mainstand

Stories

เจ้าชายผ้าเช็ดหน้า VS เอซสุดแกร่ง : การดวลในตำนานของสองนักเบสบอลที่เก่งที่สุดในโคชิเอ็ง



เบสบอลมัธยมปลายชิงแชมป์แห่งชาติฤดูร้อน หรือที่รู้จักกันในชื่อ “โคชิเอ็ง” ถือเป็นการแข่งขันที่ศักดิ์สิทธิ์ และเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ที่ยาวนานของญี่ปุ่น จึงทำให้มีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้นที่นี่


 

หนึ่งในนั้นคือการดวลกันระหว่าง ยูกิ ไซโต และ มาซาฮิโร ทานากะ สองนักเบสบอลมัธยมปลายที่เก่งที่สุดในยุคนั้น ที่โรงเรียนของพวกเขาต้องแข่งกันถึง 24 อินนิ่ง (ปกติ 9 อินนิ่ง) กว่าจะได้ผู้ชนะเลิศ

มันคือเกมระดับตำนานของทัวร์นาเมนต์ ที่ถูกเลือกเป็นหนึ่งใน 3 เกมที่ดีที่สุดในรอบ 100 ปีของโคชิเอ็ง จากการโหวตของคนทั่วประเทศเมื่อปี 2018 

เกิดอะไรขึ้นในวันนั้น ติดตามเรื่องราวไปพร้อมกับ Main Stand 

 

ชีวิตคู่ขนานของสองดาวรุ่ง 

ยูกิ ไซโต และ มาซาฮิโร ทานากะ ดูเหมือนจะเป็นนักเบสบอลที่ถูกลิขิตมาให้เป็นคู่แข่งกัน เพราะนอกจากจะเล่นตำแหน่งพิชเชอร์ เหมือนกันแล้ว เส้นทางชีวิตของพวกเขายังคล้ายคลึงกันอีกด้วย 


Photo : www.jiji.com

สำหรับ ไซโต เขาเกิดที่จังหวัดกุมมะ เมืองที่ขึ้นชื่อด้านบ่อน้ำพุร้อน ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงโตเกียว เขาเริ่มเล่นเบสบอลตอนอยู่ชั้น ป.1 โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากพี่ชาย ที่เป็นกัปตันโรงเรียนมัธยมปลายคิริว และเคยพาทีมผ่านเข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศในการชิงแชมป์ระดับจังหวัด 

ในปี 2002 เขาได้มีโอกาสได้ชมการแข่งขันโคชิเอ็งด้วยสายตาตัวเองเป็นครั้งแรก หลังตามไปเชียร์โรงเรียนพานิชย์คิริว แชมป์จังหวัดกุมมะ ที่ได้เป็นตัวแทนเข้าไปเล่นในปีดังกล่าว ด้วยบรรยากาศที่น่าตื่นเต้น การทุ่มเทอย่างเต็มกำลังของนักกีฬาที่ได้สัมผัสในสนาม ทำให้หัวใจเขาเต้นแรง และนั่นก็ทำให้เขาตั้งเป้าว่าจะมาเล่น “ที่นี่” ให้ได้สักครั้งในชีวิต 

ในตอนแรก ไซโต ตั้งใจว่าจะเลือกเรียนต่อมัธยมปลายที่โรงเรียนคิริว เหมือนกับพี่ชาย และเขาเองก็มีฝีมือไม่ธรรมดา เมื่อเคยติด “เบสต์ 8” ระดับภูมิภาคตอน ม.3 ทว่าตอนนั้นเขามีฝันที่ใหญ่กว่านั้น จึงได้ตัดสินใจเข้าเรียนที่โรงเรียนวาเซดะ จิตสึเงียว ในกรุงโตเกียว ที่มีชื่อเสียงด้านเบสบอลมากกว่าแทน

ในขณะที่ ทานากะ เขาเกิดที่จังหวัดเฮียวโงะ จังหวัดที่เป็นที่ตั้งของสนามโคชิเอ็ง เขาเองก็เริ่มเล่นเบสบอล ตอนอยู่ชั้นประถม 1 เหมือนกัน แต่สิ่งที่ต่างออกไปจากไซโตคือเขาเริ่มเล่นจากตำแหน่งแคชเชอร์ แต่ก็มีชื่อเสียงในฐานะแบตเตอร์ที่มีแรงแขนที่ทรงพลัง 

“ญาติของผมชอบดูการแข่งขันเบสบอลทางโทรทัศน์ ผมเลยได้ดูเบสบอลมาเยอะ และนั่นก็ทำให้ผมรู้ว่าผมชอบกีฬาชนิดนี้จริงๆ” ทานากะ กล่าวกับ Linkedin 

ด้วยกำลังแขนที่ล้นเหลือ ทำให้เขาเริ่มเปลี่ยนมาเล่นพิชเชอร์ตอนอยู่ ม.ต้น แถมยังทำได้ดีเสียด้วย เมื่อตำแหน่งใหม่นี้ ทำให้เขาได้รับเลือกติดทีมยอดเยี่ยมระดับภูมิภาคตอนอยู่ชั้น ม.3 

พอขึ้นชั้น ม.ปลาย ด้วยความที่เป็นคนที่มุ่งมั่นกับการเป็นนักเบสบอลอยู่แล้ว เขาจึงตั้งใจเลือกเรียนโรงเรียนที่เน้นในกีฬาชนิดนี้ หลังจากปรึกษากับโค้ชของทีมตอน ม.ต้น โค้ชก็ได้แนะนำโรงเรียนโทมาโคมาอิ ซึ่งอยู่ไกลถึงเกาะฮอกไกโด แต่นั่นก็ทำให้เขารู้ว่า นี่แหละคือที่ของเขา 


Photo : number.bunshun.jp

“ระยะทางจากบ้านผมถึงโรงเรียน ม.ปลายใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมงโดยเครื่องบิน ผมต้องไกลจากที่ครอบครัวอยู่ แต่ผมอยากไปเรียน ม.ปลายที่นั่นเพราะผมว่าผมจะกลายเป็นนักเบสบอลที่ดีขึ้นหากได้เล่นที่ตรงนั้น” ทานากะย้อนความหลัง

“แม้ว่าผมจะอายุยังน้อย แต่ผมก็คิดถึงสถานที่ที่ผมสามารถทำให้ทักษะของตัวเองดีขึ้นในฐานะนักเบสบอล และตอนที่ผมเห็นสภาพแวดล้อมที่โทมาโคมาอิ ผมก็รู้ว่ามันคือที่ที่ดีที่สุดสำหรับผม นั่นคือเหตุผลว่าทำไมผมจึงตัดสินใจไปที่นั่น” 

และมันก็กลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เส้นทางของพวกเขามาบรรจบกัน 

 

เหตุเกิดที่โคชิเอ็ง 

โคชิเอ็ง คือการแข่งขันเบสบอลสมัครเล่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น กว่า 3,000 โรงเรียนที่เข้าร่วม พวกเขาจะคัดเอาทีมที่ดีที่สุดของแต่ละจังหวัด (ฮอกไกโดและโตเกียวจังหวัดละ 2 ทีม) ให้เหลือ 49 ทีมผ่านเข้ามาเล่นในรอบสุดท้าย


Photo : sqeries.wordpress.com

ทำให้แต่ละปี ทุกทีมต่างหวังที่จะคว้าแชมป์ในระดับจังหวัด เพื่อผ่านเข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายให้ได้ เช่นเดียวกับ วาเซดะ จิตสึเงียวของไซโต และโทมาโคมาอิ ของ ทานากะ  

อย่างไรก็ดี ดูเหมือนว่าตอนมัธยมปลาย ชีวิตของ ทานากะ จะนำหน้า ไซโต อยู่หนึ่งก้าว เขาอยู่ในทีมชุดคว้าแชมป์โคชิเอ็งสมัยแรกของโทมาโคมาอิในปี 2004 ตั้งแต่ตอน ม.4 ก่อนจะขึ้นมาเป็นพิชเชอร์ตัวจริงของทีมตอน ม.5 และพาทีมคว้าแชมป์เป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกันในปีถัดมา 

“โทมาโคมาอิ ประสบความสำเร็จอยู่แล้วก่อนผมไปอยู่ที่นั่น ด้วยเหตุผลนั้นทำให้มีแรงกดดันมหาศาลต่อตัวเองที่จะช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ต่อไป” ทานากะกล่าวกับ Linkedin 

ในขณะที่ไซโต แม้ว่าเขาจะก้าวขึ้นมาเป็นพิชเชอร์ตัวจริงของ วาเซดะ จิตสึเงียว ตอนอยู่ ม.5 เหมือนกัน แต่โรงเรียนของเขาไม่สามารถผ่านเข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายได้ในปีนั้น ก่อนจะมาแก้ตัวสำเร็จในปี 2006 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายในชีวิต ม.ปลายของไซโต 

ทำให้ไซโตมุ่งมั่นอย่างมากกับโคชิเอ็งในครั้งนี้ เขาอยากจะคว้าแชมป์ แม้ว่าความสำเร็จหนึ่งเดียวของโรงเรียนก่อนหน้านี้ คือแชมป์ฤดูใบไม้ผลิ ในปี1957 ภายใต้การนำทีมของ ซาดะฮารุ โอ เจ้าของฉายา “รันคิง” ในตำนาน และเคยเข้าชิงในรายการนี้เพียงแค่ครั้งเดียวในปี 1980 และทำได้เพียงตำแหน่งรองแชมป์ในครั้งนั้นก็ตาม 

อุปสรรคสำคัญของไซโต และโรงเรียนวาเซดะ จึงเป็นโรงเรียนโทมาโคมาอิ ของ ทานากะ ตัวแทนจากฮอกไกโด แชมป์เก่าที่กำลังตั้งเป้าคว้าแชมป์ 3 สมัยติดต่อกัน ซึ่งถ้าหากทำได้จะกลายเป็นโรงเรียนแรกในรอบ 73 ปีของโคชิเอ็งอีกด้วย 


Photo : www.asahi.com

แต่ครั้งนี้วาเซดะ ทำได้ดีเกินคาด ภายใต้การขว้างของไซโต ช่วยให้ตัวแทนจากโตเกียวตะวันตก ปราบทีมเล็กทีมใหญ่ลงอย่างราบคาบ หนึ่งในนั้นคือการเอาชนะ โอซากา โทอิน ทีมดังแห่งโอซากา ที่มี โช นาคาตะ แบตเตอร์จอมตีโฮมรัน อย่างขาดลอย 11-2 และสามารถเข้าชิงชนะเลิศ ได้สำเร็จ 

ส่วน โทมาโคมาอิ ที่มี ทานากะ เป็นเอซของทีม แม้จะหืดขึ้นคอในช่วงแรก แต่ด้วยศักดิ์ศรีแชมป์เก่า และความเก๋าประสบการณ์ ทำให้พวกเขาก็ยังเอาตัวรอดไปได้ และสามารถหักด่าน จิเบน กัคคุเอง วาคายามะ แชมป์ 2 สมัย ในรอบรองชนะเลิศ ผ่านเข้าไปป้องกันแชมป์จนได้  

และนั่นทำให้ ทานากะ และ ไซโต ได้พบกันเป็นครั้งแรก ก่อนที่ทั้งคู่จะกลายเป็นหนึ่งในคู่ต่อสู้ที่ดีที่สุดในชีวิตของพวกเขา 

 

เจ้าชายผ้าเช็ดหน้า ปะทะ เอซที่เก่งที่สุดของยุค

ทานากะ และ ไซโต ต่างเป็นพิชเชอร์ที่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นในโคชิเอ็งปี 2006 ลูกขว้างของพวกเขาทั้งรุนแรงและรวดเร็ว ที่สามารถทำความเร็วได้เกือบ 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง


Photo : www.nikkan-gendai.com

อย่างไรก็ดี แม้จะมีฝีไม้ลายมือทัดเทียมกัน แต่บุคลิกของพวกเขาต่างกันสิ้นเชิง ไซโต นั้นมาในมาดพระเอกในการ์ตูนตาหวาน เขาเป็นคนที่มีหน้าตาหล่อเหลา และมักจะปรากฎตัวพร้อมกับผ้าเช็ดหน้าสีฟ้าที่ได้มาจากแม่ ที่เอาไว้ซับเหงื่อบนเนินขว้าง ซึ่งแตกต่างจากพิชเชอร์ทั่วไปที่ใช้แขนเสื้อเช็ดเหงื่อ จนได้รับฉายาว่า “เจ้าชายผ้าเช็ดหน้า” 

ตรงข้ามกับ ทานากะ ที่มาในมาดบึกบึน จากการเป็นคนตัวใหญ่ด้วยร่างกายที่สูงถึง 191 เซนติเมตร (ไซโตสูง 176 เซนติเมตร) และลีลาการเล่นที่เต็มไปด้วยพละกำลัง เขาขว้างได้แรงกว่าไซโต อีกทั้งฝีมือการตีของเขายังไม่เลวอีกด้วย และถูกขนานนามว่า “เอซที่เก่งที่สุดของยุค”  

ด้วยเหตุดังกล่าว ทำให้การพบกันของทั้งคู่ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม สื่อพากันประโคมข่าวอย่างหนัก เพราะนอกจากจะเป็นสองพิชเชอร์ระดับมัธยมที่เก่งที่ยุคนั้น ยังเป็นการเจอกันของสองผู้เล่นที่มีคาแร็คเตอร์ที่ต่างกันอีกด้วย 

การแข่งขันนัดชิงชนะเลิศระหว่าง วาเซดะ จิตสึเงียว และ โทมาโคมาอิ ถูกกำหนดไว้ในวันที่ 20 สิงหาคม 2006 แม้ต้องเล่นท่ามกลางอากาศที่ร้อนระอุ ผู้ชมหลายหมื่นคนก็ยังพากันยัดเยียดเพื่อเข้ามาเป็นสักขีพยานในเกมนัดนี้ และอีกหลายล้านคนทางหน้าจอโทรทัศน์ ที่มีเรตติ้งสูงถึง 29.1% 

ไซโต ได้ขว้างตั้งแต่อินนิ่งแรกให้กับวาเซดะ และยังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม เขาทำไปทั้งสิ้น 16 เอาท์ และเสียไปเพียงคะแนนเดียว ในขณะที่ ทานากะ ที่ป่วยเป็นลำไส้อักเสบก่อนเกม ได้ลงมาในอินนิ่งที่ 3 และทำไปได้ 10 เอาท์ และเสียงไปเพียงคะแนนเดียวเช่นกัน ผ่านไป 15 อินนิ่งยังเสมอกัน 1-1 ทำให้ต้องยุติการแข่งขัน และมาแข่งกันใหม่ในวันรุ่งขึ้น 


Photo : www.nikkansports.com

เกมนัดชิงชนะเลิศนัดรีเพลย์ ไซโต ยังลงเล่นเป็นตัวจริงเช่นเดิม ในขณะที่ทานากะ ลงมาช่วงกลางของอินนิ่งแรก แต่เกมนี้วาเซดะ เป็นฝ่ายทำได้เหนือกว่า เมื่อเป็นฝ่ายนำไปก่อนถึง 4-1 หลังผ่านไป 8 อินนิ่ง 

พวกเขาได้ขว้างก่อนในอินนิ่งสุดท้าย และจากแต้มที่นำอยู่หากปิดเกมได้ก็จะคว้าแชมป์ทันที แต่ไซโต ที่ดูอ่อนล้าอย่างชัดเจนกลับผิดฟอร์มในช่วงต้น พวกเขาเสียหนึ่งเบสตั้งแต่คนแรก ก่อนจะมาโดนตีโฮมรันจากคนที่ 2 ทำให้เกมไล่มาเป็น 4-3 

สถานการณ์ในตอนนี้อะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้ เพราะ โทมาโคมาอิ ยังไม่เสียสักเอาท์ (ตามกฎเสีย 3 เอาท์ต้องเปลี่ยนให้อีกทีมเล่น) ทำให้พวกเขาถือไพ่เหนือกว่าเล็กน้อย เพราะมีลุ้นทำแต้มตีเสมอหรืออาจจะพลิกขึ้นนำก็ได้ 

ในขณะที่ไซโต เองก็ดูไม่ค่อยจะไหว แม้จะทำได้ 2 เอาท์ แต่หนึ่งในนั้นคือการขว้างไปแล้วโดนตีเต็มแรง แต่โชคยังดีที่เพื่อนร่วมทีมรับเอาไว้ได้ ทำให้เขาเหลืออีกเพียงทำอีก 1 เอาท์ก็จะปิดเกมวันนี้ได้ 

และคนสุดท้ายที่ โทมาโคมาอิ ส่งลงมาก็คือ มาซาฮิโร ทานากะ จอมตีโฮมรันของทีม 

 

การดวลกันในตำนาน 

แม้ว่า วาเซดะ จิตสึเงียว จะเต็มไปด้วยผู้เล่นที่มีคุณภาพ แต่ไม่มีพิชเชอร์คนไหนที่ดีไปกว่าไซโต ทำให้เขาได้ขว้างทุกอินนิ่งตั้งแต่นัดแรกถึงนัดชิง และขว้างไปถึง 178 ครั้งในนัดชิงชนะเลิศนัดแรก 


Photo : dot.asahi.com

ก่อนที่จะเจอกับ ทานากะ ไซโตขว้างไปแล้ว 941 ครั้งในรายการนี้ ทำให้อินนิ่งที่ 9 เขาเริ่มมีอาการล้า จนถูกตีบ่อยครั้ง จากการกรำศึกอย่างต่อเนื่อง และการขว้างที่ดูจะมากเกินไปสำหรับเด็กมัธยม 

“ผมเหนื่อยมาก ผมเหนื่อยจริงๆ แต่ตอนกลางเกม ผมเริ่มรู้สึกสบาย เหมือนกับว่าผมเหนื่อย แต่ผมก็รู้สึกสบายใจ ผมคิดแค่ว่าผมอยากจะขว้างต่อไป ขว้างต่อไป ขว้างต่อไป เพราะผมรู้สึกดี” ไซโตกล่าวกับ Japan Times 

แม้จะเหนื่อยแต่สีหน้าของไซโต ก็ยังคงมุ่งมั่น แน่นอนว่าทานากะ ไม่ใช่งานง่าย ทุกอย่างจึงต้องเป็นไปอย่างรัดกุม สองลูกแรก เขาสามารถเรียกสไตร์กจากทานากะได้ หลังเจ้าตัวเหวี่ยงไม้แต่โดนไม่เต็มในลูกแรก และตีไม่โดนในลูกที่สอง 

อย่างไรก็ดี จากนั้นความกดดันเริ่มกลับมาฝั่งไซโต เขาทำ “บอล” ในลูกที่ 3 (ขว้างไม่เข้าเขตสไตรก์โซน) และถูกตีได้ในลูกที่ 4-5 แต่โชคดีที่ลูกไม่เข้าสนามและถูกนับเป็นฟาล์วไป 

เขาจำเป็นต้องปิดเกมให้เร็วที่สุด เพราะหากเกมยืดเยื้อออกไป คงไม่ดีต่อตัวเขาแน่ ในลูกที่ 6 ซึ่งเป็นลูกที่ 948 ของไซโตในทัวร์นาเมนต์ ไซโต ยืนที่แท่นขว้าง ก่อนพยักหน้าให้กับแบตเตอร์เป็นสัญญาณว่าจะเล่นลูกแบบไหน 

ครั้งนี้เขาขว้างออกไปเต็มแรง บอลพุ่งด้วยตวามเร็ว 144 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทานากะ พยายามเหวี่ยงไม้ แต่ไม่โดนบอล และเป็นสไตรก์ที่ 3 ของเขา รวมถึงเป็นสัญญาณว่าเกมจบลงแล้ว ... ไซโต ชูมือขึ้นไปในอากาศด้วยความดีใจ ในขณะที่ ทานากะ ช็อคไปครู่หนึ่ง ก่อนจะมองไปที่คู่แข่งด้วยความผิดหวัง 

จากนั้น ไซโต ก็ชูมือซ้ายขึ้นไปบนอากาศ ที่เป็นเหมือนกับธรรมเนียมของโคชิเอ็งสำหรับผู้ชนะ เขาอยากจะทำแบบนี้มาตั้งนานแล้ว และในที่สุดเขาก็ทำได้สำเร็จ เขาพาวาเซดะคว้าแชมป์ประวัติศาสตร์จนได้ 

“วาเซดะจิตสึเงียว คว้าแชมป์เป็นครั้งแรก ในที่สุดพวกเขาก็คว้าแชมป์แรกในประวัติศาสตร์” เสียงผู้บรรยายทางโทรทัศน์ 

การดวลกันในครั้งนี้เจ้าชายเป็นฝ่ายชนะ 

 

อนาคตที่ต่างกัน 

การพบกันระหว่างไซโต และ ทานากะ ทำให้กระแสโคชิเอ็ง ยังคงดำเนินไปแม้การแข่งขันจะจบลง และคนที่ได้รับการพูดถึงมากที่สุดคงเป็นไปใครไปไม่ได้นอกจากเจ้าชายผ้าเช็ดหน้า 


Photo : www.sponichi.co.jp

เขายังได้รับความสนใจจากสื่อและคนทั่วไป เรื่องราวของเขาถูกพูดถึงในหลายแง่มุม ทั้งการเป็นผู้เล่นที่ขว้างมากที่สุดตลอดกาลของการแข่งขัน หลังขว้างไปถึง 947 ครั้ง และยังไม่มีใครทำลายลงได้ และบุคลิกแบบพระเอกในการ์ตูนที่สามารถพาทีมคว้าแชมป์แรกในประวัติศาสตร์ 

“มันเกิดขึ้นในช่วง 2-3 เดือนหลังจบกิจกรรมชมรมเบสบอลที่โรงเรียนมัธยมปลาย และก่อนไปเรียนมหาวิทยาลัย คนที่ไม่ใช่แฟนเบสบอลสังเกตเห็นผม ผมเห็นว่ามีการรายงานข่าวทั้งในทีวี หนังสือพิมพ์ และนิตยสาร” ไซโต กล่าวกับ Japan Times 

“ทั่วไปแล้ว ช่วงนั้นพวกเขาจะเริ่มโฟกัสกับผู้เล่นรุ่นต่อไปแล้ว แต่ตอนนั้นมัน 2-3 เดือนมาแล้ว แต่พวกเขายังคงรายงานข่าวเกี่ยวกับผม จากนั้นผมก็รู้สึกสนใจที่ถูกเรียกว่าเจ้าชายผ้าเช็ดหน้า และเข้าใจมัน”  

ไซโต ตัดสินใจเลือกเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย เขาได้เข้าเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยวาเซดะ และเป็นหนึ่งในผู้เล่นคนสำคัญของชมรมเบสบอลของสถาบัน ก่อนที่จะถูกดราฟท์เป็นอันดับ 1 เข้าสู่ทีม ฮอกไกโด นิปปอนแฮม ไฟท์เตอร์ส หนึ่งในทีมยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น 

ส่วน ทานากะ ... จากผลพวงของ ไซโต ที่เรียนต่อ ทำให้เขาเป็นเป้าหมายอันดับท็อปเพียงแค่คนเดียวในปีนั้น และถูกหลายทีมรุมแย่งตัว ทั้ง นิปปอนแฮม ไฟท์เตอร์ส, ออริกซ์ บัพฟาโลส์, โยโกฮามา เบย์สตาร์ส และ โทโฮคุ ราคุเต็ง โกลเด้น อีเกิลส์ ทำให้ต้องจับฉลาก และเป็น โกลเด้น อีเกิลส์ ทีมที่เพิ่งก่อตั้งไม่ถึง 2 ปีและเจ้าของตำแหน่งอันดับสุดท้ายของลีก 2 ปีซ้อนที่ได้ตัวเขาไป 

อย่างไรก็ดี การได้ตัวทานากะ กลายเป็นจุดเปลี่ยน เขาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมตั้งแต่ปีแรก ทำไปถึง 196 สไตรก์เอาท์ มาที่สุดเป็นอันดับ 2 ของลีก จนสามารถคว้ารางวัลผู้เล่นหน้าใหม่แห่งปีลีกแปซิฟิกในปี 2007 รวมไปถึงติดทีมออลสตาร์ NPB ในปีเดียวกัน 

หลังจากนั้นเขายังสามารถพา โกลเด้น อีเกิลส์ คว้าแชมป์เจแปนซีรีส์ในปี 2013 และรางวัลส่วนตัวอีกมากมาย จนได้ย้ายไปเล่นใน เมเจอร์ลีก เบสบอล ของสหรัฐอเมริกากับ นิวยอร์ก แยงกีส์ ตั้งแต่ปี 2014 จนถึงปัจจุบัน 

ด้าน ไซโต ผู้ชนะในโคชิเอ็งครั้งนั้น กลับต่างออกไป แม้จะได้เซ็นสัญญากับทีมใหญ่อย่างไฟท์เตอร์ส แต่เขาไม่เคยทำผลงานได้ดีอีกเลย อันเนื่องมาจากอาการบาดเจ็บเรื้อรังที่หัวไหล่ ที่คาดกันว่ามาจากการขว้างที่มากเกินไปในโคชิเอ็ง  


Photo : www.yoninja.com

“ในประวัติศาสตร์ของโคชิเอ็งและเบสบอลมัธยมปลายในญี่ปุ่น รวมถึงเบสบอลอาชีพญี่ปุ่น พิชเชอร์ถูกคาดหวังให้ออกไปขว้างให้มากที่สุดเพื่อพาทีมชนะ” ไซโตกล่าวกับ The Athletic 
แม้จะเป็นอย่างนั้น แต่ไซโต ก็ยืนยันว่าเขาไม่เคยเสียใจ และโคชิเอ็ง ก็เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวให้เขาสู้ต่อมาจนถึงวันนี้ เกมนั้นก็คือเกมที่ดีที่สุดในชีวิตเขา มันคือ “My best in my life” ที่เขาทุ่มเทกำลังทั้งหมดที่มีไปกับมัน 

“ตอนนี้ผมอายุ 30 แล้ว ผมอาจจะไม่ได้มีประสบการณ์ของมืออาชีพมากมาย แต่ผมยังคงเล่นเบสบอลเพราะว่าผมยังคงรู้สึกแบบนั้นจากโคชิเอ็ง ตอนที่ผมคิดยอมแพ้ ความทรงจำที่โคชิเอ็งก็ย้อนกลับมา” ไซโตกล่าวกับ Japan Times 

“เพราะสุดท้ายแล้ว การคว้าแชมป์โคชิเอ็งก็ไม่สามารถเอาอะไรมาแทนที่ได้” 

 

แหล่งอ้างอิง

https://features.japantimes.co.jp/koshien/
https://theathletic.com/885824/2019/03/25/pitch-for-pitch-the-yankees-perfectionist-and-the-handkerchief-prince-were-forever-changed-by-their-battle-for-glory/
https://www.linkedin.com/pulse/why-yankees-pitcher-masahiro-tanaka-tailor-made-alfred-santasiere-iii
https://www.espn.com/espn/print?id=9452014
https://www.sportingnews.com/us/mlb/news/mlb-playoffs-yankees-vs-astros-alcs-game-5-masahiro-tanaka-stats-preview/1iz8v709u7hzk16rxppm9qoxk5
https://yakyutaro.jp/r.php?hash=xEA51
http://yukisaito.blogspot.com/2007/03/little-prince.html
https://www.nytimes.com/2018/08/16/sports/japan-high-school-baseball.html
http://www.japanesebaseball.com/forum/thread.gsp?forum=1&thread=25975 
https://minimore.com/b/mXXGw/5
https://www.zakzak.co.jp/spo/news/180822/spo1808220015-n1.html
https://www.tellerreport.com/sports/--koshien-s-best-game-ranking-announced-first-place-is-that-extension-game.B1UwOzDU7.html



ชื่นชอบบทความนี้ของ : มฤคย์ ตันนิยม ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง