mainstand

Inspiration

ฉัตร์ชัยเดชา บุตรดี...กำปั้นนี้เพื่อใคร?



พูดถึงชื่อของ ฉัตร์ชัยเดชา บุตรดี (ชื่อเดิมฉัตร์ชัย บุตรดี) แฟนกีฬาชาวไทยหลายคนคงรู้จักเขาในฐานะนักมวยสากลสมัครเล่นทีมชาติไทย ที่ยืนหยัดเป็นตัวแทนคนไทยทั้งชาติ บนเวทีมหกรรมกีฬาระดับโลกมายาวนานกว่า 10 ปี


 

ไม่ใช่เรื่องง่ายที่นักกีฬาสักคน จะยืนต่อสู้อยู่บนเวทีที่เต็มไปด้วยความกดดันและความคาดหวังจากคนหลายล้าน เป็นเวลายาวนานขนาดนี้ แต่ ฉัตร์ชัยเดชา บุตรดี ยังคงฟิตซ้อมร่างกาย และฝึกฝนสิ่งเดิมที่ทำซ้ำเดิมมานานหลายสิบปี เพื่อตอบแทนผลงานและความภาคภูมิใจ แก่คนที่เขารักที่สุดในชีวิต

“ครอบครัว” และ “คนไทย” คือสองแรงผลักดันที่ทำให้ ฉัตร์ชัยเดชา บุตรดี ยังยืนอยู่บนเวทีมวยจนถึงทุกวันนี้ แต่กว่าเขาจะกลายเป็นนักชกเข้มถึงใจ ฉัตร์ชัยเดชา บุตรดี ต้องผ่านการเพาะ คั่ว และบดจากคนรอบข้างมากมาย จนทำให้เขาเป็นความภาคภูมิใจของคนทั้งชาติอย่างทุกวันนี้

 

เพาะปลูกโดยครอบครัว

ฉัตร์ชัยเดชา บุตรดี เกิดและเติบโตขึ้นมาจากครอบครัวชาวนา ในอำเภอตราพระยา จังหวัดสระแก้ว สภาพการเงินในครอบครัวของเขา ไม่ได้แตกต่างจากฐานะของเกษตรกรทั่วประเทศไทย คือ มีอยู่พอกินพอใช้วันชนวัน และห่างไกลจากคำว่าสะดวกสบาย

เด็กชายฉัตร์ชัยเดชา มองเห็นภาพพ่อแม่ทำงานหนักมาตั้งแต่จำความได้ ความคิดที่อยากทำงานหาเงินช่วยเหลือครอบครัว อยู่ในจิตใจของเขามาตลอด หากแต่ร่างกายกลับไม่เอื้ออำนวย ฉัตร์ชัยเดชา มีปัญหาในระบบทางเดินหายใจมาตั้งแต่เด็ก เขาจึงต้องออกกำลังกาย เพื่อรักษาสุขภาพของตนเอง

“ตอนเด็ก ร่างกายผมไม่ค่อยแข็งแรงเท่าไหร่ มีปัญหาเกี่ยวกับโรคปอด ในหมู่บ้านพอดีมีค่ายมวยไทย แล้วน้าของผมชกมวยอยู่ แม่เลยฝากผมกับน้าให้ไปซ้อมมวย เพื่อที่จะได้มีร่างกายแข็งแรง” ฉัตร์ชัยเดชา ย้อนเล่าชีวิตนักมวยในวัยเด็กของเขา

“ซ้อมไปซ้อมมา ตอนนั้นมันมีงานวัดในชุมชน น้าผมก็เลยลองชวนผมไปต่อยตามงานวัดดู เขาพาผมไปประกบคู่จนหาคนต่อยได้ ผมจำได้เลยว่านัดแรกผมแพ้ แต่เขาก็มีค่าตัวให้ผม วันนั้นผมได้ค่าตัว 50 บาท”

“ผมก็คิดในใจว่า เออ ขนาดผมแพ้ ผมก็ยังได้เงินจากการชกมวย มันก็เลยทำให้ผมอยากหาเงินช่วยพ่อแม่ จากการชกมวยตั้งแต่ตอนนั้น”


ความต้องการที่อยากช่วยเหลือลูกชายให้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงของคุณแม่ กลายเป็นการเพาะปลูกเมล็ดพันธุ์นักมวยชั้นดีลงไปในพื้นดินโดยไม่ได้ตั้งใจ เมื่อ ฉัตร์ชัยเดชา บุตรดี ค้นพบพรสวรรค์ของตัวเองบนพื้นผ้าใบ เขาประกาศกับครอบครัวอย่างชัดเจนว่าหลังจากนี้ต่อไป จะเดินบนเส้นทางนักมวยเพื่อหามาช่วยเหลือครอบครัวอีกแรง

หากแต่การตัดสินใจของ ฉัตร์ชัยเดชา บุตรดี ไม่ได้สร้างรอยยิ้มให้แก่ทุกคนในครอบครัว เมื่อบุคคลสำคัญที่เพาะปลูก ฉัตร์ชัยเดชา เข้าสู่วงการหมัดมวยอย่างคุณแม่ กลับไม่มีความสุขนัก ที่ต้องเห็นลูกชายสุดที่รัก ขึ้นไปเจ็บตัวบนเวทีในฐานะนักชก แม้จะได้เงินเป็นรายได้ตอบแทนกลับมาช่วยเหลือจุนเจือครอบครัวก็ตาม

“ความจริงทางบ้านไม่ได้สนับสนุนผมขนาดนั้น คือ พ่อเขาชอบ เพราะพ่อผมก็เป็นนักมวยต่างจังหวัดแบบผมเลยครับ แต่แม่ไม่ชอบ ไม่อยากให้ผมต่อย เขากลัวผมเจ็บ”

“ตอนนั้นผมก็เข้าใจความรู้สึกของทั้งพ่อและแม่ แต่ผมเลือกที่จะชกมวยมาตลอด เพราะผมต้องการที่จะหาเงินมาช่วยเหลือครอบครัว ผมคิดว่าการหาเงินมาจุนเจือครอบครัว กลายเป็นแรงผลักดันใหญ่ของผม เพราะว่า ครอบครัวผมก็ไม่ได้มีเงินอะไรมากมาย ถ้าผมช่วยหาเงินอีกแรงหนึ่งได้ ผมคิดว่ามันก็น่าจะช่วยให้ฐานะทางบ้านดีขึ้น”

 

คั่วและบดจนออกรสเข้ม

เมล็ดพันธุ์ชั้นดีอาจเติบโตเป็นต้นกล้าที่ให้ผลิดอกออกผลได้ตามฤดูกาล แต่ไม่ได้หมายความว่าผลลัพธ์จากเมล็ดพันธุ์เหล่านั้น จะออกมามีคุณภาพและเข้มถึงใจเสมอไป หากไม่ได้ผ่านการคั่วและบดอย่างถูกวิธีจากผู้มีความเชี่ยวชาญ

เส้นทางบนสังเวียนมวยของ ฉัตร์ชัยเดชา บุตรดี ไม่ต่างจากการเติบโตของเมล็ดพันธุ์ เขาตัดสินใจเบนเข็มเข้าสู่วงการมวยสากลสมัครเล่น หลังได้เห็น วิจารณ์ พลฤทธิ์ คว้าเหรียญทองโอลิมปิก เมื่อปี 2000 ก่อนได้โอกาสเข้ารับราชการทหาร จากการชักชวนของ โค้ชธง ทวีคูณ บุรุษผู้เป็นอาจารย์และผู้มีพระคุณที่สุดในชีวิตของฉัตร์ชัยเดชา

“อาจารย์ธง เป็นคนเริ่มต้นพาผมไปแข่งรายการมวยสากลสมัครเล่น ตอนผมอยู่ม.6 เป็นรายการกรมพละ พอผมได้เหรียญทองรายการกรมพละ แกคงเห็นแววคิดว่า เอาผมไปขัดเกลาต่อนิดหน่อย น่าจะไปต่อได้ในเส้นทางนี้ แกเลยชวนผมเข้ามาอยู่ทีมกองทัพบก”

“สำหรับผม อาจารย์ธงแกเป็นเหมือนกับพ่ออีกคนหนึ่งของผม แกคอยชี้แนะแนวทางผมทุกอย่าง ถ้าไม่มีอาจารย์ธง ก็คงไม่มีผมในวันนี้ แกมีบุญคุณกับผมมาก คือทุกอย่างแกช่วยเหลือผมทั้งหมด ทั้งการเก็บตัวในกองทัพ การซ้อม หรือการบรรจุเข้าราชการ แกเป็นคนพาผมไปจัดการทุกอย่าง”

เมล็ดพันธุ์ชั้นดีจากจังหวัดสระแก้ว เดินทางเข้าสู่กรุงเทพมหานคร หลังผ่านการคั่วอย่างพิถีพิถันจากความทุ่มเทของ โค้ชธง ทวีคูณ ฉัตร์ชัยเดชา บุตรดี พัฒนาตัวเองจนเป็นนักชกฝีมือดี และทำผลงานโดดเด่นในรายการชิงแชมป์ประเทศไทย

ก่อนได้รับข่าวดีที่สุดในชีวิตหลังจากนั้นไม่นาน เมื่อโค้ชธง ทวีคูณ เดินเข้ามาบอกลูกศิษย์อันเป็นที่รักด้วยปากของตัวเองว่า เขาได้รับหนังสือจากสมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย เพื่อเรียกตัว ฉัตร์ชัยเดชา บุตรดี เข้าเป็นส่วนหนึ่งของนักมวยสากลสมัครเล่นทีมชาติไทย

ฉัตร์ชัยเดชา บุตรดี นักชกฝีมือดีจากจังหวัดสระแก้ว จึงต้องออกเดินทางอีกครั้ง เพื่อเข้าสู่แคมป์ฝึกซ้อมในโบนันซ่า เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา โรงบดฝีมือนักมวยสากลสมัครเล่นที่ดีที่สุดในประเทศไทย

“ผมรู้สึกเลยว่ามันแตกต่างมาก ระหว่างเก็บตัวทีมชาติ กับการเก็บตัวก่อนหน้านี้ การฝึกซ้อมต้องมีระเบียบวินัย มันต้องจริงจังกับการซ้อมครับ ทุกอย่างผมต้องตามระบบ ไม่เหมือนกับตอนอยู่กองทัพบก” 

“ยกตัวอย่างเรื่องเวลา เมื่อก่อนนัดซ้อมบ่ายสาม ผมมาช้าสิบนาทีก็ไม่มีใครว่า ไม่มีการเข้าแถว แต่ทีมชาติผมต้องมาก่อนสิบนาที บ่ายสามตรงเรียกเข้าแถว ฟังโปรแกรมซ้อม”

“โชคดีที่ผมได้รับการดูแลจากพี่แก้ว พงษ์ประยูร ที่เคยเก็บตัวด้วยกันในกองทัพบก พี่แก้วเขาคอยแนะนำการปฏิบัติตัว การฝึกซ้อม ช่วงหลังก็มีพี่สมจิตร (จงจอหอ) เข้ามาช่วยดูแลผมอีกคน”

เมื่อการคั่วอย่างพิถีพิถันจากโค้ชธง ทวีคูณ ผสานเข้ากับแรงบดจากโค้ชและรุ่นพี่ในรั้วทีมชาติ ฉัตร์ชัยเดชา บุตรดี จึงพัฒนาขึ้นมาเป็นนักชกมวยสากลสมัครเล่นที่มีฝีมือเข้มถึงใจ จนประสบความสำเร็จคว้าเหรียญทองจากการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ มาครองมากถึง 3 สมัย

 

กำลังใจ...สู้ไปด้วยกัน

จนถึงวันนี้ เป็นเวลายาวนานกว่าสิบปีแล้วที่ ฉัตร์ชัยเดชา บุตรดี ยืนหยัดบนสังเวียนในฐานะตัวแทนของคนไทยทั้งประเทศ ไม่ว่าวันที่เขาได้รับการชูมือแห่งชัยชนะ หรือล้มลงเมื่อยามพ่ายแพ้

ฉัตร์ชัยเดชา บุตรดี รู้สึกได้ถึงแรงสนับสนุนจากแฟนกีฬาชาวไทยทั่วประเทศ ทั้งกลุ่มที่ตามเชียร์ทางบ้าน หรือกลุ่มที่ตามมาเชียร์ในสนามแข่งขัน ทุกกลุ่มพร้อมสู้ไปด้วยกับฉัตร์ชัยเดชา บนเส้นทางมวยสากลสมัครเล่นที่รออยู่เบื้องหน้านักชกมาดเข้มรายนี้

“สำหรับผม กองเชียร์มีความสำคัญมาก เวลาไปแข่งตามมหกรรมกีฬา ก็จะมีกองเชียร์เป็นคนไทยที่อยู่ในประเทศต่างๆ หรือกองเชียร์ที่ตามมาจากประเทศไทย เข้ามาดูเข้ามาเชียร์ มันเหมือนต่อยในบ้าน เหมือนต่อยในประเทศไทย”

“เสียงเชียร์จากคนไทย มันทำให้ผมมีแรงฮึด อยากจะทำให้พวกเขาภูมิใจ ต่อยให้พวกเขามีความสุขไปกับผลงานของเรา ผมอยากจะทำทุกอย่างเพื่อชัยชนะ เพื่อให้คนไทยที่เข้ามาดูในสนาม ไม่เสียแรงที่ต้องมาเชียร์ผม”

“บางทีผมเหนื่อย ผมท้อ ทำไมยกนี้มันสู้เขาไม่ได้ เมื่อผมได้นั่งพักแล้วหันไปมองกองเชียร์ที่เข้ามาให้กำลังใจ ได้ฟังกองเชียร์ที่คอยส่งเสียงอยู่ตลอด มันทำให้ผมมีแรงใจที่จะสู้ต่อ”

“ผมคิดบ่อยนะครับว่า อยากให้คนเข้ามาเชียร์เยอะๆ เพราะบางครั้ง ผมชกโดยที่ไม่ค่อยมีคนเข้ามาดู ยิ่งไปต่อยต่างประเทศ ถ้าไม่มีกองเชียร์ชาวไทย มันก็มีแค่นักกีฬากับโค้ช ถ้าไม่มีกองเชียร์ มันก็เหมือนกับขาดคนหนุนหลังที่สำคัญไป”

เสียงเชียร์และกำลังใจจากชาวไทยทั่วประเทศ ฉัตร์ชัยเดชา บุตรดี รับรู้ถึงความสำคัญของสิ่งเหล่านั้น ความมั่นใจคือสิ่งที่นักกีฬาทุกคนต้องการ เพราะไม่ใช่แค่นักกีฬาเท่านั้นที่เป็นตัวแทนของทีมชาติไทย

แต่กองเชียร์ชาวไทยทุกคนคือ ทีมชาติไทย ที่พร้อมจะสู้ไปกับ ฉัตร์ชัยเดชา บุตรดี เช่นเดียวกับ “เบอร์ดี้” กาแฟพร้อมดื่ม ที่คอยให้การสนับสนุนและเป็นกำลังใจนักกีฬาทีมชาติไทยทุกคน ไปสู่ฝั่งฝันดังที่ตั้งใจไว้



“การที่ผมได้มาอยู่จุดนี้ มันทำให้ผมรู้ว่า คนไทยไม่เคยทิ้งกัน เพราะทุกครั้งที่ผมแพ้ จะมีกำลังใจเข้ามาหาผมเสมอ มันก็เป็นเหมือนแรงผลักดันของผมอีกอย่างหนึ่ง อยากทำผลงานออกมาให้ดีที่สุด อยากคว้าเหรียญทอง เพื่อทุกคนที่คอยตามเชียร์ผม เพื่อรอยยิ้มของคนรอบตัว”

“ผมคิดอย่างเดียวคือผมต้องการทำให้ดีที่สุด เพราะถ้าผมคว้าชัยชนะมาได้ คนไทยก็มีความสุข คนในครอบครัวก็ดีใจ ผมต้องการทำเพื่อทุกคนที่อยู่รอบตัว มันเป็นความภูมิใจในฐานะนักมวยทีมชาติไทยของผม”



ชื่นชอบบทความนี้ของ : ณัฐนันท์ จันทร์ขวาง ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง