอนาคต มาดูกันก่อนดีกว่าว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเทรนด์ Athleisure ในปี 2020 ... อย่างที่เล่าไปว่า Athleisure ยังเป็นเทรนด์ที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในรอบ 8 ปีที่ผ่านมา มูลค่าในตลาดของ Athleisure พุ่งสูงขึ้นกว่า 42% โดยในปี 2018 มีมูลค่าสุทธิอยู่ที่ 2,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และคาดว่าในปี 2020 จะสามารถแตะถึง 3,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ได้อย่างไม่มีปัญหา ฟังดูเป็นอะไรที่หอมหวานสำหรับนักลงทุนหรือแบรนด์ต่าง ๆ ในตลาด แต่เหรียญย่อมมีสองด้านเสมอ

ในตอนนี้มีผู้ค้าจำนวนมาก (อาจจะมากเกินไป) กระโจนเข้าสู่ตลาด Athleisure จนทำให้เกิดการแข่งขันที่เข้มข้น เมื่อมีแบรนด์ที่เจริญเติบโต ก็มีแบรนด์ที่ล้มหายไป มีเพียงผู้แข็งแกร่งและตีโจทย์ตลาดออกเท่านั้นที่จะสามารถยืนหยัดอยู่ในตลาดนี้ได้

และที่น่าเป็นห่วงกว่านั้นคือสถานการณ์ของผู้จำหน่ายรายย่อยที่ในตอนนี้เข้าขั้นวิกฤติสุดๆ เนื่องจากแบรนด์ยักษ์ใหญ่ต่างๆ พยายามจะกินรวบทั้งตลาดไว้ที่พวกเขาเพียงผู้เดียว เห็นได้จากในตอนนี้เราสามารถสั่งซื้อชุดหรืออุปกรณ์กีฬาออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ผู้ผลิตโดยตรงได้แล้ว ดังนั้นในปี 2020 ถึงแม้กว่าจะมีการคาดการณ์ว่าตลาดของ Athleisure จะมีการเติบโตขึ้น 30% แต่ในตอนนั้นอาจจะมีแค่การแข่งขันระหว่างแบรนด์ยักษ์ใหญ่ด้วยกันเท่านั้น โดยไม่มีพื้นที่ว่างให้เหล่าผู้จำหน่ายรายย่อยอีกต่อไป
 


Athleisure เทรนด์ที่เป็นมากกว่าเทรนด์

จากจุดเริ่มต้นเมื่อยี่สิบกว่าปีแล้ว มาถึงวันนี้ Athleisure ยังคงเป็นเทรนด์แฟชั่นที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีส่วนแบ่งการตลาดมากขึ้นเรื่อย ๆ ในแต่ละปี ทำให้ Athleisure ดูแตกต่างจากเทรนด์แฟชั่นทั่ว ๆ ไป เนื่องจากเทรนด์แฟชั่นส่วนใหญ่มีการเกิดขึ้นและตายไปภายในไม่กี่ปี เป็นวัฏจักรที่วนเวียนตามการเปลี่ยนแปลงของกระแสโลก แต่สำหรับ Athleisure ที่สามารถยืนหยัดอย่างมั่นคงมากว่ายี่สิบปีนั้น เพราะมีเหตุผลบางอย่างสนับสนุน

เรื่องแรกคือ นวัตกรรม เพราะ Athleisure แตกต่างจากเทรนด์ทั่วไปตรงที่มันไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่ แบรนด์ผู้ผลิตแต่ละเจ้าต่างพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ ออกมาให้เห็นอยู่ตลอด เช่นการออกแบบให้ระบายอากาศได้ดีขึ้น สวมใส่สบายยิ่งขึ้น ทำให้ Athleisure เป็นเทรนด์ที่ไม่หยุดนิ่ง ผู้ซื้อจึงรู้สึกตื่นเต้นกับสินค้าตัวใหม่อยู่ตลอดเวลา

ประการต่อมา คือนี่คือเทรนด์ที่สอดรับกับไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ เพราะยุคนี้คือยุคที่ผู้คนหันมาใส่ใจสุขภาพตัวเองมากขึ้น ออกกำลังกายมากขึ้น จนฟิตเนสกลายเป็นสถานที่ยอดนิยมหลังเลิกงานไปแล้ว ซึ่งสำหรับคนทั่วไปที่ไม่ใช่นักกีฬาอาชีพ ในการเลือกซื้อเสื้อผ้าหรืออุปกรณ์สำหรับออกกำลังกายนั้น พวกเขาไม่ได้ต้องการสิ่งที่มีประสิทธิภาพสูงสุด แต่พวกเขาต้องการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างแฟชั่นและฟังก์ชั่นการใช้งาน เพราะสำหรับพวกเขาการออกกำลังกายคือส่วนหนึ่งไลฟ์สไตล์ที่อยู่ในรูปภาพบน Facebook หรือ Instagram

Athleisure จึงเป็นเทรนด์ที่มากกว่าเทรนด์ เพราะกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของผู้คนไปแล้ว ทำให้มันสามารถยืนหยัดได้อย่างยาวนาน ไม่หายไปตามกระแสสังคม

สุดท้ายถึงแม้ Athleisure จะเป็นเทรนด์ที่น่าจับตามอง มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ยืนหยัดมาอย่างยาวนาน และดูเหมือนจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตผู้คนไปแล้ว แต่ก็ต้องจับตามองว่าเส้นทางของเทรนด์นี้จะเป็นอย่างไรต่อไป จะสามารถกลายเป็นเทรนด์อมตะที่อยู่คู่กับโลกไปได้ตลอด หรือว่าสุดท้ายจะล้มหายตายจากไปเช่นเดียวกับเทรนด์อื่นๆ

เพราะสุดท้ายต่อให้จะแข็งแกร่งขนาดไหน แต่เทรนด์ยังไงก็คือเทรนด์ ที่สามารถผันแปร จากที่เคยฮิตกลายเป็นเสื่อมความนิยม หรือแม้แต่กลับมาฮิตใหม่ได้เสมอ

 

Source: 

https://trnds.co/2019/02/10-reasons-why-athleisure-wont-stop-in-2019/?fbclid=IwAR1s9eqCDCc_oBRMiqGn0fn_VwvgF-CnzDj5ha-Uty17n-mkp4ndBlKdSAY
https://www.forbes.com/sites/gregpetro/2015/09/16/lululemon-nike-and-the-rise-of-athleisure/#233522c537c8
https://www.forbes.com/sites/chipwilson/2018/04/18/why-the-word-athleisure-is-completely-misunderstood/#249327724697
https://boxfox.co/retail-university/athleisure-market-growing-but-only-strong-will-survive?fbclid=IwAR3m-_jOoJP85vo1mk2dqF1lJIh4v_2ymsNaQGlghfKVvpInX2W1Wzlhtx0
https://www.voguebusiness.com/consumers/the-future-of-athleisure

 



ชื่นชอบบทความนี้ของ : เพรียวพันธ์​ แสน​ลาวัณย์​ ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง