Converse

พัณณิณ : เด็กวัย 15 ที่โตบนความฝันคุณพ่อ และคอร์ตดินส่วนตัวในบ้าน



ท่ามกลางรถราคับคั่งที่ขับเข้าไปในซอยวัดโสธรวรารามวรวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา หลายคนพกความหวัง , ความฝัน , เป้าหมายในชีวิต ไปบอกกล่าวให้กับ “หลวงพ่อโสธร” สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของจังหวัด ซึ่งเป็นที่ๆหนึ่งที่ประชาชนชาวไทยนิยมมากราบไหว้มากที่สุดของประเทศ

 

เยื้องๆกับ “วัดโสธร” ไม่ถึง 300 เมตร บ้านหลังหนึ่ง เปิดประตูอ้าต้อนรับทีมงาน Main Stand พร้อมกับรอยยิ้ม ของบุรุษอารมณ์ดี เขามีความฝัน  และเป้าหมายในชีวิตไม่ต่างกับพุทธศาสนิกชน ที่เดินทางเลยไปวัดโสธร เลยจากบ้านของเขาไปไม่ถึงกิโลเมตร

“เข้ามาเลยครับ เข้ามาเลย” เสียงอบอุ่นของคุณพ่อศักดิ์ชัย โควาพิทักษ์เทศ กล่าวต้อนรับ

“ถึงวัดโสธรจะอยู่ใกล้บ้าน แต่เราไปปีละ 3-4 ครั้งเองนะครับ ส่วนใหญ่ ขอให้ลูกชายและลูกสาวครับ ขอให้คิดอะไรทำอะไรก็สมปรารถนา แต่ไปไม่ค่อยบ่อยครับ” เขากล่าวถึงความผูกพันกับวัดชื่อดัง ที่หลายคนนิยมไปสวดมนต์ขอพร

ความเชื่อต่างกัน, วิธีคิด เพื่อไปให้ถึงซึ่งเป้าหมายก็ต่างกัน สำหรับครอบครัว “โควาพิทักษ์เทศ” พวกเขาพยายามมากกว่าคิด, พวกเขาตั้งใจมากกว่าพูด

จุดเล็กๆ มาจากคุณพ่อ ซึ่งเดิมเป็นนักเทเบิลเทนนิสสมัยเรียนที่มหาวิทยาลัย และค้นพบว่า ตัวเองรักกีฬายิ่งกว่าสิ่งอื่นใด แต่เทเบิลเทนนิสหรือปิงปอง ให้สิ่งนั้นกับเขาไม่ได้

“สังคมปิงปองมันแคบนะ เล่นกันอยู่ไม่กี่คน ผมเลยพยายามมองหากีฬาอื่น ก็มาเจอเทนนิส ที่คนเล่นเยอะมาก ผมก็เลยเบนเข็ม หันมาเล่นเทนนิสบ้าง” อดีตนักตบลูกเด้งจากแดนโดมเล่า

“ผมไม่เคยไปเรียนเลย เชื่อไหมครับ (หัวเราะ) ผมมาเริ่มเรียนรู้ด้วยตัวเองตอนอายุ 35 ปี ศึกษาจากหนังสือของคุณเสถียร มนต์คงธรรม (บรรณาธิการนิตยสารเทนนิส) แล้วก็ฝึกกับเพื่อนๆด้วยกัน น็อคบอลกับกำแพงบ้าง พอเริ่มเก่ง ก็แข่งขันเอง ชวนน็อคเกอร์มาเล่น จนได้แชมป์ประเทศไทยเมื่ออายุ 50 ปี ทั้งประเภทเดี่ยวและประเภทคู่”

“แน่นอน ผมมีลูกสองคน ชายหนึ่งหญิงหนึ่ง พยายามปลูกฝังให้เขารักกีฬา ใจจริงๆก็อยากให้เขาเล่นเทนนิสเหมือนเรา ซึ่งเหมือนเป็นโชคดี ที่ครอบครัวเราต่างรักเทนนิสกันทุกคน”

คุณพ่อศักดิ์ชัย หวังลึกๆว่า ลูกชายและ (หรือ) ลูกสาว จะไปได้ไกลในกีฬาเทนนิส แม้ว่าเขาจะไม่มีโอกาสไปถึงจุดนั้น

เรื่องความสำเร็จเรื่องชื่อเสียง อีกประเด็นหนึ่ง แต่คุณพ่อกระซิบกับทีมงาน Main Stand ว่า “เชื่อผมเถอะ เรื่องเทนนิส ผมนี่แหละบ้าที่สุดคนหนึ่งไม่แพ้ใคร”

นั่นอาจเป็นแรงผลักดันที่ผู้ชายตัวเล็กๆคนหนึ่ง กำลังจะสร้างตำนานที่ยิ่งใหญ่อีกหนึ่งเรื่องในหน้าประวัติศาสตร์วงการลูกสักหลาดไทย

 

เพื่อนรักคนแรกและคนสำคัญ

คุณพ่อศักดิ์ชัย โควาพิทักษ์เทศ กับคุณแม่อักษรสวรรค์ จันทรสุกรี มีลูกชายคนโตคือ “เน็ต” พลภูมิ (อ่าน พะ-ละ-พูม) โควาพิทักษ์เทศ และน้องคนสุดท้อง “แนท” พัณณิน โควาพิทักษ์เทศ

แน่นอน คุณพ่อคุณแม่คงไม่ได้ลากน้องๆมากินนอนที่คอร์ตเทนนิสแต่เด็ก แต่อาศัยปลูกฝังให้ลูกเคยชิน และรักมันด้วยใจจริง

“ส่วนตัวหนูเอง ไม่รู้เรื่องเลยค่ะ ตอนนั้น คือเรื่องของเรื่อง หนูเดินมาตามพี่ชาย เพราะติดพี่” เด็กสาววัย 15 ปี นึกย้อนถึงวินาทีแรกที่รู้จักเพื่อนรักคนใหม่ที่ชื่อ ‘เทนนิส’

“แรกๆ ใส่ชุดตุ๊กตาเดินมาแบบงงๆ ตอนแรกก็เก็บบอลอย่างเดียวเลยค่ะ แต่พอเริ่มสนใจมัน ก็เลยเริ่มหัดตี”

“แรกๆ คุณพ่อจะป้อนลูกจากตะกร้าให้ตีก่อน พอการตีเริ่มสวย ก็เป็นคนเริ่มน็อคให้เอง แต่ส่วนใหญ่เท่าที่จำได้ ก็จะตีกันทั้งครอบครัวนี่แหละค่ะ” นักหวดหน้าหวานเล่าพร้อมรอยยิ้ม

5 ขวบ คือช่วงเวลาที่ แนท-พัณณิน เริ่มสัมผัสไม้เทนนิสเป็นครั้งแรก แต่กว่าจะลงแข่งขันรายการแรกในชีวิต ก็อายุ 8 ขวบ เป็นรายการยุวชนที่จังหวัดชลบุรี ซึ่งเธอเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ แต่เป็นเพียงรองแชมป์

“แนทไม่ร้องไห้เลยนะ” คุณพ่อศักดิ์ชัย ตอบคำถามของทีมงาน Main Stand ที่สงสัยว่าหากเด็กๆอย่างเธอ เจอกับความผิดหวังจากความพ่ายแพ้จะรับมืออย่างไร

“หนูสนุกมากกว่าอีกนะคะ คือตื่นเต้นเนี่ย ตื่นเต้นแน่นอน หนูจำตอนที่หนูชนะครั้งแรกได้ดีกว่า ตอนนั้นดีใจมาก และไปกอดคุณพ่อคุณแม่”

นั่นคือปี 2554 เมื่อ 7 ปีที่แล้ว ณ เวลานั้นบ้านโควาพิทักษ์เทศเนรมิตลานจอดรถให้เป็นมินิคอร์ต คอร์ตเทนนิสเล็กๆ ที่ตั้งใจให้ลูกๆทั้งสองได้ลองตี เนื่องจากสนามจริงอาจกว้างใหญ่เกินไปสำหรับมือน้อยๆทั้งสองข้าง

และถัดออกไป สนามฮาร์ดคอร์ตได้มาตรฐาน ก็พร้อมต้อนรับสมาชิกทั้งสี่ ที่จะไปฝึกเทนนิสกันทุกเช้าตั้งแต่เวลา 7.30 น. โดยประมาณ

“โปรแกรมของน้องแนทจะตื่นราวๆ 7 โมงเช้า จากนั้นเทรนเนอร์ฟิตเนสกับโค้ชเทนนิสจะมาปรึกษากันว่า วันไหนน้องควรจะฟิตร่างกายตอนเช้า หรือวันไหนควรจะซ้อมเทนนิสตอนเช้า” คุณพ่ออธิบาย

เหมือนกับว่า พัณณิน จะต้องใช้ชีวิตอยู่กับเทนนิสทั้งวัน เครื่องหมายคำถามเกิดขึ้นในหัวของทีมงานอีกครั้ง แล้วเรื่องเรียนล่ะ?

“น้องไปเรียนโรงเรียนนานาชาติอยู่ปีหนึ่งครับ ตอนประมาณ ป.4 แต่แน่นอน คุณพ่อก็คิดว่า ถ้าเรียนไปด้วยเล่นไปด้วย คงจะเป็นไปไม่ได้ พ่อถามน้องแนทตรงๆว่า อยากเป็นนักเทนนิสไหม เขาพยักหน้า ผมเลยบอกว่า อย่างนั้นก็ไปสอบเทียบเอานะลูก จะได้มีเวลาไปโฟกัสกับเทนนิสมากขึ้น ปีถัดมา เลยออกจากโรงเรียนมาเล่นเทนนิสเต็มตัว”

พัณณิน กับคุณพ่อเล่าว่า แม้เธอจะไม่มีช่วงชีวิตวัยเรียนที่โรงเรียน แต่เธอก็ไม่ขาดวิชาความรู้ เมื่อถึงช่วงวันหยุด จะมีคุณครูมาสอนพิเศษที่บ้าน ส่วนสังคมเพื่อนฝูง เธอมีเพื่อนนักเทนนิสชาวต่างชาติมากมาย ซึ่งส่วนใหญ่สื่อสารกันด้วยภาษาอังกฤษ ฉะนั้นเธอไม่ได้รู้สึกขาดเพื่อนในช่วงเวลาวัยเด็ก

เธอมีเทนนิส ซึ่งเป็นเพื่อนรักที่สุดของเธออยู่แล้ว

 

คิดต่าง และทำก่อน

“คอร์ตดิน หรือ Clay Court ในประเทศไทยมีอยู่น้อยมาก เด่นๆจะมีที่เดี่ยวที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี นั่นเป็นที่ที่นักเทนนิสทีมชาติส่วนใหญ่ไปซ้อมกัน” คุณพ่อศักดิ์ชัย พูดถึงจุดเปลี่ยนจุดสำคัญอีกจุดหนึ่งของครอบครัว

“มันเริ่มมาจากความคิดของผมเองส่วนหนึ่ง ผมดูเทนนิสเฟร้นช์ โอเพ่น เป็นรายการคอร์ตดินที่ใหญ่ที่สุด แต่ประเทศไทยแทบไม่มีคอร์ตดินเลย”

“และเมื่อ 3-4 ปีก่อน น้องแนทเคยไปแข่งขันในนามทีมดาราเอเชียให้กับ ไอทีเอฟ น้องเขาเห็นรายการคอร์ตดิน 4-5 รายการ แล้วก็ เอ๊ะ บ้านเรายังไม่มีคอร์ตดินเลย ฉะนั้นมันถึงเวลาแล้ว ที่ผมจะต้องทำจริงจังเสียที เพื่อที่เราจะมีคอร์ตของเราเอง จัดการเวลาซ้อมของเราเอง”

“ถ้าเราไม่ทำของเราเอง เราจะไปสู้กับเขาได้หรือ?”

“ผมคิดแบบนี้ ผมเลยไปค้นค่าใช้จ่ายในการทำคอร์ตดินทั้งหมด เลือกวัตถุดิบที่ดีที่สุด ลองผิดลองถูกมามาก สุดท้ายเลือกดินจากอิตาลี จะปูพื้นก็ไม่ง่ายเลย ดินมีถึง 5 ชั้นด้วยกัน”

“ด้วยตัวดินอย่างเดียวราว 1-2 ล้านบาท ถ้ารวมเป็นคอร์ตและหลังคาทั้งหมด 5 ล้านบาทด้วยกัน”

เป็นอันว่า พัณณิน มีคอร์ตดินเป็นของตัวเองตั้งแต่วัย 11 ปี หากรวมกับฮาร์ดคอร์ตที่มีอยู่แต่เดิม เท่ากับว่าเธอจะมีถึงสองคอร์ตให้ฝึกซ้อม ซึ่งแน่นอน วิธีการเตรียมพร้อม, สัมผัสในการเล่น , รายละเอียดต่างๆไม่เหมือนกันโดยสิ้นเชิง

“ที่คอร์ตดิน บอลจะกระเด้งสูงกว่าค่ะ” แนทอธิบายถึงความแตกต่างกับการเล่นคอร์ตพื้นปูนทั่วไป

“พอบอลกระเด้งสูงกว่า ช้ากว่า เราจะมีเวลาถอยเยอะกว่า มันช่วยได้เยอะเกี่ยวกับเรื่องความหนักหน่วงในการตี และการฝึกการทรงตัวและความมั่นคง”

“ที่ฮาร์ดคอร์ต เราจะวิ่งยังไงก็ได้ค่ะ แต่กับคอร์ตดิน ลูกไกลๆมา เราสปีดไป ถึงจุดที่หยุดต้องรักษาสมดุลร่างกายให้ดีเลยค่ะ มันจะล้มง่ายกว่าเยอะ หนูต้องฝึกนานมาก”

“กว่าจะปรับตัวกับคอร์ตดินได้ (ตั้งแต่ครั้งแรกที่เพิ่งสร้างเสร็จ) หนูใช้เวลามากกว่า 3 เดือน แต่ข้อเสียกับการซ้อมคอร์ตดินเยอะๆก็มีนะคะ คือหนูเป็นคนที่เปลี่ยนจากคอร์ตดินไปเล่นฮาร์ดคอร์ตได้ช้า”

“ใช้เวลาอาทิตย์หนึ่ง กว่าจะกลับมาคุ้นชินกับคอร์ตปูน (ถ้าก่อนหน้านี้ตีคอร์ตดินมาตลอด) แต่ข้อดีคือ สโตรกในการตีแน่นขึ้นเยอะเลยค่ะ ตีแล้วมั่นใจมาก”

การมีถึงสองคอร์ตให้ซ้อมในบ้านของตัวเอง ทำให้พัณณินเหมือนมีชัยภูมิในการฝึกรบที่พร้อมกว่าคนอื่น สิ่งที่เป็นอาวุธหนักของเธอ คือความคล่องตัว เธอเป็นนักเทนนิสสไตล์บุก ใจสู้ กล้าได้กล้าเสีย

“หนูรู้ตัว หนูไม่ได้ตัวใหญ่ ถ้าไปเก็บลูกไกลๆของเขาคงยาก หนูหาจังหวะเปิดก่อนเลย เล่นบอลเร็วดู ถ้าหนูโยกแล้วเขาเซ หนูจะตามเข้าไปซ้ำ”

“หนูโฟกัสไปที่การเล่นของตัวเองก่อนค่ะ อันที่จริง ได้แชมป์หรือไม่ไม่สำคัญ หนูจะมีสมาธิอยู่ในสนาม ทำให้เต็มที่ก่อนแค่นั้น”

เพราะแน่นอน ความฝันของคุณพ่อศักดิ์ชัยและน้องพัณณินมีร่วมกัน ไม่ใช่แค่การไปร่วมมหกรรมกีฬาในฐานะนักกีฬาสมัครเล่น แต่ทั้งคู่ต้องการไปปรากฎตัวในแกรนด์สแลม และแข่งขันในระดับ WTA Tour

ซึ่งนั่นคือเหตุผลหลักที่ทำให้บ้านของเธอต้องมีคอร์ตดิน

“มันมีทัวร์นาเม้นต์ให้เลือกเยอะเลยค่ะ ที่เป็นคอร์ตดิน ซึ่งมันมีโอกาสไปเก็บคะแนนสะสมมากขึ้น”

“คือหนูว่าถ้ามีคอร์ตดิน เราก็จะได้ไปแข่งในประเทศอื่นๆที่เราไม่เคยไป แต่ไปที่โน่นหนูว่าก็ไม่ง่ายนะคะ เพราะนักเทนนิสต่างชาติที่บ้านเขามีคอร์ตดิน เขาก็เก่งเหมือนกัน แต่ไม่เป็นไร หนูว่าหนูพอสู้ได้ (ยิ้ม)”

 

โค้ชระดับทีมชาติ

แท้จริงแล้วทีมงาน Main Stand นัดหมายแต่เฉพาะครอบครัวโควาพิทักษ์เทศ แต่วันที่เรามาจับเข่านั่งคุยกัน เราได้พบกับอดีตนักเทนนิสดาวรุ่งทีมชาติไทยมือหนักรายหนึ่ง ที่มาเป็นทีมงานผู้ฝึกสอนให้กับ แนท-พัณนินด้วย

“พ้ง! มาได้ยังไง เป็นยังไงบ้างช่วงนี้” เราเริ่มถาม

พ้ง ที่เรากำลังพูดถึงคือ กิตติพงษ์ วชิรมโนวงศ์ อดีตนักเทนนิสทีมชาติไทยที่เคยไปสู้ศึกมาแล้วหลายรายการ ทั้งเดวิส คัพ, เอเชี่ยนเกมส์ และ ซีเกมส์

เขาเล่าว่า ปัจจุบันเขาได้แขวนแร็คเก็ตเป็นที่เรียบร้อยแล้ว รู้สึกว่าอยากทำอย่างอื่นที่ท้าทายกว่า และงานโค้ชก็เป็นอีกหนึ่งงานที่เขาทำแล้วรู้สึกมีความสุข

อดีตนักหวดวัย 28 ปี มาฝึกสอน แนท-พัณนิน อย่างใกล้ชิด เจ้าตัวพยักหน้าพร้อมให้ข้อมูลเมื่อทีมงาน Main Stand ถามว่า คอร์ตดินมีประโยชน์อย่างไร

“คอร์ตดินไม่ใช่คอร์ตที่เน้นการยิงบอลพร่ำเพรื่อ ผมว่ามันเกี่ยวกับเรื่องของเทคนิคด้วย ต้องใช้การสไลด์ขา มีลูกที่ลอยมาสูง ลูกปั่นสปิน ตรงนี้ทำให้น้องแพรวพราวขึ้นมาก และจัดระบบความคิดได้ดีกว่าคนอื่น เมื่อต้องไปเล่นฮาร์ดคอร์ต” กิตติพงษ์ เปิดใจ

“ผมเคยได้สัมผัสการซ้อมคอร์ตดินที่ยุโรปมา 2-3 เดือน จนกลับมาเล่นฮาร์ดคอร์ตอีกครั้ง ผมรู้เลยทันที ว่าคอร์ตดินมีประโยชน์อย่างไร มันช่วยเรื่องของรูปเกมเต็มๆ ทั้งเทคนิค และพละกำลัง”

“พ้ง” ในฐานะโค้ชรุ่นใหม่ ยังขอกล่าวถึงวิธีการฝึกสอน แนท-พัณณิน ซึ่งอายุไม่ห่างกันมาก เหมือนกับว่าเป็นคนสมัยใหม่คุยกัน

“ว่ากันตรงๆครับ ผมชอบที่จะให้น้องพูดก่อน โค้ชหรือครู ไม่ควรยัดข้อมูลไปให้กับเด็กฝ่ายเดียว เราต้องรับฟังเขาก่อน เหมือนกับเป็นเพื่อนของเขา เขามีมุมมองแบบหนึ่ง เขาต้องกล้าพูด กล้าคิด และผมค่อยบอกความเห็นของผม ถ้าเด็กรับข้อมูลไปอย่างเดียว ผมว่าไม่ดี นี่คือวิธีการฝึกสอนของต่างประเทศด้วย”

“แต่เท่าที่ดู แนทเป็นนักเทนนิสที่มีสโตรกที่ดีมาก ตีมีความแม่นยำ แถมยังเคยเล่นประเภทคู่มา เขาผ่านอะไรมาเยอะในรุ่นเดียวกัน โครงสร้างการตีน้องเขาดีอยู่แล้ว สไตล์หรืออะไรต่างๆ ผมไม่เคยเข้าไปเปลี่ยน เพียงแต่ช่วยเสริมช่วงเติมความถนัดตรงนี้ให้ดีขึ้น”

 

แล้วจุดอ่อนของนักเทนนิสสาวน้อยคนนี้คืออะไรกัน?

“หนูว่าหนูต้องปรับเรื่องเสิร์ฟค่ะ หนูยังเสิร์ฟได้ไม่ดีพอ หนูถนัดซ้ายด้วย ถ้าเสิร์ฟดี มันจะเป็นข้อได้เปรียบมากของตัวหนูเอง” แนทเปิดใจถึงข้อด้อยของเธอ

“ผมว่าสำคัญเลยคือ เรื่องของใจ คือเธอใจสู้นะ เด็ดเดี่ยวแน่วแน่ผมไม่ห่วง แต่บางที สมาธิแกว่งไปมาก็เป็นปัญหาเหมือนกัน อาจจะด้วยอายุที่ยังเด็กอยู่ แต่ถ้าเรื่องเทคนิคและความแข็งแรง แนทสามารถสู้ได้ทุกคน” พ้ง ออกความเห็น
 

ความทรงจำและความฝัน

ความฝันของเด็กสาววัย 15 ปี เป้าของเธอสูงจริงๆ สูงชนิดที่ว่ายากมากที่จะไปถึง

คุณพ่อศักดิ์ชัยเปิดใจว่า ขอให้เธอติดท็อป 20 ของโลกในระดับ WTA ซึ่งแค่นั้นก็อยากมากแล้ว

แต่ Main Stand อึ้งยิ่งกว่าเมื่อถามจากปากของพัณณินเอง เธอบอกว่า เธอต้องการท็อป 10 ของโลก!

ยิ่งกว่าท็อป 20 และยากกว่ามาก

ส่วนหนึ่งคือเธอประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว โดยมีสองรางวัลสำคัญคือแชมป์ประเทศไทย รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี แต่เธอสามารถคว้าแชมป์ได้ด้วยวัยเพียง 13 ปีเท่านั้น!

และเมื่อปีก่อน กับรายการระดับ ITF ซึ่งเป็นการแข่งขันระดับโลก อายุไม่เกิน 18 ปีเช่นกัน แต่เธอสามารถคว้าแชมป์ได้อีกหนด้วยวัยเพียงแค่ 14 ปี กับการปราบนักหวดจากญี่ปุ่นในรอบชิงชนะเลิศ

“ยากไหม การเป็นแชมป์เนี่ย?” Main Stand เปิดใจถามน้อง

“ยากมากนะคะ กว่าหนูจะเป็นแชมป์สักรายการได้ ต้องผ่านไม่รู้กี่แมตช์ต่อกี่แมตช์ มันเหนื่อยมาก กว่าจะซ้อม กว่าจะผ่านคู่ต่อสู้หลายๆคน ซึ่งแต่ละคนก็มีความยากแตกต่างกัน”

“น้องแนทจำได้ไหม ว่าตอน Championship Point คิดอะไรอยู่” ผมถามน้องช้าๆ ให้น้องคิด เพราะช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดก่อนจะเป็นแชมป์ คือการเล่นแต้มสุดท้ายให้ดีที่สุด

“หนูจำได้ว่า เราแรลลี่ (ตีโต้กัน) นานมาก พอถึงจุดนั้น เราใส่เต็มที่ค่ะ ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว หนูจำได้ว่าตอนนั้น หนูตัดสินใจขึ้นมาหน้าเน็ตก่อน และตียัดเข้าเท้าของฝั่งนั้น เราพยายามทำให้เขาโต้มาลำบาก แล้วเขาก็ตีติดเน็ต” แนท เล่าให้ฟังถึงวินาทีที่เธอคว้าแชมป์โลก ITF ครั้งล่าสุดด้วยวัย 14 ปี

 

แล้วก่อนตีล่ะ เครียดไหม?

“ก็เครียดนะคะ แต่มีวิธีที่ทำให้ความเครียดนั้นหายไป วิธีการของหนูจะแปลกเสียหน่อย คือหนูจะฮัมเพลง เพลงที่ชอบนี่แหละ เพื่อให้สมองปลอดโปร่ง โฟกัสอยู่กับเกม หนูชอบวง Wanna One ของเกาหลี ก็จะฮัมเพลงของเขา ฮัมเสร็จ ได้ปลดปล่อย สมาธิก็จะมาทันที”

ทีมงาน Main Stand แซวต่อ ถึงความลับที่คุณพ่อแอบเปิดเผยว่า แนท ชอบเต้นเป็นชีวิตจิตใจ

“ถ้าไม่มีเทนนิสในโลกนี้ หนูอยากเรียนเต้น อยากสอนเต้นค่ะ ปกติก็จะเต้นเล่นๆ ที่บ้านตลอด”

“เอิ่ม… เต้นไปตีเทนนิสไปหรือคะ ยังไม่เคยลองเหมือนกัน เอาไว้ถ้าลองแล้วจะมาบอกนะคะ” สาวน้อยกล่าวพร้อมรอยยิ้ม

บนเส้นทางวัย 15 ปี เธอยังมีหนทางอีกไกล แน่นอนฝันของเธอคือการได้เล่นได้แกรนด์สแลม ลงสนามปะทะกับนักเทนนิสระดับโลกมากมาย แต่ Main Stand ถึงกับอึ้งเมื่อเธอเปิดเผยว่า เคยปะทะกับนักเทนนิสระดับโลกมาแล้ว

 

และนักเทนนิสคนนั้นก็คือไอดอลของตัวเธอเอง !

“หนูชอบ วิคตอเรีย อาซาเรนก้า ค่ะ” แนท หมายถึงนักหวดสาวชาวเบลารุส ที่ครั้งหนึ่งเคยขึ้นไปถึงมือหนึ่งของโลก และเคยมาเป็นนักเทนนิสรับเชิญที่ประเทศไทยถึง 2 ครั้ง ในรายการหัวหิน อินวิเตชั่นแนล ที่อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

“หนูชอบ อาซาเรนก้า เพราะเขาตีสไตล์ดุดัน เป็น Fighter เหมือนหนู เขาเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักเทนนิสสายบุก”

“ตอนนั้น หนูได้โอกาสจากผู้ใหญ่ของสมาคมกีฬาเทนนิสฯ ให้ไปตีกับ อาซาเรนก้า ในฐานะนักเทนนิสดาวรุ่ง ตอนนั้นหนูอายุได้ 9-10 ขวบมั้งคะ”

“ตอนแรกที่หนูรู้ สั่นสิคะ ฝันไปหรือเปล่า หนูไปรอในสนามคนแรกเลย ตั้งแต่เขายังไม่มา ข้าวเช้าก็ยังไม่ได้กิน ตื่นเต้นมาก”

“แต่พอเขามา ความตื่นเต้นนั้นหายไปหมดเลย หนูตีกับเขาได้ 5-10 นาที แต่เป็น 5-10 นาทีที่เราไม่อาจลืมได้ในชีวิตนี้ หนูใส่ทุกแรงเท่าที่มี และคำชมจากอาซาเรนก้า ทำให้หนูปลื้มใจมากจริงๆ” แนทเล่าไม่หยุด

“อาซาเรนก้าบอกว่า อย่ายอมแพ้นะ เป็นกำลังใจให้ น้องตีได้ดีมากๆ ตีไม่เสียเลย”

Main Stand ถามต่อ … หากสมมติวันหนึ่ง พัณณิน โควาพิทักษ์เทศ ได้ไปเหยียบแกรนด์สแลมในฐานะท็อป 20 ของโลกตามฝัน และได้ปะทะกับอาซาเรนก้า ทีนี้มันไม่ใช่แมตช์อุ่นเครื่องอีกต่อไป แต่เป็นแมตช์แข่งขันจริง และถ้าเธอได้มีโอกาสพูดคุยกับอาซาเรนก้า เธอจะบอกว่าอย่างไร

“หนูจะบอกเขาว่า ที่มาตรงนี้ได้ เพราะมีคุณเป็นไอดอล คุณจำได้ไหม ว่าเมื่อหลายปีก่อน ตอนหนูยังเด็ก เราเคยตีด้วยกัน หนูฝันว่า สักวันเราจะมาเจอกันใน WTA Tour วันนี้ ฝันของหนูเป็นความจริงแล้ว”

Main Stand เข้าใจและยิ้มรับ ไม่ผิดถ้าคิดจะฝัน และไม่ผิดถ้าจะจินตนาการสิ่งที่ตัวเองอยากจะให้เกิดขึ้นจริงที่สุดในชีวิต หากมันทำให้คุณมีแรงบันดาลใจที่จะพยายามต่อไปให้ถึงจุดนั้น

เพราะมีคนมากมายที่จินตนาการภาพไว้และเดินต่อไปอย่างไม่มีวันหยุด…และมีหลายคน ที่ภาพฝัน กับภาพความจริง คือภาพเดียวกัน

 

เอเชี่ยนเกมส์ 2018

ช่วงเวลาหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ครอบครัวโควาพิทักษ์เทศ ต้องรับแรงกดดันมากพอสมควร หลังจาก แนท-พัณณิน ในวัย 15 ปี มีชื่อติดทีมไปแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ที่ประเทศอินโดนีเซีย และไม่มีชื่อของนักหวดสาวเยาวชนอีกหลายคน

เธอและครอบครัวต้องเจอกับคำถามที่ประดังประเดเข้ามาว่า … เธอมีดีอะไร เหตุใดถึงได้ไปติดทีม , ถึงได้ไป อายุน้อยแบบนี้จะได้ลงเล่นหรือ สู้ให้คนอื่นที่เขามีประสบการณ์มากกว่าไปแข่งดีไหม?

ด้วยจิตใจที่แข็งแกร่ง แม้แนทจะพยายามไม่เปิดดูข่าวที่ส่งผลเสียต่อจิตใจของเธอ แต่ในเมื่อเรื่องเกิดขึ้นแล้ว มันก็ต้องเกิด ฉะนั้นเธอก็ย่อมรับรู้ และอยู่กับมัน

“หนูก็มีคิดนะ ว่าหนูทำผิดอะไร หรือหนูไม่เก่งพอตรงไหน?”

“แต่หนูจะเอามันมาเป็นพลัง หนูจะไม่ปล่อยให้สิ่งต่างๆรอบข้างมาทำให้สมาธิของหนูหลุดลอยไป ทุกสิ่งทุกอย่างของหนูอยู่ที่ในคอร์ตเท่านั้น อยู่ในสนาม หนูจะทำมันให้เต็มที่”

แต่แนทยอมรับว่า เธอคงแข็งแกร่งแค่คนเดียวไม่ได้ สิ่งสำคัญที่สุดคือสถาบันครอบครัว

“นอกจากคุณพ่อคุณแม่ หนูยังมีพี่เน็ท ยังมีพี่ๆโค้ชทุกคนในทีม ถึงเราจะไม่เหลือใคร แต่ทุกคนยังอยู่กับหนู”

“ครอบครัวสำคัญมากๆนะคะ ถ้าเราแพ้ แล้วครอบครัวซ้ำเติม บางคนมีเลิกเล่นไปเลย สำหรับหนู การที่ครอบครัวให้กำลังใจและอยู่เคียงข้างเสมอ เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดค่ะ”

ไม่ว่าเธอจะได้ลงไปเหยียบคอร์ตที่ปาเลมบัง และจาการ์ตาหรือไม่ แต่จุดนี้ พ้ง-กิตติพงษ์ มองว่า เป็นเรื่องดีเสียอีกที่มีนักเทนนิสรุ่นใหม่ลงไปมีส่วนกับมหกรรมกีฬา

“ผมคิดว่าข้อดีคือ เด็กรุ่นใหม่จะได้มีประสบการณ์มากขึ้น อาจไม่ได้ลงแข่ง แต่ได้ไปซึมซับบรรยากาศ เกิดแรงบันดาลใจให้ฮึดตัวเองขึ้นมาพัฒนาตัวเอง ตั้งเป้าว่าครั้งหน้าเรามา เราจะได้เป็นตัวจริง มันทำให้นักกีฬาดาวรุ่งเกิดเป้าหมาย มีแรงฮึด และมันส่งผลต่ออนาคตของวงการเทนนิสไทย” อดีตนักหวดดีกรีเดวิส คัพ กล่าว

แต่อย่างที่กล่าวไปข้างต้น แนทและครอบครัวโควาพิทักษ์เทศ ไม่ได้ตั้งเป้าไว้ที่การไปแข่งในมหกรรมกีฬา หรือแม้แต่โอลิมปิกเกมส์ก็ตาม สิ่งที่เธอฝัน เธอบอกทุกคนไปหมดแล้ว นั่นคือการเป็นนักเทนนิสหญิงที่ดีที่สุด 10 อันดับแรกของโลก และไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เธอจะเดินต่อไปเพื่อให้ถึงตรงนั้น

ตัวอย่างมีชัดในอดีตไม่นานมานี้ รัชนก อินทนนท์ (แบดมินตัน) , เอรียา จุฑานุกาล (กอล์ฟ) คือผู้หญิงไทยที่เคยมีคำว่า “มือ 1 ของโลก” ต่อท้าย สำหรับวงการเทนนิสไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะสูงสุดของประวัติศาสตร์ไทยคือ บอล-ภราดร ศรีชาพันธ์ กับอันดับ 9 ของโลก เมื่อปี 2003

มันเป็นเรื่องไม่ง่ายแน่นอน กับการขึ้นไปเป็นมือ 1 ของโลกในวงการเทนนิส แต่ความทุ่มเทของครอบครัว บวกกับความตั้งใจ การตั้งเป้าหมาย และความแน่วแน่ของ แนท-พัณณิน ทุกอย่างอาจเกิดขึ้น หรือไม่เกิดขึ้นก็ได้

“หนูยังไม่รู้อนาคตเลยค่ะว่าจะเป็นยังไง แต่นี่คือสิ่งที่หนูรัก หนูจะขออยู่กับมันไปเรื่อยๆ และทำให้ดีที่สุดในทุกการแข่งขัน มองเป้าหมายเอาไว้ และไปให้ถึงมันให้ได้”

“หนูต้องขอขอบคุณคุณพ่อคุณแม่ ที่ยังเชื่อมั่นในตัวหนู ไม่ท้อ ไม่ถอย บางทีหนูผลงานไม่ดี เขาไม่เคยคิดว่าพอแล้ว ไม่เคยคิดว่าหนูไปต่อไม่ได้แล้ว สิ่งสำคัญคือ เขายังเชื่อมั่นใจตัวหนูเสมอ”

“หนูไม่รู้ว่าฝันสูงสุดของหนูจะอยู่ที่ตรงไหน แต่หนูขอให้สนับสนุนหนูไปถึงจุดนั้นก็พอ”

เลส บราวน์ เคยกล่าวไว้ว่า “จงตั้งเป้าหมายไว้ที่ดวงจันทร์ เพราะถึงแม้ว่าคุณจะไปไม่ถึง คุณก็ยังได้อยู่ท่ามกลางหมู่ดาว”

วันนี้ เธอเริ่มเห็นดวงดาวหลายดวงอยู่บ้างแล้ว ส่วนดวงจันทร์ หากเดินต่อไปไม่หยุด เธอเชื่อ สักวัน เธอต้องไปถึง



ชื่นชอบบทความนี้ของ : ณรินทร์ภัทร บุณยวีรพันธ์ ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง