mainstand

Inspiration

OutStanding | "ผมจะพา ยโสธร ไปเล่นคาเฟ่" เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา



หลังทราบคิวงานมีโปรแกรมไปเยือน ยโสธร เพื่อเจอผู้ชายคนหนึ่ง ผู้สร้างตำนานเสียงหัวเราะแห่งเมืองไทย ผมแทบกากบาทสีแดงตัวโตเพื่อรอวันดังกล่าว ครั้งหนึ่งในชีวิตการได้เจอ "หม่ำ จ๊กม๊ก" คือเรื่องที่ผมต้องทำก่อนตาย


 

บนวัยเฉียดหลักสี่ เชื่อว่าคนไทยอีกหลายคนไม่ต่างกัน เติบโตมาพร้อมความบันเทิงยุคอนาล็อคอย่าง "ชิงร้อยชิงล้าน" หรือ "ระเบิดเทิดเทิง" หากบอกว่าเสียงหัวเราะทั้งชีวิต เกินครึ่งมาจากเขา คงไม่ผิดนัก

ผมเร่งเสียงเพลง "คนยโส" ของ VKL ดังอีกหลายระดับเมื่อเข้าเขตจังหวัดยโสธร เพื่อกล่อมจิตใจให้เข้าสถานการณ์ พลางปลุกตัวเองให้คึกคักไปในตัว

วินาทีแรกเมื่อพี่หม่ำปรากฎตรงหน้า เสื้อกีฬาสีเขียว ปะหน้าอก "ยโสธร เอฟซี" กางเกงขาสั้นสีดำ, ถุงเท้าสีเทา, รองเท้านักเรียนสีน้ำตาลเข้ม … แหกกฎวงการแฟชั่นหมดสิ้น หากใครสักคนเดินผ่านแล้วรู้ว่านี่คือประธานสโมสรฟุตบอลที่กำลังจะเปิดตัว รอยยิ้มมุมปากเริ่มต้นนั้น  

"ตะกร้อ, สนุ๊กเกอร์ นี่นำมาก่อน เล่นได้ตลอด สมัยก่อนผมเตะตะกร้อเกือบทุกกัน ส่วนสนุ๊กผมบ้าถึงขั้นต้องซื้อโต๊ะไว้ที่บ้าน เอาไว้เล่นกับเพื่อนฝูง" ลูกหลานคนยโสเริ่มบทสนทนา เมื่อถูกถามถึงกีฬาชื่นชอบ

"มวยก็ชอบนะ ชอบมากด้วย แต่เป็นมวยสากลนะ มวยไทยดูได้ไม่ค่อยนานเท่าไหร่ มันโหดไปสำหรับเรา ศอกกันทีเลือดกระจาย ตายๆๆ ไม่ไหวจริงๆ"

ประเด็นหลักของเราวันนั้นคือเรื่องฟุตบอล โทษฐานพี่หม่ำเพิ่งกระโดดลงมารับตำแหน่งประธานสโมสรบ้านเกิด

"ผมดูผ่านๆ มากกว่า เราเชียร์ทีมชาติไทยทุกนัด ไม่ค่อยอินกับสโมสรเท่าไหร่ แต่ถ้าทีมชาติแข่งเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นแหละ แหกปากกันไป"

หนุ่มแดนอีสานกับบอลนอกมีอะไรเกี่ยวพันกันไหม อันนี้ผมอยากรู้ส่วนตัว เพราะตัวเองโตมากับบอลนอก ทว่า "ท่านประธาน" แค่ยิ้มรับบางๆ

"ตอนเล่นคาเฟ่ พอได้ดูเยอะหน่อย เล่นตลกดึกไง เลยมีโอกาสได้ดู ตอนนั้นชอบอยู่คนชื่อมันเท่ดี รุมเมนิเก้ อะไรนั่นแหละ อีกคนก็ ฝรั่งเศสรึเปล่า ฌอง ปิแอร์ ... อะไรสักอย่าง"

สองชื่อดังกล่าว ถือเป็นแข้งระดับเวิลด์คลาส คาร์ล-ไฮนซ์ รุมเมนิเก้ สตาร์เยอรมนี และ ฌอง-ปิแอร์ ปาแปง หัวหอกเลือดเฟร้นช์ ไม่เลวนักใช่ไหมครับ กับคนบอกว่าไม่ค่อยได้ติดตามบอลนอก

ถือเป็นเรื่องไม่คาดฝัน เมื่อเห็นนักแสดงระดับตำนานก้าวขึ้นรับตำแหน่งประธานสโมสรฟุตบอล กระนั้นเหตุผลของพี่หม่ำมีอยู่ข้อเดียวครับ เพราะนี่คือทีมยโสธร ทีมบ้านเกิดของตัวเอง

"คือในที่ประชุมเขาหาประธานคนใหม่ จู่ๆ ก็มีคนพูดชื่อเราขึ้นมา แล้วทุกคนตบโต๊ะพร้อมกันเลยว่า ต้องเป็นเรา จากนั้นติดต่อมาว่าสะดวกรึเปล่า? ... ตอนแรกแอบคิดหนักเหมือนกันนะ แต่สุดท้ายมันเป็นบ้านเราไง อะไรก็ตามที่ทำให้ยโสธรได้ ผมทำได้หมด ทุกคนรู้ดีอยู่แล้ว เวลาจังหวัดมีงานอะไรต้องการประชาสัมพันธ์หรือความช่วยเหลือส่วนอื่น ผมแทบไม่รีรอเลย อะไรช่วยได้ก็ช่วยกันไป"

อย่างไรก็ตาม คุณเพ็ชรทาย ยืนยันไม่เข้าไปยุ่งเรื่องในสนามแน่นอน แต่จะช่วยสนับสนุนเรื่องนอกสนามมากกว่า ระดมทุนคนท้องถิ่นเข้ามาให้มากที่สุด เพราะนี่คือทีมของทุกคนไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง แม้ยโสธรไม่ใช่จังหวัดเม็ดเงินสะพัดขนาดนั้น แต่อนาคตทุกอย่างจะดีขึ้น

ถอยมามุมกว้าง การเป็นตลกกับฟุตบอล ฟังเหมือนห่างไกล กระนั้นผู้นำ "บั้งไฟพิฆาต" ไม่คิดเช่นนั้น ตลกกับฟุตบอลมีหลายอย่างค้ายคลึงกัน

จุดใหญ่สุดคือเรื่องทีมเวิร์ก เพราะทั้งสองอย่างทำคนเดียวไม่ได้ ต้องทำด้วยความเข้าใจในระบบทีมให้ได้มากสุด

"ผมว่าฟุตบอลก็เหมือนวงตลก เก่งผมไม่กลัวนะ กลัวมันเล่นเข้าขากัน อะไรก็ตามที่สู้กันเป็นทีม ความสามัคคีสำคัญมาก"  

"ตลกมันมี ตัวปู, ตัวดิ้น, ตัวเซ่อ ใช่ไหม มันเหมือนกันแหละ ตัวปูเป็นพวกคอยจ่ายบอลแบบกองกลาง มีตัวดิ้นรับไปขยี้ เหมือนตำแหน่งปีกคอยเปิดบอล แล้วจบที่ตัวเซ่อ เป็นกองหน้ายิงประตู ถ้าลำเลียงมาดี มุกนี้มีฮาแน่นอน เหมือนกัน … ถ้าจ่ายบอลทำทางกันมาดี เราก็ต้องได้ประตู"   

ฐานะตำแหน่งสูงสุด เรื่องวิสัยทัศน์ย่อมสำคัญ ต่อให้คุณยืนอยู่ในองค์กรไหนก็ตาม ผมยิงคำถามต่อเนื่อง วิธีบริหารท่านประธานวางแผนอย่างไรบ้าง?

คนนั่งฝั่งตรงข้ามทำท่าคิ้วขมวดเล็กน้อย ก่อนตอบแบบซื่อๆ "ให้อิสระในการทำงานของทุกคน เปิดโอกาสให้ทำงานตามที่ถนัด ถ้าคุณอยู่ในกลุ่มบริหาร ก็จัดการกันไป ใครมีหน้าที่อะไรทำให้เต็มที่"

"ส่วนเรื่องในสนาม เด็กคนไหนถนัดตำแหน่งไหน ก็ให้มันเล่นตำแหน่งนั้น มันเล่นกองหน้า จะให้เป็นเล่นกลองยาว...คงไม่ใช่ หรือมันเป็นปีก จะให้ไปเป็นน่อง ก็คงไม่ใช่อีก ใช่ไหม?!" สิ้นประโยคนี้ เสียงหัวเราะตามมาเป็นพรวน นี่คือเสน่ห์เฉพาะตัว หาคนเทียบเคียงยากมาก

แม้เพิ่งเริ่มต้น ทว่าปฏิเสธไม่ได้ว่าเมื่อคุณลงสนาม ทุกอย่างย่อมมีเป้าหมาย ปัจจุบันยโสธรเล่นระดับ T4 ผมกระทุ้งถามถึงโอกาสเลื่อนชั้น

"อย่าเพิ่งคิดไปไกลขนาดนั้น" พี่หม่ำยกมือปรามรวดเร็ว "ทุกอย่างค่อยเป็นค่อยไป เราต้องยอมรับว่าเพิ่งเริ่มต้น องค์ประกอบหลายๆ อย่างไม่สามารถทำให้ดีขึ้นฉับพลัน"

"ชีวิตผมเป็นแบบนี้แหละ เราเริ่มจากตลกวงลูกทุ่ง พยายามทำงานให้ดีที่สุดเพื่อไต่เต้าไปได้ยาวๆ จากนั้นมีคนมาเห็น เออไอ่นี่เล่นดีเว้ย สุดท้ายได้ย้ายมาเล่นคาเฟ่ แล้วต่อยอดไปเวิร์คพอยท์ ไปสหมงคลฟิล์ม ทุกอย่างไม่ได้มาภายในวันเดียว มันต้องใช้เวลา"

"ตอนนี้ทีมเราคงไม่ต่างจากระดับตลกวงลูกทุ่ง เส้นทางอีกยาวไกลมาก สิ่งสำคัญคือคุณต้องพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ ต้องต่อสู้ ต้องพยายาม ไม่ใช่ว่าอยากจะชนะ แต่ไม่ซ้อม อันนี้มันก็ไม่ได้ จากนั้นทุกอย่างจะดีขึ้นเอง"

สิ่งที่พี่หม่ำพูดมาเป็นเรื่องเข้าใจง่ายครับ ไม่มีอะไรซับซ้อนและซื่อตรง เพียงมีปัจจัยตัวแปรสำคัญคือ วินัย, พยายาม และทัศนคติที่ดี

"ถ้าอย่างนั้นเป้าหมายระยะสั้นล่ะครับ พี่หม่ำมองทีมบ้านเกิดไว้อย่างไรบ้าง?" ผมยิงคำถามทิ้งท้าย

"คนเราต้องมองเส้นทางแบบก้าวต่อก้าว อย่าไปวาดฝันให้มันไกลตัว เราจะพยายามอย่างเต็มที่ และผมหวังว่าจะพายโสธรไปเล่นคาเฟ่ให้ได้ จะช้าจะเร็ว...อีกเรื่องนึง"

เสียงเพลง "คนยโส" จบไปแล้ว ตอนนี้เต็มไปด้วยเสียงอื้ออึง ณ สังเวียนหญ้าพญาแถน ถือเป็นการเปิดตัวสโมสร T4 ยิ่งใหญ่กว่าสโมสรไทยลีกบางทีมด้วยซ้ำ ทว่าไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าผลงานรูปธรรม

ผมหวังเช่นกันว่าความหวังของเขาจะเป็นจริง หากถึงวันยโสธรก้าวขึ้นมาเล่นคาเฟ่ได้จริง วันต่อไปเราอาจได้เห็นเป้าหมายใหญ่เพิ่มเติม จะเป็นเวิร์คพอยท์ หรือ สหมงคลฟิล์ม อยู่ที่ความพยายามของเขาและพวกพ้อง



ชื่นชอบบทความนี้ของ : จิตกร ศรีคำเครือ ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง