mainstand

Inspiration

คิมี่ ไรโคเน่น : นักแข่งระดับโลกและแพชชั่นที่มาเติมเต็มฝันให้เด็กไทย



สำหรับคนรักกีฬาความเร็ว ที่ต้องการเข้าสู่โลกของมอเตอร์สปอร์ต โดยมี ฟอร์มูล่า 1 หรือ รถสูตรหนึ่ง การแข่งขันรถยนต์รายการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกเป็นเป้าหมาย ... โกคาร์ท คือสิ่งที่แทบทุกคนซึ่งก้าวไปถึงจุดนั้นยืนยันว่า นี่คือจุดเริ่มต้นอันเหมาะสมที่สุด


 

แม้ความเร็วและความซับซ้อนทางวิศวกรรมจะเทียบกันไม่ได้ แต่ด้วยจุดศูนย์ถ่วงของรถที่ต่ำ คนที่ขับโกคาร์ทจึงได้เรียนรู้วิธีการควบคุมรถให้แม่นยำ อันเป็นพื้นฐานที่สำคัญมากในการเป็นสุดยอดนักซิ่ง

อย่างไรก็ตาม ปฏิเสธไม่ได้ว่า การเริ่มต้นในกีฬามอเตอร์สปอร์ตอย่างโกคาร์ทนั้น มีต้นทุนที่สูงใช่ย่อย หากมีโครงการใดที่ช่วยสานฝันให้เยาวชนได้เข้าถึงโอกาส ก็ยิ่งช่วยให้วงการมอเตอร์สปอร์ตของไทยได้ต้อนรับสายเลือดใหม่ที่จะขึ้นมาฉายแสงมากขึ้นในอนาคต

ซึ่งสิ่งหนึ่งที่ถือเป็นการสร้างแรงบันดาลใจ คือการมีหนึ่งในสุดยอดนักแข่ง F1 เป็นตัวอย่างให้ได้เห็น ...

 

ยอดนักแข่งกับแบรนด์ไทย

เอ่ยชื่อของ "คิมิ ไรโคเนน" เชื่อว่าแฟนกีฬาความเร็วน่าจะเป็นที่รู้จักอย่างดี เพราะเขาคือนักแข่งที่ผ่านประสบการณ์ และประสบความสำเร็จมาอย่างโชกโชน

จากจุดเริ่มต้นบนเส้นทาง F1 เมื่อปี 2001 นักซิ่งจากฟินแลนด์เจ้าของฉายา "Iceman" ผ่านประสบการณ์มามากมาย กับทีมอย่าง ซอเบอร์, แม็คลาเรน, โลตัส รวมถึงการอยู่กับยอดทีมอย่าง เฟอร์รารี่ ถึง 2 ครั้ง 2 ครา ก่อนที่จะกลับสู่ทีมแจ้งเกิดอย่าง ซอเบอร์ ที่เปลี่ยนชื่อเป็น อัลฟ่า โรมีโอ เรซซิ่ง ในปัจจุบัน โดยเกียรติประวัติสูงสุด คือการคว้าแชมป์โลก F1 ปี 2007 ด้วยคะแนนรวมชนะคู่แข่งชิงแชมป์ในสนามสุดท้ายเพียง 1 คะแนนเท่านั้น 

นอกจากนี้ เส้นทางสายความเร็วของคิมิยังโดดเด่นไม่เหมือนใคร เพราะในช่วงปี 2010-2011 เจ้าตัวขอพักจากการแข่งรถสูตรหนึ่ง ไปสัมผัสประสบการณ์ทางฝุ่น ในการแข่งขันแรลลี่ชิงแชมป์โลก WRC อีกด้วย

ประสบการณ์เกือบ 20 ปีบนเวทีเพชรยอดมงกุฎ ทำให้เขาคือหนึ่งในนักแข่ง F1 ที่มีประสบการณ์สูงสุด และถือเป็นหนึ่งในผู้ทรงอิทธิพลบนกริด ณ ปัจจุบัน แต่ "คิมิ" กับ "สิงห์" มาร่วมจับมือกันได้อย่างไร?

"เรื่องนี้ต้องย้อนไปตอนปี 2014 เลยครับ" วรวุฒิ ภิรมย์ภักดี กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด เผยถึงความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์ในวงการความเร็วเมืองไทย "คือสิงห์ของเราเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนการแข่งขัน Ferrari Challenge อยู่แล้ว พอดีปีนั้นมีการแข่งขันรอบ World Final ที่ ยาส มารินา เซอร์กิต ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในช่วงใกล้เคียงกับการแข่งขัน F1 สนามสุดท้ายของฤดูกาลพอดี เราก็มีโอกาสได้พบกับคิมิ ที่ตอนนั้นกลับมาแข่ง F1 ให้กับทีมเฟอร์รารี่เป็นหนที่สอง"

"หลังจากนั้นไม่นาน ผมก็ได้รับอีเมลฉบับหนึ่ง ลงท้ายข้อความว่า 'Iceman' ตอนแรกก็อึ้งๆ นิดหน่อยว่า 'ใช่ตัวจริงเหรอ?' แต่หลังจากนั้นก็ติดต่อกันมาเรื่อยๆ จนที่สุดแล้วเราก็ตัดสินใจเลือกเขามาเป็น แบรนด์ แอมบาสเดอร์ ครับ"

 

สู่การพัฒนาสายเลือดใหม่นักซิ่งไทย

สิงห์ ได้ประกาศจับมือเป็นพันธมิตรกับ คิมิ ไรโคเนน ตั้งแต่ปี 2015 เริ่มจากการเป็นสปอนเซอร์ส่วนตัว ก่อนจะขยับขยายเพิ่มเติมสู่การเป็นสปอนเซอร์ของทีม F1 ที่คิมิสังกัด ทั้ง เฟอร์รารี่ ในอดีต รวมถึง อัลฟ่า โรมีโอ เรซซิ่ง ในปัจจุบัน


แต่นอกจากการเป็นผู้สนับสนุนแล้ว ทั้ง สิงห์ และ คิมิ ไรโคเนน ยังได้จับมือกันในโครงการเพื่อสร้างนักแข่งรถสายเลือดใหม่ชาวไทย ... "สิงห์ คาร์ท คัพ ชาลเลนจ์ บาย คิมิ ไรโคเนน"

"ในรอบไม่กี่ปีที่ผ่านมา เราจะเห็นได้ว่ามีรายการแข่งขันรถระดับต่างๆ ทั้งระดับประเทศและนานาชาติมากขึ้น แต่สิ่งหนึ่งที่เราขาด คือนักแข่งสายเลือดใหม่ที่จะขึ้นมาแข่งขัน ด้วยเหตุนี้เราจึงได้จัดโครงการ 'สิงห์ คาร์ท คัพ ชาลเลนจ์ บาย คิมิ ไรโคเนน' มาตั้งแต่ปี 2015 ซึ่งปีนี้ก็เป็นปีที่ 4 แล้ว (งดการจัด 1 ปี ในปี 2017)" วรวุฒิ ภิรมย์ภักดี เผย 


และประเด็นหนึ่งที่ สิงห์ ให้ความสำคัญอย่างยิ่งในโครงการนี้ก็คือ การสร้างพื้นฐานที่ถูกต้องตั้งแต่เด็ก ทำให้หลักเกณฑ์ของเด็กที่สามารถเข้าร่วมโครงการนี้ได้ดูจะแตกต่างจากในหลายๆ รายการ คือเปิดรับเฉพาะเด็กอายุระหว่าง 7-10 ปี ที่ "ไม่มีประสบการณ์" ในการแข่งขันโกคาร์ทมาก่อนเท่านั้น

"สาเหตุที่เราเปิดรับเฉพาะเด็กที่ไม่มีประสบการณ์ในการแข่งโกคาร์ทมาก่อน ตรงนี้ผมมองว่า หากมีเรื่องความแตกต่างทางด้านนี้ มันจะไม่แฟร์กับคนที่ไม่มีประสบการณ์เท่าไหร่ อีกประเด็นสำคัญคือเราต้องการฝึกเด็กๆ ให้มีพื้นฐานที่ถูกต้อง เริ่มจากหนึ่งไปเรื่อยๆ ส่วนเรื่องอายุนั้น สำหรับการเริ่มแข่งขันรถยนต์ นี่คือช่วงอายุที่เหมาะสมที่สุดแล้วครับ เด็กเกินไปก็ไม่ดี อายุมากเกินไปก็ไม่ทันการณ์ครับ"

 

คำสอนจากตำนาน

หากดูจาก 20 นักแข่งบนกริด F1 ในปัจจุบัน เชื่อว่าคงไม่มีใครที่มีประสบการณ์บนเวทีการแข่งขันรถที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกมากไปกว่า คิมิ ไรโคเนน อีกแล้ว

คำถามคือ เหตุใดถึงทำให้เจ้าตัวยังอยู่ในเวทีการแข่งขันที่ว่ากันว่า กดดันมากที่สุดรายการหนึ่งของวงการกีฬามาได้เกือบ 20 ปี และเขาจะอยู่ตรงนี้ไปอีกนานแค่ไหนกัน?

"ผมยังมีสัญญากับทีมต่อในปี 2020 ดังนั้นแน่นอน ปีหน้าผมแข่ง F1 ต่อแน่ แต่พูดตามตรงเลยนะครับ อันที่จริงผมไม่ได้คิดถึงอนาคตระยะ 2-3 ปีจากนี้ หรือยาวกว่านี้สักเท่าไหร่ เพราะสิ่งที่ผมคิดถึงมันมากที่สุด คือจะทำอย่างไรให้การแข่งครั้งต่อไปออกมาดีที่สุดต่างหาก" นี่คือสิ่งที่นักซิ่งเจ้าของฉายา "Iceman" เผย

และเมื่อพูดถึงสิ่งที่ทำให้อยู่ในวงการนี้มาได้อย่างยาวนาน เรื่องราวจากประสบการณ์ที่คิมิถ่ายทอดมา ไม่เพียงแต่จะใช้กับตัวนักกีฬาได้เท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงผู้ปกครองด้วยเช่นกัน


"สิ่งสำคัญที่สุดในการเป็นนักกีฬา คือความสุขที่ได้เล่นครับ ในวัยเด็ก พ่อแม่ของผมไม่ได้บังคับ หรือกดดันว่าจะต้องทำแบบนี้ๆ ให้ได้ เพราะลำพังการเป็นนักกีฬาเองก็กดดันมากพออยู่แล้ว ยิ่งมีความกดดัน มีความเครียดมากเท่าไหร่ มันยิ่งทำให้การเล่นกีฬานั้นไม่สนุกอีกต่อไป แน่นอนครับ การจะเป็นนักกีฬาที่ดีได้ ทุกฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องต้องจริงจัง แต่อย่าให้ผลการแข่งขันมาทำลายความสัมพันธ์นอกสนาม"

"สำหรับเรื่องวิธีการว่าจะพูดอย่างไร จะทำอย่างไรนั้น จริงๆ มันมีหลายแบบ ซึ่งกับแต่ละคนนั้นอาจจะไม่เหมือนกัน แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่ผมค้นพบจากประสบการณ์ คือ 'ความสมบูรณ์แบบนั้นไม่มีจริง แต่คนเก่งจะพยายามเข้าใกล้มันให้ได้มากที่สุด' และที่ผมอยากจะฝากไว้เป็นข้อคิดคือ 'วันนี้เป็นอย่างไร พรุ่งนี้ขอแค่ให้ดีกว่าเดิม' ครับ"


ซึ่ง อาเขต - รชต เปลวทอง หนึ่งในเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการ "สิงห์ คาร์ท คัพ ชาลเลนจ์ 2019 บาย คิมิ ไรโคเนน" และคว้าอันดับ 2 ในสนาม 1 เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ยอมรับว่า สิ่งที่ไอดอลในกีฬาแข่งรถของเขากล่าวนั้น คือสิ่งล้ำค่ามาก

"ถึงแม้ผมจะไม่เข้าเป็นที่ 1 ครั้งนี้ แต่โอกาสในสนามหน้าก็ยังมีครับ เพราะสิ่งสำคัญคือการชนะใจตัวเอง แข่งอย่างมีความสุข เหมือนอย่างที่คิมิสอน"

โกคาร์ท คือจุดเริ่มต้นชั้นยอดสำหรับการเป็นนักแข่งรถ และ พีค - พชรพล เข็มเพ็ชร์ ผู้ชนะในสนาม 1 ของโครงการ ก็เริ่มมองถึงเป้าหมายที่หลายคนบอกว่าเป็น "ความฝันอันสูงสุด" แล้วเช่นกัน


"อันที่จริงก็อย่างที่คิมิว่านะครับ อนาคตนั้นต้องว่าไปทีละขั้น ซึ่งผมก็อยากทำตรงนี้ให้ดีที่สุด แล้วค่อยๆ ขยับสู่ก้าวต่อไป จากโกคาร์ท สู่ฟอร์มูล่า 4, ฟอร์มูล่า 3, ฟอร์มูล่า 2"

"ซึ่งหากทุกอย่างมันสุกงอมเข้าที่ ผมก็อยากไปให้ถึงฝั่งฝัน กับการเป็นนักแข่งไทยคนต่อไปในเวทีอย่าง ฟอร์มูล่า 1 ให้ได้ครับ"



ชื่นชอบบทความนี้ของ : Mainstand ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง