mainstand

Inspiration

การบ่มเพาะรสชาติแห่งความฝันของ “เดอะ ฮัลค์ เมืองไทย” สุทธิศักดิ์ สิงห์ขรณ์



วิ่ง 100 เมตร, กระโดดไกล, ทุ่มน้ำหนัก, กระโดดสูง, วิ่ง 400 เมตร, วิ่งข้ามรั้ว, ขว้างจักร, กระโดดสูง, พุ่งแหลน และ วิ่ง 1,500 เมตร ทั้งหมด 10 รูปแบบการแข่งขัน คือสิ่งที่นักกีฬา “ทศกรีฑา” ต้องลงแข่งขันภายใน 2 วัน ทำให้กีฬาประเภทนี้ จัดเป็นกีฬาที่เข้มถึงใจ ของผู้เข้าแข่งขันทุคน


 

ไม่ใช่เรื่องง่าย กับการหานักกีฬาที่ประสบความสำเร็จ ในกีฬาประเภทนี้ แต่ประเทศไทย มีนักกีฬาคนเหล็กอยู่หนึ่งคน ที่สามารถคว้าเหรียญเงิน จากการแข่งขันกีฬาทศกรีฑา จากการแข่งขันเอเชียนเกมส์ มหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในทวีปเอเชีย

สุทธิศักดิ์ สิงห์ขรณ์ คือผู้ชายที่เรากล่าวถึง เขากลายเป็นบุคคลแรก และบุคคลเดียวของประเทศไทย ที่คว้าเหรียญรางวัล จากการแข่งขันกีฬาทศกรีฑา จากมหกรรมเอเชียนเกมส์

หากแต่ความสำเร็จที่เกิดขึ้น กับสุทธิศักดิ์ สิงห์ขรณ์ ไม่ได้มาจากตัวเขาเพียงคนเดียว เพราะยังมีแรงสนับสนุนเบื้องหลัง ที่พร้อมสู้ไปด้วยกันกับเขา และผลักดันชายหนุ่มคนนี้ ให้ก้าวไปสู่การเป็นนักทศกรีฑา ระดับแถวหน้าของโลก

 

เพาะปลูกเมล็ดพันธุ์ชั้นเลิศ

“ผมพูดไม่เก่งนะครับ ถนัดเล่นกีฬามากกว่า เพราะผมชอบเล่นกีฬามาตั้งแต่เด็กแล้ว” สุทธิศักดิ์ สิงห์ขรณ์ พูดถึงลักษณะนิสัยของตัวเอง ด้วยน้ำเสียงติดตลก

หนุ่มจากจังหวัดมหาสารคาม เริ่มต้นการเล่นกีฬา ในฐานะนักกีฬาประจำโรงเรียนใกล้บ้าน ความสามารถที่ซ่อนอยู่ในตัว ทำให้เขาได้รับการชักชวน ให้ย้ายไปเรียนที่โรงเรียนกีฬาจังหวัดขอนแก่น สถานที่อันเป็นจุดเริ่มต้น ของเส้นทางนักวิ่งเหรียญเงินเอเชียนเกมส์ 

“ผมเริ่มต้นกับการเป็นนักกรีฑา ประเภทกระโดดไกลครับ เริ่มเล่นตั้งแต่ตอนอยู่ประมาณชั้นมัธยมปีที่ 2 ด้วยสรีระของเรา ที่แข็งแรง มีร่างกายพิเศษกว่าคนทั่วไป ก็ได้รับการแนะนำให้มาเล่นกีฬาประเภทนี้”

หากเปรียบสุทธิศักดิ์ เป็นเมล็ดพันธุ์พืชสักประเภท เขาคือเมล็ดพันธุ์กาแฟ รสชาติเยี่ยม ที่อัดเน้นด้วยความเข้มข้น ตามแบบฉบับนักกีฬาที่เปี่ยมด้วยพรสวรรค์ และความมุ่งมั่น แต่เมล็ดพันธุ์ชั้นเลิศ ไม่สามารถเติบโตได้ หากขาดการเพาะ จากโค้ชกีฬาชั้นดี

“อาจารย์ถาวร ใหญ่เลิศ คือคุณครูที่สำคัญกับผมมากครับ ท่านสอนผมมาตั้งแต่เริ่มเรียนที่โรงเรียนกีฬา ตั้งแต่ผมยังเป็นเด็กตัวเล็กๆ ดูแลผมด้วยดีมาตลอด” สุทธิศักดิ์เล่าถึงบุคคลสำคัญ ที่คอยผลักดันอยู่เบื้องหลัง

“ท่านสอนผมเยอะครับ ทั้งเทคนิคการวิ่ง เทคนิคการกระโดดไกล รวมถึงพื้นฐานการวิ่งในหลากหลายรูปแบบ ซึ่งสามารถนำมาใช้ต่อยอด ในการเล่นทศกรีฑาครับ”

นอกจากพัฒนาความสามารถ ในฐานะนักกรีฑา อาจารย์ ถาวร ใหญ่เลิศ คือบุคคลที่ผลักดันให้ สุทธิศักดิ์ สิงห์ขรณ์ ได้รับโอกาสไปแข่งขันกีฬาระดับนักเรียนหลายรายการ จนได้รับโอกาสร่วมฝึกซ้อม กับสมาคมกรีฑาแห่งประเทศไทย และได้รับเลือกเป็นนักกีฬาทีมชาติในที่สุด 

 

ผสานให้ลงตัว

ด้วยรูปร่างที่แข็งแรงกำยำ จนแฟนกีฬาจำนวนหนึ่ง ขนานนามให้กับสุทธิศักดิ์ว่าเป็น “เดอะ ฮัลค์ เมืองไทย” ทำให้สมาคมกรีฑาแห่งประเทศไทย ตัดสินใจเปลี่ยนให้เขา เป็นนักกรีฑา ประเภททศกรีฑา แทนการเป็นนักวิ่งกระโดดไกล

หากแต่ความยาก ระหว่างการวิ่งกระโดดไกล กับทศกรีฑา มีความแตกต่างกันอย่างมาก...การวิ่งกระโดดไกล นักกีฬาเพียงแค่วิ่งไปบนลู่ แล้วกระโดดไปให้ไกลที่สุด เพื่อคว้าชัยชนะมาครองให้ได้ แต่สำหรับทศกรีฑา การวิ่งกระโดดไกล เป็นเพียงแค่ด่านหนึ่ง ที่เขาต้องก้าวผ่านไปเท่านั้น เพราะยังมีการวิ่งกระโดดสูง, การวิ่งข้ามรั้ว, กระโดดค้ำ, ขว้างจักร, ทุ่มน้ำหนัก, พุ่งแหลน ที่เป็นบททดสอบ ของนักกีฬาทศกรีฑา กว่าจะไปถึงเหรียญรางวัล ที่ตั้งเป้าหมายไว้

“ผมต้องฝึกทุกอย่างครับ เพราะเราต้องเก่งทั้งหมด ในการแข่งทศกรีฑา โดยเฉพาะในปีแรก ฝึกหนักมาก หนักจนผมรู้สึกว่า ไม่เอาแล้ว ไม่อยากเล่น ไม่อยากเป็นแล้ว นักกีฬาทีมชาติ ในประเภททศกรีฑา”

สำหรับนักกีฬา พลังใจมีความสำคัญ ไม่แพ้พลังกาย...ในวันที่นักกีฬาท้อแท้ อยากยอมแพ้ให้กับความฝัน แรงสนับสนุนจากคนรอบข้าง คือสิ่งสำคัญ ที่พร้อมสนับสนุนนักกีฬา ให้พวกเขารู้ว่า มีคนที่พร้อมสู้พิชิตฝันไปพร้อมกับเขา สำหรับสุทธิศักดิ์ ไม่มีกำลังใจไหนสำคัญไปกว่า “ครอบครัว”

“เวลาผมมีปัญหาท้อ เกี่ยวกับการแข่งขัน ส่วนมากผมจะปรึกษาครอบครัวเป็นหลักครับ เพราะว่าพวกท่านสนับสนุนผมมาตลอดครับ ตั้งแต่เป็นเด็ก บนเส้นทางการเป็นนักกีฬา”

“ตอนที่ผมท้อ อยากเลิก พวกท่านก็ให้กำลังใจ บอกให้ผมสู้ต่อ ในเมื่อเรามีโอกาสแล้ว ผมก็ตั้งใจซ้อมครับ ซ้อมต่อไป ตั้งใจกับการเป็นนักกีฬาทศกรีฑา แม้จะซ้อมหนักมากก็ตามครับ”

พลังสนับสนุนจากคนรอบกาย คือพลังที่ทำให้สุทธิศักดิ์เดินหน้าสู้ต่อ บนเส้นทางแห่งความฝัน แม้จะต้องฝ่านการฝึกหนัก ชนิดเข้มถึงใจ แต่เพื่อเป็นนักกีฬาที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม เขาต้องผ่านการคั่วและบดนี้ไปให้ได้

วันเวลาผันผ่านไป การฝึกซ้อมอย่างหนักหน่วงของสุทธิศักดิ์ เริ่มส่งกลิ่นหอมเย้ายวนความสำเร็จ…ในปี 2017 สุทธิศักดิ์ คว้าเหรียญทองจากกีฬาทศกรีฑา จากมหกรรมกีฬากรีฑาชิงแชมป์เอเชีย ที่ประเทศอินเดีย 

ความเข้มข้นของการฝึกซ้อม บวกกับกำลังใจจากครอบครัว และคนรอบข้าง ผสมผสานอย่างกลมกล่อมลงตัว ทำให้สุทธิศักดิ์ก้าวขึ้นมา เป็นนักวิ่งทศกรีฑาหนุ่ม ที่น่าจับตาของทวีปเอเชีย และพร้อมคว้าความสำเร็จในทุกรายการ

 

พลังของแรงสนับสนุน

เอเชียนเกมส์ คือมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของทวีปเอเชีย...สุทธิศักดิ์ สิงห์ขรณ์ คือหนึ่งในนักกีฬาที่ชาติไทย ที่ได้เข้าร่วมแข่งขัน เอเชียนเกมส์ 2018 ที่ประเทศอินโดนีเซีย ก่อนการแข่งขันจะเริ่มต้นขึ้น เขาไม่ได้หวังอะไรมากไปกว่า การทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด โดยไม่คิดถึงเหรียญรางวัล หรือเกียรติยศส่วนตัว

แต่เมื่อถึงวันที่ต้องออกรสชาติ...สุทธิศักดิ์ คว้าเหรียญเงินจากการแข่งขันเอเชียนเกมส์ จากมหกรรมกีฬานี้ ขณะที่ตัวของสุทธิศักดิ์ ทำลายสถิติเก็บคะแนนมากที่สุดของตัวเอง ด้วยเช่นเดียวกัน

แม้ได้รับการยกย่อง ให้เป็นนักวิ่งคนเหล็ก ระดับแถวหน้าของเอเชีย แต่สำหรับสุทธิศักดิ์ ทุกเหรียญรางวัล ทุกรสชาติความสำเร็จ ที่เขาเคยได้ลิ้มรส มาจากการสนับสนุนที่ดี จากคนเบื้องหลัง โดยเฉพาะสมาคมกรีฑาแห่งประเทศไทย ที่มอบโอกาสสำคัญหลายอย่าง ให้กับตัวเขา

“ผู้ใหญ่ในสมาคม ให้การสนับสนุนผมมาตลอดครับ แม้ในช่วงแรกๆที่ผมลงแข่งขันหลายรายการ แต่ไม่ได้รับเหรียญรางวัล ก็ยังให้โอกาสผมไปแข่งรายการต่างๆ จนผมเริ่มได้รับเหรียญรางวัล”

“ปัจจุบันทางสมาคม ให้ความเชื่อมั่นในตัวผมว่า สามารถยกระดับตัวเอง ไปแข่งขันรายการระดับโลก อย่างโอลิมปิกได้  ก็ให้การสนับสนุน พาโค้ชระดับอดีตแชมป์โลกทศกรีฑา มาช่วยฝึกซ้อมให้กับผมโดยเฉพาะ”

โอลิมปิก เกมส์ คือเป้าหมายสูงสุด ของสุทธิศักดิ์ สิงห์ขรณ์ แต่เขาคงไม่มีโอกาสได้ลิ้มรสชาติ ของความฝัน หากขาดแรงสนับสนุนจากคนรอบข้าง ทั้งครอบครัว, โค้ช, เพื่อนนักวิ่งร่วมชาติ, สมาคมกรีฑาแห่งประเทศไทย, แฟนกีฬาชาวไทย รวมถึง “เบอร์ดี้” กาแฟพร้อมดื่ม ที่คอยให้การสนับสนุน และเป็นกำลังใจนักกีฬาทีมชาติไทยทุกคน ไปสู่ฝั่งฝันดังที่ตั้งใจไว้

“ตอนนี้ผมกำลังฝึกซ้อมอย่างหนักครับ 5 วันต่อสัปดาห์ ก่อนหน้านี้ก็ไปเก็บตัวที่ประเทศโปแลนด์ เพื่อเตรียมพร้อมกับการแข่งขันซีเกมส์ ในช่วงปลายปี ถ้าผมสามารถทำคะแนนได้ ผมสามารถผ่านการคัดเลือก ไปแข่งในรายการโอลิมปิก เกมส์ได้เลย” สุทธิศักดิ์กล่าวด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น

การเป็นนักกีฬาที่ประสบความสำเร็จ ไม่ใช่เรื่องง่าย การฝึกซ้อมอย่างเข้มข้นคือปัจจัยสำคัญ ที่ต้องไปพร้อมกับแรงสนับสนุนจากคนรอบข้าง...แรงผลักดันจากภายในและภายนอก คือส่วนผสมผสาน ที่เข้มข้นลงตัว พร้อมพานักกีฬา ไล่ล่าทุกความสำเร็จ ในทุกการแข่งขัน

“เข้มถึงใจ...ทีมชาติไทย สู้ไปด้วยกัน” คือนิยามคำจัดความถึง สุทธิศักดิ์ สิงห์ขรณ์ กับชีวิตในฐานะนักทศกรีฑาความหวังของประเทศ ที่พร้อมประกาศศักดา ถึงความภาคภูมิใจของคนไทย ในทุกการแข่งขันที่กำลังจะมาถึงในอนาคต 



ชื่นชอบบทความนี้ของ : ณัฐนนท์ จันทร์ขวาง ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง