mainstand

Inspiration

เปลี่ยนที่ใครง่ายที่สุด? : "เมตตา เวิลด์ พีซ" นักบาส NBA ที่ชีวิตดีขึ้นหลังจากเลิกโทษคนอื่น



นักบาสเกตบอลผู้ยิ่งใหญ่ของ NBA อย่าง ไมเคิล จอร์แดน และ วินซ์ คาร์เตอร์ ต่างก็มีสารคดีเล่าชีวิตของตัวเองให้แฟนๆ ได้ชมกันว่ากว่าจะมาถึงจุดนี้ได้พวกเขาต้องประสบพบเจอกับอะไรบ้าง 


 

อย่างไรก็ตามหากชีวิตของนักกีฬาคนหนึ่งสามารถเป็นความบันเทิงสำหรับแฟนๆ ได้แล้วล่ะก็ บางครั้งการเล่าเรื่องความสำเร็จเพียงอย่างเดียวก็ไม่จำเป็นเสมอไป 

ดังเช่นชีวประวัติของ "เมตตา เวิลด์ พีซ" นักบาสเกตบอลที่ใครก็ต่างบอกว่าเพี้ยนและเดาใจยากที่สุดในประวัติศาสตร์ เขาเต็มใจเป็นอย่างมากที่จะเล่ามุมมองของตัวเองที่น้อยคนจะเข้าใจในตัวเขา และเฉลยว่าทำไมเขาจึงต้องเปลี่ยนชื่อและเปลี่ยนแปลงตัวเองจากนักบาสที่คนเกลียดที่สุดสู่นักบาสสายฮาขวัญใจโซเชี่ยลมีเดียจนถึงทุกวันนี้แม้จะเลิกเล่นไปแล้วก็ตาม

ติดตามทั้งหมดได้ที่นี่ 

 

พวกคุณจะรู้อะไร? 

รอน อาร์เทสต์ คือนักบาสที่หลายสำนักจัดอันดับให้เป็นผู้เล่นที่มีคนเกลียดมากที่สุดตลอดกาล โดยเฉพาะสื่ออย่าง Bleacher Report ที่ให้เขาอยู่ในระดับท็อป 5 เลยทีเดียว


Photo : www.complex.com

เหตุผลมันเป็นเพราะว่านับตั้งแต่ รอน อาร์เทสต์ ก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นระดับ NBA เขาสร้างเรื่องราวมากมาย โดยเฉพาะเรื่องของการควบคุมอารมณ์ที่เป็นปัญหาใหญ่ตลอดเวลา เรื่องเหล่านี้พาลให้เขาเป็นที่เกลียดชังทั้งจากแฟนๆ บาสและแม้แต่กระทั่งเพื่อนร่วมทีมของเขาเอง

"แกมันไอ้บ้า" คือสิ่งที่แฟนๆ พยายามเรียกชื่อเล่นของเขา หลายคนแนะนำให้เขาไปพบจิตแพทย์หลังจากที่ทำเรื่องไม่เว้นแต่ละสัปดาห์ เขาชอบเผชิญหน้ากับคู่แข่งและเล่นนอกเกม บีบคอ เอาหัวโขก ฟันศอก และชนดื้อๆ คือสิ่งที่ใครต่างเหนื่อยหน่ายใจ แต่สำหรับ รอน แล้วเขาบอกว่า "ก็แล้วยังไงล่ะวะ?"

"โชคดีมากที่เวลามีคนตะโกนด่าผมว่าไอ้บ้า ผมหาตัวคนตะโกนไม่เจอ ไม่อย่างนั้นผมจะเดินประจันหน้าและด่าไอ้คนๆ นั้นว่า 'แล้วมึงเป็นห่าอะไรกับกูล่ะเห้ย'?" เขาหัวเราะในการให้สัมภาษณ์สำหรับชีวิตนักบาสเมื่อครั้งอดีต

เหตุผลที่ รอน อาร์เทสต์ เป็นนักบาสที่พร้อมทำลายทุกคนที่ขวางหน้านั้น มันเป็นเรื่องของอดีตที่ฝังใจ เขาเห็นในสิ่งที่เด็กคนหนึ่งไม่ควรเห็นมากมาย และสิ่งเหล่านั้นทำให้เขาแข็งกร้าวเกินกว่าจะต้องกลัวอะไร 

"ตอนอายุ 13 ปี คนในครอบครัวของผม 14 คนอาศัยอัดกันในอพาร์ทเม้นต์ห้องเดียว แล้วไฟก็ไหม้ห้องของเรา มันทำให้ทุกคนในบ้านต้องดิ้นรนเอาตัวรอด แมวของผมตายไป 1 ตัวเพราะโดนไฟคลอกในวันนั้น" เขาเล่าย้อนกลับไปวัยเด็กที่ยากลำบาก 


Photo : www.si.com

เท่านั้นยังไม่พอ ตอนที่เขาวัยรุ่นขึ้นมาอีกหน่อยและเริ่มมีฝีมือในการเล่นบาสขึ้นมาบ้าง เขากลับต้องพบภาพที่สยองที่สุดในชีวิต มันเป็นช่วงที่เขาแข่งขันบาสในสนามสาธารณะ ขณะที่เด็กๆ กำลังสนุกกัน มีชายกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาหักขาโต๊ะที่อยู่แถวสนาม ก่อนจะวิ่งมาในสนาม แล้วใช้ส่วนที่หักแทงเข้าหัวใจของเด็กคนหนึ่งที่เล่นอยู่กับ รอน อาร์เทสต์ ... เด็กคนนั้นเสียชีวิตทันที 

ทุกคนที่รู้เรื่องนี้ต่างเป็นห่วงว่าสิ่งที่ รอน เห็นคือสิ่งที่ผิดปกติและรุนแรงกว่าที่สภาพจิตใจของเด็กหลายคนจะรับได้ หลายคนพยายามบอกให้เขาไปพบจิตแพทย์เพราะเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้นี่แหละที่ทำให้เขากลายเป็นนักบาสระดับ NBA ที่เล่นคนมากกว่าเล่นบาส แต่ไม่ว่าจะเป็นการเตือนด้วยความหวังดี หรือเพราะเป็นการเตือนที่เกิดมาจากความต้องการที่จะล้อเลียน แต่สิ่งหนึ่งที่ รอน อาร์เทสต์ ไม่เคยบอกใครเลยคือ "จิตแพทย์" คืออาชีพที่คุ้นเคยกับเขามาตั้งแต่แต่ก่อนจะได้เข้ามาเล่นในระดับ NBA แล้ว

"ตอนผมยังเด็กมีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้น พ่อแม่ของผมแยกทางกันและมันทำให้ผมต้องไปเข้าศูนย์ให้คำปรึกษาปัญหาครอบครัวเป็นประจำ ... มันยากที่จะเดินเข้าไปในที่แบบนั้นตอนอายุ 13 ปี คุณจะต้องแอบเข้าไปแบบไม่ให้ใครเห็นเวลาไปพบกับนักบำบัด เพราะถ้ามีคนรู้พวกเขาจะล้อคุณไม่มีวันจบวันสิ้นนั่นแหละ" 

รอน คิดว่าหลายคนมองเขาในมุมมองของตัวเอง และคิดว่าชีวิตของเขานั้นง่ายเหมือนกับคนอื่น ... นั่นคือสาเหตุที่ทำให้เขาต่อต้านกับทุกคำตักเตือนที่เข้ามา 

ในปี 1999 ชิคาโก้ บูลส์ ทีมที่ดราฟต์เขาเข้าสู่ลีก ได้ซักไซ้ประวัติของ รอน อาร์เทสต์ และถามตามระเบียบว่าครอบครัวของเขามีใครเป็นโรคจิตเวชที่ต้องใช้ยาระงับประสาทอะไรเทือกนั้นหรือไม่ รอน อาร์เทสต์ ตอบแบบง่ายๆ เพราะไม่ได้คิดว่ามันจะส่งผลอะไรกับเขา

"ใช่ พ่อของผมกินยาแก้เครียด" เขาตอบกับเจ้าหน้าที่ของทีมไปอย่างนั้น ก่อนที่ทีมงานจะหยิบยาประเภทเดียวกันที่มีขนาดโดสน้อยกว่าครึ่งหนึ่งมอบให้กับ รอน อาร์เทสต์ และเขาต้องกินมันทุกวันเพื่อป้องกันโรคจิตเวชที่อาจจะกลายเป็นระเบิดเวลา 


Photo : www.si.com

"ผมโดนบังคับให้กินยาและผมอึดอัดมาก หลังจากนั้นผมก็ไม่เคยกินมันอีกเลย ถ้าเจ้าหน้าที่ถามว่า รอน วันนี้นายกินยาแล้วหรือยัง ผมก็จะตีเนียนไปเลยเช่นตอบว่า ผมก็กินแล้วสิจะเหลือเหรอ? อะไรแบบนั้น"

ไม่รู้ว่าสภาพแวดล้อม การเลี้ยงดู และการใช้ยาโรคจิตเวชส่งผลต่อ อาร์เทสต์ หรือไม่ แต่ที่แน่ๆ เขากลายเป็นนักบาสที่ไม่มีใครเดาใจได้ว่าจะทำอะไรต่อ ... ไม่ว่าจะในยามลงสนาม หรืออยู่นอกสนาม แต่มันต้องมีเหตุผลที่เขาพยายามแกล้งบ้าอยู่อย่างนั้นแทบทุกเมื่อเชื่อวัน

 

ยังไงผมก็ไม่ผิด

แม้จะเป็นนักบาสเกตบอลฝีมือดี แต่ รอน อาร์เทสต์ ไม่อาจลบภาพลักษณ์ที่คนมองว่าเขาเพี้ยนได้ โดยเหตุการณ์ที่ใหญ่ที่สุดเกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2004 ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านั้นเขาได้รับเลือกให้ติดทีมออลสตาร์ แต่ภาพจำกลับเป็นเรื่องแย่ๆ ที่เกิดในเกมช่วงต้นฤดูกาล 2004-05 ระหว่าง อินเดียน่า เพเซอร์ส ต้นสังกัดของเขา กับ ดีทรอยต์ พิสตันส์


Photo : ftw.usatoday.com

รอน อาร์เทสต์ โดนแฟนบาสของ พิสตันส์ ตะโกนด่าจากด้านบนอัฒจันทร์ เขารีบวิ่งขึ้นไปตามเสียงนั้นก่อนจะจ้วงหมัดใส่แบบไม่ยั้งจนกระทั่งฝ่ายจัดการแข่งขันและเพื่อนร่วมทีมต้องเข้ามาห้าม การกระทำครั้งนั้นทำให้ เขาโดนแบนจาก NBA ตลอดช่วงที่เหลือของฤดูกาล สิริรวมยาวนานถึง 86 นัด และนั่นคือการแบนที่ยาวที่สุดในประวัติศาสตร์จากกรณีที่ผู้เล่นไม่ได้โดนแบนด้วยคดียาเสพติด 

ถามว่าเขาสำนึกไหม? ไม่เลยแม้แต่นิดเดียว รอน อาร์เทสต์ พยายามที่จะบอกว่าตัวของเขาไม่ได้เป็นคนผิดในเรื่องนี้ ทำไมเขาต้องยอมรับด้วย? 

"ก็ผมเติบโตมาจากสลัมคุณจะมาคาดหวังให้ผมมีมารยาทได้ยังไง? คุณไม่ต่อยเขาไม่ได้หรอก เพราะเราไม่ควรปล่อยให้ใครมาจาบจ้วงคุณก่อน อยู่ดีๆ มีคนมาพูดใส่คุณแบบนี้ คุณคิดว่ามันโอเคไหมล่ะ? ไม่หรอก มันไม่ใช่เรื่องที่ต้องยอมรับเลยสักนิด" แม้จะโดนลงโทษมากมายแต่ รอน อาร์เทสต์ ไม่เคยคิดจะขอโทษใครง่ายๆ 


Photo : www.sportsnet.ca

ทุกคนในทีมไม่เห็นด้วยกับ รอน อาร์เทสต์ ทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมทีมอย่าง เจอร์เมน โอนีลล์ ที่ถึงกับตัดเพื่อนตัดฝูงกันเลย ขณะที่ แลร์รี่ เบิร์ด ที่เป็นประธานของ เพเซอร์ส ในตอนนั้น ก็รู้สึกผิดหวังและรู้สึกเหมือนถูกหักหลังจากการกระทำของ รอน อาร์เทสต์ 

อย่างไรก็ตามมันไม่อาจจะง้างปากของเขาให้พูดคำว่าขอโทษได้ เมื่อเห็นไม่ตรงกันส รอน อาร์เทสต์ หนีปัญหาด้วยการขอย้ายทีม ซึ่งทางเพเซอร์ ก็รอคำนี้อยู่แล้ว พวกเขาเอา รอน อาร์เทสต์ ไปเทรดกับ เปย่า สโตยาโควิช จาก ซาคราเมนโต้ คิงส์

สิ่งเดียวที่ยังทำให้ รอน อาร์เทสต์ ยังมีโอกาสให้แก้ตัวได้เรื่อยๆ คือเขาดันเป็นคนที่มีพรสวรรค์สูสีกับการสร้างปัญหา หากวันไหนอารมณ์เขาดีๆ เขาก็จะสามารถเป็นตัวแปรชี้ชัยชนะให้กับทีมได้เหมือนกัน แต่ในทางกลับกันต้นสังกัดของเขายังต้องลุ้นว่าวันไหนบ้างที่เขาจะอารมณ์ดี 

 

ลบล้างความเกลียดด้วยสไตล์

การแกล้งบ้าแบบอัจฉริยะนักบาสของ รอน อาร์เทสต์ ยังดำเนินต่อไปพร้อมๆ กับเรื่องราวความแปลกประหลาดในสไตล์การเล่นของเขา ตัวของ อาร์เทสต์ มักจะมีเรื่องกับคู่แข่งประจำ สมาธิของเขาไม่นิ่ง และมีอาการน็อตหลุดเกือบจะตลอดและหลายครั้งมันทำให้ทีมของเขาแพ้ 


Photo : www.apnews.com

ซึ่งช่วงเวลานั้นเองแม้แต่แฟนๆ ของทีมตัวเองยังเกลียดเขาเลยด้วยซ้ำ นั่นเป็นเรื่องที่มีให้เห็นไม่บ่อยนัก ไม่ว่าเขาจะเดินไปทางไหนเขาจะพบกับคนเกลียดมากกว่าคนรักและนั่นทำให้เขาเบื่อถึงขีดสุด ... 

"ก่อนหน้านั้นผมได้ยินมาบ่อยๆ พวกเขาว่าผมบ้าเกินไป และไม่พร้อมที่จะเล่นในระดับ NBA เราต้องให้ใครสักคนมาช่วยเขานะ" รอน พูดถึงสิ่งที่ได้ยินเป็นประจำและเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ

นี่อาจจะเป็นคำแนะนำเดิมซึ่งไม่ต่างจากช่วงปี 1999 ที่เขาอยู่กับ บูลส์ และถูกมองว่าบ้าจนถูกแนะนำให้กินยากับต้องเข้าพบนักบำบัดและจิตแพทย์ แต่คำแนะนำหนที่ 2 เกิดขึ้นในปี 2009 และหลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนไปมาก มุมมองจากคนนอกมองว่าการพบจิตแพทย์ไม่ใช่เรื่องที่ต้องเขินอายอะไร ซ้ำมันยังส่งประโยชน์ให้กับผู้ป่วยอีกด้วย

รอน อาร์เทสต์ คือหนึ่งในนั้น ในช่วงเวลาดังกล่าวเขาย้ายมาเล่นให้ แอลเอ เลเกอร์ส และพบกับใครบางคนที่ถูกชะตานั่นคือ ดอนนี่ วอลช์ ซีอีโอของทีมที่คุยกับเขาอย่างเปิดใจเป็นครั้งแรกและบอกว่า "เลเกอร์ส จะชุบชีวิตเขาขึ้นมาใหม่เอง" และก่อนที่จะเริ่มกระบวนการทั้งหมด รอน อาร์เทสต์ จะต้องเข้าพบจิตแพทย์แต่โดยดี หนนี้เขาเชื่อคำแนะนำนั้น 

"ดอนนี่ วอลช์ เป็นชายที่มหัศจรรย์มาก หลังจากซ้อมทุกครั้งผมต้องเข้าไปพบนักบำบัดทุกวัน และน่าแปลกที่มันกลายเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ผมมีความสุข" ไม่ใช่แค่พูดเท่านั้นแต่สไตล์การเล่นและสมาธิของ รอน อาร์เทสต์ ก็บอกแบบนั้นด้วย

"เมื่อก่อนผมเคยแต่โฟกัสไปที่คู่แข่งที่ผมไม่ชอบขี้หน้า เพื่อหาเรื่องกับพวกเขา แต่ตอนนี้ผมว่าการเข้าบำบัดช่วยผมได้นะ ผมใช้เวลาสองปีฝึกสมาธิกับการอยู่กับลมหายใจเข้าออก และนั่นทำให้ผมสามารถอยู่กับเกมได้ตลอดเวลา"

ความแตกต่างในแบบ รอน อาร์เทสต์ แสดงออกผ่านการแก้ปัญหาความเกลียดชังนี้ หากเป็นนักกีฬาคนอื่นๆ คงต้องให้ไปปรับปรุงการเล่นและใช้คุณภาพกลบเสียงวิจารณ์ แต่คนอย่าง อาร์เทสต์ นั้นไม่คิดอะไรที่มันง่ายๆ แบบนั้นเด็ดขาดแม้จะยอมรับว่าปัญหาจริงๆ มันคือเรื่องสมาธิและอารมณ์ที่ร้อนเกินไปของตัวเอง ทว่าสุดท้ายเขาก็ยังไว้ลายความยียวนที่แฟนๆ ต้องยอมใจ ...

"เอาล่ะทุกคน ในเมื่อปัญหาความขัดแย้งและเกลียดชังเกิดขึ้นระหว่างเรามากมายขนาดนี้ และสร้างความลำบากใจให้กับทุกฝ่าย ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วที่ผมจะให้ใครสักคนเข้ามาช่วยไกล่เกลี่ยเรื่องนี้" อาร์เทสต์ กล่าวกับ แอลเอ ไทม์ส 

"ผมขอเปลี่ยนชื่อผมแล้วกัน ผมเบื่อคนชื่อ รอน อาร์เทสต์ แล้ว และต่อจากนี้จะใช้ชื่อว่า เมตตา เวิลด์ พีซ (เมตตา, โลก, สันติ)" เขาว่าอย่างนั้นซึ่งแน่นอนไม่มีใครไม่งง อยู่ดีๆ เปลี่ยนชื่อแบบนี้แล้วจะทำให้คนเกลียดเขาน้อยลงได้ยังไง ...


Phtoo : nba.com

"ก็ต่อให้แฟนๆ จะเกลียดผมมากขนาดไหน อย่างน้อยๆ พวกเขาคงไม่สามารถพูดว่า 'ฉันเกลียดความสันติของโลก (I hate World Peace)' แน่นอน ... เข้าใจใช่มั้ยต่อจากนี้ สันติภาพของโลกใบนี้จะเดินตามหลังผมไปทุกๆ ที่"

แม้มันจะฟังดูเพี้ยนไปจากการแก้ไขปัญหาที่คนปกติเขาทำกัน แต่ เมตตา เวิลด์ พีซ เปลี่ยนคะแนนนิยมได้เป็นอย่างดี แม้เขาจะโดดเด่นในปี 2010 ที่พา เลเกอร์ส คว้าแชมป์ NBA มาครองได้ แต่สุดท้ายผู้คนก็ยังจำเขาในฐานะคนเพี้ยนที่ชื่อว่าโลกสันติได้อยู่ดี 

ตัว เมตตา เวิลด์ พีซ เองก็ดูจะแฮปปี้กับกระแสและสิ่งที่เป็นตัวเองในเวลานี้ ซึ่งเขาเองไม่ได้คิดไปคนเดียว คำสัมภาษณ์สุดฮาของเขาในแต่ละครั้งยังเป็นที่ต้องการของสื่อ เมื่อพวกเขาเอาไมค์จ่อปาก เมตตา เวิลด์ พีซ รับรองได้เลยว่าจะต้องมีเรื่องฮาเกิดขึ้นแน่ อาทิ จะฟ้องศาลหลังเข้าพักในโรงแรมสเคอร์วินและโดนผีในโรงแรมหลอก (ด้วยการอำและขึ้นมาลูบคลำในจุดกล่องดวงใจ) เป็นต้น

 

ยอมรับ,ระบาย,แก้ไข 

ไม่ว่าคุณจะเคยอ่านบทความเกี่ยวกับการใช้โซเชี่ยลเน็ตเวิร์กว่ามันจะส่งผลเสียหากเกาะติดกับมันมากเกินไปมาจากไหน แต่ที่แน่ๆ เมตตา เวิลด์ พีซ ยกมือเถียงขาดใจเลยทีเดียว เขาคิดว่าหากทวิตเตอร์หรือสื่อออนไลน์ต่างๆ มีในยุคที่เขายังเล่นบาส NBA อยู่รับรองได้ว่าเขาจะไม่สร้างปัญหามากมายแบบที่เป็นแน่


Photo : basketballsocietyonline.com

"เยี่ยมเลยนะถ้ามี ทวิตเตอร์ หรือ ไอจี ในยุคที่ผมยังเล่นอยู่ สมมุติวันไหนผมรู้สึกเศร้าผมสามารถบอกไปโพสต์ลอยๆ บ่นว่าเสียใจ แค่นี้มันก็ได้ระบายออกไปแล้ว หลังจากนั้นมันจะเป็นโลกอีกใบที่แตกต่างไปเลย" 

เหตุผลที่ เมตตา เชื่ออย่างนั้นเพราะเขาเป็นคนชอบเก็บความรู้สึกจนมันกลายเป็นปัญหา ในช่วงปี 2007 เขาเคยเก็บกดจนใช้ความรุนแรงกับภรรยาของเขามาแล้ว "ตอนนั้นผมอยากจะเชื่อใจคนอื่นๆ ได้มากกว่าที่เป็นอยู่ แม้แต่ภรรยาของผมเองในเวลานั้นผมก็ยังไม่เชื่อสิ่งที่เธอพูดมากมายนักเมื่อครั้งอดีต"  

เมื่อโลกเปิดกว้างขึ้นและผู้คนเริ่มยอมรับในสิ่งที่แต่ละคนเป็น ชีวิตของ เมตตา เวิลด์ พีซ ก็กลับกลายเป็นช่วงชีวิตที่เขาแทบไม่เคยมีความเครียดเหมือนในอดีตเลย แม้จะมีคนบอกว่าเขาติดอันดับผู้เล่นที่มีคนเกลียดมากที่สุดตลอดกาล แต่เขาก็น้อมรับโดยดี เพราะมันเป็นเรื่องที่ผ่านมาในอดีต ซึ่งตัวเขาก็ได้แก้ไขในส่วนนั้นแล้วด้วย

3 ขั้นตอนจาก เมตตา เวิลด์ พีซ คือการยอมรับ, แก้ไข และระบายหรือได้เล่าให้กับใครสักคน ซึ่งมันเป็นทางออกง่ายๆ ที่เขาไม่ยอมทำตั้งแต่แรก อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้ทิ้งตัวตนของตัวเองออกไปทั้งหมด ความเพี้ยนและความบ้าของเขายังมีอยู่ เพียงแต่เขาเปลี่ยนมันจากมุมก้าวร้าว ให้เป็นมุมตลกและสนุกสนานแทน ซึ่งเมื่อเป็นอย่างนั้นความเกลียดชังก็ค่อยๆ ลดน้อยถอยลงไปตามเวลา 


Photo : www.defshepherd.com

"แม้ใครจะบอกว่าผมบ้า แต่ผมไม่รู้มาก่อนเหมือนกันว่าความบ้าจะช่วยอะไรผมได้มากมายขนาดนี้" เขาเล่าแบบขำๆ กับสิ่งที่ผ่านมาในชีวิตนักบาสเกตบอล หลังจากเลิกเล่นมาได้สักพักใหญ่ๆ 

การปรับตัวรับสิ่งทีเกิดขึ้นในแบบที่ตัวเองเป็น และยอมรับความจริงทำให้ชีวิตของเขาง่ายขึ้นเยอะ ทุกวันนี้ เมตตา เวิลด์ พีซ ไม่ได้เข้าพบนักจิตบำบัดหรือจิตแพทย์แล้ว เขายังเป็นอดีตผู้เล่นที่หลายคนพูดถึงอยู่เสมอจนมีสารคดีบอกเล่าชีวิตของตัวเองเป็นที่เรียบร้อยในชื่อ Quiet Storm: The Ron Artest Story

"ไมเคิล จอร์แดน เคยมีสารคดี Come Fly with me เพื่อบอกถึงความยิ่งใหญ่ แต่ของผมมันเป็นสารคดีสุดเพี้ยบนของ เมตตา เวิลด์ พีซ และบอกว่าผมเป็นนักบาสที่ดีขนาดไหน …ของ จอร์แดน เขาไม่จำเป็นต้องบอกอะไรแบบนี้หรอก แต่ผมจะทำแบบนั้น"

"ก็แฮปปี้ดี หลังจากที่เลิกเล่นแแล้วผมก็ไม่เคยเครียดอีกเลย" เขาหัวเราะให้กับทุกสิ่งที่ผ่านมา แม้บางช่วงมันจะเป็นเวลาที่ยากลำบากก็ตาม 

 

แหล่งอ้างอิง

https://nypost.com/2019/05/29/metta-world-peace-i-wish-i-had-trusted-more-people-with-my-mental-health-struggle/
https://www.gq.com/story/metta-world-peace-ron-artest-gq-interview
https://www.sportscasting.com/most-hated-nba-players-in-history/



ชื่นชอบบทความนี้ของ : ชยันธร ใจมูล ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง