mainstand

Inspiration

เจเนอเรชั่น ฟุต : โรงเรียนที่มีโต๊ะเพียงตัวเดียว แต่ปั้นนักฟุตบอลดังไปทั่วโลกนับไม่ถ้วน



ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เซเนกัล คือ 1 ในชาติจากทวีปแอฟริกาที่ผลิตยอดนักเตะออกมาลุยลีกยุโรปและเล่นให้กับทีมชั้นนำมากที่สุดชาติหนึ่ง ซาดิโอ มาเน่ ของ ลิเวอร์พูล, คาลิดู คูลิบาลี่ ของ นาโปลี, บัลเด้ เกอิต้า ของ โมนาโก และ อิดริสซ่า เกย์ ของ เปแอสเช คือหนึ่งในชื่อที่คุ้นหูแฟนทั่วโลกไปแล้ว 


 

หนึ่งในเหตุผลที่เป็นเช่นนั้นได้เกิดขึ้นจากรากฐาน และหนึ่งในรากฐานของ เซเนกัล ชุดนี้คือ "เจเนอเรชั่น ฟุต" ศูนย์ฝึกฟุตบอลให้กับเยาวชนในประเทศ ที่เริ่มต้นด้วยการมีฟุตบอล 1 ลูกและโต๊ะรับสมัคร 1 ตัวเท่านั้น 

แม้จะเล็ก แต่มอบโอกาสที่ยิ่งใหญ่ ติดตามเรื่องราวของ "เจเนอเรชั่น ฟุต อคาเดมี่" ได้ที่นี่ 

 

ปัญหาที่ทุกคนเห็น

จากการสำรวจของสื่อดังอย่าง USA Today โดยใช้รายได้ต่อประชากร (Gross National Income) พบว่า 10 อันดับประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก มีชาติจากทวีปแอฟริกาติดอันดับทั้งหมด นั่นแสดงให้เห็นในแง่ของภาพรวมว่า แอฟริกา คือทวีปที่ยากจนที่สุดในโลก เส้นทางสัมมาอาชีพให้ประชากรที่นั่นมีให้เลือกไม่กี่อย่าง และล้วนแต่เป็นอาชีพที่ต้องใช้พลังของร่างกายแลกมาทั้งนั้น 

นั่นจึงทำให้เด็กๆ แทบทุกคนที่เติบโตขึ้นมาพร้อมสภาพปากกัดตีนถีบ มีความฝันที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าสิ่งที่อยู่รอบตัวพวกเขา และหนึ่งในอาชีพทีเด็กชายชาวแอฟริกันฝันอยากจะเป็นมากที่สุดอาชีพหนึ่งคือ "นักฟุตบอล"

ว่ากันว่าคนเรายิ่งลำบากมากก็ยิ่งมีแรงถีบสูงจนกระทั่งใครก็คาดไม่ถึง เด็กแอฟริกันที่อยากจะเป็นนักฟุตบอลก็เป็นเช่นนั้น พวกเขามีต้นทุนน้อย แต่กลับมีความมุ่งมั่นที่สูงจนเหลือเชื่อ หากใครมอบโอกาสให้พวกเขาจะตอบแทนมันอย่างเต็มที่ 

และชายคนหนึ่งรู้เรื่องของการให้และการได้รับโอกาสเป็นอย่างดี เขาคือ มาดี้ ตูเร่ อดีตนักเตะที่แทบไม่มีใครรู้จัก เขาเป็นกองหลังชาวเซเนกัลที่เล่นให้กับสโมสร แบรสต์ และ ออร์เลอ็อง ในประเทศฝรั่งเศส ซึ่งการไปถึงจุดนั้นทำให้เขามั่นใจว่า หากมีใครสักคนตั้งใจที่จะเริ่มต้นแล้วล่ะก็ เด็กๆ ที่ เซเนกัล บ้านของเขาจะต้องทำในสิ่งที่ยิ่งใหญ่ให้กับวงการฟุตบอลได้แน่ 

 

อย่ารอที่จะลงมือ 

"ผมเชื่อเสมอว่าประเทศ เซเนกัล เป็นประเทศที่อุดมไปด้วยนักเตะพรสวรรค์ แต่ประเทศของเราจนมาก ผมเองก็ด้วย ... ผมมีเงินไม่พอหรอก (ยิ้ม)" มาดี้ ตูเร่ เล่าจุดเริ่มต้นให้ BBC ฟัง 


Photo : www.jotaay.net

ตูเร่ แขวนสตั๊ดไปในช่วงปี 1985 และหลังจากนั้นเขามีความพยายามอย่างมากที่จะกลับมาบ้านเกิดและทำให้เด็กๆ ที่ เซเนกัล ได้โอกาสแบบเขา "พัฒนาฝีเท้า, เปิดโลกทัศน์ด้วยการเห็นฟุตบอลในประเทศที่พัฒนาแล้ว สุดท้ายคือการนำสิ่งที่เคยได้รับ มอบให้กับคนที่ขาดแคลนและเฝ้ารอมันอยู่"

ด้วยสิ่งทั้งหมดที่กล่าวมา เขาเริ่มเก็บเล็กผสมน้อยและผุดแนวคิดจะสร้างศูนย์ฝึกฟุตบอลเพื่อเด็กๆ ขึ้นมาโดยตั้งใจจะใช้ชื่อว่า "เจเนอเรชั่น ฟุต"

จุดเริ่มตอนของศูนย์ฝึกนี้เกิดขึ้นในปี 2000 แม้จะต้องหาสนามชั่วคราวตามทุ่งกว้างและเนินทราย แต่ มาดี้ ไม่หวังแค่ให้เด็กที่มาเรียนกับเขาใช้ฟุตบอลเพื่อเป็นเวลาว่างเท่านั้น เขารู้ว่า เซเนกัล อุดมไปด้วยทรัพยากรมนุษย์ที่พร้อมจะพัฒนาเป็นนักฟุตบอลที่ดีได้ ดังนั้นเขาต้องทำอย่างจริงจัง ถึงแม้ว่าเขาจะไม่มีเงินเลยก็ตาม

ทว่าการจะบอกว่า "ไม่มีเงิน" ก็เลยไม่ยอมลงมือทำ สำหรับ ตูเร่ ถือว่าเป็นข้ออ้างเท่านั้น เขาเริ่มต้นจากการนำโครงการของเขาไปนำเสนอให้กับนายทุนหลายๆ แห่ง พยายามบอกให้เห็นว่าหากมีเงินทุนตามที่เขาต้องการแล้ว สิ่งที่ประเทศเซเนกัลจะได้คืออะไรบ้าง แต่กระนั้นด้วยความที่เขาไม่ใช่นักธุรกิจ มีแต่สัญญาลมปาก สุดท้ายก็ไม่มีใครมอบทุนให้กับโครงการของเขา ... แต่เมื่อ ตูเร่ เกิดมาเป็นคนจริง และตั้งใจจริง แค่ไม่มีเงินไม่เป็นไร ... เริ่มต้นเท่าที่มีไปก่อนก็ได้ 

"เรื่องนี้ฟังดูบ้าหน่อยนะ เราเริ่มจากศูนย์เลยจะบอกแบบนั้นก็ได้ ตอนแรกที่เปิดศูนย์ฝึกฟุตบอลให้กับเด็กๆ ผมมีโต๊ะแค่ 1 ตัวกับลูกฟุตบอลอีก 2 ลูกแค่นั้นแหละ" มาดี้ ตูเร่ เล่าต่อ 

"แทบไม่มีคนเชื่อมือผมหรอก แต่ผมมีโร้ดแมพ มีเป้าหมาย มีการประเมินด้วยตัวผมเองตลอด ผมมั่นใจว่าผมสามารถจุดมันให้ติดได้ แต่ผมต้องการความช่วยเหลือ ผมอาจจะล้มเหลวในการเป็นนักฟุตบอล แต่ผมมั่นใจว่าผมสามารถเป็นต้นแบบในการสร้างความมุ่งมั่นให้คนอื่นๆ ได้"

แรกเริ่มเดิมที เขาได้ฝึกเด็กๆ ในแบบที่เขาได้วางแผนมา จากเช้าจรดเย็น เขาจะง่วนอยู่กับการทำให้เด็กๆ เข้าใจฟุตบอลให้ถ่องแท้ยิ่งขึ้น แต่เมื่อเลิกซ้อมและเด็กๆ ไปพักผ่อน ตูเร่ จะเริ่มงานชิ้นที่ 2 ประจำวัน นั่นคือการใส่สูทเดินไปตามห้างร้านต่างๆ แม้ส่วนใหญ่คำตอบจะเหมือนเดิมคือ "ไม่" ก็ตาม แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็จะเลิกใส่สูทและเดินไปขอความช่วยเหลือจากคนอื่นไม่ได้ เพราะการออกไปเจอกับผู้คนแม้เพิ่มโอกาสได้เพียง 0.1% แต่อย่างน้อยก็ดีกว่าการอยู่กับที่ และทำให้โอกาสเหลือ 0% นั่นเอง 

"คุณคิดว่าผมทำอะไรได้บ้าง? ไม่มีทางเลือกอื่นเลย นอกจากพยายามเคาะประตูทุกบานบนโลกนี้และขอความช่วยเหลือ แต่ไม่มีใครสักคนที่เชื่อมั่นในโปรเจ็กต์นี้ ไม่มีใครสักคนที่อยากจะช่วยเรา พวกเขาคิดว่าผมเป็นพวกต้มตุ๋น 18 มงกุฎ" ตูเร่ เล่าย้อนความไป

 

Chase you dream 

ปัญหาจะไม่ถูกแก้หากไม่มีคนลงมือทำ ... นี่คือสิ่งที่ มาดี้ ตูเร่ สามารถบอกกับทุกคนผ่านการกระทำของเขา เขาเองก็มีฝัน แต่ฝันของเขานั้นยิ่งใหญ่เกินการสร้างความสำเร็จให้ตัวเอง

3 ปีเต็มๆ ที่ทำเองไม่มีใครช่วยแบบจริงๆ จังๆ จุดสุดท้าย มาดี้ ตูเร่ ตัดสินใจกลับไปยังฝรั่งเศส ประเทศที่คุ้นเคยอีกครั้ง และเข้าพบกับสโมสร เม็ตซ์ ทีมระดับกลางค่อนไปทางล่างของประเทศ ซึ่งแน่นอนว่าจะทีมเล็กทีมใหญ่ ตูเร่ ไม่สนอยู่แล้ว หลังจากที่เหนื่อยมานาน สุดท้ายก็มีใครที่เห็นความตั้งใจของเขาจนได้ ไม่ว่าข้อเสนอเป็นอย่างไร เขาจะคว้ามันไว้

"มีแค่ เม็ตซ์ จริงๆ ที่เชื่อมั่นในโปรเจ็กต์ของเรา" นี่คือสิ่งที่เขายืนยัน

การช่วยเหลือจากทีมเล็กๆ กลับกลายเป็นการคว้าความฝันครั้งใหญ่ของ ตูเร่ และวงการฟุตบอล เซเนกัล เมื่อ เม็ตซ์ เข้ามาพบเด็กๆ ที่ "เจเนอเรชั่น ฟุต" ก็ได้เจอกับสิ่งใหม่และเปิดโลกทัศน์ของพวกเขาให้กว้างขึ้นอย่างชัดเจน 

ไม่มีอีกแล้วการหากินแบบตามมีตามเกิดหลังจากการฝึกซ้อมที่เหน็ดเหนื่อย เม็ตซ์ มอบสิ่งสำคัญอย่างแรกให้นั่นคือ "ปัจจัย 4" ที่ประกอบด้วย อาหารการกินที่มีคุณประโยชน์เหมาะสมกับวัย นอกจากนี้ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่ทำให้การฝึกซ้อมจริงจังและมีมาตรฐานมากขึ้น 

ตูเร่ รู้ดีแก่ใจว่าแม้เด็กๆ ที่นี่จะได้ไปค้าแข้งในต่างแดนต่อหากเขาเก่งจริง แต่ปัญหาก็คือ "ไม่ใช่ทุกคน" ที่จะเก่งกาจและดีพอไปเล่นในยุโรป ซึ่งตัวของ ตูเร่ ได้เตรียมพร้อมกับเรื่องนี้เอาไว้ ด้วยการมอบสิ่งที่มีค่ายิ่งกว่าทรัพย์สินใดๆ นั่นคือ "ความรู้" สิ่งที่จะติดตัวเด็กๆ ทุกคนไปจนเขาเติบใหญ่ และสิ่งนี้เองจะทำให้พวกเขาเอาไปใช้ทำมาหากินได้ แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้เป็นนักฟุตบอลอาชีพก็ตาม 

"เราสร้างอคาเดมี่ได้จากความสามารถของเด็กๆ ก็จริง แต่เรารู้ว่าเด็กๆ หลายคนไม่มีโอกาสได้ไปโรงเรียนและเรียนหนังสือ ทุกคนรู้แต่เรื่องฟุตบอลและหมกมุ่นกับมันอย่างเดียวเท่านั้น ดังนั้นปรัชญาของศูนย์ฝึกเราที่บอกกับทุกคนคือ ทุกต้องเรียนหนังสือ พวกเขาต้องมีการศึกษา เพราะถ้าวันไหนชีวิตของพวกเขาไม่มีฟุตบอลขึ้นมา พวกเขาจะได้มีวิชาไปทำอาชีพอื่นได้"

เพราะความฝันนั้นเปลี่ยนแปลงได้เสมอ หากวันใดที่ฝันแรกอย่างการเป็นนักฟุตบอลไม่สามารถไปถึงได้ เด็กๆ ที่ เจเนอเรชั่น ฟุต ก็ยังมีองค์ความรู้จากการศึกษาที่ทำให้พวกเขา "Chase you dream" หรือล่าฝันอื่นๆ ให้สำเร็จ เพราะสุดท้ายแล้วการทำอะไรอย่างเต็มที่และไปให้ถึงจุดมุ่งหมาย ปลายทางก็หอมหวานไม่ต่างกัน ...

 

Give A Loving Hand 

เม็ตซ์ และ เจเนอเรชั่น ฟุต กลายเป็นการจับคู่ที่ลงตัว ประการแรก เม็ตซ์ ผู้ลงทุนจะได้นักเตะจากศูนย์ฝึก เจเนอเรชั่น ฟุต ที่มีพร้อมทั้งศาสตร์ด้านฟุตบอล และมีความรู้ อ่านออก เขียนได้ ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้จำเป็นมากในการต้องอยู่ห่างไกลบ้านเกิด  

ขณะที่ เจเนอเรชั่น ฟุต นั้นได้รับสิ่งที่เรียกว่า "การพัฒนาที่ยั่งยืน" พวกเขาได้ค่าตัวจากการปล่อยนักเตะในอคาเดมี่ให้กับ เม็ตซ์ ซึ่งนำมาต่อทุนให้กับเด็กๆ ในศูนย์ฝึกคนอื่นๆ เพื่อเพิ่มโอกาสให้พวกเขาเหล่านั้นเจอกับชีวิตที่ดีขึ้น และกลายเป็นบุคคลที่พร้อมจะพัฒนาชาติ 

"ทุกครั้งที่มีการขายนักเตะได้ ผมดีใจมาก นักเตะที่ย้ายออกไป 1 คน ค่าตัวของพวกเขาสามารถเปลี่ยนแปลงเป็นค่าอาหารให้เด็กๆ ในศูนย์ฝึกได้อีก 100 คน เราจะได้พื้นที่ที่มีหลังคาคอยคุ้มหัวพวกเขา เป้าหมายของโรงเรียนเราเป็นแบบนี้ไปไม่รู้จบ" ตูเร่ กล่าวอย่างภาคภูมิใจ

ซาดิโอ มาเน่, คาลิดู คูลิบาลี่ และ อิสไมล่า ซาร์ คือหนึ่งในชื่อของนักเตะทีมชาติเซเนกัลที่ได้รับโอกาสจาก เจเนอเรชั่น ฟุต ทำให้อคาเดมี่แห่งนี้ได้เงินก้อนใหญ่ และเป็นเป้าหมายที่ทำให้เด็กๆ ที่นี่เห็นตัวอย่างแบบชัดเจนว่า หากพวกเขาพยายามและตั้งใจจริง โอกาสก็พร้อมจะเป็นของพวเขาเสมอ 

สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดไม่มีทางเกิดขึ้นได้เลยหาก มาดี้ ตูเร่ ไม่เลือกที่จะสู้เพื่อความฝันของตัวเอง และฝันของเขาก็ใหญ่พอที่จะเปลี่ยนแปลงให้พื้นที่รกร้างที่แทบจะปลูกอะไรไม่ขึ้น กลายเป็นสนามที่สร้างแข้งพันล้านมากมาย 

เหนือสิ่งอื่นใด เรื่องทั้งหมดนี้บอกให้เรารู้ว่า การได้รับโอกาส และการส่งต่อ คือสิ่งที่ยิ่งใหญ่ขนาดไหน ต่อไปนี้ เจเนอเรชั่น ฟุต อาจจะมี มาเน่ หมายเลข 2, 3 และ 4 จนกลายเป็นกำลังสำคัญและทำให้ เซเนกัล ไปถึงจุดมุ่งหมายที่ยิ่งใหญ่ในอนาคต เหมือนกับยางบริดจสโตน ภายใต้สโลแกน "Give A Loving Hand ส่งมอบความรักไปกับ #ยางที่คุณเชื่อมือ" ที่พร้อมส่งทุกความฝันไปถึงปลายทางได้อย่างปลอดภัย ... นั่นเอง 

 

แหล่งอ้างอิง

https://sport.francetvinfo.fr/football/ligue-1/un-jour-un-club-generation-foot-le-vivier-africain-du-fc-metz
https://futaa.com/ke/article/173495/arsene-wenger-talks-african-players-french-success-says-africa-needs-10-20-years-of-fixing
https://www.thesun.co.uk/world-cup-2018/6636148/generation-foot-academy-senegal-africa/
https://www.bbc.com/news/av/world-africa-38402698/senegal-football-academy-we-teach-players-to-think-for-themselves
https://www.galsenfoot.com/mady-toure-generation-foot-na-rien-a-envier-a-certains-clubs-europeens/



ชื่นชอบบทความนี้ของ : ชยันธร ใจมูล ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง