mainstand

Inspiration

อลิสัน เฟลิกซ์ : ไต้ฝุ่นสาวผู้ทำลายสถิติ ยูเซน โบลต์ กับการสู้เพื่อสิทธิของคนเป็นแม่



ในโลกปัจจุบันที่เรื่องของ "สิทธิสตรี" ถูกหยิบยกขึ้นมาถกเถียงกันในสังคมกันอยู่บ่อยครั้ง หลากหลายแง่มุม    แตกต่างกันไปตามวาระ แต่โดยรวมแล้วประเด็นสำคัญก็หนีไม่พ้นการยกระดับให้ผู้หญิงขึ้นมาเท่าเทียมกับผู้ชาย ทำลายมายาคติชายเป็นใหญ่ และต้องการที่จะเพิ่มบทบาทของสตรีในมิติต่างๆ ของสังคม ซึ่งทุกอย่างก็ดูจะเป็นไปได้ด้วยดี จากการที่เราสามารถเห็นการมีบทบาทของผู้หญิงในสังคมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ 


 

อย่างไรก็ตามในวงการกีฬา ดูเหมือนประเด็นนี้จะยังไม่ถูกให้ความสำคัญเท่าที่ควร จริงอยู่ที่ในปัจจุบันนี้มีรายการแข่งขันกีฬาสำหรับผู้หญิงมากมายไม่ต่างจากผู้ชาย แต่ในเรื่องของ "การตั้งครรภ์และมีลูก" ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในชีวิตที่ผู้หญิงต้องเจอ ไม่เว้นแม้แต่นักกีฬา กลับไม่ได้มีใครให้ความสนใจเท่าไรนัก และมันคงเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ ถ้าไม่มีใครออกมาต่อสู้เรียกร้อง

"ฉันเงียบกับเรื่องราวแบบนี้มานาน แต่ตอนนี้ถึงเวลาของฉันแล้ว" นักกีฬาสาวคนหนึ่งปฏิญาณกับตัวเองว่าเธอจะลุกขึ้นสู้เพื่อความเป็นธรรมของเหล่าคุณแม่ 

ชื่อของเธอคือ อลิสัน เฟลิกซ์ ติดตามเรื่องราวการต่อสู้ด้วยหัวใจที่เต็มเปี่ยมด้วยความรักและความมุ่งมั่นอันแข็งแกร่งของเธอได้ที่นี่

 

เปี่ยมล้นด้วยพรสวรรค์

ชีวิตของ อลิสัน เฟลิกซ์ ค่อนข้างจะแตกต่างจากขนบ "นักกีฬาสู้ชีวิต" โดยทั่วไป เนื่องจากเธอเติบโตมาในครอบครัวที่ค่อนข้างมีฐานะ พ่อของเธอเป็นคณบดีและศาสตราจารย์อยู่ที่มหาวิทยาลัย The Master's Seminary มลรัฐแคลิฟอร์เนีย 

เฟลิกซ์ ข้องเกี่ยวอยู่ในโลกของกีฬาตั้งแต่เด็ก ๆ เพราะพี่ชายของเธอ "เวส เฟลิกซ์" เป็นนักกรีฑาดีกรีแชมป์เยาวชนสหรัฐอเมริกา ในการวิ่ง 200 เมตร เมื่ออายุได้ 14 ปี เฟลิกซ์ก็เริ่มเรียนรู้การวิ่งเพื่อแข่งขันเป็นครั้งแรกจากการฝึกสอนของคุณครูที่โรงเรียน และเพียงสิบสัปดาห์หลังจากนั้นเธอก็สามารถคว้าอันดับที่ 9 ในการวิ่ง 200 เมตร รายการ CIF California State ถึงแม้จะไม่ใช่ผลงานที่ดีนัก แต่มันก็ถือว่าดีมากๆ สำหรับมือใหม่อย่างเธอ

หลังจากนั้นพรสวรรค์การเป็นนักวิ่งระยะสั้นของ เฟลิกซ์ ก็ฉายแววโดดเด่นขึ้นเรื่อยๆ ในปี 2001 เธอคว้าเหรียญทองในการวิ่ง 100 เมตรรายการ World Youth Championships ก่อนที่ในปี 2003 เธอจะได้รับการโหวตให้ได้รับรางวัล "นักกีฬามัธยมปลายแห่งปี" ของประเทศสหรัฐอเมริกา และในปี 2004 โลกก็ต้องจารึกเมื่อเธอสามารถคว้าเหรียญเงินจากการวิ่ง 200 เมตรในการแข่งขัน โอลิมปิก ณ กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ ด้วยวัยเพียง 18 ปี

เมื่อพ้นวัยเยาวชน เฟลิกซ์ก็เข้าสู่โลกของนักกีฬาอาชีพอย่างเต็มตัว และก็ดูเหมือนว่าจะไม่มีอะไรมาหยุดเธอได้อีกต่อไป เฟลิกซ์สถาปนาตัวเองขึ้นเป็นหนึ่งในนักวิ่งระยะสั้นชั้นแนวหน้าของโลก เป็นดาวเด่นของทีมชาติสหรัฐอเมริกา เดินหน้ากวาดแชมป์อย่างไม่หยุดยั้ง ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันโอลิมปิก หรือชิงแชมป์โลก เฟลิกซ์ก็เคยขึ้นโพเดี้ยมรับเหรียญทองมาแล้วทั้งสิ้น

จนกระทั่งปี 2017 ในตอนนั้น เฟลิกซ์ คว้าเหรียญทองในการแข่งขันชิงแชมป์โลกมาแล้วทั้งหมด 11 เหรียญ อีกเพียงแค่ 1 เหรียญทองเธอก็จะทำสถิติแซง "ยูเซน โบลต์" ชายที่ได้ชื่อว่าเร็วที่สุดในโลกได้สำเร็จ ซึ่งทั่วทั้งโลกรวมถึงตัวเธอเองเชื่อมั่นว่าไม่ใช่เรื่องยาก เพราะด้วยวัย 32 ปี ณ ขณะนั้น เฟลิกซ์ยังมีสภาพร่างกายที่สมบูรณ์พร้อม ประสิทธิภาพในการวิ่งของเธอไม่ได้ตกลงไปเลย

แต่แล้ววันหนึ่งจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในชีวิตของ เฟลิกซ์ ก็มาถึงอย่างไม่ทันตั้งตัว เมื่อเธอพบว่าตัวเอง "ตั้งครรภ์" ...

 

ชีวิตที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย

การตั้งครรภ์ของ เฟลิกซ์ ค่อนข้างแตกต่างจากผู้หญิงทั่วไป เธอไม่มีอาการแพ้ท้อง ดังนั้นกว่าที่เธอจะรู้ว่ามีอีกหนึ่งสิ่งมีชีวิตเล็กๆ กำลังเติบโตอยู่ในตัวเธอก็ปาเข้าไปสัปดาห์ที่ 8 ของการตั้งครรภ์แล้ว และเธอก็ไม่สามารถปิดบังคนอื่นได้อีกต่อไป เนื่องจากเธอทำเวลาในการวิ่งได้ช้าลงอย่างเห็นได้ชัด

การตั้งท้องนั้นหมายความว่า เฟลิกซ์ จะต้องหยุดชีวิตการเป็นนักวิ่งของเธออย่างน้อยเป็นเวลา 1 ปี และก็ไม่มีอะไรการันตีว่าหลังจากคลอดแล้วเธอจะกลับมาวิ่งด้วยความเร็วแบบเดิมได้ ดังนั้นนี่จึงเป็นความเสี่ยงครั้งใหญ่ในอาชีพของเธอ แต่ เฟลิกซ์ กลับไม่ได้สนใจเรื่องนี้เท่าไรนัก

"ฉันตื่นเต้นมากที่ตัวเองตั้งครรภ์ ฉันอยากเป็นคุณแม่มาเสมอ รู้สึกมีความสุขอย่างไม่น่าเชื่อ" เฟลิกซ์เผยความรู้สึกกับ ESPN

"การตั้งครรภ์อาจส่งผลให้เกิดอุปสรรคในอาชีพของฉัน รวมถึงรายการวิ่งในปี 2019 และ โอลิมปิก 2020 แต่ก็ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน ฉันรู้สึกพร้อมมากในการมีครอบครัว"

"ที่ผ่านมาฉันใช้ชีวิตตามความคาดหวังของคนอื่นมาตลอด ผู้คนมักคาดหวังฉันในเรื่องการวิ่งอยู่เสมอ นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันรู้สึกได้ทำตามความต้องการของตัวเอง และฉันอยากแชร์ให้โลกได้รับรู้"

ในช่วงการตั้งครรภ์ เฟลิกซ์ มี "เค็นเน็ธ เฟอร์กูสัน" ผู้เป็นสามีดูแลอย่างใกล้ชิด และในช่วงเวลาว่างเธอก็มักจะบอกเล่าเรื่องราวการเป็นคุณแม่มือใหม่ผ่านทางโซเชียลมีเดียอยู่เสมอ ทั้งๆ ที่ปกติ เฟลิกซ์ ไม่ค่อยเปิดเผยไลฟ์สไตล์ตัวเองให้สาธารณะรับรู้มากนักนอกเหนือจากเรื่องการวิ่ง แต่สำหรับเรื่องนี้เธอมองว่ามันเป็นสิ่งสวยงาม และมันคงเป็นประโยชน์สำหรับเหล่าคุณแม่ในอนาคต เธอจึงเลือกที่จะถ่ายทอดมันออกมา

ทุกอย่างดูเหมือนจะเป็นไปได้ด้วยดี การเป็นนักกีฬาที่ดูแลรักษาร่างกายตัวเองอย่างดีมาโดยตลอดทำให้เธอมั่นใจว่าลูกในครรภ์ต้องออกมาสมบูรณ์พร้อม สุขภาพแข็งแรง จนกระทั่งการตรวจครรภ์ในสัปดาห์ที่ 32

"ทุกครั้งที่ฉันไปตรวจครรภ์จะใช้เวลาไม่นาน ทุกขั้นตอนเสร็จสิ้นในเวลาอันรวดเร็ว แต่ในครั้งนี้ฉันรู้ทันทีว่าเกิดความผิดปกติขึ้น เพราะหลังจากดูจอมอนิเตอร์ คุณหมอก็เดินออกจากห้อง หายไปนานเกือบหนึ่งชั่วโมง"

"‘คุณต้องไปโรงพยาบาลเพื่อรับการตรวจอย่างละเอียด อัตราการเต้นของหัวใจของทารกในครรภ์มีความผิดปกติ โทรหาสามีคุณเดี๋ยวนี้เลย’ นี่คือสิ่งที่คุณหมอพูดกับฉันหลังจากที่เธอเดินกลับเข้ามาในห้อง"

ในตอนนั้น เฟลิกซ์ เล่าว่าเธอยังพยายามทำใจดีสู้เสือ คิดว่าคงไม่มีอะไรร้ายแรงมาก ทุกอย่างต้องเป็นไปด้วยดี แต่เมื่อเธอกับสามีไปถึงโรงพยาบาล หลังจากได้รับการตรวจอย่างละเอียดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เฟลิกซ์รู้ทันทีว่านี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แล้ว

"ความดันโลหิตของฉันสูงเกินไป อัตราการเต้นของหัวใจของทารกช้าลง นี่เป็นอันตรายสำหรับเราทั้งคู่ ฉันถูกส่งเข้าแผนกฉุกเฉิน และทำการคลอดภายใน 48 ชั่วโมง"

สิ่งที่เกิดขึ้นกับ เฟลิกซ์ คือ ภาวะครรภ์เป็นพิษ หรือ Preeclampsia ซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากการทำงานที่ผิดปกติของเยื่อบุหลอดเลือด (endothelial malfunction) และการหดตัวของหลอดเลือด (vasospasm) จะเกิดขึ้นภายหลังอายุครรภ์ 20 สัปดาห์ ผู้ป่วยจะมีความดันโลหิตสูงและมีโปรตีนรั่วในปัสสาวะ ซึ่งภาวะนี้อันตรายถึงชีวิต ทั้งทารกในครรภ์และผู้เป็นแม่

"ฉันจำได้ว่าสิ่งที่ฉันคิดในตอนนั้นคือ ฉันไม่สนใจว่าฉันจะกลับมาวิ่งได้อีกครั้งหรือไม่ ฉันแค่สวดภาวนาว่าลูกของฉันจะปลอดภัย"


Photo : www.dailymail.co.uk

ลูกสาวชื่อ "คามริน" ออกมาลืมตาดูโลกในวันที่ 28 พฤศจิกายน ปี 2018 โดยวิธีการผ่าคลอด น้ำหนักตัวแรกคลอดของเธอคือ 3 ปอนด์ 7 ออนซ์ (ราว 1.5 กิโลกรัม) อย่างไรก็ตามชีวิตของทารกน้อยคนนี้ยังแขวนอยู่บนเส้นด้าย คุณหมอต้องพาตัวเธอเข้าห้องฉุกเฉิน พร้อมต่อท่อเครื่องช่วยหายใจเพื่อยื้อชีวิต

"คืนแรกฉันนอนไม่หลับเลย ฉันเป็นห่วงลูกมาก เธอถูกพาตัวไปรักษาตัวในอีกห้องหนึ่ง แต่พวกเขาไม่อนุญาตให้ฉันเดินไปเยี่ยม เพราะความดันโลหิตฉันยังไม่ปกติ"

ทารกน้อยคามรินใช้ชีวิตอยู่ในห้องอภิบาลทารกแรกเกิดเป็นเวลากว่า 1 เดือน และในทุก ๆ วันหลังจากที่อาการดีขึ้น ความเจ็บปวดจากแผลผ่าตัดเริ่มบรรเทา เฟลิกซ์ ก็มักจะไปเฝ้ามองดูเธอผ่านทางกระจกอยู่เสมอ

"ทุกวันที่เฝ้ามองดูผ่านกระจกฉันกลัวมาก มอนิเตอร์ในห้องส่งเสียงร้องตลอดเวลา บางครั้งทารกคนอื่นๆ ก็หยุดหายใจไปต่อหน้าฉัน เด็กน้อยเหล่านั้นกำลังต่อสู้อย่างหนักเพื่อการมีชีวิตรอด"


Photo : www.shethepeople.tv

สุดท้ายเรื่องนี้ก็จบลงด้วยคราบน้ำตา แต่เป็นคราบน้ำตาแห่งความดีใจ เพราะอาการของหนูน้อยคามรินฟื้นตัวขึ้นเรื่อยๆ จนพ้นขีดอันตราย และออกจากห้องอภิบาลทารกแรกเกิดได้ในที่สุด

"ในที่สุดเธอก็ปลอดภัย ฉันรู้สึกขอบคุณทุกคนมากๆ ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าตัวเองมีชีวิตอยู่เพื่ออะไร ไม่ใช่แค่การวิ่งเพื่อล่าเหรียญทองอีกต่อไป"

นอกจากความรักอันยิ่งใหญ่ของผู้เป็นแม่แล้ว เหตุการณ์นี้ก็ทำให้ เฟลิกซ์ ได้เรียนรู้และตระหนักถึงอะไรหลายอย่าง ที่ต่อมาจะเปลี่ยนแปลงชีวิตเธอไปตลอดกาล ...

 

กระบอกเสียงเพื่อคุณแม่

อีกหนึ่งเหตุการณ์ที่เกิดคู่ขนานไปกับการต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดของหนูน้อยคามินคือเรื่องราวระหว่าง เฟลิกซ์ กับหนึ่งในสปอนเซอร์หลักที่สนับสนุนเธอมาโดยตลอด เพราะในช่วงเวลานั้นคือช่วงที่สัญญากำลังจะหมดพอดี และข้อเสนอใหม่ที่สปอนเซอร์รายดังกล่าวยื่นมานั้นทำเอา เฟลิกซ์ หัวเสียเป็นอย่างมาก เพราะมันเป็นสัญญาที่แย่กว่าฉบับเดิมราวฟ้ากับเหว โดยพวกเขาให้เหตุผลว่าการที่ เฟลิกซ์ กลายเป็นคุณแม่อาจจะส่งผลให้เธอไม่สามารถทำหน้าที่นักกีฬาและพรีเซนเตอร์ได้ดีเท่าเดิม

"ปกติฉันจะเป็นคนเงียบๆ แต่ตอนนี้มันถึงเวลาของฉันแล้วที่ต้องออกมาพูดอะไรบางอย่าง ฉันต้องการสร้างมาตรฐานใหม่ให้เพื่อนนักกีฬาที่กลายเป็นคุณแม่ ถ้าฉันซึ่งเป็นหนึ่งในนักกีฬาที่มีอิทธิพลที่สุดของแบรนด์ไม่ออกมาพูด แล้วใครล่ะจะเป็นคนพูด?"

เฟลิกซ์เขียนบอกเล่าเรื่องราวของเธอที่ถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมลงในสื่อยักษ์ใหญ่อย่าง The New York Times ความรักที่เธอมีต่อคามริน กลายเป็นแรงผลักดันให้เธอกล้าหาญอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เฟลิกซ์มองว่าการที่นักกีฬาหญิงตั้งครรภ์นั้นคือสิ่งสวยงาม ดังนั้นสิ่งที่พวกเธอควรได้รับคือการคุ้มครองดูแลจากผู้สนับสนุน ไม่ใช่การทอดทิ้งอย่างไม่ใยดี นอกจากนั้นเธอยังเรียกร้องให้องค์กรที่เกี่ยวข้องมีสวัสดิการดูแลนักกีฬาหญิงในช่วงตั้งครรภ์

"มีผู้หญิงจำนวนมากที่อยู่ในตำแหน่งสูงและมีอำนาจพอที่จะตัดสินใจเรื่องนี้ ฉันเชื่อว่าพวกเธอเคยผ่านประสบการณ์การตั้งครรภ์มาแล้ว และน่าจะรู้ดีว่ามันลำบากขนาดไหน ดังนั้นทำไมพวกเธอจึงไม่สนับสนุนแนวคิดนี้ล่ะ"

การเคลื่อนไหวครั้งนี้ของ เฟลิกซ์ สร้างแรงกระเพื่อมได้พอสมควร เพราะหลังจากนั้นไม่นาน สปอนเซอร์รายดังกล่าวก็ประกาศว่าจะมีการปรับปรุงสัญญาเพื่อปกป้องนักกีฬาหญิงที่ตั้งครรภ์มากขึ้น ภายใต้ข้อกำหนดใหม่ โดยจะไม่มีการลดข้อสัญญาเป็นระยะเวลา 18 เดือนในช่วงตั้งครรภ์ไปจนถึงหลังคลอด

นอกจากบทบาทการเป็นกระบอกเสียงเรียกร้องสิทธิให้กับนักกีฬาหญิงที่ตั้งครรภ์แล้ว จากประสบการณ์ที่เกือบจะสูญเสียลูกสาว เธอไม่อยากให้ใครต้องพบเจอเรื่องเลวร้ายแบบตัวเอง นั่นทำให้ เฟลิกซ์ มุ่งมั่นศึกษาเรื่องภาวะครรภ์เป็นพิษเพิ่มเติม ก่อนจะค้นพบว่าภาวะนี้มีโอกาสเกิดขึ้นกับผู้หญิงผิวดำมากกว่าผู้หญิงทั่วไปกว่า 60% แต่กลับไม่ค่อยมีการให้ความรู้ในเรื่องนี้อย่างทั่วถึงเท่าไรนัก เธอจึงใช้สถานะทางสังคมของตัวเองให้เป็นประโยชน์โดยการประชาสัมพันธ์ข้อมูลนี้ให้ผู้คนได้รับรู้

"ฉันอยากให้ผู้หญิงผิวดำมีความรู้ในเรื่องนี้ ได้รับการศึกษาอย่างครบถ้วนเกี่ยวกับความเสี่ยงเหล่านี้และพร้อมที่จะไปพบแพทย์ มีการเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อเผชิญหน้ากับสิ่งที่อาจเกิดขึ้นได้"

"Give A Loving Hand" การหยิบยื่นมือแห่งความรักจากเฟลิกซ์ ไม่ได้มีให้แต่เพียงกับลูกสาวตัวน้อยของเธอเท่านั้น เพราะเธอเองมีปณิธานที่ยิ่งใหญ่ คือต้องการให้ผู้หญิงทุกคน ได้พบสิ่งที่สวยงามแบบที่เธอได้รับ จนเป็นแรงผลักดันให้ตัวของเฟลิกซ์นั้นต้องออกมาต่อสู้เพื่อสิทธิของผู้หญิงที่ต้องตั้งครรภ์และรับภาระในการเป็นแม่ ซึ่งแม้จะมีอุปสรรค แต่เธอก็ได้ในสิ่งที่เรียกร้อง อันจะเป็นคุณประโยชน์กับเพศแม่ทุกคน

 

กลับมาอย่างผู้ชนะ

10 เดือนหลังจากให้กำเนิดคามริน เฟลิกซ์ ก็กลับมาสู่ลู่วิ่งที่เธอคุ้นเคยอีกครั้ง กับรายการแข่งขัน World Athletics Championships ปี 2019 ณ เมืองโดฮา ประเทศกาตาร์ โดย เฟลิกซ์ ลงแข่งในประเภทผลัดผสม 4x400 เมตร 

"ฉันยังมีไฟในการวิ่งอยู่" เฟลิกซ์อธิบายว่าทำไมเธอถึงกลับคืนสู่สนามในเวลาอันรวดเร็ว เพราะนอกจากสภาพร่างกายที่ฟื้นฟูกลับมาจนสมบูรณ์แล้ว เธอคิดว่ายิ่งเธออยู่ในลู่วิ่งใต้แสงสปอตไลต์มากเท่าไร การรณรงค์เพื่อสิทธิของนักกีฬาตั้งครรภ์ก็ยิ่งมีพลังมากขึ้นเท่านั้น

เมื่อสัญญาณออกสตาร์ทดังขึ้น ทีมกรีฑาสหรัฐอเมริกาก็พุ่งออกตัวไปข้างหน้าด้วยความรวดเร็ว เป้าหมายของทุกคนไม่มีสิ่งอื่นนอกจากการคว้าเหรียญทองเท่านั้น 

หลังจากรับไม้ต่อจาก "วิลเบิร์ต ลอนดอน" เฟลิกซ์ ซึ่งอยู่ในไม้ที่ 2 ก็โชว์ให้ทั้งโลกได้เห็น ว่าการตั้งครรภ์ของเธอนั้นไม่ได้ทำให้ประสิทธิภาพการเป็นยอดลมกรดของเธอลดลงเลย ความเร็วของเธอยังอยู่ในระดับยอดเยี่ยม ทีมกรีฑาสหรัฐอเมริกาขึ้นนำเป็นที่ 1 ก่อนที่เธอจะส่งไม้ต่อให้กับ "คอร์ทนี่ย์ โอโคโล่" 

หลังจากการแข่งขันจบลง สามารถพูดได้เต็มปากว่านี่คือการหวนคืนสนามอันยอดเยี่ยมของ อลิสัน เฟลิกซ์ เพราะทีมอเมริกาเข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่ 1 คว้าเหรียญทองกลับบ้านได้สำเร็จ นอกจากนั้นยังสร้างสถิติโลกใหม่ด้วยเวลา 3:09.34 นาที ส่งผลให้ในตอนนี้ เฟลิกซ์ มีเหรียญทองในครอบครองทั้งหมด 12 เหรียญ แซงยอดลมกรด ยูเซน โบลต์ เป็นที่เรียบร้อย

อีกหนึ่งรายการที่ เฟลิกซ์ ลงแข่งใน World Athletics Championships 2019 คือการวิ่งผลัด 4x400 เมตร ทีมหญิง และก็เป็นทีมไต้ฝุ่นสาวอเมริกาที่สามารถคว้าเหรีญทองตอกย้ำชัยชนะได้สำเร็จ ด้วยเวลา 3:22.96 นาที ส่งผลให้ อลิสัน เฟลิกซ์ คว้าเหรียญทองในศึกชิงแชมป์โลกได้แล้วถึง 13 เหรียญ

หลังจากคว้าชัยชนะ เฟลิกซ์ ก็เดินจากเส้นชัยไปหาหนูน้อยคามรินที่อยู่บนอัฒจรรย์กับคุณพ่อ ก่อนจะเอื้อมมือไปโอบกอดลูกสาวตัวน้อยด้วยความรัก เกิดเป็นภาพประทับใจที่น่าจะอยู่ในความทรงจำใครหลายคน


Photo : www.sepsneakers.com

"การที่ลูกสาวมาดูฉันที่นี่มันพิเศษมาก มีความหมายราวกับโลกทั้งใบเลยล่ะ"

บริดจสโตนรับรู้ถึงเรื่องราวที่ลึกซึ้งกินใจของ อลิสัน เฟลิกซ์ จึงรับเลือกให้เธอเป็นหนึ่งในเจ็ดนักกีฬาทีมบริดจสโตนของสหรัฐอเมริกา สู้ศึกโอลิมปิก 2020 ที่กรุงโตเกียวประเทศญี่ปุ่น สนับสนุนเธอในด้านต่างๆ เพื่อให้เธอได้ "Chase your dream" ไล่ล่าความฝันของตัวเองดั่งที่ตั้งใจไว้

 

แหล่งอ้างอิง

https://www.cnbc.com/2019/10/29/allyson-felix-on-the-negotiating-advice-she-wishes-she-knew-early-on.html
https://www.washingtonpost.com/sports/2019/07/31/runner-allyson-felix-didnt-want-speak-out-mom-she-felt-she-had/
https://www.self.com/story/allyson-felix
https://www.espn.com/espnw/voices/story/_/id/25526785/allyson-felix-pregnancy-motherhood-only-much-can-predict-much-less-control



ชื่นชอบบทความนี้ของ : เพรียวพันธ์​ แสน​ลาวัณย์​ ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง