mainstand

Voice of People

โชเซ อัลเวส บอร์จีส : โค้ชฟุตบอลชาวบราซิลที่อยู่ไทยมา 17 ปี และมีอัลบั้มอัสนี - วสันต์ ทุกชุด



17 ปี คือเวลาที่นานไม่หยอก กับการอาศัย ใช้ชีวิตอยู่ต่างแดน ห่างไกลจากบ้านเกิดเมืองนอน 


 

โชเซ อัลเวส บอร์จีส หนุ่มใหญ่วัย 60 ปี ชาวบราซิล คือคนที่ข้ามโลก มาใช้ชีวิตในประเทศไทย ยาวนานมากกว่า 15 ปี ด้วยความสุข ในทุกวัน

จากที่เคยไม่รู้อะไร เกี่ยวกับเมืองไทย ไม่เคยใช้ชีวิตในต่างแดน ปัจจุบันเขาเป็นคอเพลงไทย พันธุ์ฮาร์ดคอร์ ที่มีแผ่นซีดีเพลงไทย มากกว่าร้อยแผ่น เป็นแฟนเพลงตัวยง ของศิลปินในเมืองไทย ชื่อดังมากมาย นอกจากนี้ ยังตกหลุมรักในอาหารไทย หลายชนิด แบบถอนตัวไม่ขึ้น 

Main Stand จะไปนั่งคุยกับโค้ชฟุตบอล มากประสบการณ์ รายนี้ สิ่งใดที่ทำให้เขาปรับตัว เข้ากับวัฒนธรรมไทย ได้เป็นอย่างดี? และใช้ชีวิตในเมืองไทย ได้อย่างยาวนาน ติดตามเรื่องราว และความคิดของเขาไปพร้อมกัน

 

ผมรักเมืองไทย เพลงไทย อาหารไทย

“ผมมีความสุข ที่ผมได้อยู่ในประเทศไทย มายาวนาน ประเทศนี้ เป็นประเทศที่ดี ทำให้ผมรู้สึกดี ไม่ต่างอะไร กับตอนอยู่ที่บราซิล” บอร์จีส เผยถึงความรู้สึก หลังใช้ชีวิตในประเทศไทย ย่างเข้าสู่ปีที่ 17

กุนซือวัย 60 ปี รายนี้ผ่านประสบการณ์มากมาย บนเวทีฟุตบอลในเมืองไทย ทั้งการเป็นผู้ฝึกสอน ของทีมระดับตำนาน ในอดีต เช่น สโมสรฟุตบอลพนักงานยาสูบ, สโมสรการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือทีมที่ยังโลดแล่น ในฟุตบอลลีกไทย อย่าง โปลิส เทโร, เชียงราย ยูไนเต็ด หรือ พีทีที ระยอง รวมไปถึงเคยรับงาน เป็นโค้ชเยาวชน ให้กับ ทีมอันดับหนึ่งของประเทศ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

นอกจากชีวิตในสนาม ที่บอร์จีส ประสบความสำเร็จ เคยเป็นแชมป์ไทยลีก, ลีกคัพ ไปจนถึงรางวัล หัวหน้าผู้ฝึกสอนยอดเยี่ยม บอร์จีส ยังคงมีความสุขดี กับการใช้ชีวิตนอกสนาม ในเมืองไทย และเขาตกหลุมรัก วัฒนธรรมไทย หลายอย่าง ที่มีเอกลักษณ์ อันเป็นเฉพาะตัว

“ผมชอบเพลงไทยมาก ผมฟังตลอด ผมมีซีดีเพลงไทย เป็นร้อยแผ่นเลยนะ เอาไว้เปิดฟังตอนขับรถ มันทำให้ผมรู้สึกดี แม้แต่ตอนไปอยู่ที่บราซิล ผมก็เปิด ฟังแต่เพลงไทย”

“เพลงไทยช่วงยุค 80’s และ 90’s ผมมองว่าเพลงไทยช่วงนั้น เป็นเพลงที่ไพเราะ มีความเรียบง่าย ฟังสบายและคลาสสิค รวมถึงมีความเป็นร็อคและคันทรี่ด้วย ซึ่งเป็นสไตล์แนวเพลงที่ผมชอบ”

เสก โลโซ, คาราบาว, อัสนี-วสันต์, มาช่า ไปจนถึง บอย พีซเมคเกอร์, บอดี้แสลม และศิลปินเพลงลูกทุ่งชื่อดัง ของไทย อย่าง บ่าววี คือศิลปินในดวงใจของบอร์จีส บทเพลงของศิลปินเหล่านี้ คือสิ่งที่ขับกล่อม ให้บอร์จีส มีความสุขในทุกวัน ของการใช้ชีวิต 

“ผมมีแผ่นซีดี ของอัสนี-วสันต์ ครบทั้ง 10 อัลบั้มเลยนะ คนอื่นที่ผมชอบ ผมก็มีหมด สมัยก่อน ผมตามไปดูคอนเสิร์ต ศิลปินที่ผมชอบอยู่ตลอด อย่าง บ่าววี, บอย พีซเมคเกอร์ หรือ อัสนี-วสันต์ แม้กระทั่ง พี่เบิร์ด (ธงไชย แม็คอินไตย์) ผมก็ไป”

นอกเหนือจากเพลงไทย ที่เขาชื่นชอบ เป็นการส่วนตัว อาหารไทย เป็นอีกสิ่ง ที่บอร์จิส ติดใจเป็นพิเศษ และสมัคร เป็นแฟนตัวยัง ของอาหารไทย นับตั้งแต่เขาย่างก้าว เขามาใช้ชีวิต บนแผ่นดินไทย

“สำหรับผม อาหารไทยอร่อยมาก ตอนก่อนมาอยู่ที่ไทย ผมไม่อ้วนนะ ผมหุ่นดี ไม่ได้อ้วนแบบตอนนี้ (หัวเราะ) แต่ตอนนี้ผมอ้วนแล้ว เพราะคนไทยชอบมาชวนผมไปกินอาหาร ไปกินอันนี้ไหม ไปกินอันนั้นไหม แต่ผมชอบนะ เพราะอยากลอง จะไปกินตามถนน กินตามตลาด ผมไปกินหมด”

“ถ้ามาชวนผม ไปกินอาหารที่ไหน แล้วคุณบอกว่าอร่อย ผมอยากจะไปลอง เพราะอาหารไทยอร่อยจริงๆ อาหารแบบไหน ผมกินได้หมด”

 

เรียนรู้ที่จะปรับตัว

การใช้ชีวิต มากกว่า 15 ปี บนดินแดนสยาม ทำให้บอร์จีสคุ้นชิน กับการใช้ชีวิต ในเมืองไทย ไม่ต่างอะไรกับบ้านหนึ่งหลัง ที่เขาอยู่อาศัยมาตั้งแต่เกิด 

หากแต่ ย้อนไปยังปี 2003 ซึ่งเป็นปีแรก ที่โชเซ อัลเวส บอร์จีส ตัดสินใจย้ายมาใช้ชีวิต ในเมืองไทย ความรู้สึกของเขา ณ ตอนนั้น เทียบเคียงกับ ความรู้สึก ในปัจจุบัน แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เพราะนั่นคือครั้งแรกในชีวิต ที่เขาต้องจากถิ่นฐานบ้านเกิด ไปทำงาน ลงหลักปักฐาน นานนับปี ในต่างแดน

“ก่อนที่ผมจะมาอยู่เมืองไทย ผมเดินทางไปทั่วโลก เอเชีย, ยุโรป, อเมริกา แต่ผมไม่เคย ไปอาศัยอยู่ที่ไหน จริงจังเลย ที่ไทยเป็นที่แรก”

“ก่อนมาประเทศไทย ผมไม่รู้จักอะไรเลย ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับประเทศนี้เลย ตอนแรก ผมปรับตัวได้ ไม่ง่ายเลย ที่นี่กับบราซิล ไม่มีอะไรเหมือนกันเลย เรื่องอาหาร ภาษา วิถีชีวิต วัฒนธรรม สิ่งรอบตัว คุณต้องเรียนรู้ใหม่หมด” 

หน้าที่การงาน ของการเป็นโค้ชฟุตบอล พาบอร์จีสข้ามซีกโลก มาอยู่ที่ประเทศไทย สำหรับเรื่องในสนาม เขารู้ดีว่าต้องทำเช่นไร ในฐานะอดีตผู้ฝึกสอน ทีมเยาวชน ของสโมสรชื่อดัง อย่าง เซา เปาโล หากแต่เรื่องชีวิตนอกสนาม คือสิ่งที่เขาต้องเรียนรู้ และรีบปรับตัวให้ไวที่สุด

“ผมมีแนวคิดว่า เวลาคุณออกไปใช้ชีวิตต่างประเทศ ไปอาศัยอยู่ในสถานที่ใหม่ คุณต้องลองปรับตัว ใช้ชีวิตเข้ากับสังคมใหม่ เราต้องรู้จักปรับตัว และเรียนรู้ วัฒนธรรมที่แตกต่างกัน ของแต่ละประเทศ ผมมาอยู่ที่เมืองไทย ผมจะใช้ชีวิตเหมือนว่าตัวเอง อยู่ที่บราซิลไม่ได้”

บอร์จีส ใช้เวลานอกเหนือจากการทำงาน ในสนามฟุตบอล กับการผูกมิตร พูดคุยกับชาวไทย เพื่อศึกษาวัฒนธรรมในต่างแดน ลองไปกินอาหารตามตลาด ตามถนนข้างทาง หรือเรียนภาษาอังกฤษ เพื่อให้เขาสื่อสาร กับคนไทยได้ดีมากยิ่งขึ้

“ผมคิดว่าการมาอยู่ต่างประเทศ เราต้องลองทำสิ่งต่างๆ อะไรถูก อะไรผิด อย่างเรื่องของอาหาร ผมลองกินทุกอย่าง ตอนที่มาอยู่เมืองไทยใหม่ๆ ผมจะได้รู้ว่า อะไรผมกินได้ อะไรผมกินไม่ได้” 

“ผมไม่ได้มองว่า การปรับตัวเข้ากับต่างแดน เป็นปัญหาอะไร ผมโอเคที่จะทำ ตัวผมเป็นคนชอบที่จะศึกษา วิถีชีวิต ของคนรอบข้าง อยู่แล้ว เรื่องแบบนี้ เป็นเรื่องที่ต้องทำ เวลาไปอยู่ต่างประเทศ”

การปรับตัวของบอร์จีส ไปได้สวย เขาสามารถปรับตัว เข้ากับวัฒนธรรมไทย และใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ได้อย่างยาวนาน ตกลงหลุมรักในอาหาร และบทเพลง ที่สร้างสรรค์โดย ฝีมือคนไทย ซึ่งจุดนี้ เขายกเครดิต ให้กับคนไทยด้วยเช่นกัน

“ผมคิดว่าคนไทย กับคนบราซิล มีหลายอย่างที่เหมือนกัน การเปิดใจ รับคนแปลกหน้า ความเป็นมิตรที่อยู่ในตัว ทั้งคนไทยและบราซิล เป็นคนที่เฟรนลี่ ผูกมิตรง่าย ผมได้เรียนรู้ว่า ถ้าคุณให้ความเคารพคนไทย พวกเขาจะตอบแทนสิ่งที่ดี ให้กับคุณ สิ่งที่ชาวต่างชาติต้องทำ แค่เรียนรู้ และปรับตัว”

 

ไม่ปรับตัว อยู่ไม่ได้

บอร์จีส ประสบความสำเร็จ กับการปรับตัว ในประเทศไทย เขามีเพื่อนมากมายหลายคน ในวงการลูกหนังไทย รวมไปถึง เป็นที่รักของแฟนบอลชาวไทย หลายต่อหลายคน

ด้วยการทำหน้าที่ ในฐานะโค้ชฟุตบอล บนแผ่นดินไทย ยาวนานเกินกว่า หนึ่งทศวรรษ บอร์จีสเคยเห็นนักฟุตบอลหลายคน ล้มเหลวกับการปรับตัว การใช้ชีวิตในเมืองไทย ทำให้ไม่สามารถยืนระยะ การใช้ชีวิตในต่าแดน ซึ่งแตกต่างจากตัวเขา ที่อยู่ในเมืองไทย ยาวนานเข้าสู่ปีที่ 17

“ผมคิดว่าชาวต่างชาติหลายคน ไม่เปิดใจ กับการย้ายมาค้าแข้ง ในเมืองไทย ไม่ปรับตัวกับวัฒนธรรมไทย ยังคงใช้ชีวิต เหมือนอยู่ที่ประเทศตัวเอง ทำให้พวกเขาปรับตัวไม่ได้”

“คงบอกได้ยากว่า มีเหตุผลมาจากอะไร แต่ส่วนตัว ผมมองว่าเป็น คาแรกเตอร์ ของคนแต่ละชาติ ที่แตกต่างกัน ยกตัวอย่าง คนจากรัสเซีย จากโครเอเชีย พวกเขาผูกมิตรได้ยากกว่า เทียบกับคนบราซิล”

“ผมไม่ได้เหมารวมว่า คนแต่ละประเทศ ต้องนิสัยแบบเดียวกันหมด เพราะคนบราซิล ที่ไม่เป็นมิตรก็มีเหมือนกัน แต่ส่วนใหญ่สัก 80 เปอร์เซนต์ นิสัยของคนในประเทศ จะเป็นเหมือนกัน ตามคาแรกเตอร์ ของแต่ละประเทศ”

คาแรกเตอร์หมายถึงตัวตน และตัวตนของแต่ละประเทศ ไม่ได้มา ด้วยการสุ่มดวง แต่หล่อหลอม มาจากสภาพเศรษฐกิจ การเมือง สังคม วัฒนธรรม ภูมิอากาศ ไปจนถึงภูมิประเทศ ที่แตกต่างกันออกไป บางนิสัยใช้เวลาสร้างเป็นร้อยปี หลายร้อยปี หรือนับพันปี

บอร์จีส มองเห็นถึงความแตกต่างในข้อนี้ จากประสบการณ์ ที่เขาเคยเดินทางไปหลายพื้นที่ทั่วโลก เขาเห็นสังคม ที่แตกต่างกันออกไป และทำให้คนจากหลายประเทศ มีปัญหากับการปรับตัว ในประเทศไทย

“คนจากหลายประเทศ ในยุโรป มีชีวิตที่สะดวก และสุขสบาย จึงทำให้พวกเขา คุ้นชินกับชีวิตแบบนั้น พอเขาออกมาต่างประเทศ เจอสังคมใหม่ ที่ไม่เหมือนเดิม พวกเขาเลือกที่จะไม่ปรับตัว แต่กลับเลือกที่จะบ่น แสดงความไม่พอใจออกมา เช่น นักบอลบางคน ไม่กินอาหารไทยข้างถนน เพราะมองว่าไม่สะอาด เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ จริงๆส่งผลมากต่อการปรับตัว” 

“และนั่นกลายเป็นปัญหา ถ้าคุณเลือกที่จะต่อต้าน ไม่ปรับตัว สุดท้ายคุณจะมีความทุกข์ มีปัญหาอยู่ในหัวของคุณ พอมีสิ่งเหล่านี้อยู่ในตัว มันจะลามไปถึงเรื่องอื่น การใช้ชีวิต ความสัมพันธ์กับคนรอบตัว ผลงานในสนามฟุตบอล สุดท้ายคุณอยู่ไม่ได้ ต้องกลับบ้าน”

นอกจากนี้ ในความคิดของบอร์จีส เขามองเห็นว่า คนไทยเป็นอีกหนึ่งชนชาติ ที่ปรับตัวได้ยาก กับการไปใช้ชีวิตระยะยาว ในต่างประเทศ ซึ่งเป็นพฤติกรรมหล่อหลอม มาจากสภาพสังคม ในเมืองไทย ที่มีวัฒนธรรมเฉพาะ และแตกต่างกับประเทศอื่น

“ในความคิดผม ประเทศไทย เป็นประเทศที่สงบ มีสถานที่ท่องเที่ยว หลากหลาย ของกินง่าย อาหารอร่อย มีสภาพแวดล้อมที่ดี ด้วยความที่คนไทย จำนวนไม่น้อย มีชีวิตที่มีความสุขในเมืองไทย ทำให้พวกเขาปรับตัวยาก ในต่างประเทศ ที่ต้องดิ้นรน เพื่อตัวเอง”

“ปี 2008 ตอนผมคุมทีมการไฟฟ้าฯ ไปเล่นฟุตบอล เอเอฟซี แชมเปียนส์ ลีก ที่เติร์กเมนิสสถาน นักเตะไทยขนบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ไปเยอะมาก เพราะพวกเขา ไม่ชินกับอาหารต่างแดน”

“ตอนอยู่ที่นั่น ผมบอกพวกเขา ให้ลองกินอาหารถิ่น ‘คุณต้องกินนะ คุณต้องลองนะ’ แต่พวกเขาบอกว่า ‘ไม่เอา ไม่ชอบ ไม่อร่อยๆๆๆๆๆ’ สุดท้ายพวกเขา กินแต่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ที่เตรียมมา สำหรับผมไม่ดีเลย ทั้งในแง่ ของการปรับตัว หรือในฐานะนักฟุตบอล”

 

อิทธิพลจากบ้านเกิด สู่การสร้างชีวิตในต่างแดน

หลายชาติ อาจประสบปัญหา กับการปรับตัวในชีวิตต่างแดน แต่ดูเหมือนว่าชาวบราซิล จะไม่เจอปัญหานั้น โดยเฉพาะกับการใช้ชีวิต ในประเทศไทย นักฟุตบอลชาวบราซิลจำนวนมาก หลั่งไหลเข้าสู่ดินแดนสยาม ในทุกตลาดซื้อขาย

นักเตะหลายคนมีชีวิตที่ดี ทั้งในและนอกสนาม บางคนสร้างชื่อ จนกลายเป็นนักเตะระดับตำนาน ของไทยลีก เช่น เคลตัน ซิลวา, ดีโอโก หลุยส์ ซานโต, เฮแบร์ตี้ แฟร์นานเดส, เลอันโดร อัสซัมเซา เป็นต้น

สำหรับบอร์จีส เขามองว่า การปรับตัวง่ายในต่างแดน คือคาแรคเตอร์ติดตัว ของชาวบราซิล แน่นอนว่า ลักษณะนิสัยนี้ ได้รับการหล่อหลอม มาจาก สภาพสังคมรอบด้าน ของประเทศที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ในทวีปอเมริกาใต้

“ที่บราซิล จำนวนประชากรเยอะมาก การแข่งขันกันมีเยอะ การหางานในบราซิล ไม่ใช่เรื่องง่าย ทำให้หลายคนต้องเดินทาง ออกนอกประเทศ เพื่อหาโอกาส ที่จะหางาน หาเงิน เปลี่ยนชีวิตตัวเอง ถ้าคุณไม่ออกเดินทาง คุณก็ไม่มีทางเลือก”

ปัจจุบันบราซิล มีจำนวนประชากร อยู่ที่ 210,147,125 คน มากเป็นอันดับที่ 5 ของโลก ในขณะที่รายได้เฉลี่ย ต่อหัว ของประชากรบราซิล กลับอยู่ที่อันดับ 75 ของโลก 

สภาพเศรษฐกิจที่สวนทาง กับจำนวนประชากร ทำให้คนบราซิล จำนวนมาก มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ไม่สู้ดีนัก การออกมาเสี่ยงโชคต่างแดน คือทางเลือกที่ไม่ทางเลือก ของคนบราซิลหลายคน และพวกเขาต้องอยู่ให้ได้ ไม่ว่าจะไปเจอ กับสภาพแวดล้อมแบบใด ในต่างประเทศ

“คนบราซิลจำนวนไม่น้อย ไม่ได้มีชีวิตที่ดีนัก ในวัยเด็ก มันปลูกฝังให้เรา เป็นคนกินง่าย อยู่ง่าย พร้อมเปิดใจ ที่จะปรับตัว”

“ถ้าคุณไปเจอนักฟุตบอล ในบราซิล ที่ไม่มีสโมสรเล่น และคุณชวนเขามาเล่นที่ไทย เขาจะมาทันที หรือจะชวนเขา ไปเล่นบอลที่มองโกเลีย พวกเขาก็ไป พวกเขาไม่กลัว เพราะพวกเขาจะกลัวไม่ได้”

“ต่อให้พวกเขาเจอปัญหา อาหารไม่อร่อย สภาพแวดล้อมไม่ดี ไม่ได้หมายความว่า พวกเขาจะอยู่ไม่ได้ จะยอมแพ้กลับบ้าน ในทันที พวกเขาจะสู้ให้เต็มที่ จนถึงที่สุด อาจจะมีท้อบ้าง แต่ไม่ยอมแพ้แน่นอน”

ความแร้นแค้นในบ้านเกิด อาจกลายเป็นแรงขับ ด้วยพลังด้านลบ ทำให้ชาวบราซิล ต้องพยายามอย่างถึงที่สุด ในการปรับตัว ให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ 

อย่างไรก็ดี สภาพสังคมบราซิล ได้ให้พลังด้านบวก ซึ่งส่งผลดี กับคนในประเทศ ให้ปรับตัวได้ง่าย ยามออกมาใช้ชีวิตต่างแดน ที่มีวัฒนธรรมหลากหลาย แตกต่างไม่เหมือนในบ้านเกิด

“สังคมที่บราซิล เป็นสังคมที่หลากหลาย เรามีคนหลายเชื้อชาติ อาศัยอยู่ในประเทศเดียวกัน เราไม่ได้มีแค่คนบราซิล แต่มีคนจากยุโรป จากญี่ปุ่น จากเกาหลี”

“ความแตกต่างทางสังคม หล่อหลอมให้คนบราซิลคุ้นชิน กับความแตกต่าง ทางวัฒนธรรม ที่บราซิล เรามีวัฒนธรรมที่หลากหลาย มีอาหารที่หลากหลาย ความแตกต่างในสังคม เป็นเรื่องปกติ”

ขณะเดียวกัน ด้วยนิสัยที่ผูกมิตรง่าย รักครอบครัว รักพวกพ้อง เพื่อนฝูง ของชาวบราซิล ทำให้พวกเขามักอยู่รวมตัว กันเป็นกลุ่ม ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ทำให้คนบราซิล มีความสุข ปรับตัวได้ง่าย ไม่รู้สึกเหงา ยามอยู่ห่างไกลจากบ้านเกิด

“ตอนผมอยู่ที่เชียงราย เวลาว่าง ผมมักนัดทำบาร์บีคิว กับ บิล (โรซิมาร์), วิลเลียม เอนริเก้ และทีมสตาฟฟ์ ชาวบราซิล เราเอาของกินมาแชร์กัน แบ่งปันกัน”

“หรือตอนอยู่ที่บุรีรัมย์ ก็มี ดีโอโก, อันเดรส ตูเญซ, ฮาเวียร์ ปาติญโญ โอเคว่า ตูเญซ เขาไม่ใช่คนบราซิล แต่เขาเป็นคนที่ดี และตลกมาก เข้ากับเราได้เป็นอย่างดี”

สำหรับชายหนุ่ม ที่ใช้ชีวิตบนโลกกลมๆใบนี้ ยาวนานร่วม 6 ทศวรรษ อย่างโชเซ อัลเวส บอร์จีส เขายังคงมีความสุขดี กับประเทศไทย ประเทศที่เขาอยากใช้ชีวิต ไปจนแก่ชรา 

เพราะบนดินแดนแห่งนี้ ไม่มีอะไรให้เขาต้องปรับตัวอีกแล้ว และเขามีความสุขในทุกวัน กับการใช้ชีวิต ท่ามกลางการกินอาหารไทย ไปพร้อมกับบทเพลง จากศิลปินที่ไทย ที่เขาชื่นชอบ และเปิดขับกล่อม สร้างความสุข ให้กับจิตใจ ในทุกวัน



ชื่นชอบบทความนี้ของ : ณัฐนนท์ จันทร์ขวาง ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง