mainstand

Inspiration

มิลตัน โรเซ่น : พลังจากเด็กพิเศษ ... เพื่อนแท้ที่ทำให้ "เดอะ ร็อค" กลายเป็นสตาร์คับโลก



"ดาวน์ซินโดรม" คือ อาการที่เกิดจากโครโมโซมที่ยากจะอธิบายให้เข้าใจภายในเวลาอันสั้น แต่ที่แน่ ๆ ผลลัพธ์ของมันนั้นทุกคนรู้ดี "พูดช้า, เชาวน์ปัญญาต่ำ, มีปัญหาเรื่องกล้ามเนื้อ และ รูปลักษณ์ภายนอกที่สังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน" 


 

ทั้งหมดนี้ทำให้ผู้ป่วยดาวน์ซินโดรมยากที่จะเข้าสังคมกับคนหมู่มากได้ แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นอย่างนั้นเสียทุกคน ... มนุษย์เราไม่ว่าจะเกิดมาจากไหนก็มีเรื่องให้สู้ในแบบของตัวเองทั้งนั้น และผู้ป่วยดาวน์ซินโดรมอย่าง มิลตัน แม็คไบรด์ โรเซน ก็เช่นกัน 

จากผู้ป่วยดาวน์ซินโดรม สู่บุคคลที่เป็นแรงบันดาลใจและสร้างพลังให้กับ "เดอะ ร็อค" หรือ ดเวย์น จอห์นสัน สุดยอดนักมวยปล้ำในตำนานและนักแสดงระดับแถวหน้าของฮอลลีวู้ด ... ถ้าไม่มี มิลตัน ... "เดอะ ร็อค" อาจจะไม่เป็นตำนานขนาดนี้ก็เป็นได้  

ติดตามเรื่องราวความสัมพันธ์ของคู่ซี้ต่างขั้ว ที่จะทำให้คุณประทับใจไม่รู้ลืมได้ที่นี่ 

 

ภายในที่แข็งแกร่งที่สุด 

"มันเป็นเรื่องราวที่พิเศษมาก ที่ความสัมพันธ์ระหว่างผมกับเขาได้เกิดขึ้น มันคือความพิเศษในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง" เดอะ ร็อค พูดผ่านคลิปใน Instagram ถึงการพบเจอกับเพื่อนซี้ต่างวัยของเขา "มิลตัน" 

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

A post shared by therock (@therock) on

ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เกิดขึ้นเมื่อนานมามากแล้วตั้งแต่ที่ เดอะ ร็อค ยังเป็นแค่เด็กชาย ดเวย์น จอห์นสัน ลูกชายของ ร็อคกี้ จอห์นสัน นักมวยปล้ำผิวดำสัญชาติแคนาดา และหลานคุณตา ปีเตอร์ มายเวีย นักมวยปล้ำชาวอเมริกันเชื้อสายซามัว ... ทั้ง ดเวย์น และ มิลตัน ถือเป็นเด็กที่เติบโตในสังคมที่เต็มไปด้วยกลุ่มชายฉกรรจ์กล้ามโตใน เมืองแทมปา รัฐฟลอริด้า พวกเขาจะมีที่ที่จะมารวมตัวกันในช่วงเย็นของทุกวัน มาออกกำลังกาย สร้างกล้ามเนื้อ เป็น คอมมูนิตี้ สำหรับกลุ่มคนรักสุขภาพโดยเฉพาะ 

และอย่างที่เราได้กล่าวไว้ มิลตัน เป็นเด็กพิเศษที่มีความแตกต่างกว่าคนอื่น ทว่าเส้นทางของเขามีคนที่พร้อมจะผลักดัน ... บรูซ และ อัล โรเซน ผู้อุปการะ (หรืออาจจะเรียกว่า พ่อบุญธรรม ก็ไม่ผิดอะไร) ของเขา คือหนึ่งในกลุ่มนักกล้ามประจำเมือง ไม่เพียงเท่านั้น สองพี่น้องฝาแฝดตระกูลโรเซ่น คือเจ้าของโรงยิมที่ชื่อว่า Boddy Shoppe สถานที่ซึ่งเป็นคอมมูนิตี้ของสมาคมนักกล้ามอีกด้วย


Photo : Photo : WWE CHILE (#TeamWWEChile)

มีคำกล่าวสุดอมตะถึงผู้ป่วยที่เป็นดาวน์ซินโดรม ว่ากันว่าแม้พวกเขาจะมีความสามารถไม่ครอบคลุมเหมือนกับคนอื่น ๆ ทว่าหากพวกเขาได้สนใจอะไรจริง ๆ ขึ้นมา กลุ่มผู้ป่วยเหล่านี้จะกลายเป็นอัจฉริยะในด้าน ๆ นั้นได้ นั่นคือที่มาของคำว่า "เด็กพิเศษ" และหากจะกล่าวถึง มิลตัน ให้ถูกต้องคงต้องเรียกเขาว่า นี่คือเด็กพิเศษสายกล้ามอย่างแท้จริง 

ในโรงยิมนั้นอาจจะมีเด็กหลายคนที่เข้ามาทดลองหรือมาตามพ่อ แต่สุดท้ายพวกเขาก็ต้องกลับไปเล่นสนุกเเบบเด็กทั่วไป แต่ มิลตัน นั้นไม่ใช่ เขายกน้ำหนักลูกแรกได้ 60 ปอนด์ ทุกคนในโรงยิมปรบมือให้ด้วยความชื่นชม และนั่นคือวินาทีแรกที่เขารู้สึกว่าตัวเองกลายเป็นที่ยอมรับและเข้ากับคนกลุ่มใหญ่ได้

กลุ่มชายนักกล้ามที่น่ากลัว กลายเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของเขา มิลตัน คือน้องเล็กสุดที่ใคร ๆ ต่างก็รักและดูแล จนกระทั่งวันหนึ่ง ดเวย์น จอห์นสัน วัย 6 ขวบได้เข้ามาในโรงยิมแห่งนี้พร้อมกับพ่อ ... มิลตัน ก็กลายเป็นรุ่นพี่และได้เป็นฝ่ายดูแลคนอื่น ๆ บ้างเป็นครั้งแรก

ใช่เเล้ว เด็กนักกล้ามดาวน์ซินโดรมคนนี้ คือพี่เลี้ยงคนแรกในวงการเพาะกายของ "เดอะ ร็อค"  

 

เพื่อนกัน 

"ผมเจอกับเขาที่โรงยิม เขาเล่นเวทแบบไม่หยุด การได้เห็นเขาทำให้ผมรู้ว่าผมสามารถเป็นนักกล้ามและเริ่มเพาะกายได้เหมือนกัน" เดอะ ร็อค กล่าวถึงความสนิทที่แทบจะเกิดขึ้นในทันที 

"ผมกับ มิลตัน เล่นมวยปล้ำกันในห้องนอน ฝึกท่าทางต่าง ๆ เหมือนพวกนักมวยปล้ำอาชีพทำกัน เราสนิทกันมาก มันเป็นความสนิทในแบบของพี่น้องหรือเพื่อนซี้อะไรแบบนั้น" 


Photo : Milton McBride Rosen

เดอะ ร็อค พูดเช่นนั้นไม่ใช่ว่าเขาจะต้องการรำลึกความหลังให้ทุกคนเห็นว่าเขาเป็นคนดี เปิดกว้างกับเพื่อนมนุษย์ที่เป็นเด็กพิเศษ เพราะความจริงแล้วเขาถือว่าเป็นรุ่นน้องของ มิลตัน เลยด้วยซ้ำ กว่าที่ เดอะ ร็อค จะเติบโตขึ้นมาเป็นหนุ่มและถูกเรียกว่า "ไอ้หนุ่มคนที่เล่น (กล้าม) หนักที่สุดในห้องนี้" เขาได้แรงบันดาลใจมาจาก มิลตัน เป็นอย่างมาก 

ด้วยความเป็นเด็กพิเศษ มิลตัน อาจจะไม่มีสมาธิมากพอทำทุกเรื่อง แต่พอเขาได้หยิบจับและหลงรักเรื่องการเล่นกล้าม เขาก็ทำมันไม่หยุด น้ำหนักในการยกของเขาเพิ่มมากขึ้นทุกวันนี้จาก 60 ปอนด์ เป็น 100, 200, และ 300 ปอนด์ จนร่างกายของเขาแทบไม่ต่างจากคนเล่นกล้ามทั่วไป ความแข็งแกร่งด้านร่างกายส่งผลต่อทางจิตใจ ทั้งสองคนเติบโตขึ้นพร้อม ๆ กันและนั่นยิ่งทำให้ เดอะ ร็อค เห็นความเป็นคนมี "จิตใจดี" ของ มิลตัน ที่หวังดีกับทุกคน ไม่ใช่แค่กับเขาที่เป็นเพื่อนสนิทเท่านั้น 

มีเรื่องหนึ่ง เดอะ ร็อค เคยเล่าว่า ในช่วงที่เขากำลังเริ่มเป็นวัยรุ่น เป็นช่วงเวลาที่พ่อของเขา ร็อคกี้ จอห์นสัน กำลังเดินทางมาสู่ช่วงขาลงของการเป็นนักมวยปล้ำ บทบาทโดนลด เงินทองหดหาย นั่นทำให้เหมือนเป็นการตกจากที่สูง ร็อคกี้ เริ่มติดเหล้าและไม่ไปโรงยิมเหมือนแต่ก่อน ไม่มีใครในบ้านหยุดความซึมเศร้าของเขาได้ จนกระทั่ง มิลตัน เป็นคนเข้ามาในบ้านและสั่งสอน ร็อคกี้ จอห์นสัน ตำนานแชมป์โลกมวยปล้ำด้วยตัวเอง

"ผมเศร้ามากนะตอนนั้น ผมคิดว่าอาชีพของผมจบสิ้นเเล้วจริง ๆ แล้วก็เริ่มดื่มเหล้าหนักมาก ๆ ไม่มีใครหยุดผมได้ จนกระทั่งผมเจอ มิลตัน ที่มาที่บ้านและดึงขวดเหล้าของผมและโยนทิ้งไปต่อหน้า ตะโกนด่าผมว่า 'มันไม่ดีนะ มันทำร้ายคุณ แล้วมันก็ทำร้ายผมด้วย' ... ผมยอมรับว่าผมอยากจะเตะเขาให้คว่ำตรงนั้นเลย แต่ มิลตัน ก็เอาเหล้าทั้งหมดที่ผมมี ขนหนีออกนอกประตูไปหมดเลย" ร็อคกี้ จอห์นสัน คุณพ่อของ เดอะ ร็อค กล่าว 

ไม่ใช่แค่ช่วยตัวของ เดอะ ร็อค แต่ มิลตัน ยังทำให้ครอบครัวนี้ไปต่อได้ด้วยการมีหัวหน้าครอบครัวที่เข้มเเข็ง มิลตัน ไม่เคยบ่นว่าเหนื่อยไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน แม้ว่าที่สุดเเล้วการเพาะกล้ามของเขาจะไปได้ไม่ไกลเท่ากับคนอื่น ๆ ที่มีอุตสาหกรรมมวยปล้ำหรือกีฬาอื่น ๆ รองรับ แต่สำหรับผู้ป่วยดาวน์ซินโดรมอย่างเขา การเล่นกล้ามทำให้เขากลายเป็นคนที่มีคนยอมรับและได้รับมิตรภาพที่แท้จริงจากคนรอบข้าง

"มิลตัน เป็นเพื่อนผมมาตลอดชีวิต เป็นยิ่งกว่าเพื่อนด้วยซ้ำ เขาเป็นเหมือนพี่ชาย ทุกครั้งเรามักจะถามตัวเองว่าตลอดชีวิตที่เกิดมาเราจะโชคดีพอที่จะได้พบมิตรแท้หรือไม่ หรือแม้กระทั่งการได้เจอเด็กพิเศษแบบเขา ซึ่งผมได้พบและผมมองพวกเขาในอีกมุมหนึ่ง ผมเห็นความโดดเด่นที่มีเอกลักษณ์ ความสามารถของ มิลตัน คือเขาสามารถส่งอิมแพ็กต์ต่อทุกคนที่อยู่รอบข้าง นี่แหละคือสุดยอดที่สุดเเล้ว" เดอะ ร็อค กล่าวถึงพี่ชายต่างสายเลือดคนนี้อีกครั้ง

 

สู้ในแบบของตัวเอง

การไปโรงยิมตั้งแต่เด็กและช่วงวัยรุ่นพร้อม ๆ กับ มิลตัน มันทำให้ เดอะ ร็อค สามารถเติบโตบนเส้นทางนี้อย่างที่หลายคนรู้ จากวงการมวยปล้ำ สู่แชมป์โลก และเปลี่ยนเป็นคนที่คนทั้งโลกรู้จักในฐานะดาราแถวหน้าของวงการภาพยนตร์ฮอลลีวู้ด ด้วยลีลาการพูดและการแสดงที่ฝึกฝนมาพร้อม ๆ กับการเล่นกล้าม ซึ่งแน่นอนว่า มิลตัน ก็มีส่วนอีกนั่นแหละ

ทุกครั้งที่พวกเขาอยู่ด้วยกัน เดอะ ร็อค จะซ้อมพูดผ่านไมโครโฟน และให้ มิลตัน แสดงบทเป็นผู้ให้สัมภาษณ์ บางทีก็เล่นเป็นนักกล้ามแชมป์โลกบ้างอะไรประมาณนั้น ส่วนตัว เดอะ ร็อค รับหน้าที่เป็นเหมือนกับพิธีกรภาคสนาม ที่ใส่ลูกเล่นในการสัมภาษณ์เหมือนกับที่เขาแสดงออกมาในปัจจุบัน แบบที่ทุกคนได้เห็น 

เรียกได้ว่าเบื้องหลังของ เดอะ ร็อค ที่โลกรัก ล้วนมีช่วงเวลาที่ มิลตัน โรเซน เข้ามาเกี่ยวข้องเสมอ หากจะมีใครสักคนที่ถูกพูดถึงนอกจากพ่อและแม่ของเขาแล้ว มิลตัน สมควรได้รับการยกมือในฐานะผู้สนับสนุนทั้งร่างกายและสภาพจิตใจเป็นอย่างยิ่ง

สำหรับเด็กพิเศษคนหนึ่ง การเติบโตมาท่ามกลางความรักและมิตรภาพจากคนรอบข้าง (ที่ไม่ใช่คนในครอบครัว) นั้นไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน แต่ มิลตัน โรเซ่น ทำได้ ทั้งหมดไม่ใช่เกิดขึ้นเพียงเพราะเขาเป็นผู้ป่วยดาวน์ซินโดรมที่เล่นกล้าม แต่มันเป็นเพราะเขามีจิตใจที่ดีต่างหาก ไม่ว่าใครที่อยู่รอบข้างก็ล้วนแต่จะได้รับพลังจากเขาทั้งสิ้น นี่ต่างหากคือคุณสมบัติของความเป็นมนุษย์ที่แท้จริง


Photo : Photo : Bruce Rosen


Photo : Photo : Milton McBride Rosen

ขณะที่ มิลตัน โรเซน ที่ปัจจุบันอายุ 58 ปี เคยเป็นนักกีฬายกน้ำหนักระดับทีมชาติสหรัฐอเมริกาที่ลงเเข่งขัน สเปเชี่ยล โอลิมปิก (โอลิมปิกของผู้ป่วยทางสมอง) เป็นตัวอย่างให้สังคมรู้ว่าผู้ป่วยดาวน์ซินโดรมไม่ใช่ภาระ แต่สามารถเป็นแรงบันดาลใจที่ดีให้กับทุกคนได้ หากพวกเขาได้รับการสนับสนุน และการหยิบยื่นโอกาสจากคนรอบข้าง 

พวกเขาก็เหมือนกับเรา ๆ ทั่วไป มีสิ่งที่ต้องสู้ มีสิ่งที่ต้องการจะชนะ และที่สำคัญที่สุดพวกเขาอยากได้ความรู้สึกที่ว่า "เราเกิดมาเหมือนกัน" ไม่ได้แตกต่างและโดนตัดสินจากคนภายนอกเหมือนที่หลายคนมอง 

"ผมอยากให้ทุกคนรู้ ผมรู้จักกับ มิลตัน โดยที่ยังไม่รู้ว่าเขาป่วยหรือเป็นโรคอะไร จนกระทั่งวันหนึ่งเมื่อโตขึ้นและเริ่มรู้ว่าเขาป่วยเป็นโรคดาวน์ซินโดรม แต่ความสัมพันธ์ของผมก็ยังเกิดขึ้นต่อไป เพราะหัวใจของเขาพร้อมจะมอบความรักให้แบบไร้ขอบเขต เขาอยากจะดูแลและหวังดีกับคนทุกคน มิลตัน เป็นผู้ชายที่มีอิทธิพลต่อชีวิตผมอย่างมาก เขาทำให้ผมสามารถทำในสิ่งที่ไม่เคยคิดว่าจะทำได้มาก่อน" เดอะ ร็อค กล่าวทิ้งท้าย

สุดท้ายนี้ ทุกความประทับใจจาก มิลตัน โรเซ่น ส่งให้ เดอะ ร็อค กลายเป็นคนคุณภาพแข็งแกร่งทั้งร่างกายและจิตใจ อีกทั้งยังส่งแรงบันดาลใจให้กับคนรอบข้าง และนั่นทำให้ เดอะ ร็อค จับมือกับ Under Armour แบรนด์สปอร์ตแวร์ชื่อดังเพื่อผลิตไอเทมของคนชอบออกกำลังกายขึ้นมาชื่อว่า "Project Rock" ซึ่งเป็นโปรเจ็คต์ที่เขาอยากจะส่งต่อชุดออกกำลังกายที่มีประสิทธิภาพและราคาที่จับต้องได้ ให้ทุกคนหันมาออกกำลังกายและเปลี่ยนชีวิต หรือแม้กระทั่งเริ่มสู้บนเส้นทางของตัวเอง ... เหมือนกับที่ มิลตัน โรเซ่น เป็น และมอบให้คนอื่น ๆ 


คอลเล็คชั่นนี้มาพร้อมกับชุดออกกำลังกายในยิม ด้วยเทคโนโลยี UA Charged Cotton ซึ่งใช้ผ้าฝ้ายธรรมชาติ ที่นอกจากจะนุ่มสบาย ตัวเนื้อผ้ายังแห้งเร็วและมีความยืดหยุ่น 

เช่นเดียวกับ เสื้อแจ็คเก็ต Project Rock Charged Cotton Hoodie ที่ใช้เทคโนโลยีเดียวกัน ซึ่งทั้งซับเหงื่อได้ดีและแห้งเร็ว แถมยังเป็นทรงหลวม ที่ทำให้สวมใส่สบาย   



นอกจากนี้ยังมี UNDER ARMOUR UA Project Rock 3 รองเท้าออกกำลังกาย ที่ทำจากผ้าเนื้อนุ่มน้ำหนักเบาระบายอากาศได้ดี พร้อมด้วยเทคโนโลยี UA HOVR ที่ให้ความรู้สึกไร้แรงโน้มถ่วงและลดแรงกระแทก 



สำหรับท่านที่สนใจสินค้าเสื้อผ้าจาก "Project Rock" สามารถเข้าชมและสั่งซื้อได้ผ่าน UA.com และมีวางขายที่ UA Brand House ทั้ง 7 สาขา (ศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์, ศูนย์การค้าเมกา บางนา, ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล พัทยา, ศูนย์การค้าเซ็นทรัลลาดพร้าว, ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, ศูนย์การค้าไอคอนสยาม และ ศูนย์การค้าสยาม พารากอน) และเป็นเจ้าของรองเท้า UA Project Rock 3 ได้แล้ว ด้วยการไปที่ UA Brand House ทั้ง 4 สาขา (ศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์ ศูนย์การค้าเมกา บางนา ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ และ ศูนย์การค้าสยาม พารากอน) วันที่ 27 สิงหาคมนี้ เป็นต้นไป

 

แหล่งอ้างอิง 

https://www.menshealth.com/fitness/a27100142/the-rock-gym-inspiration/
https://www.thesun.co.uk/sun-men/8847410/dwayne-rock-johnson-milton-mcbride-rosen-downs-syndrome-weightlifting-film/
https://www.wtsp.com/article/entertainment/television/great-day-tb/meet-dwayne-johnsons-rock-milton-mcbride-rosen/67-0f048e53-56d6-45ce-82bb-b7748f9b29ad
https://themighty.com/2019/04/dwayne-johnson-milton-rosen-down-syndrome-rocks-rock-film/
https://finance.yahoo.com/news/dwayne-rock-johnson-honors-powerlifting-235824057.html
https://www.youtube.com/watch?v=VmMaPgvj_G8



ชื่นชอบบทความนี้ของ : ชยันธร ใจมูล ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง