mainstand

Inspiration

เคล็ดลับสร้างพลังสู่แชมป์ของศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น



หากพูดนักกีฬาชาวไทย ที่กำลังมีชื่อเสียง และได้รับการจับตาจากแฟนกีฬา ทั้งในและนอกประเทศ ต้องมีชื่อของ ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น ยอดนักมวยชาวไทย ดีกรีแชมป์โลก รุ่นซูเปอร์ฟลายเวต 2 สมัย 


 

ผลงานที่ยอดเยี่ยมของศรีสะเกษ จากการบุกไปคว้าแชมป์โลก รวมถึงการป้องกันแชมป์ ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา สร้างชื่อให้กับวงการมวยสากลของประเทศไทย อย่างมหาศาล และได้รับการยอมรับมากขึ้นบนเวทีสังเวียนผ้าใบโลก 

ความเก่งกาจของศรีสะเกษ เป็นที่ประจักษ์ชัดเจน แต่ยอดมวยจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเคล็ดลับ และวิธีคิดอย่างไร ที่ช่วยให้เขาบุกไปพิชิตชัยชนะ ถึงแดนลุงแซม และกลายเป็นนักมวยที่ได้รับการยอมรับ จากคอมวยสากลทั่วโลก 

 

พลังจากภายใน

“ตอนผมเป็นเด็ก ผมไม่เคยชกมวยสากลเลย ชกมวยไทย มวยเตะ มวยเข่า มาตลอด จนอายุ 15 ถึงได้โอกาสต่อยมวยสากล”

“ช่วงนั้น ผมได้ไปต่อยที่ญี่ปุ่นอยู่ 2 ไฟต์ ไม่เคยซ้อมเลยนะ ไม่ได้ลองชกมวยสากล บินไปต่อยเลย สรุปแพ้ทั้ง 2 ไฟต์ (หัวเราะ)” ศรีสะเกษเล่าถึงจุดเริ่มต้น กับเส้นทางสังเวียนผ้าใบ

เรื่องราวที่ศรีสะเกษเล่า ดูแตกต่างจากความจริงในปัจจุบัน เพราะชื่อของ ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น คือหนึ่งในสุดยอดมวย รุ่นซูเปอร์ฟลายเวต โดยมีเข็มขัดแชมป์โลก 2 สมัย จากสภามวยโลก หรือ WBC เป็นเครื่องรับประกันฝีมือ

แต่หากเราย้อนไปมอง 2 ไฟต์แรก ของศรีสะเกษ ซึ่งถูกน็อคในยก 3 ทั้งสองครั้ง ที่ประเทศญี่ปุ่น โดยนักมวยชาวอาทิตย์อุทัย...ความพ่ายแพ้อาจไม่ใช่เรื่องที่น่าจดจำ แต่เป็นโอกาสให้เขาได้เรียนรู้ จากนักมวยไทย ที่ลองหันมาชกมวยสากล ขาดประสบการณ์ในการฝึกซ้อม เขาได้มองเห็นถึงจุดสำคัญ ของการเป็นนักมวยสากล และหลังจาก 2 ไฟต์นี้ ศรีสะเกษไม่เคยพบความพ่ายแพ้ ด้วยการโดนน็อคเอาต์อีกเลย

“สำหรับผมระเบียบวินัย ในการฝึกซ้อมสำคัญมากครับ” ศรีสะเกษพูดถึงเคล็ดลับ ที่พลิกชะตา จากนักมวยที่แพ้น็อคสองไฟต์รวด สู่ความสำเร็จ “การเป็นนักมวย แค่พรสวรรค์ แค่ฝีมือ ไม่พอหรอกครับ แต่ถ้าคุณมีระเบียบวินัย ตั้งใจฝึกซ้อม คุณเป็นแชมป์โลกได้แน่นอน”

นอกจากการพัฒนาผ่านการฝึกซ้อม จิตใจคืออีกหนึ่งสิ่งสำคัญ ที่จะชี้วัดว่านักมวยคนไหนคือเพชรแท้ หรือของปลอมทำเหมือน เพราะเส้นทางที่จะไปถึงแชมป์โลก นักชกต้องยืนอยู่บนสังเวียนให้ได้ 12 ยก ภายใต้แรงกดดันมหาศาล จากผู้ชม

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การชกนอกประเทศ บุกไปต่อยในดินแดนอันห่างไกล เสียงโห่และความกดดันต่าง
ๆ นานา พร้อมรุมถาโถมใส่เหล่านักมวยสากล โดยเฉพาะนักมวยจากชาติไทย ที่เรื่องของชื่อเสียง มักเป็นรองนักชกจากญี่ปุ่น หรือแถบทวีปอเมริกา ยามไปชกต่างประเทศ

ความยากในการชกต่างประเทศ เป็นที่รู้กันดีในวงการมวย และนี่คือสิ่งที่ทำให้ศรีสะเกษ แตกต่างจากนักมวยคนอื่น เขาผ่านการขึ้นชกที่ประเทศสหรัฐอเมริกา มาแล้ว 4 ครั้ง และเก็บชัยชนะได้ถึง 3 ครั้ง สามารถประกาศศักดา ของนักมวยไทยให้โลกได้เห็น

“สภาพจิตใจมันก็สำคัญ ขึ้นอยู่กับตัวเรา ว่าจะแข็งแกร่งแค่ไหน สิ่งสำคัญคือสติครับ ถ้าเรามีสติ เราก็ไม่รู้สึกกลัว”

“เวลาไปชกต่างประเทศ ก็มีเสียงโห่บ้าง แต่ผมไม่เคยสนใจ ตอนไปชกที่สหรัฐฯ ผมคิดแบบเดียวกันทั้ง 4 ครั้ง ถ้าเขาโห่ก็ถือว่าเขาเชียร์เรา ทำแบบนี้ ผมไม่ตื่นเวทีเลย”

“ถ้าเรามีสติ มันช่วยได้เยอะครับ เราขึ้นไปบนเวที เราคิดแค่ว่า บนเวทีนี้ มีแค่ 3 คน ตัวผม คู่ชก กรรมการ มีแค่นี้ คนอื่นไม่เกี่ยว”

ศรีสะเกษเปิดเผยว่า เคล็ดลับในการสร้างสมาธิของเขา มาจากการนั่งสมาธิ ก่อนขึ้นชก ยามขึ้นเวทีต่อยต่างแดนในทุกครั้ง แม้จะเป็นว่าเพียงไม่กี่นาที แต่สำหรับเขาถือ เป็นช่วงเวลาที่มีความสำคัญมหาศาล

“ผมตั้งสมาธิก่อนขึ้นชกตลอด คิดแค่ว่า เราทำให้เต็มที่ เราทำให้ดีที่สุด พอขึ้นไปบนเวที เราคิดถึงความกระหาย คิดถึงชัยชนะ เราทำได้ อย่าใจร้อน ต่อให้ไม่มีใครเชียร์ ก็ไม่เป็นไร เราต่อยของเราไป แค่นั้นพอ” ศรีสะเกษเผยด้วยน้ำเสียงสุดมุ่งมั่น

 

พลังจากคนรอบกาย

ชื่อเสียงของ ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น อาจกระฉ่อนไปทั่วโลก จากผลงานการชก ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา แต่สิ่งที่ปูทาง ก่อนไปถึงความสำเร็จของศรีสะเกษ คือชัยชนะ 44 จาก 45 ไฟต์ในเมืองไทย และสถิติไร้พ่ายในดินแดนบ้านเกิด จนถึงปัจจุบัน

จากวันที่เขา เริ่มต้นชกมวยที่เมืองไทย ณ อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น จนถึงวันที่ศรีสะเกษ ป้องกันแชมป์โลกรุ่นซูเปอร์ฟลายเวต ต่อหน้าแฟนมวยชาวไทย ที่อิมแพ็ค อารีนา เมืองทองธานี หนุ่มจากดินแดนอีสานใต้ ไม่เคยรู้สึกว่าเขาต่อสู้ บนเส้นทางนี้เพียงลำพัง แต่ยังมีแฟนมวยชาวไทยข้างสนาม ที่เป็นพลังสำคัญให้กับตัวเขา

“วิธีคิดของผมต่างกันออกไป ระหว่างการชกเมืองไทยกับเมืองนอก ตอนชกต่างประเทศ ผมอาจจะไม่สนใจเสียงเชียร์ แต่ในเมืองไทยจะเป็นอีกแบบ”

“ชกในบ้านต่างกับนอกบ้านเยอะครับ เพราะสำหรับผม เสียงเชียร์มีความหมายกับตัวผมมาก ทุกครั้งที่ต่อยในเมืองไทย ผมลุ้นอยู่ตลอดนะว่า จะมีคนมาดูเราชกเยอะไหม เพราะผมอยากให้แฟนมวย เข้ามาเชียร์ผมกันเยอะๆ อยู่แล้วครับ”

“เวลาแฟนมวยตะโกน ‘ศรีสะเกษ สู้ๆ’ ผมยืนอยู่ข้างบนเวที มันทำให้ผมมีแรงฮึด มีแรงสู้เลยครับ พลังใจเต็มร้อย ไม่สิ เกินร้อยขึ้นมาเลยครับ”

นอกจากพลังของแฟนมวยจากข้างสนาม กำลังใจผ่านโลกโซเชียล เป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันให้กับ ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น ในการสู้ทุกสังเวียน ทั้งในและนอกประเทศ

“เวลามีคำชม มีกำลังใจให้ ผมเก็บไว้ตลอดครับ แต่บางครั้ง ก็อาจจะมีคำต่อว่าบ้าง ผมไม่ได้สนใจตรงนั้นครับ ปล่อยมันไป เก็บแต่สิ่งที่ดี ไว้เป็นแรงผลักดันของเราดีกว่า”

ถึงจะเป็นนักกีฬาอาชีพ แต่ในฐานะคนไทย ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น มีความตั้งใจที่จะทำผลงานให้ดีที่สุด เพื่อสร้างชื่อเสียงและเกียรติยศ ให้กับวงการกีฬาไทย เหมือนกับที่เหล่านักกีฬาสมัครเล่น ลงแข่งขันในทุกทัวร์นาเมนต์แข่งขัน ไม่ว่าจะเป็น โอลิมปิกเกมส์, เอเชียนเกมส์ หรือ ซีเกมส์ เพื่อเป้าหมายในการคว้าเหรียญรางวัล ให้กับแฟนกีฬาชาวไทย 

“ถ้าให้เปรียบเทียบ ความยากระหว่างนักมวยอาชีพ กับนักมวยสากลสมัครเล่น ผมว่าแทบไม่ต่างกันเลยนะ อาจจะต่างกันแค่เรื่องจำนวนยก แต่เรื่องฝีมือ ความยากในการชก ผมเชื่อว่าไม่ต่างกัน” ศรีสะเกษแสดงความเห็น ถึงเพื่อนร่วมอาชีพ บนเส้นทางที่ต่างกัน

คุณค่าของกำลังใจ คือสิ่งที่มีความสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นนักกีฬาอาชีพ หรือนักกีฬาสมัครเล่น ... ศรีสะเกษเข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดี ในฐานะแฟนกีฬาคนหนึ่ง เขาหวังที่จะเห็นนักกีฬาทีมชาติไทย ประสบความสำเร็จ ในทุกการแข่งขันกีฬา ไม่ต่างที่กับที่ตัวเขา ที่สามารถสร้างชื่อเสียง ให้กับประเทศชาติ ในฐานะนักกีฬาคนไทยคนหนึ่ง

“ผมอาจจะไม่ได้เดินทางไปชมไปเชียร์ ที่ข้างสนาม แต่อย่างน้อยเรื่องราวของผมก็คงจะพอช่วยสร้างกำลังใจให้กับนักกีฬาทุกๆคน ที่กำลังจะไปลงแข่งขันในนามทีมชาติไทย อันที่จริงเวลาผมขึ้นชก ผมก็คิดว่ามันก็สามารถเป็นอีกหนึ่งแรงผลักดัน ที่ช่วยให้จิตใจของพวกเขาแกร่งขึ้นไม่มากก็น้อย”  

“ไม่ว่าจะเป็นมวยสากล ฟุตบอล จริงๆก็ทุกชนิดกีฬา ผมขอเป็นกำลังใจ ให้กับนักกีฬาทุกคน” ศรีสะเกษกล่าวทิ้งท้าย 



ชื่นชอบบทความนี้ของ : ณัฐนนท์ จันทร์ขวาง ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง