mainstand

Inspiration

คลองโคน อคาเดมี : ศูนย์ฝึกฟุตบอลที่เสียเงินครึ่งล้านต่อเดือนเพื่อเด็กๆ 92 ชีวิต



สมุทรสงคราม จังหวัดขนาดเล็กที่สุดของประเทศไทย พื้นที่ตาราง 416.7 ตารางกิโลเมตร บรรจุความเป็นอยู่อันเรียบง่าย ตามวัฒนธรรมและวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม อันเปี่ยมมนต์เสน่ห์ชวนหลงใหลไม่เสื่อมคลาย


 

ท่ามกลางชีวิต และ เส้นทางมากมาย ที่เคลื่อนไหวริมฝั่งแม่น้ำแม่กลอง คนกลุ่มหนึ่งต้องการมอบโอกาสตอบแทนสังคม และ สานความฝันให้คนรุ่นหลังเติบโตบนเส้นทางลูกหนัง โดยเริ่มต้นจากจังหวัดเล็กๆแห่งนี้

เมื่อความตั้งใจยิ่งใหญ่กว่าพื้นที่อยู่อาศัย “คลองโคน อคาเดมี” จึงถือกำเนิด ด้วยความตั้งใจในการเป็นศูนย์ฝึกฟุตบอลคุณภาพ เพื่อมอบโอกาสที่ขาดหายแก่เยาวชนจากทั่วประเทศ โดยไม่หวังผลตอบแทน

เราขอพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับ คลองโคน อคาเดมี ศูนย์ฝึกนักเตะเยาวชน จากจังหวัดสมุทรสงคราม ที่เสียเงินเกือบครึ่งล้านในแต่ละเดือน เพื่อสร้างนักฟุตบอลคุณภาพสู่สังคม เหตุใดพวกเขาจึงทำเช่นนั้น? เป้าหมายของพวกเขาคืออะไร?

ติดตามเรื่องราวของพวกเขาไปพร้อมกับเรา...

 

สร้างโอกาส ตอบแทนสังคม

“คลองโคน อคาเดมี เกิดจากความตั้งใจของ ท่านชัยยะ บุญเจริญ ที่รักฟุตบอล และ ต้องการตอบแทนสังคมบ้านเกิด ท่านจึงสร้างอคาเดมีแห่งนี้ขึ้นมา เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชน มาพัฒนาฝีมือฟุตบอลที่นี่”

สันติ โรจนโกศล หรือ “โค้ชดำ” ผู้อำนวยการคลองโคน อคาเดมี กล่าวถึงจุดเริ่มต้นของสถานฝึกฟุตบอล ตั้งอยู่ที่ ตำบลคลองโคน จังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งมีอายุมากกว่า 3 ปีแล้ว  

เรื่องราวฟุตบอลบนลุ่มน้ำแม่กลอง ต้องเผชิญกับอุปสรรคมากมายตลอดหลายปีที่ผ่านมา การเห็นทีมฟุตบอลบ้านเกิดอย่าง สมุทรสงคราม เอฟซี ถูกลดชั้นไปเล่นในศึกออมสินลีก หรือ T4 เนื่องจากไม่ผ่านคลับ ไลเซนซิง คือความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นต่อหัวใจแฟนบอลปลาทูคะนองทุกคน

หัวใจที่รักจริง ย่อมไม่ยอมแพ้ ชัยยะ บุญเจริญ หรือ “เสี่ยโอ๋” อดีตประธานสโมสรสมุทรสงคราม เอฟซี ตัดสินใจทุ่มเงินมหาศาล โดยใช้งบที่เคยลงทุนทำทีมฟุตบอลอาชีพ เพื่อก่อตั้ง คลองโคน อคาเดมี สถานฝึกฟุตบอลระดับเยาวชน ที่จะคืนเรื่องราวบนเส้นทางลูกหนัง กลับสู่วิถีชีวิตชาวสมุทรสงครามอีกครั้ง

โดยได้ความร่วมมือจากโค้ชดำ อดีตนักฟุตบอล ผู้เคยสังกัดสโมสรราชวิถี, กรุงเทพพาณิชยการ และ ไข่มุกดำหนองจอก รวมถึงมีประสบการณ์ค้าแข้งที่ประเทศเดนมาร์ก

“แถวนี้แทบไม่มีอคาเดมีฟุตบอล เราต้องการเปิดโอกาสให้เด็กที่คัดไม่ติดโรงเรียนดัง หรือ สโมสรดัง มีโอกาสเล่นฟุตบอล ได้ฝึกฝนอย่างมีคุณภาพ เราเริ่มต้น คลองโคน อคาเดมี เป็นทางเลือกใหม่ให้แก่เด็กและผู้ปกครอง” โค้ชดำเล่าความเป็นมาของอคาเดมีดังย่านแม่กลอง

“ผมมองเห็นว่า ผู้ปกครองหลายคนต้องการอคาเดมีที่มีคุณภาพ และตั้งอยู่ในละแวกปริมณฑล เพราะมันเป็นทางเลือกที่ดีกว่า พ่อแม่สามารถมาหาลูกได้ สมมติเด็กคัดติดที่บุรีรัมย์ ค่าใช้จ่ายในการเดินทางแต่ละครั้งมันสูง เราเข้ามาแทนที่ตรงนี้ได้”

จากความตั้งใจในการสร้างศูนย์ฝึกฟุตบอลที่มีคุณภาพ และเปิดโอกาสให้แก่เด็กที่มีฝีมือ คลองโคน อคาเดมี จึงรับเยาวชนทุกคนในประเทศไทยเข้าฝึกฝน ไม่ได้จำกัดไว้สำหรับเด็กจากชุมชนละแวก แม่น้ำแม่กลองเพียงอย่างเดียว   

“เราไม่ได้จำกัดว่า ต้องเป็นเด็กในสมุทรสงคราม เราเปิดกว้างรับเด็กจากทั่วประเทศ ใครที่คิดว่าตัวเองมีความสามารถ ลองมาทดสอบฝีเท้ากับเราได้ เด็กที่เคยพลาดโอกาสในการคัดตัวที่อื่น สามารถมาทดสอบตัวเองอีกครั้งที่นี่ ถ้าเขาผ่าน เขาอยู่กับเราได้”

“คลองโคน อคาเดมี เริ่มต้นทำทีมชุดแรก เป็นเยาวชนอายุ 13 ปี ทุกวันนี้น้องอายุ 16 ปีแล้ว พวกเขาก็ยังอยู่กับเรา ทุกวันนี้ เรามีเด็ก 5 รุ่น คือรุ่นอายุ 12 ปี, 13 ปี, 14 ปี, 15 ปี และ 16 ปี มีเด็ก 92 คน ส่วนใหญ่มาจาก สมุทรสาคร นนทบุรี และ พระราม 2”

ด้วยความฝันที่ต้องการเป็นสถานฝึกฟุตบอล ที่สร้างนักเตะฝีเท้าดี ไม่ต่างจากเยาวชนในสโมสรอาชีพ หรือ โรงเรียนชั้นนำของประเทศไทย คลองโคน อคาเดมี จึงมีการลงทุนด้วยเม็ดเงินมหาศาล เพื่อสร้างเครื่องอำนวยความสะดวกให้ครบครันรอบด้าน

ศูนย์อำนวยความสะดวกของ คลองโคน อคาเดมี จึงทัดเทียมกับศูนย์ฝึกฟุตบอลแห่งอื่น ที่มีการเรียกเก็บค่าเล่าเรียน เป็นจำนวนหลายพันบาทต่อเดือน แต่ด้วยความตั้งใจที่ต้องมอบโอกาสให้เยาวชนผู้มีใจรักฟุตบอลทุกคน

คลองโคน อคาเดมี จึงไม่เก็บค่าเล่าเรียนฟุตบอล จากเด็กทั้ง 92 คน แม้แต่บาทเดียว

“เด็กที่อยู่ต่างจังหวัด ถ้าเดินทางมาทดสอบฝีเท้ากับ คลองโคน อคาเดมี แล้วผ่าน คุณได้เรียนฟุตบอลฟรี คุณมีที่พักฟรี อาหารฟรี ทุกอย่างฟรี เพราะเราทำตรงนี้ เราไม่ได้หากำไร เราทำไปเพื่อคืนสังคม”

 

เพิ่มคุณภาพ จากข้างสนาม

การสร้างนักฟุตบอลที่ดี ไม่ได้มีปัจจัยในสนามเพียงอย่างเดียว คลองโคน อคาเดมี ให้ความสำคัญไปที่ความเป็นอยู่ในชีวิตประจำวันของเด็ก ทุกคนได้ซ้อมฟุตบอลอย่างสะดวกสบาย ท่ามกลางศูนย์อำนวยความสะดวกมากมาย แม้จะใช้ชีวิตในจังหวัดเล็กที่สุดของประเทศไทย

“ด้านโภชนาการ เราจ้างแม่ครัวมาทำอาหารให้เด็ก มีห้องรับประทานอาหารขนาดใหญ่ ให้เด็กใช้เวลาร่วมกัน เราทำอาหารใหม่ทุกมื้อ เน้นอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เสิร์ฟสดๆร้อนๆให้เขา”

“เรื่องการนอน คลองโคน อคาเดมี มีห้องแอร์ให้เด็กนอนสบาย ห้องหนึ่งนอนกันสี่ถึงห้าคน ไม่แออัดยัดเยียด เรามีฟิตเนสครบวงจร เพื่อสร้างความแข็งแกร่งของร่างกายเด็ก”

“นอกจากนี้ เรามีพื้นที่ให้เด็กผ่อนคลายจากการเล่นฟุตบอล ทั้ง โต๊ะสนุกเกอร์ โต๊ะปิงปอง สระว่ายน้ำ รวมถึงสวัสดิการต่างๆ เรามีรถบัสไปรับส่งโรงเรียน รถตู้อีก 3 คัน ไว้พาเด็กเดินทางไปแข่งฟุตบอลตามที่ต่างๆ”

ค่าใช้จ่ายต่อเดือนของ คลองโคน อคาเดมี มีจำนวนสูงห้าถึงหกแสนบาทต่อเดือน แม้เป็นเงินมหาศาล โค้ชดำเปิดเผยว่า ทุกบาทที่เสียไปนั้นคุ้มค่า หากช่วยให้เยาวชนเหล่านี้ ก้าวเป็นนักเตะชั้นนำของประเทศไทยได้ในอนาคต

“ฟุตบอลเล่นกัน 90 นาที แต่นักฟุตบอลไทยส่วนมาก หมดแรงตั้งแต่ 70 นาที เป็นเพราะว่า คุณกินไม่ถึง คุณนอนไม่ถึง ดังนั้นคุณไม่มีทางจะสู้กับต่างประเทศได้ คุณสู้ได้แค่ครึ่งเดียว”

“ผมเคยเล่นบอลอาชีพที่เดนมาร์ก ผมรู้ว่านักบอลอาชีพต้องมีคุณภาพขนาดไหน เราต้องปลูกฝังเรื่องนี้ตั้งแต่เด็ก คลองโคน อคาเดมี จึงเน้นไปที่ การพักผ่อน การกิน การนอน การดูแลร่างกาย ผมมองว่าการฝึกซ้อมฟุตบอลเหมือนกันทุกที่ แต่เรื่องแบบนี้คือความแตกต่าง เราจึงเน้นตรงนี้มาก”

“ผมบังคับให้เด็กทุกคนกินข้าววันละ 4 ทัพพี ทุกมื้อข้าวห้ามเหลือสักเม็ด ต้องกินให้หมด ไข่เราให้กินมื้อละสองฟอง เราฝึกเขาตรงนี้ ได้เรื่องระเบียบวินัยด้วย เวลานอนต้องไม่เกินสามทุ่มครึ่ง ก่อนนอนทุกวัน ต้องมีประชุมพูดคุยกัน และรวมตัวสวดมนต์ ก่อนเข้านอน”

ไม่เพียงระเบียบของเด็กภายในที่เข้มงวด คลองโคน อคาเดมี ยังมีเกณฑ์การคัดเลือกเด็กจากภายนอกเข้าสู่ศูนย์ฝึกอย่างชัดเจน แต่ละคนที่เข้ามาฝึกซ้อมกับทีม ต้องผ่านการทดสอบฝีเท้า ว่าพวกเขามีศักยภาพมากพอที่จะเดินบนเส้นทางลูกหนังได้

เพราะการสร้างนักเตะที่มีคุณภาพ ตามเป้าหมายของคลองโคน อคาเดมี ต้องคัดสรรอย่างพิถีพิถันตั้งแต่เริ่มต้น จึงค่อยปรับเข้าสู่แนวทางตามที่วางไว้


“เราทดสอบเด็กครั้งละสองสามคน ไม่ได้เปิดรับหลายสิบคนแบบที่อื่น เพราะเราต้องการดูไปที่พื้นฐานฟุตบอลจริงๆว่า เด็กแต่ละคน มีความเป็นมาอย่างไร เคยเล่นที่ไหนมาบ้าง เล่นตำแหน่งอะไรมาก่อน ถ้าได้ข้อมูลพื้นฐานมาครบ เราจะวัดความสามารถที่แท้จริงของเด็กได้ดีขึ้น”

“กว่าเด็กแต่ละคนจะเข้ามา เรากลั่นกรองอย่างเข้มข้น คุณจะเข้ามาอยู่คลองโคน อคาเดมี ได้ คุณต้องทดสอบฝีเท้าให้ผ่าน แต่ผมบอกผู้ปกครองเสมอว่า ถ้ารอบนี้ไม่ผ่าน อีกสามเดือนค่อยกลับมาใหม่ ถ้ารอบหน้ามายังไม่ผ่านอีก สามเดือนต่อไปค่อยกลับมาใหม่ เราเปิดโอกาสเด็กตลอด ไม่ได้ปิดกั้นอะไร เพราะเราตั้งใจมอบตรงนี้ให้เด็กอยู่แล้ว”

 

เส้นทางแห่งความฝัน อันยาวไกล

หากจะทดสอบฝีมือของเยาวชน คลองโคน อคาเดมี ที่ผ่านการฝึกด้วยมาตรฐานไม่แพ้สโมสรดังในประเทศ คงไม่มีเวทีไหนจะเหมาะสมไปกว่า “ช้าง จูเนียร์ คัพ 2019” ทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลเยาวชน รายการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งเดินทางมาถึงสนามคัดเลือกที่ 6 โซนกรุงเทพและปริมณฑล

“เราพยายามหารายการให้เด็กลงเล่น และ ช้าง จูเนียร์ คัพ เป็นรายการที่ดี ช่วยเปิดโอกาสให้เด็ก ลงเล่นฟุตบอลในระดับประเทศ เรื่องชื่อเสียง ชัยชนะ มันไม่สำคัญเท่าไร เรามองประสบการณ์ที่เด็กได้จากตรงนี้มากกว่า” โค้ชดำ เปิดเผยถึงความสำคัญของรายการ ช้าง จูเนียร์ คัพ 2019

ผลผลิตจากการฝึกอย่างเข้มข้นและมีระเบียบวินัย แสดงออกให้เห็นออกมาในรายการนี้ คลองโคน อคาเดมี สามารถผ่านรอบแรกในฐานะแชมป์กลุ่ม I ด้วยการมี 7 คะแนน จากผลชนะเหนือ เยาวชนมหาจักร เอฟซี 1-0, ชนะ สโมสรทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด 1-0 และ เสมอ สโมสรฟุตบอลเยาวชนบางจาก 0-0

บททดสอบถัดมาของ คลองโคน อคาเดมี คือการแข่งขันรอบ 16 ทีมสุดท้าย โดยพบกับ โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย หลังไม่สามารถหาผู้ชนะได้ในเวลาปกติ จากผลเสมอ 0-0 การแข่งขันเดินหน้าตัดสินหาผู้ชนะ ด้วยการยิงจุดโทษ ก่อนพ่ายแพ้ไปด้วยสกอร์ 5-6 ตกรอบอย่างน่าเสียดาย

แม้ยุติเส้นทางอย่างโชคร้าย โค้ชดำยังกล่าวออกด้วยรอยยิ้ม เส้นทางของ คลองโคน อคาเดมี ไม่ได้จบลง ตรงกันข้าม ทุกอย่างเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น

“สำหรับ คลองโคน อคาเดมี ทุกบทเรียนที่เราฝึกให้เด็ก มันต้องใช้เวลาในการตกผลึกว่า ที่สอนพวกเขาไปมันได้ผลไหม ตรงไหนเคร่งครัดเกินไป เด็กรับไม่ได้ เราต้องผ่อนลง ตรงไหนรู้สึกว่าหย่อนยานเกินไป เราต้องเพิ่มขึ้น เป็นเรื่องราวที่เราต้องแก้ไขตลอดเวลา”

“ตอนนี้ คลองโคน อคาเดมี เขียนตำราสอนฟุตบอลของตัวเองขึ้นมา จากคำปรึกษาของโค้ชทุกคนในทีมที่ช่วยกันวางแผน เราพูดคุยกันว่าจะสอนเด็กอย่างไรให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ด้วยแนวทางของเราเอง”

“บทเรียนของคลองโคน แน่นอนว่าไม่ได้เขียนมามั่วๆ เราอิงจากโครงสร้างสากล แค่มาเพิ่มเติมในบางจุดว่า เรื่องนี้ในตำราบอกให้ทำเท่านี้ แต่เรามองว่าต้องปรับเปลี่ยนให้เข้ากับเด็กของเราเอง”

“ยกตัวอย่าง ตำราบอกให้ซ้อมพื้นฐานฟุตบอล 15-20 นาที เราอาจจะต้องปรับเป็นครึ่งชั่วโมง เพราะตอนนี้พื้นฐานเด็กยังไม่ดี สู้คนอื่นไม่ได้ เราจะข้ามได้อย่างไร นี่คือเหตุผลที่เราเขียนตำราของตัวเอง”

แนวทางที่ชัดเจนของ คลองโคน อคาเดมี ไม่ได้มีแค่เรื่องในสนาม ความตั้งใจในการมอบโอกาสแก่เยาวชนทั่วประเทศ คือสิ่งที่ไม่เคยจางหาย โค้ชดำ เปิดเผยให้ฟังถึงแผนการสร้างสนามซ้อมหญ้าจริง บนพื้นที่ 20 ไร่ ในจังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อยกระดับคุณภาพนักเตะในทีมให้สูงขึ้นกว่านี้

ความฝันที่ ผู้บริหาร และ โค้ชทุกคน ในคลองโคน อคาเดมี ต้องการเห็น คือความสำเร็จของเยาวชนในทีม ที่สามารถก้าวไปเป็นนักฟุตบอลที่มีคุณภาพ และ สร้างชื่อเสียงตอบแทนประเทศชาติบ้านเกิด

แม้ต้องทุ่มเท แรงเงิน แรงกาย และ แรงใจ อีกแค่ไหน พวกเขายินดีที่จะทำ ด้วยความตั้งใจจริงบนเส้นทางนี้

“ทำกันมาถึงขนาดนี้แล้ว เรื่องเงินเราไม่มองว่าเป็นปัญหา โครงสร้างสโมสรถูกวางมาอย่างดี เรามาทำตรงนี้ เราไม่ได้ทำเล่นๆ เราวางไว้แผนในอนาคตไว้เป็น สิบปี ยี่สิบปี เพราะ สิ่งที่ คลองโคน อคาเดมี ให้ความสำคัญมากที่สุด คือ คุณภาพ”

“ทุกคนที่หิ้วกระเป๋าเข้ามาที่คลองโคน อคาเดมี พวกเขามีเป้าหมายว่า เข้ามาที่นี่เพื่ออะไร เราต้องช่วยให้พวกเขาไปถึงจุดหมายของตัวเอง เพราะ คลองโคน อคาเดมี ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อสร้าง สร้างพวกเขาให้มีคุณภาพทั้งในและนอกสนาม”

“เราไม่รู้หรอกว่าอนาคตข้างหน้า เด็กจะออกมาตามดีตามที่หวังไหม แต่เราก็ต้องสร้างพวกเขาต่อไป ต่อไป ต่อไปเรื่อยๆ ไม่มีหยุดครับ” โค้ชดำ กล่าวทิ้งทาย

 

ติดตามฟุตบอลรายการ ช้าง จูเนียร์คัพ ได้ที่นี่  CHANG JUNIOR CUP 2019

 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

>>ไร่ใหม่ อะคาเดมี : เมล็ดพันธุ์ลูกหนังจากจิตอาสาในชุมชนที่สอนเด็กเกือบร้อยชีวิต

>>ดูดี อคาเดมี : ศูนย์พัฒนาชีวิตเด็กน้อยในบ้านเกิดของนฤพล อารมณ์สวะ

>>3rd Battalion FC : อคาเดมีฟุตบอลของ “ชาวกานา” ที่ไม่คิดค่าสอนเด็กไทยผู้ไร้โอกาส

>>คัมภีร์วิทยา : ร.ร. สอนศาสนาอิสลามที่ใช้ “ฟุตบอล” ขัดเกลาเยาวชนในชายแดนใต้

>>“ศูนย์กีฬาประชานิเวศน์” ทีมฟุตบอลที่สะท้อนวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของชุมชนเขตจตุจักร



ชื่นชอบบทความนี้ของ : ณัฐนันท์ จันทร์ขวาง ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง