Converse

เปิดแล็บฮาคุยเรื่องกีฬากับ “หมอแล็บแพนด้า”



เจ้าของเพจหมอแล็บแพนด้า จะเปิดเผยอีกด้านที่หลายคนไม่รู้ โดยเฉพาะด้านกีฬา ที่เจ้าตัวตามเชียร์ไทยลีกมาตั้งแต่สมัยมีตลกตอนพักครึ่ง รวมถึงวีรกรรมสุดฮาในวัยเด็ก และบทบาทผู้จัดแข่งขันอีสปอร์ตในปัจจุบัน

 

...การเลื่อนฟีดบนเฟซบุคดูโพสต์ต่างๆ จากคนรอบตัว และเพจที่เรากดติดตาม ถือเป็นความบันเทิงอีกรูปแบบที่อยู่ใกล้ตัวเรา ในยุคที่โลกโซเซียลเน็ตเวิร์กเชื่อมต่อถึงกันทั่วโลก และผู้คนส่วนมากก็สละเวลาในชีวิตไม่น้อยไปกับมัน

“หมอแล็บแพนด้า” เป็นอีกหนึ่งเพจในฟีดเฟซบุค ที่มีคอนเทนต์น่าสนใจ และทำให้ผู้อ่านต้องหยุดดูเสมอ โดยมีเนื้อหาหลักๆ เป็นเรื่องการอธิบาย ความรู้ ความเข้าใจ แม้กระทั่งคลี่คลายความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับด้านการแพทย์ ที่สังคมอาจมีความเข้าใจคลาดเคลื่อน ผ่านมุขตลก หรืออะไรที่เป็นกระแสในช่วงเวลานั้น จากการตัดต่อนำภาพตัวเองมาเล่นเป็นมุขต่างๆ  

นอกเหนือจาก คอนเทนต์ที่เฉพาะตัวไม่เหมือนใคร และเรียกรอยยิ้มให้ผู้อ่านได้เสมอ หมอแล็บแพนด้า ยังเป็นเพจที่ทำให้เราได้เห็นตัวตนอีกด้านของคนที่ทำงานด้านการแพทย์ของเมืองไทย ที่ไม่ได้มีแค่มุมซีเรียสอย่างเดียว แต่ก็สามารถทำให้คนสนุกและได้ความรู้ ไปได้ในเวลาเดียวกัน

ปัจจุบันเพจหมอแล็บแพนด้า มียอดไลค์สูงถึง 1.7 ล้านผู้ใช้งาน แต่ใครจะรู้บ้างว่า นอกจากความเกรียน และความฮา ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ชุดกาวน์นักเทคนิคการแพทย์แล้ว คุณหมอขอบตาคลำรายนี้ ยังมีแพสชั่นด้านกีฬาที่ไม่แพ้ใครเลย ทั้ง การเล่นกีฬา, การเชียร์กีฬา จนมาถึงล่าสุดที่ควักเงินจัดแข่งขันกีฬาเป็นเรื่องเป็นราวมาแล้ว

Main Stand จึงบุกไปพูดคุยกับ ทนพ.ภาคภูมิ เดชหัสดิน ผู้ชำนาญการนักเทคนิคการแพทย์ฯ สภากาชาดไทย ถึงภายในห้องแล็บ เกี่ยวกับอีกด้านที่หลายคนอาจยังไม่รู้ของ หมอแล็บแพนด้า

 

จุดเริ่มต้นในการทำเพจหมอแล็บแพนด้า

จริงๆ แล้วมันมาจากการที่ผมต้องการ โปรโมตวิชาชีพ เทคนิคการแพทย์ ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง เพราะทุกครั้งที่มีคนถามว่า เรียนจบอะไรมา? เทคนิคการแพทย์ครับ มันจะมีคำถามกลับมาอีกว่า เทคนิคการแพทย์คืออะไร ทำหน้าที่อะไร

มันทำให้ผมรู้สึกว่า ทำไมไม่ค่อยมีคนรู้จักวิชาชีพเราเลยวะ? อาจเป็นเพราะเรามีหน้าที่ตรวจเลือดอยู่ในห้องแล็บ คนเลยมองไม่เห็น เพราะโดยทั่วไป คนที่ถูกเจาะเลือก เมื่อเจาะเสร็จ เขาก็นั่งอยู่ด้านนอก รอผลตรวจ รับยาจากหมอ จ่ายเงิน แต่เยี่ยว ขี้ เลือดจากคนเหล่านั้น ถูกส่งมายังห้องแล็บ เพื่อให้เราตรวจ จากนั้นเราจึงส่งผลการตรวจ รายงานไปยังแพทย์ เพื่อแจ้งให้คนไข้ทราบ

เราก็อยากให้คนทั่วไปรู้ว่า เทคนิคการแพทย์ คืออะไร มันยังมีคนแบบเราเนี่ย อยู่ในห้องแล็บด้วยนะ  เออ..งั้นเราลองทำเพจให้คนได้รู้จักวิชาชีพนี้ดีกว่า

 

ความสำคัญของ นักเทคนิคการแพทย์

เป็นผู้เฉลยข้อมูลให้แพทย์รู้อาการที่แท้จริง สมมุติน้องอยากรู้ว่า ป่วยเป็นโรคอะไร แล้วผลเลือดเจอเชื้อ HIV ก็จะได้บอกหมอว่า น้องติดเชื้อ HIV นะ จบเลย หมอก็ให้ยาต้านไป หรือสงสัยว่า ผู้ป่วยเป็นเบาหวานหรือไม่ ก็แค่นำเอาเลือดไปตรวจ ถ้าพบว่ามีน้ำตาลเกิน 126 แสดงว่า คุณเป็นเบาหวานนะ

ดังนั้น ถ้าไม่มีนักเทคนิคการแพทย์ มันก็ไม่ครบกระบวนการของการรักษา ซึ่งหมออาจจะวินิจฉัยผิดก็ได้

 

ในทางกีฬาก็มีการใช้เทคนิคการแพทย์ มาตรวจหาสารกระตุ้นด้วย พอจะอธิบายได้ไหมครับ

ตามปกติแล้ว นักเทคนิคการแพทย์ จะอยู่ในห้องแล็บของโรงพยาบาล แต่ในกรณีของการตรวจสารกระตุ้นบางอย่างในนักกีฬา ทางทีมแพทย์ก็จะต้องไปเซ็ทห้องแล็บนอกสถานที่ เพื่อรองรับการตรวจโด๊ป

ซึ่งก็จะทำให้ ฝ่ายจัดฯ ทราบว่า นักกีฬาคนนั้น มีการใช้สารจริงหรือไม่ ภายในห้องก็จะมีเครื่องมือลักษณะเดียวกับในแล็ปของโรงพยาบาลนั่นแหละ

ส่วนตัวยังไม่เคยออกไปทำตรงนี้นะ เพราะเรียนจบมาก็ทำงานในโรงพยาบาลอย่างเดียว แต่ความจริงแล้ว ผมเป็นคนชอบดูกีฬา ชอบเล่นกีฬามาตั้งแต่เด็กแล้วครับ

 

กีฬาอะไรครับ

กีฬาที่ชอบมากอันดับ 1 ของผมคือ สนุ๊กเกอร์ รองลงมาคือฟุตบอล เพราะอยากเป็นแบบ ต๋อง ศิษย์ฉ่อย ที่ได้ไปแข่งระดับโลก จำได้ว่าตอนเด็กๆ ต้องอดหลับอดนอน เพื่อดูพี่ต๋องแข่ง เป็นแรงบันดาลใจให้เราอยากเก่งแบบนั้นบ้าง ผมเริ่มจากเอาโต๊ะมาตั้ง แล้วใช้หนังยางขึง ก่อนเอาลูกแก้วมาวางแทน ลูกสนุ๊ก แล้วเหลาไม้ ให้เหมือนเป็น ไม้สนุ๊กเกอร์ฯ


พอโตมาเป็นวัยรุ่น ก็เริ่มเข้าโต๊ะสนุ๊กฯ แต่ว่าสิ่งที่เป็นปัญหาเลยคือ เรื่องกฏหมาย ที่ยังห้ามไม่ให้เด็กต่ำกว่าอายุ 18 ปี เข้าโต๊ะสนุ๊ก เพราะถือว่าเป็นการพนันประเภท ข (ตาม พ.ร.บ. การพนัน พ.ศ. 2478) ฉะนั้นเด็กที่อยากเล่นกีฬาสนุ๊ก แต่บ้านไม่มีทุนทรัพย์พอจะซื้อโต๊ะ ก็จะไม่มีโอกาสได้เข้าไปฝึกฝนเลย เพราะยังมีกฏหมายเกี่ยวข้องกับการพนันอยู่

เราจึงไม่มี ต๋อง ศิษย์ฉ่อย คนที่สองไงละครับ เพราะกว่าได้เข้าโต๊ะ มาฝึกเล่นก็ช้าไปแล้ว ดูได้จากนักสนุ๊กฯทีมชาติไทย ที่บ้านล้วนมีโต๊ะเป็นของตัวเองหมด เช่น ซันนี สายล่อฟ้า ฯ

ผมอยากให้มีการแก้กฏหมายสนุ๊กเกอร์ ให้มีความเป็น กีฬา มากกว่านี้ ความจริงนักสนุ๊กเกอร์บ้านเรา มีพรสวรรค์นะครับ ในการเล่นกีฬาที่ใช้ความคิด เหมือนอยู่ในสายเลือดของเด็กผู้ชายไทย ที่แทงสนุ๊กเป็นเกือบหมด แต่ถามว่าแทงเก่งไหม ก็อาจจะไม่ได้เก่งมาก เพราะส่วนใหญ่ไม่ได้รับการฝึกให้ถูกวิธี มาตั้งแต่เด็ก อาศัยความเคยชินมากกว่า

 

กฏหมายบังคับไม่ให้เด็กเข้าร้านสนุ๊กเกอร์ แล้วตอนเด็กพี่หมอแล็บทำอย่างไร

ก็แอบเข้าสิครับ (หัวเราะ) ใจเราอยากเล่นสนุ๊กมาก แต่รอให้อายุถึง 18 ปีไม่ไหว ด้วยความอยากรู้ อยากลอง เลยต้องแอบเข้าไปเล่น ตั้งแต่ ม.3 จริงๆ เจ้าของโต๊ะ เขาก็แอบเปิดให้เด็กมาเล่นบ้าง เพราะเขาอยากมีรายได้เพิ่มขึ้นเหมือนกัน ซึ่งมันก็ผิดแหละ แต่เราก็แค่อยากไปเล่นกีฬาที่ตัวเองชอบ
 

โดยไม่มีเรื่องการพนันเข้ามาเกี่ยวข้อง?

มีสิจะไปเหลือเหรอครับ (หัวเราะ) พอสัก ม.5 ผมเริ่มไปเดินสายแข่งเดิมพันกับพวกผู้ใหญ่ละ เพราะเห็นว่ามันน่าจะทำเงินให้เราได้ ต้องเข้าใจว่าสมัยนั้น มันยังไม่มีเวทีแข่งชิงแชมป์ให้เราได้แสดงฝีมือออกมาอย่างถูกทาง ประกอบกับตอนนั้น มีรุ่นใหญ่เห็นว่าเราแทงได้ดี ก็จะท้าทาย แข่งกินเดิมพัน เกมละ 3,000 บาท อะไรทำนองนี้ ว่าแต่น้องๆ หนูๆ อย่าเลียนแบบนะ อิอิ 

จำได้ว่ามีครั้งหนึ่ง ผมเสียหมดตูดเลย แบบเงินที่มีอยู่ในตัว เสียหมดเลยในตาเดียว เพราะมั่นใจว่าจะเอาคืนให้ได้ แต่ดันมาแพ้ ไม่เหลือเงินเลยสักบาท ต้องเดินประมาณ 10 กิโลเมตร จากโต๊ะสนุ๊กกลับหอพัก เพราะไม่มีเงินติดตัวพอจะจ่ายค่ารถเลย

 

แล้วด้านฟุตบอลละครับ

ฟุตบอลผมชอบเชียร์ และก็ชอบเตะด้วย แต่ส่วนมากจะตามดูฟุตบอลไทยมากกว่าบอลนอก เพราะว่า เราอยากเห็นฟุตบอลไทยมันพัฒนา ถ้าบอลไทยพัฒนา ทีมชาติเราก็พลอยพัฒนาตามไปด้วย

สมมุติวันหนึ่งทีม เมืองทองฯ ได้แชมป์ เอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก นั่นเท่ากับวา ฟุตบอลบ้านเราได้เป็นเบอร์ 1 เอเชีย ลองคิดถึงตอนนั้นว่า ทีมชาติเราจะแข็งแกร่งขนาดไหน เราอยากเห็นสโมสรบ้านเราประสบความสำเร็จเหมือนตอนที่ ธ.กสิกรไทย เคยได้แชมป์ หรือ บีอีซี เทโรศาสน ได้รองแชมป์

 

ทราบมาว่าพี่หมอ ชอบไปดูบอลไทยลีก ถึงขอบสนามด้วย

ผมก็ซื้อตั๋วเข้าไปดูตั้งแต่สมัยยังใช้ชื่อ จีเอสเอ็ม ไทยลีก อยู่เลย ที่มีตลกตอนพักครึ่งให้ดูด้วย  เมื่อก่อนมันจะเป็นบัตรแข็ง ก่อนเข้าสนามเขาจะมีที่เจาะรู มากดที่บัตรเรา

ตอนนั้นคนดูมีแค่ 20-30 คนเอง แล้วที่ตั้งใจมาดูบอลจริงๆ กี่คนไม่รู้นะ เพราะบางคนถือขวดเบียร์เข้ามาสนามได้เลย เหมือนมานั่งปิ๊กนิก ดูดบุหรี่กันควันโขมง บางคนก็เข้ามาดูเพราะเล่นการพนัน มันจะมีประตูที่รับแทงกันอยู่นั่นแหละ หรือบางคนที่มาดูตลกอย่างเดียว แล้วกลับก็มี


สมัยนั้นเขาไม่ได้สนหรอกว่าจะเอาอะไรเข้ามาในสนาม เขาอยากแค่ให้คนเข้ามาดูอย่างเดียว แต่มันไม่จีรังหรอก ไทยลีก เมื่อก่อนแข่งอยู่แค่สนามเดียว เตะที่เทพหัสดิน ผมก็จะตามไปดูได้ง่าย เพราะเรียนอยู่ที่จุฬาฯ

ไม่ได้กระจายไปแข่งตามภูมิภาคเหมือนอย่างทุกวันนี้ ต่อมามีการเปลี่ยนแปลงโมเดล เพราะรูปแบบการเตะสนามเดียวนั้นผิดหลัก และไม่สามารถทำให้ลีกแข็งแกร่งได้ ทีมฟุตบอลจำเป็นต้องมีฐานแฟนบอลในท้องถิ่นนั้นๆด้วย จึงเกิดโปรวินเชียล ลีก ขึ้นมาแข่งทับซ้อนกับไทยลีก แล้วก็เปลี่ยนแปลงมาเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบันนี่แหละครับ ที่สโมสรและลีกเป็นอาชีพมากขึ้น

 

มีทีมในดวงใจไหมครับ

เมื่อก่อนก็เชียร์ บีอีซี เทโรศาสน เพราะเป็นสโมสรที่ทำให้เราสนใจฟุตบอลไทยลีก สมัยที่ เทิดศักดิ์ ใจมั่น ยังเล่นอยู่ แต่ต่อมาก็หันมาเชียร์ เมืองทอง ยูไนเต็ด เต็มตัว

ถ้าย้อนกลับไปตอนนั้น เราอยากเห็นสโมสรอาชีพบ้านเราที่ครบวงจร แล้วเมืองทองฯ เป็นทีมที่มีความทะเยอทะยาน กล้าลงทุน และมีการบริหารจัดการที่ดี มีการขายสินค้าที่ระลึก ดูแล้วน่าลองเชียร์ดี พอเข้าไปเชียร์จริงๆ บรรยากาศในสนามโอเคมาก ประกอบกับตอนนั้นผมชอบ ซูมาโฮโร ยายา ด้วย ก็เลยเลือกเริ่มเมืองทองฯ จริงจังจนถึงตอนนี้

 

จากมุมมองของแฟนบอลคนหนึ่ง เห็นพัฒนาการของไทยลีกเติบโตอย่างไรบ้าง

พัฒนาขึ้นทุกด้านครับ ยิ่งตอนนี้เหมือนความฝันของคนไทย เป็นจริงแล้ว เพราะลีกไทยพัฒนาจนสามารถส่งออกนักเตะไปลีกต่างประเทศได้ ล่าสุด ซัปโปโร ก็ซื้อขาด เจ - ชนาธิป สรงกระสินธ์ มันทำให้เรารู้สึกดีใจ เพราะมันแสดงให้เห็นแล้วว่า คนไทยมีความสามารถ ไปเล่นแล้ว สามารถเป็นตัวหลักทีมเขาได้ จากทีมหนีตกชั้น มาอยู่อันดับ 5 ของตาราง จนญี่ปุ่นขอซื้อขาด


Photo : Facebook : サンフレッチェ広島|SANFRECCE HIROSHIMA

ส่วน มุ้ย (ธีรศิลป์ แดงดา) ผมก็เอาใจช่วยให้เขาได้ลงสนามมากกว่านี้ เพราะโค้ชชอบส่ง มุ้ย ลงเป็นตัวสำรองแค่ 20-30 นาที ไม่เหมือน อุ้ม (ธีราทร บุญมาทัน) ที่เริ่มจะยึดตัวจริงได้แล้ว ไม่น่าเป็นห่วงมาก เพราะเป็นตำแหน่งที่ไม่ได้เปลี่ยนผู้เล่นบ่อยอยู่แล้ว เหมือนกับพวกตัวรุก แล้วก็เอาใจช่วยให้ทั้งคู่ ถูกซื้อตัวไปร่วมทีมจริงๆ


Photo : Facebook : ヴィッセル神戸 / VISSEL KOBE [公式]

อีกส่วนที่ผมว่าเปลี่ยนแปลงไปชัดเจนเลย คือความเป็นมืออาชีพของนักฟุตบอลและสโมสร เมื่อก่อนไทยลีก ต่อยกันทุกสัปดาห์ ถ้าสัปดาห์ไหนไม่มีต่อยกัน เนี่ยแปลกมาก นักฟุตบอลไม่รู้จักการควบคุมอารมณ์เลย

แต่พอเริ่มมีกฎที่เข้มงวด มีการถ่ายทอดสดเกือบทุกคู่ มีสื่อโซเซียล มีการบริหารจัดการที่ดีขึ้น ก็ทำให้ปัญหาพวกนี้เริ่มหายไป รวมถึงอีกส่วนที่เปลี่ยนไปคือ ทุกสโมสรเริ่มจ้างนักฟุตบอลต่างชาติที่เป็น เกรดที่ดี เข้ามาเล่น ไม่ใช่แบบเมื่อก่อน ที่เอาใครมาก่อนก็ได้ เพราะลีกแข่งขันกันสูงขึ้นนั่นเอง

 

หมอแล็บเคยลงทุนควักเงินส่วนตัวจัดแข่งขันชิงแชมป์อีสปอร์ต ด้วย

อีสปอร์ต เป็นกีฬาชนิดใหม่ที่น่าสนใจมาก เข้ากับยุคสมัยด้วย ผมมองว่า อีสปอร์ต เป็นกีฬาที่ต้องใช้ความคิด การวางแผน ทักษะ และการฝึกฝนจนร่างกายสัมพันธ์กับอุปกรณ์ที่เล่น ผมมั่นใจว่าประเทศไทย ไปถึงระดับโลกได้

ผมจึงอยากเข้ามาสนับสนุนกีฬาอีสปอร์ต โดยเริ่มจากการจัดแข่งเกม RoV (Arena of Valor) ของสื่อมวลชน (รายการ MORLAB PANDA ROV TOURNAMENT 2017 ชิงเงินรางวัล 20,000 บาท) เพราะถ้าจะเริ่มจัดในระดับภาคประชาชน ก็คงใหญ่เกินไป เลยเริ่มจากจัดแข่งภายในสื่อมวลชนก่อน

สื่อมวลชน เป็นอีกสาขาอาชีพที่คล้ายกับเรา ที่มีความทักษะ ความชอบในกีฬาอีสปอร์ตเช่นกัน เพียงแต่เขาทำงานอยู่เบื้องหลัง และเขาไม่ได้มีการรีแลกซ์อะไรเป็นพิเศษ หรือมีทัวร์นาเมนต์ให้เขาได้แสดงฝีมือ เขาทำได้แต่รายงานข่าว ทั้งที่เขาอาจจะมีความชอบไม่แพ้กัน จึงเริ่มจัดจากสื่อมวลชนก่อน ถ้ามันแข็งแรงขึ้น ก็อาจจะขยับขยายให้ สื่อมวลชน เจอกับ ประชาชนทั่วไป


ตอนนี้อีสปอร์ต ก็ได้รับการยอมรับ และบรรจุในเอเชียนเกมส์แล้ว ผมว่า อีสปอร์ต มันยังเติบโตได้อีก เร็วๆนี้ มีแผนจะจัดแข่งซีซั่นสองนะ อยู่ในระหว่างการพูดคุยชวนสปอนเซอร์มาร่วมด้วย  หลังจากได้รับฟีดแบ็กที่ดีเกินคาดจากซีซั่นแรก

ตอนที่เริ่มทำ เราไม่ได้คิดอะไรเลยนะ แต่พอเห็นน้องๆสื่อมวลชน ที่มาแข่งได้รอยยิ้ม ได้สนุกไปกับมัน เราก็ต้องการแค่นี้แหละ แค่ได้เห็นคนมีความสุข จากกิจกรรมตรงนี้

 

เป็นกองเชียร์ฟุตบอลก็แล้ว เป็นคนจัดแข่งอีสปอร์ตก็แล้ว อนาคตเราจะได้เห็น หมอแล็บ ทำอะไรกับวงการกีฬาต่อไปครับ

อยากจะใช้สิ่งที่เรามีในมือ ช่วยประชาสัมพันธ์กีฬา ไม่ว่าจะกีฬาอะไรที่ต้องการให้เราไปช่วยแพร่กระจายข้อมูล ส่วนเรื่องการเข้าไปเป็นสปอนเซอร์ หรือจัดการแข่งขัน คงต้องดูกันอีกทีว่า เราจะสามารถทำอะไรตรงไหนได้บ้าง รายละเอียดเป็นอย่างไร



แต่ยังไง ผมก็พร้อมจะสนับสนุนเรื่องกีฬาอยู่แล้ว เพราะอยากเห็นคนไทยออกมาเล่นกีฬากันเยอะๆ แล้วไม่ใช่แค่เล่นเพื่อออกกำลังกายอย่างเดียว แต่อยากให้เล่นเพื่อความเป็นเลิศด้วย คือมันสะใจ ดีใจ และภูมิใจ เวลาอ่านข่าวเจอนักกีฬาไทยไปประสบความสำเร็จอะไรสักอย่าง หัวใจมันพองโต แล้วเมื่อคนประสบความสำเร็จ 1 คน เขาคนนั้นจะสร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็กรุ่นต่อมาอีกจำนวนมาก

โดยเฉพาะฟุตบอล ถ้าเด็กไทยเราสามารถพัฒนาไปเล่นฟุตบอลอาชีพในระดับสูง ได้มากๆ  จนทีมชาติไทยแข็งแกร่ง ได้ไปฟุตบอลโลก คิดดูสิ คนไทยจะมีความสุขแค่ไหน ผมฝันไว้สักวันหนึ่ง เราจะได้หยุดงานพร้อมกันทั้งประเทศ มาเชียร์ไทยแข่งบอลโลก แบบชาติอื่น อยากเห็นบรรยากาศวันนั้น แต่ไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่



ชื่นชอบบทความนี้ของ : อลงกต เดือนคล้อย ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง