mainstand

Inspiration

ชัยวัฒน์ รัตนะ : สามล้อ สองมือ หนึ่งหัวใจ กับการไล่ล่าความฝันที่ไม่ไกลเกินเอื้อม



“ความฝันสูงสุดของผม คืออยากได้เหรียญทองพาราลิมปิก” อาจจะดูเป็นเรื่องยากสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มฝึกฝนได้ไม่ถึงสองปี แต่ชัยวัฒน์ รัตนะ นักกีฬาวีลแชร์ เรซซิ่งทีมชาติไทย เจ้าของเหรียญทองจากมหกรรมกีฬาเอเชี่ยนพาราเกมส์ ก็กล่าวมันออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหวัง เพราะถึงแม้เป้าหมายครั้งนี้อาจดูยิ่งใหญ่ แต่ชัยวัฒน์นั้นก็ทุ่มเทฝึกซ้อมอย่างหนักไม่แพ้ใคร อีกทั้งบนถนนแห่งความฝันสายนี้เขาไม่ได้เดินทางเพียงลำพัง…


 
หนทางยังอีกไกล ถึงเหนื่อยแค่ไหนแต่ใจต้องสู้

ชัยวัฒน์ รัตนะ หรือ บีม คือเด็กหนุ่มจากจังหวัดสระแก้ว ที่ครั้งหนึ่งเคยฝันว่าอยากจะเป็นนักกีฬาวีลแชร์ เรซซิ่ง ทีมชาติไทย โดยได้รับแรงบันดาลใจจาก ประวัติ วะโฮรัมย์ นักกีฬาวีลแชร์ เรซซิ่งรุ่นพี่ ซึ่งชัยวัฒน์เคยดูการแข่งขันของเขาผ่านทางโทรทัศน์ ผมเริ่มมีความฝันตั้งแต่ตอนนั้น ผมว่าผมโชคดีที่ฝันของผมเป็นรูปเป็นร่างเร็วกว่าคนอื่น และผมรู้ว่าผมต้องคว้ามันไว้ เมื่อได้รับการติดต่อจากนายกสมาคมกีฬาคนพิการทางสมองแห่งประเทศไทย ร้อยโทณัยณพ ภิรมย์ภักดี

“ตอนที่ผมเรียนอยู่ ผมอายุประมาณ 15 -16 ผมเห็นพี่ประวัติ (วะโฮรัมย์) เขาแข่งวีลแชร์อยู่ในทีวี ผมนั่งดูทีวีอยู่ ผมก็มีความคิดว่า ผมอยากเป็นนักกีฬาแบบพี่เขา และพ่อก็ถามผมด้วยว่า ผมอยากเป็นแบบพี่เขาไหม?”

ไม่ใช่แค่ความฝันลอย ๆ แต่ชัยวัฒน์ออกเดินทางเพื่อไขว่คว้ามันอย่างตั้งใจ จากวันนั้นถึงวันนี้ เขาสามารถทำตามความฝันของตัวเองได้สำเร็จ อย่างไรก็ตามนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น เพราะหนทางที่ปูไปสู่เหรียญทองพาราลิมปิกเกมส์นั้นยังทอดยาวไปสุดลูกหูลูกตา ชัยวัฒน์ยังต้องทุ่มเทฝึกซ้อมอย่างหนัก โดยต้องเดินทางไปสนามซ้อมแทบทุกวัน

“ยิ่งเข้าใกล้การแข่งขัน การฝึกซ้อมยิ่งหนักขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ตอนนี้ต้องเดินทางไปที่สนามซ้อมแทบทุกวัน ผมเป็นคนขับรถพาบีมไปเองพร้อมกับรถวีลแชร์ของเขา อาจจะลำบากบ้าง แต่ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ครับ” ร้อยตำรวจโท ภูมิรพี ไกรนรา หรือโค้ชเอ็ม หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมกรีฑาผู้พิการทางสมองทีมชาติไทย โค้ชคู่ใจของชัยวัฒน์เล่าให้เราฟัง

“ต้องค่อย ๆ เพิ่มความหนักของการซ้อมขึ้นเรื่อย ๆ เพราะบีมเป็นนักกีฬาใหม่ ยังใส่เต็ม 100% ไม่ได้ ตอนนี้อยู่ที่ 70-80% แต่ก่อนจะเริ่มพาราลิมปิกต้องเพิ่มความหนักไปถึง 100% ให้บีมค่อย ๆ ปรับตัวไป”
ถึงแม้การซ้อมจะเข้าขั้นหฤโหด แต่ชัยวัฒน์ก็เตรียมใจรับไว้อยู่แล้ว เพราะเขารู้ว่าเป้าหมายปลายทางแห่งฝันที่เขาวาดไว้นั้นไม่ใช่สิ่งที่จะได้มาง่าย ๆ ต้องทุ่มเททุกอย่างที่มี ทั้งแรงกาย แรงใจ เพื่อคว้ามันให้สำเร็จ

 

แรงสนับสนุนคือเพื่อนร่วมทางที่ขาดไม่ได้

เส้นทางที่ชัยวัฒน์เลือกเดินทางนั้นไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ตรงกันข้ามมันกลับเต็มไปด้วยอุปสรรคที่ต้องฝ่าฟันไปให้ได้ ซึ่งชัยวัฒน์เองก็ยอมรับว่าในด้านร่างกาย เขาไม่เคยหวั่น ต่อให้เจอการฝึกซ้อมที่ทำให้ร่างกายปวดจนแทบขยับไม่ได้เขาก็พร้อมสู้ แต่ในเรื่องของจิตใจ มีบางครั้งเหมือนกันที่เขารู้สึกท้อแท้ แต่สิ่งที่ทำให้เขาผ่านมาได้คือแรงสนับสนุนจากรอบข้าง

“กำลังใจของคุณพ่อคุณแม่ มีค่ามากเลยครับ มีค่ามากกว่าสิ่งใดเลยครับ”

“ผมมีกำลังใจในการกลับมาฝึกซ้อมทุกครั้ง เมื่อผมมองกลับไปหาครอบครัว มองไปข้างหน้าถึงอนาคตของตัวเอง ผมยอมที่จะซ้อมหนักกว่านี้ครับ หากมันช่วยให้ผมประสบความสำเร็จที่ฝันไว้”

และไม่ใช่แค่ครอบครัวเท่านั้นที่คอยสนับสนุน สมาคมกีฬาคนพิการทางสมองแห่งประเทศไทยและมูลนิธิคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทยเป็นอีกกำลังสำคัญของผม รวมถึง “บริดจสโตน” (Bridgestone) ผู้นำด้านการผลิตยางรถยนต์ เป็นมือที่คอยดูแลและห่วงใย พร้อมมอบโอกาสหลายอย่างให้ ทั้งหน้าที่การงานและช่วยสนับสนุนอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อให้การเดินทางล่าฝันของเด็กหนุ่มจากจังหวัดสระแก้วคนนี้สะดวกยิ่งขึ้น

“ผมขอบคุณ บริดจสโตน ที่คอยดูแลผมมาตลอด การเข้ามาช่วยเหลือตรงนี้ มันสำคัญต่อตัวนักกีฬาอย่างผมมาก ช่วยให้ผมรู้สึกมั่นใจ และสามารถโฟกัสไปกับการแข่งขันได้อย่างเต็มที่ น่าเสียดายที่บริดจสโตนไม่ผลิตยางสำหรับรถวีลแชร์ ไม่อย่างนั้นผมคงลงแข่งด้วยความมั่นใจที่มากขึ้น” ชัยวัฒน์กล่าวติดตลก

 

ปั่นด้วยใจ ไปให้ไกลถึงโตเกียวและปารีส

ในตอนนี้สิ่งที่ชัยวัฒน์โฟกัสที่สุดคือการมหกรรมกีฬาพาราลิมปิกเกมส์ 2020 ที่เมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งสำหรับเขาที่ตอนนี้ถือว่าเป็นอันดับ 4 ของโลก ดังนั้นเป้าหมายขั้นต่ำจึงเป็นการขึ้นโพเดี้ยมคว้าเหรียญรางวัลมาครองให้ได้

“อย่างน้อยพาราลิมปิก 2020 ที่โตเกียวขอติดหนึ่งในสามครับ”

แต่อย่างที่ชัยวัฒน์เคยบอกกับเราตั้งแต่แรก ว่าความฝันสูงสุดของเขาในการเป็นนักกีฬาวีลแชร์ เรซซิ่ง ทีมชาติไทยคือการคว้าเหรียญทองพาราลิมปิกเกมส์มาครอง และเขาอยากทำมันให้ได้ในพาราลิมปิกเกมส์ 2024 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

“พาราลิมปิกเกมส์ 2024 ที่ปารีส ถึงตอนนั้นบีมจะเป็นนักกีฬามาครบห้าปีพอดี ซึ่งจะเป็นช่วงเวลาที่นักกีฬาพร้อมสมบูรณ์ที่สุด และแน่นอนว่าเป้าหมายในตอนนั้นคือเหรียญทอง” โค้ชเอ็มบอกกับเรา

จากวันนี้ถึงปี 2024 ถือเป็นระยะเวลาที่ยาวนานพอสมควร ยาวนานพอที่จะทำให้หลายคนถอดใจยอมแพ้ได้ แต่ไม่ใช่สำหรับชัยวัฒน์ เพราะเขารู้ดีว่าเป้าหมายของตัวเองคืออะไร ต้องทุ่มเทอีกเท่าไร และเชื่อมั่นว่าวันหนึ่งรางวัลของผู้ชนะจะมาคล้องคอคนที่ไม่เคยยอมแพ้อย่างแน่นอน

ด้วยการดูแลสุด Exclusive ไม่ได้จำกัดแค่นักกีฬาในทีมบริดจสโตนเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงลูกค้าที่ใช้ยางบริดจสโตนทุกท่าน กับโปรแกรมคุ้มครองสุดพิเศษ “B-care” ที่จะทำให้คุณมั่นใจในทุกการเดินทางด้วยยางบริดจสโตน

วันนี้เมื่อเปลี่ยนยางที่ Cockpit และ A.C.T 

ฟรี โปรแกรมคุ้มครองพิเศษ “B-care” 

รับประกันยางยาวนาน 2 ปี และยางเสีย 1 เส้น เปลี่ยนฟรี 4 เส้น ทันที!

รีบเลย หมดเขตถึงสิ้นเดือนธันวาคมนี้เท่านั้น 

ลูกค้าที่ซื้อยางบริดจสโตนวันนี้ จึงได้รับความพิเศษที่มากกว่าเดิมและมั่นใจได้มากกว่าใคร ด้วยโปรแกรมการคุ้มครองพิเศษ “B-care” พร้อมคุ้มครองยางรถยนต์ของคุณอย่างคุ้มค่า ให้การขับเคลื่อนในทุกการเดินอย่างปลอดภัย ไร้กังวล 

ลูกค้ายางบริดจสโตนหรือบุคคลทั่วไปท่านใดที่สนใจ สามารถติดตามรายละเอียดและข้อมูลการคุ้มครอง ได้ตามเว็บไซต์ด้านล่างนี้

https://www.bridgestone.co.th/th/special-offers/b_care_august

“บริดจสโตน” ผู้นำด้านการผลิตยางรถยนต์ ไม่เคยมองข้ามความสำคัญของลูกค้า พร้อมเป็นอีกมือที่คอยเคียงข้าง ดูแล เพื่อสรรหาสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ทุกท่าน



ชื่นชอบบทความนี้ของ : Mainstand ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง