mainstand

Stories

จากคุณปู่วัย 72 ปี : ขุดต้นตอประวัติศาสตร์ ... ฤๅญี่ปุ่นอาจจะเล่นรักบี้ก่อน “ออลแบล็กส์”?



รักบี้ คือกีฬาที่ถูกขนานนามว่า กีฬาลูกผู้ชาย จากรูปแบบการเล่นที่หนักหน่วง อัดเป็นอัด ชนเป็นชน จนเป็นกีฬาที่มีอิทธิพลสูง ในประเทศอังกฤษ ทั้งในแง่ของการแข่งขัน และการศึกษา รวมถึงเป็นต้นแบบของกีฬาอเมริกันฟุตบอล กีฬามหาชนของชาวสหรัฐอเมริกา
 

 

หากถามถึงต้นกำเนิดของกีฬารักบี้ คอกีฬาย่อมนึกถึงประเทศอังกฤษ ชาติต้นกำเนิดของกีฬาหลากหลายชนิด มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ที่กล่าวอ้างว่า ดินแดนผู้ดีคือชนชาติแรก ที่เล่นกีฬารักบี้ และส่งออกกีฬานี้ไปทั่วโลก หนึ่งในนั้นคือนิวซีแลนด์

นิวซีแลนด์ รับกีฬารักบี้ จากประเทศอังกฤษ ในปี ค.ศ. 1870 ผ่านชาร์ลส์ มอนโร นักเรียนหนุ่มที่ไปเรียน ณ แดนผู้ดี ได้นำกีฬาชนิดนี้ มาเผยแพร่ในดินแดนบ้านเกิด ก่อนจะขยายตัวอย่างรวดเร็ว กลายเป็นกีฬายอดนิยม และกลายเป็นแชมป์รักบี้โลก 3 สมัย รวมถึงสร้างชื่อในนาม ออลแบล็คส์ (All Blacks) ที่แปลว่า ดำล้วน ซึ่งมาจากชุดแข่งขัน ที่ใส่เสื้อ, กางเกง, ถุงเท้า สีดำทั้งตัว จนกลายเป็นแบรนด์ ที่แข็งแกร่งที่สุดในกีฬารักบี้ ชนิดที่เรียกว่า ถ้านึกถึงกีฬารักบี้ ทีมแรกที่ผู้คนส่วนใหญ่จะนึกถึง คือทีมออลแบล็คส์

ความโด่งดังของออลแบล็คส์ ทำให้นิวซีแลนด์ถูกมองเป็นชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิค สำหรับกีฬารักบี้ และเป็นชาติแรกที่ก่อตั้งสมาคมกีฬารักบี้ ในภูมิภาคนี้ แต่หลักฐานทางประวัติศาสตร์ ได้เปิดเผยว่า มีชาติหนึ่งในเอเชีย-แปซิฟิค ที่เล่นกีฬารักบี้ ก่อนประเทศนิวซีแลนด์เสียอีก


Photo : Maori News 

ญี่ปุ่น คือประเทศที่เรากล่าวถึง แม้ว่าสมาคมรักบี้ของประเทศ จะถูกก่อตั้งในปี 1926 แต่ความเป็นจริงแล้ว ดินแดนอาทิตย์อุทัย ได้เปิดรับกีฬาชนิดนี้ มาตั้งแต่ช่วงกลางศตวรรษที่ 19 

 

คนบ้าชื่อแกลเบิร์ธ

เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ของกีฬารักบี้ ในประเทศญี่ปุ่น เริ่มต้นจากชายหนุ่มสูงวัยชาวอังกฤษ ไมค์ แกลเบิร์ธ (Mike Galbraith) โปรแกรมเมอร์ผู้หลงไหลในวัฒนธรรมญี่ปุ่น เขาย้ายมาอาศัยบนดินแดนอาทิตย์อุทัย ตั้งแต่ปี 1972 และใช้เวลาว่างในการศึกษา หาข้อมูลทางประวัติศาสตร์ ของประเทศญี่ปุ่น ที่เกี่ยวข้องกับชาติตะวันตก โดยเฉพาะในด้านกีฬา

แรกเริ่มเดิมที แกลเบิร์ธศึกษาเรื่องราว เกี่ยวกับกีฬาเบสบอลในญี่ปุ่น จนกระทั่งเขาไปพบข้อมูลที่น่าสนใจ เกี่ยวกับกีฬารักบี้ในญี่ปุ่น ทำให้เขาเริ่มศึกษาจุดเริ่มต้นที่แท้จริง ของกีฬาชนิดนี้มานับแต่นั้น

หลักฐานดั้งเดิมบอกว่า กีฬารักบี้ถูกนำเข้ามาที่ประเทศญี่ปุ่น ในปี 1899 โดยสองนักเรียนจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ (Cambridge University) อย่าง เอ็ดเวิร์ด คลาร์ก (Edward Clarke) และ กินโนะสึเกะ ทานากะ (Ginnosuke Tanaka)

อย่างไรก็ตาม แกลเบิร์ธได้พบเจอหลักฐานชิ้นหนึ่ง ที่บอกว่าสโมสรรักบี้แห่งแรกในประเทศญี่ปุ่น ถูกก่อตั้งขึ้นที่ท่าเรือของเมืองโยโกฮามา (Yokohama) ตั้งแต่ปี 1866 ในชื่อ “โยโกฮามา ฟุตบอล คลับ”

การพบเจอหลักฐานชิ้นนี้ เท่ากับว่า ญี่ปุ่นจะกลายเป็นชาติแรก ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค ที่เล่นกีฬารักบี้ ก่อนตำนานออลแบล็คส์ ของประเทศนิวซีแลนด์จะเริ่มต้น

จากสิ่งที่ค้นพบ เขาติดต่อไปที่สมาคมรักบี้ของประเทศญี่ปุ่น เพื่อให้ทางสมาคมช่วยสืบหา ต้นตอของหลักฐานให้ชัดเจน แต่กลับถูกปฏิเสธอย่างไม่ใยดี

“พวกเขาไม่สนใจสิ่งที่ผมบอก แถมยังยืนยันชัดเจนว่า กีฬารักบี้เริ่มต้นในประเทศญี่ปุ่น ในปี 1899” ชายวัย 72 ปี ให้สัมภาษณ์กับ BBC

แกลเบิร์ธ เหมือนถูกตบหน้าเข้าอย่างจัง การถูกปฏิเสธข้อเท็จจริงโดยสมาคมรักบี้ญี่ปุ่น ทำให้เขาตัดสินใจที่จะตามล่าหาความจริงของเรื่องราวทั้งหมด เพื่อยืนยันว่าความเชื่อของเขาถูกต้อง แม้ต้องใช้เวลาหลังจากนั้น เป็น 10 ปีก็ตาม

 

1863 ไม่ใช่ 1899

การหาข้อมูลทางประวัติศาสตร์ ไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะด้านกีฬา ซึ่งยากกว่าการหาข้อมูลทางการเมือง หรือการค้า ข้อมูลการก่อตั้งสโมสร โยโกฮามา ฟุตบอล คลับ คือหลักฐานเดียวที่แกลเบิร์ธมี 


Phoro : Keio University

เขาสืบหาต้นตอของกีฬารักบี้ จากคำว่า “โยโกฮามา” กับบทบาทเมืองท่าค้าขายสำคัญ ของประเทศญี่ปุ่น ในช่วงเวลาศตวรรษที่ 19 ช่วงเดียวกับที่แกลเบิร์ธ พบหลักฐานว่ารักบี้ เริ่มต้นเล่นญี่ปุ่น ซึ่งทำให้เขาพบกับเรื่องราวของนายทหารเรือ จากประเทศอังกฤษ ที่เป็นหลักฐานได้ว่า กีฬารักบี้เริ่มเล่นบนดินแดนแห่งนี้ ก่อนปี 1899

แฮร์รี รอว์สัน (Harry Rawson) คือบุคคลที่แกลเบิร์ธค้นพบ เขาเจอหลักฐานชิ้นนี้ ผ่านการบันทึกของหนังสือพิมพ์ ที่บ่งบอกว่า การเล่นรักบี้เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่ปี 1863 ระหว่างหมู่นายทหารเรือชาวอังกฤษ ก่อนที่จะมีสโมสรรักบี้ โยโกฮามา ฟุตบอล คลับ เสียอีก เพียงแต่ที่คนไม่เคยค้นพบข้อมูลนี้ เพราะในตอนนั้น กีฬารักบี้ที่เล่นกัน ถูกเรียกว่า “คริกเก็ต” ไม่ใช่ “รักบี้” 

แม้ในบันทึก จะเรียกกีฬารักบี้ที่เล่นกันในตอนนั้นว่า คริกเก็ต แต่การบรรยายถึงกีฬาคริกเก็ตในช่วงเวลานั้น ได้เขียนวิธีเล่นไว้ว่า

“รับลูกบอล แล้ววิ่งทะลุผ่านคู่ต่อสู้ให้สวยงาม หลังจากนั้นเตะลูกบอลให้สูง แล้วถือว่าได้ประตู


Photo : Japantimes

กติกาของกีฬาคริกเก็ต ที่ถูกบันทึกไว้ มีความคล้ายคลึงไม่น้อยกับกีฬารักบี้ในปัจจุบัน เขาจึงเชื่อว่ากีฬาที่นายทหารเรือแฮร์รี รอว์สัน นำเข้ามาเล่นในญี่ปุ่น คือรักบี้อย่างแน่นอน ไม่ใช่คริกเก็ตแบบที่บันทึกเอาไว้

นอกจากนี้ เขายังค้นพบหลักฐานว่าในปี 1869 มีการเล่นกีฬารักบี้ ที่เมืองโอซากา เมืองท่าอีกหนึ่งเมืองของประเทศญี่ปุ่น และค้นพบภาพสเก็ตช์ การเล่นรักบี้ระหว่างชาวอังกฤษ และสก็อตแลนด์ ที่ถูกตีพิมพ์ผ่านสื่อหนังสือ ในเมืองโยโกฮามา ซึ่งเขียนโดยชาวอังกฤษ เมื่อปี 1874

อันที่จริงแล้ว แกลเบิร์ธ มีข้อมูลบางอย่างที่บ่งบอกว่า กีฬารักบี้อาจเริ่มเล่นในประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่ปี 1861 เพียงแต่เขายังไม่สามารถหาหลักฐาน ที่น่าเชื่อถือได้เพียงพอ

อย่างไรก็ตาม เท่านี้ถือว่าเป็นหลักฐานเพียงพอ ที่จะบอกได้ว่า รักบี้ในประเทศญี่ปุ่น ก่อนปี 1899 และก่อนประเทศนิวซีแลนด์ จะเริ่มเล่น

 

จากอดีตสู่อนาคต

“เหมือนกับผมต้องอดทน อยู่กับเรื่องนี้มายาวนานนับ 10 ปี ตอนนี้ได้เวลาที่ผมจะเดินหน้าออกจากมันแล้ว” ไมค์ แกลเบิร์ธ เผยความรู้สึก หลังเปลี่ยนตัวเองมาเป็นนักประวัติศาสตร์ สืบหาต้นตอของกีฬารักบี้ในญี่ปุ่น


Photo : BBC

กีฬารักบี้ อาจไม่ใช่กีฬายอดนิยมของชาวญี่ปุ่น เท่ากับฟุตบอล หรือเบสบอล ถึงจะเคยไปร่วมแข่งขันรักบี้ชิงแชมป์โลก ในทุกการแข่งขัน แต่ก็ไม่เคยผ่านรอบแรกแม้แต่ครั้งเดียว

กระทั่งในปี 2019 ที่ดินแดนอาทิตย์อุทัย เป็นเจ้าภาพการแข่งขันรักบี้ชิงแชมป์โลก ทีมชาติญี่ปุ่นเก็บชัยชนะ 3 นัดรวด กุมความได้เปรียบที่จะผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

การเล่นในบ้าน อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผลงาน ของทัพนักรบซากุระ (ฉายาของทีมรักบี้ญี่ปุ่น) ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม แต่เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ที่เปลี่ยนแปลงไป อาจสร้างความฮึกเหิม ให้ทัพรักบี้ทีมชาติญี่ปุ่นด้วยเช่นกัน

ประวัติศาสตร์ถูกเขียนขึ้นใหม่อีกครั้ง สมาคมรักบี้ของประเทศญี่ปุ่น ให้การยอมรับข้อมูลของแกลเบิร์ธ พร้อมกับประกาศให้เมืองโยโกฮามา เป็นสถานที่ซึ่งให้กำเนิดกีฬารักบี้ อย่างเป็นทางการ ในปี 1866 กลายเป็นชาติแรกในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิค ที่เล่นกีฬาชนิดนี้...โดยการประกาศเกิดขึ้น ในวันที่ 20 กันยายน 2019 ซึ่งเป็นวันเดียวกับการเปิดสนามแข่งขัน รักบี้ชิงแชมป์โลก 2019 ในวันนั้นทีมชาติญี่ปุ่น เปิดสนามด้วยการเอาชนะทีมชาติรัสเซีย 30 ต่อ 10 จุด

นอกจากนี้ ทางสมาคมยังร่วมมือกับ ไมค์ แกลเบิร์ธ จัดทำเอกสารจำนวน 100,000 ฉบับ แจกจ่ายไปทั่วเมืองโยโกฮามา เพื่อประชาสัมพันธ์เรื่องราวนี้ให้คนในเมืองรับรู้ เพื่อให้พวกเขาภูมิใจว่า เมืองแห่งนี้คือสถานที่ต้นกำเนิด ของกีฬารักบี้ในญี่ปุ่น

ประวัติศาสตร์ที่เปลี่ยนไป อาจส่งให้ผลงานของทัพรักบี้ญี่ปุ่น ออกมายอดเยี่ยมมากกว่า การแข่งขันครั้งไหน เพราะชาวญี่ปุ่นสามารถภูมิใจได้ว่า กีฬารักบี้ถือเป็นกีฬาที่อยู่คู่บ้านคู่เมือง ไม่ต่างอะไรกับประเทศอังกฤษ,สกอตแลนด์, เวลส์, แอฟริกาใต้, ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ชาติที่ครองความเป็นหนึ่ง ของวงการรักบี้อยู่ในปัจจุบัน

ปัจจุบันทางสมาคมรักบี้ญี่ปุ่น ได้พยายามปลุกกระแสกีฬารักบี้ ให้ได้รับความนิยมมากขึ้น ภายในประเทศ เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่เปลี่ยนไป สามารถช่วยดึงดูดความสนใจได้ และหากผลงานจากการแข่งขันรักบี้ชิงแชมป์โลก ออกมาได้ดีอย่างที่หวังไว้ คาดว่าชาวญี่ปุ่นจะหันมาให้ความสนใจ กับกีฬาชนิดนี้มากขึ้น

ไม่แน่ว่า ในอนาคตอันใกล้ เราอาจได้เห็นตำนานบทใหม่ ของรักบี้ญี่ปุ่น ในฐานะคู่แข่งความเป็นใหญ่ กับทัพ “ออลแบล็คส์” ของประเทศนิวซีแลนด์...เพราะดินแดนแห่งนี้ คือสถานที่แรก ที่เล่นกีฬารักบี้ ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิค ญี่ปุ่นอาจเป็นยักษ์ใหญ่ที่กำลังหลับไหล ของวงการรักบี้ รอให้ใครสักคน ปลุกพวกเขาลุกขึ้นมาเขย่าบัลลังค์กีฬาชนิดนี้

เหมือนอย่างที่ ไมค์ แกลเบิร์ธ ปลุกประวัติศาสตร์ และความภาคภูมิใจ ของกีฬารักบี้ ให้กับชาวญี่ปุ่น

 

แหล่งอ้างอิง

https://www.bbc.com/sport/rugby-union/49878877
https://galbraith.press/marlboroughcollegealumnisportinjapan/
https://www.japantimes.co.jp/life/2014/03/15/lifestyle/1866-and-all-that-the-untold-early-history-of-rugby-in-japan/
https://galbraith.press/remarkable-contemporary-1864-reference-to-footballrugby-in-japan-found-in-british-medical-journal-2/



ชื่นชอบบทความนี้ของ : ณัฐนนท์ จันทร์ขวาง ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง