Fitness

เตะไปเจ็บไป ? : "สนามหญ้าเทียม" แหล่งบันเทิงของคนรักฟุตบอลที่ "ฟีฟ่า" ไม่ปลื้ม | Main Stand



ในโลกที่หมุนไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว สิ่งสังเคราะห์ได้เข้ามาแทนที่วัสดุธรรมชาติในหลากหลายรูปแบบ ซึ่งสนามฟุตบอลหญ้าเทียมก็เป็นหนึ่งในนั้น 


 

มันกลายเป็นสนามยอดนิยมของคนยุคใหม่ โดยเฉพาะในสังคมเมืองที่พื้นที่มีจำกัด ที่ทำให้เห็นคนรักฟุตบอลจำนวนมาก เข้ามาใช้บริการพื้นที่แห่งนี้ที่กระจายตัวอยู่ทั่วทั้งเมือง 

อย่างไรก็ตาม แม้ว่ามันจะดูเป็นมิตรสำหรับแฟนฟุตบอลที่รักการออกกำลังกาย แต่สำหรับนักฟุตบอลระดับสูง กลับไม่ถูกชะตากับสนามลักษณะนี้ จนมีเสียงเรียกร้องจากบางส่วน ให้แบนสนามหญ้าเทียมออกจากการแข่งขัน 

เพราะอะไรจึงเป็นเช่นนั้น ร่วมหาคำตอบไปพร้อมกับ Main Stand 

 

สนามยอดนิยมของคนยุคใหม่ 

ปฏิเสธไม่ได้ว่าสนามหญ้าเทียม ได้กลายเป็นพื้นที่ที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไป โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ หรือเมืองหลวง ที่มีพื้นที่จำกัด สนามหญ้าเทียมได้เข้ามาแทนที่สนามหญ้าจริง ทั้งโรงเรียน มหาวิทยาลัย รวมไปถึงสนามให้เช่า 

อย่างในกรุงเทพมหานคร จากการค้นหาคำว่า "สนามหญ้าเทียม" ในแอปพลิเคชั่น Google พบว่า มีสนามหญ้าเทียมให้เช่าเปิดให้บริการไม่ต่ำกว่า 50 แห่ง กระจายตัวอยู่ทั่วทุกมุมเมือง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความนิยมของสนามชนิดนี้ 

อันที่จริงหญ้าเทียมนั้นถูกนำเข้ามาใช้ในวงการกีฬาเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 1966 หลังถูกติดตั้งในสนาม ฮิวสตัน แอสโตรโดม ในรัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา ขณะที่ฟุตบอลนั้นสนามหญ้าเทียมเริ่มถูกนำมาใช้ในปี 1981 โดยมี ควีนส์พาร์ก เรนเจอร์ส ของอังกฤษเป็นสโมสรแรกที่นำมาใช้

ส่วนประเทศไทย สนามหญ้าเทียม เพิ่งได้รับความนิยมในช่วง 10-15 ปีให้หลัง เมื่อเทคโนโลยีเริ่มมีราคาถูกลง ทำให้การติดตั้งสนามหญ้าเทียมมีราคาไม่สูงมากนัก โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับการใช้งานระยะยาว แถมยังบำรุงรักษาง่ายกว่าหญ้าจริง  

และที่สำคัญมันจูงใจให้แฟนบอลที่มีใจรักการออกกำลังกาย ให้มาใช้บริการได้มากกว่า ไม่ว่าจะเป็นลักษณะสนามที่นุ่มสบาย มีไฟส่องสว่าง สามารถใช้บริการได้ทุกเวลา หรือส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในที่ร่ม ซึ่งทำให้ไม่ต้องกังวลกับสภาพอากาศ 

จึงไม่แปลกที่สนามหญ้าเทียมจะกลายเป็นแหล่งบันเทิงสำหรับคนยุคใหม่ ทั้งเด็กมัธยม นักศึกษามหาวิทยาลัย หรือชาวออฟฟิศ ที่ต่างพากันมาใช้บริการ ทั้งในช่วงเย็นของวันทำงาน หรือช่วงสุดสัปดาห์ 

อย่างไรก็ดี ไม่ใช่ทุกคนที่ชื่นชอบสนามลักษณะนี้ 

 

เตะไปเจ็บไป ?  

แม้ว่าสนามหญ้าเทียมจะได้รับความนิยมในหมู่แฟนบอล ซึ่งส่วนใหญ่ใช้งานเพื่อความบันเทิง แต่มันเป็นเหมือนของแสลง สำหรับผู้เล่นอาชีพในระดับสูง ที่ต่างพยายามหลีกเลี่ยงที่จะลงเตะในสังเวียนที่พวกเขาเรียกกันว่า "สนามพลาสติก" นี้ 

เหตุผลสำคัญที่ทำให้นักเตะ รวมไปถึงเหล่ากุนซือไม่ชอบสนามหญ้าเทียม เพราะพวกเขาเชื่อว่าสนามลักษณะนี้ มีความเสี่ยงที่จะทำให้นักเตะเจ็บได้ง่ายกว่าสนามหญ้าจริง 

เมื่อต้นฤดูกาล 2018-19 โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในตอนนั้น เคยให้สัมภาษณ์ว่าเขามีความกังวลกับการที่นักเตะลงเล่นใน Stade de Suisse รังเหย้าซึ่งเป็นสนามหญ้าเทียมของ ยังบอยส์ เบิร์น ในเกมแชมเปียนส์ลีก 

"ตอนนี้ผมพูดได้ว่า ผมไม่เข้าใจว่าทำไมเราต้องลงเล่นในสนามหญ้าเทียม ในการแข่งขันระหว่างสโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุด" กุนซือชาวโปรตุเกสกล่าวหลังเกม 

"อย่างที่รู้มันอาจจะทำให้เกิดการบาดเจ็บ นักเตะของผมบางคนรู้สึกเจ็บข้อเท้า และหลังเท้า หลังการซ้อม รวมไปถึงการซ้อมเบา ๆ เมื่อวานนี้" 

ขณะที่ ลีกฟุตบอล สก็อตติช พรีเมียร์ชิพ ก็เคยเผชิญกับการล็อบบี้จากสหภาพนักเตะสก็อตแลนด์ (PFA) ให้แบนสนามหญ้าเทียม ออกจากการแข่งขันในระดับสูง โดย สตีเวน เจอร์ราร์ด กุนซือของ กลาสโกว์ เรนเจอร์ส ซึ่ง เจมี เมอร์ฟี ผู้เล่นของเขาได้รับบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้าเข่าขาดจากการลงเตะใน รักบี พาร์ค รังเหย้าหญ้าเทียมของ คิลมาร์น็อค ก็สนับสนุนในเรื่องนี้ 

"ผมเห็นด้วยกับผู้เล่นส่วนใหญ่ที่พยายามจะเอาสนามหญ้าเทียมออกไปจากเกมระดับสูง" อดีตผู้เล่นลิเวอร์พูลให้ความเห็น 

"ผมเคยให้ความเห็นไว้ก่อนหน้านี้ ผมไม่ชอบสนามหญ้าเทียม ผมไม่ชอบเล่นในสนามแบบนี้ ผมคิดว่ามันอันตราย ผมเคารพทีมที่ใช้มัน เพราะมีปัญหาทางการเงิน แต่สำหรับผมที่เคยเป็นผู้เล่น และตอนนี้เป็นโค้ช ผมเชื่อว่าการแข่งขันจะดีกว่านี้ ถ้าเราไม่ใช้สนามหญ้าเทียม" 

"คนที่ไม่เห็นด้วยกับการเอามันออกไปจากเกม ควรคิดในมุมของผู้เล่นก่อน ทั้งในเรื่องสุขภาพ และความปลอดภัยของพวกเขา ความเห็นของผมคือผู้เล่นน่าจะปลอดภัยกว่าบนสนามหญ้าจริง" 

เจอร์ราร์ด ไม่ใช่คนแรกที่ไม่เห็นด้วยกับการลงเตะในสนามหญ้าเทียม แฮร์รี่ เร้ดแนปป์ อดีตกุนซือของ ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ กล่าวว่านักเตะของเขาไม่แฮปปี้ กับการลงเตะในรังเหย้าของยังบอยส์ หลังเคยลงเล่นในเกมยุโรป เมื่อปี 2010 
ส่วน โรแบร์โต มาร์ติเนซ อดีตกุนซือ เอฟเวอร์ตัน บอกว่านักเตะของเขาขอเวลาฟื้นฟูสภาพร่างกายมากขึ้น หลังเอาชนะ ยังบอยส์ 4-1 ในรอบน็อกเอาต์ ยูโรปา ลีก ที่ลงเตะในสนามเดียวกันเมื่อปี 2015

เช่นกันสำหรับ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือฟีฟ่า ที่แม้จะอนุญาตให้สนามบางแห่งใช้หญ้าเทียมได้ แต่ในความเป็นจริง พวกเขาก็ไม่เห็นด้วยที่จะใช้หญ้าแบบนี้ในการแข่งขันระดับสูง 

ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือการเสนอชื่อเป็นเจ้าภาพฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก 2023 ที่เลือกกันไปเมื่อปี 2019 ฟีฟ่ายืนยันว่าทุกสนามสำหรับจัดการแข่งขันของประเทศที่เสนอตัวเป็นเจ้าภาพ ควรจะเป็นสนามหญ้าจริงเท่านั้น 

"สนามควรเป็นหญ้าจริงเท่านั้น ส่วนสนามที่ใช้หญ้าผสมจะได้รับการพิจารณาว่าเป็นหญ้าจริงตามเงื่อนไขของฟีฟ่า" ฟีฟ่าระบุ

อย่างไรก็ดี ความจริงแล้วสนามหญ้าเทียมทำให้ผู้เล่นบาดเจ็บได้ง่ายกว่าสนามหญ้าจริงอย่างนั้นหรือ ? 

 

หญ้าเทียม vs หญ้าจริง

ปฏิเสธไม่ได้ว่าลักษณะหนึ่งของสนามหญ้าเทียมที่แตกต่างจากสนามหญ้าจริงอย่างเห็นได้ชัดก็คือ สนามหญ้าสังเคราะห์นั้นจะมีความหนืดมากกว่า อันเนื่องมาจากแรงเสียดทานของพื้นผิวที่ต่างกัน ซึ่งทำให้เท้านักฟุตบอลยึดเกาะกับสนามได้ดีกว่า  

อย่างไรก็ดี งานวิจัยหลายแห่งก็พิสูจน์ได้ว่าแรงเสียดทานที่เพิ่มขึ้น มีผลทำให้อัตราการบาดเจ็บของร่างกายส่วนล่าง ทั้งเท้า ข้อเท้า และขา มากขึ้น

ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ผู้คนเชื่อว่าเป็นเพราะแรงเสียดทานดังกล่าว ทำให้สนามหญ้าเทียม เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักฟุตบอลมีโอกาสได้รับบาดเจ็บมากกว่าสนามหญ้าจริง ... แต่มันเป็นเช่นนั้นจริงหรือ ? 

ในปี 2013 จากการศึกษานักฟุตบอลในลีกสมัครเล่นของโปรตุเกส พบว่าพวกเขามีอัตราการบาดเจ็บที่เพิ่มขึ้นเมื่อลงเล่นในสนามหญ้าเทียม ทว่าในการศึกษาเรื่องเดียวกันของนักฟุตบอลหญิงในระดับมหาวิทยาลัยของสหรัฐอเมริกา กลับพบว่า พวกเธอมีอัตราการบาดเจ็บที่น้อยลง รวมไปถึงการบาดเจ็บหนัก เมื่อต้องลงเล่นในสนามหญ้าสังเคราะห์ 

และไม่ใช่แค่การแข่งขันในลีกล่าง เพราะในลีกสูงสุดก็เคยมีการศึกษาในเรื่องนี้ ในปี 2006 British Journal of Sports Medicine ได้ตีพิมพ์การศึกษาอาการบาดเจ็บของนักฟุตบอลในลีกสวีเดนจำนวน 202 คนในช่วงฤดูกาล 2003-2004 พบว่า ไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญของการบาดเจ็บเมื่อต้องใช้สนามหญ้าเทียมในการฝึกซ้อม 

นอกจากนี้การฝึกซ้อมในสนามดังกล่าว ไม่ได้ทำให้อาการบาดเจ็บร้ายแรงขึ้น แม้ว่าผู้เล่นจะมีอาการเคล็ดขัดยอกที่ข้อเท้าเพิ่มขึ้น แต่ในทางกลับกันอัตราการบาดเจ็บก็ยังน้อยกว่าการลงเล่นในเกมการแข่งขันบนสนามหญ้าจริงเสียอีก  

"ไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดว่าสนามหญ้าเทียมในปัจจุบันทำให้มีความเสี่ยงที่จะบาดเจ็บมากขึ้น" จอน เดียร์ริง ศัลยแพทย์กระดูกจากโรงพยาบาลรอสฮอล แห่งเมืองกลาสโกว์ สก็อตแลนด์ กล่าว 

"มันมีงานวิจัยหลายชิ้นที่ศึกษาเกี่ยวกับสนามหญ้าเทียมว่าทำให้มีโอกาสบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้า ข้อเท้า หรือการบาดเจ็บอื่น ๆ เพิ่มขึ้นหรือไม่ โดยรวมไม่มีหลักฐานเพียงพอ ทั้งกับการใส่รองเท้าปุ่มธรรมดาและปุ่มใบมีดว่า สนามหญ้าเทียมเพิ่มความเสี่ยงในการบาดเจ็บของร่างกายส่วนล่างหรือไม่" 

"รองเท้าสามารถเป็นปัจจัยหนึ่ง มีคำกล่าวว่าปุ่มสตั๊ดจะเพิ่มแรงบิดที่หัวเข่า และแน่นอนว่าสำหรับสนามที่เก่ากว่านี้มันคือเรื่องจริง แต่มันไม่ได้มีหลักฐานที่มีน้ำหนักขนาดนั้น กับสนามหญ้าเทียมรุ่นใหม่" 

เดียร์ริง ที่เป็น 1 ใน 2 ศัลยแพทย์ของสก็อตแลนด์ ที่มีใบประกาศเฉพาะทางเกี่ยวกับเวชศาสตร์การกีฬาและการออกกำลังกาย ตั้งข้อสังเกตว่าการที่สนามหญ้าเทียมตกเป็นจำเลยอาจจะเป็นเพราะผู้คนไปโฟกัสกับมันมากไป

"ผู้คนสนใจการเชื่อมโยงมากกว่าสาเหตุ คุณอาจจะเห็นนักกีฬาอาชีพที่ได้รับบาดเจ็บบนสนามหญ้าเทียม และหลังจากนั้น อย่างเคสที่ สตีเวน เจอร์ราร์ด พูด บางคนบอกว่ามันเป็นเพราะสนาม" เดียร์ริงอธิบาย 

"เอาล่ะ มันไม่ใช่ สิ่งเหล่านี้เพิ่งจะเคยเกิดขึ้น มีนักฟุตบอลอาชีพและนักรักบี้จำนวนมากที่เอ็นไขว้หน้าข้อเข่าฉีก และพวกเขาไม่ได้เล่นบนสนามหญ้าเทียม บางงานวิจัยยังแสดงให้เห็นว่า ถ้าคุณเล่นบนพื้นผิวที่ค่อนข้างแข็งและไม่เรียบ มันจะเสี่ยงกว่าการเล่นบนพื้นสนามหญ้าเทียมเป็นอย่างมาก เพราะมันไม่ได้ถูกตัดและแห้ง" 

ทำให้ไม่สามารถฟันธงได้ชัดเจนว่าสนามหญ้าเทียมทำให้นักฟุตบอลมีโอกาสบาดเจ็บเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับสนามหญ้าจริง แต่ถึงอย่างนั้นผู้เล่นก็ควรหาวิธีลดความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุการณ์เหล่านี้ 

 

ลดโอกาสเจ็บ 

แม้ว่าจะไม่มีสูตรสำเร็จที่จะป้องกันการบาดเจ็บ ไม่ว่าจะเป็นสนามหญ้าเทียม หรือสนามหญ้าจริง แต่ผู้เชี่ยวชาญก็แนะนำว่า การเลือกรองเท้าให้เหมาะสมกับพื้นผิวสนาม จะช่วยลดความเสี่ยงที่ก่อให้เกิดการบาดเจ็บ ซึ่งใช้ได้ทั้งนักฟุตบอลและนักอเมริกันฟุตบอล

"ปัญหาคืออะไร เราคิดว่ามันคือพื้นของรองเท้าที่สัมผัสกับสนาม คุณสามารถเปลี่ยนลักษณะปุ่มของรองเท้าเพื่อลดการเสียดสี" ดร.เจมส์ แบรด์ลีย์ หัวหน้าฝ่ายศัลยกระดูกและข้อแห่งทีม พิตเบิร์ก สตีลเลอร์ ใน NFL กล่าวกับ Reuters Health

ในขณะที่ ดร.เจสัน ดรากู ที่ศึกษาเกี่ยวกับการเพิ่มขึ้นของการบาดเจ็บที่หัวเข่าของนักกีฬาเสริมว่า "หากคุณอยู่ในท่าที่ไม่ถูกต้อง เพราะขาของคุณไม่ได้ไปในที่ควรจะเป็นเหมือนพื้นหญ้า มันจะทำให้แรงนั้นสามารถกระจายไปที่หัวเข่า และนั่นก็เป็นสาเหตุของการบาดเจ็บ" 

"วิธีเคลื่อนไหวและการหมุนตัวเปลี่ยนทิศทางจะเป็นตัวกำหนดความเสี่ยงของการบาดเจ็บแบบ ACL (เอ็นไขว้หน้าเข่าฉีกขาด) ดังนั้นแม้ว่าเรามีความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากการเล่นบนสนามหญ้าเทียม แต่เราสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และทำให้แน่ใจว่าเราเคลื่อนที่ไปในทิศทางที่ถูกต้อง" 

เช่นกันสำหรับเดียร์ริง ที่มองว่าการอบอุ่นร่างกายที่ถูกต้อง จะช่วยลดโอกาสบาดเจ็บของนักกีฬา แทนที่จะมาโฟกัสว่าสนามหญ้าเทียม ทำให้นักฟุตบอลได้รับบาดเจ็บมากกว่าเดิมหรือไม่

"สโมสรควรช่วยป้องกันการบาดเจ็บส่วนล่างมากกว่านี้ ตลอด 5-6 ปีที่ผ่านมา มีหลักฐานที่ชัดเจนจริงๆว่า การอบอุ่นร่างกายแบบเฉพาะเจาะจง ช่วยลดการบาดเจ็บของร่างกายส่วนล่างถึง 30-60 เปอร์เซ็นต์" เดียร์ริงกล่าว 

"ฟีฟ่าเรียกมันว่า FIFA 11+ ย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว มันมีโปรแกรมของอเมริกาที่เรียกว่า PEP (Preventing Injury and Enhance Performance) ซึ่งนักรักบี้ก็ใช้มัน สมาคมรักบี้สก็อตแลนด์ (SRU) ก็มีโปรแกรมที่มีพื้นฐานมาจากมัน" 

อย่างไรก็ดี หากทำทุกอย่างแล้ว ยังคงไม่ดีขึ้น และยังมีอาการเจ็บ ปวด หรือ ฟกช้ำ หรือเส้นเลือดขอด จากการเล่นฟุตบอลบนสนามหญ้าเทียม ให้มองหา "หลอดสีเขียว" ที่จะช่วยบรรเทาจากความทรมานนี้ 

หลอดสีเขียวมีทั้งแบบเจล ที่มีสรรพคุณลดอาการปวด และต้านการอักเสบ และแบบสเปรย์เย็น บรรเทาอาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาและอาการฟกช้ำ เคล็ดขัดยอก กล้ามเนื้อเคล็ดขัดยอก กล้ามเนื้อยึด และบริเวณที่มีอาการห้อเลือด มี "หลอดสีเขียว" ติดตัวไว้ จะทำให้คุณอุ่นใจ และไม่ต้องกังวลใจตอนเล่น 

แต่คงจะไม่มีอะไรจะดีไปกว่าการได้เล่นกีฬาโดยไม่ได้รับบาดเจ็บ 

และถ้าคุณอยากรู้ว่าเคล็ดลับ "การเตะบอลให้มัน ไม่หวั่นเจ็บตัว" ทำได้อย่างไร สารัช อยู่เย็น มีคำตอบให้คุณในคลิปนี้กับ Sport Injuries Tips: https://fb.watch/2vTjSPbXr-/

 

แหล่งอ้างอิง:

https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/12394868/ 
https://bjsm.bmj.com/content/40/12/975 
https://www.uhhospitals.org/for-clinicians/articles-and-news/articles/2019/08/artificial-turf-versus-natural-grass 
https://www.sportslabs.co.uk/field-notes/2018/12/13/fact-vs-fiction-artificial-turf-injuries  https://www.reuters.com/article/instant-article/idUKKCN1LZ2XA
https://apnews.com/article/c54d2025b7c84ad982240d860b3a91dd 
https://www.goal.com/en-gb/news/do-artificial-football-pitches-cause-more-injuries-than/1prtyjo6rv5jh13jpf7fvb0jfz 



AUTHOR

มฤคย์ ตันนิยม

ลีดส์ ยูไนเต็ด, ญี่ปุ่น, มังงะ
     


PHOTO

อภิสิทธิ์ โชติพิบูลย์ทรัพย์

Graphic Designer แห่ง Main Stand ผู้รับเหมางานภาพกราฟิกหน้าปกบทความทุกชิ้น
     


x