mainstand

Converse

พิศาล ดอกไม้แก้ว : ผู้รักษาประตูอาชีพที่ลุกขึ้นมาผลิต "ถุงมือ" ภายใต้แบรนด์ชื่อตัวเอง



วงการกีฬาต่างประเทศ เป็นเรื่องปกติ ที่เราจะได้เห็น นักกีฬาชื่อดังระดับโลก เปิดแบรนด์เสื้อผ้าของตัวเอง เพื่อต่อยอดชื่อเสียงที่มีอยู่ ให้แปรเปลี่ยน เป็นหนทางหาเงินเข้าสู่กระเป๋า 


 

ลีโอเนล เมสซี่, คริสเตียโน โรนัลโด้, เดวิด เบ็คแฮม, สลาตัน อิบราฮิโมวิช, ริโอ เฟอร์ดินานด์ คือตัวอย่างนักฟุตบอล ที่ต่อยอดจากผลงานในสนาม เข้าสู่เส้นทางใหม่ คือถนนสายธุรกิจ 

ที่ประเทศไทย การประกอบธุรกิจ อาจไม่ใช่ทางเลือก ซึ่งเป็นที่นิยมนัก ของนักฟุตบอลไทย ด้วยความเสี่ยง ที่ไม่แน่นอน และสภาพเศรษฐกิจ ที่ยังแปรปรวน ของประเทศไทยในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม พิศาล ดอกไม่แก้ว ผู้รักษาประตูจอมเก๋า ที่อยู่ในวงการฟุตบอลไทยมายาวนาน มากกว่า 10 ปี ไม่ได้คิดเช่นนั้น เขากลับเริ่มต้้น ทำแบรนด์เสื้อผ้ากีฬา เป็นของตัวเอง ในชื่อแบรนด์ APD (เอพีดี) และมีสินค้าขึ้นชื่อเฉพาะทาง ที่ได้รับความนิยมไปทั่ววงการฟุตบอลไทย อย่าง ถุงมือผู้รักษาประตู ที่ก้าวไกล จนกลายเป็นส่วนหนึ่ง ของศึกฟุตบอลโลกหญิง 2019 ที่ประเทศฝรั่งเศส

Main Stand จะพาไปพูดคุยกับแนวคิดทางธุรกิจ กับ พิศาล ดอกไม้แก้ว เขามีวิธีการอย่างไร ในการสร้างแบรนด์ขนาดเล็ก ที่เริ่มต้นด้วยการขายถุงมือฟุตบอล เพียงอย่างเดียว จนแตกขยายไปสู่เส้นทางธุรกิจ หลายสาขา เช่นในปัจจุบัน

 

เริ่มต้นบนเส้นทางสายใหม่

“ผมเริ่มต้นทำแบรนด์นี้ ด้วยความคิดว่า ผมอยากเห็นผู้รักษาประตู ในประเทศไทยทุกคน มีถุงมือที่มีคุณภาพ ใส่เวลาเล่นฟุตบอล ในราคาที่ทุกคนจับต้องได้” นายทวารจากสโมสรแอร์ฟอร์ซ ยูไนเต็ด เล่าถึงแรงผลักดันสำคัญ ของการทำแบรนด์ APD

ถุงมือผู้รักษาประตู กับชีวิตของพิศาล ดอกไม้แก้ว เปรียบเสมือนเพื่อนร่วมทาง นับตั้งแต่ชายคนนี้ เริ่มเดินทางบนถนนสายฟุตบอล หลังจากผ่านร้อนผ่านฝน ร่วมกันมามากมาย บนผืนหญ้า พิศาลเริ่มมีความคิดที่จะเปลี่ยนความสำคัญ กับถุงมือฟุตบอล จากเพื่อนกลายเป็นผู้ให้กำเนิด ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นของแบรนด์ APD ในเวลาต่อมา

“ตอนแรกผมแค่อยาก ลองทำถุงมือขึ้นมาใช้เองเล่นๆ ไม่ได้คิดว่าจะทำมาขาย ตอนผมทำมา ผมก็ส่งให้น้องๆในวงการ เอาไปลองใช้บ้าง พอผมได้ลองใช้ ผมรู้สึกว่า คุณภาพถุงมือที่ผมสั่งทำมา ก็คุณภาพดี ไม่แพ้ของต่างประเทศนะ”

“ประกอบกับ น้องๆที่ได้ลองใช้ถุงมือที่ผมส่งไป เขาก็ชอบ บอกฟีดแบ็คกลับมาว่า ถุงมือที่ผมส่งให้ก็ใช้ได้ดีนะ ผมเลยคิดว่า ถ้างั้นลองเปิดร้านทำขายจริงจังดีไหม?”

การเริ่มต้นทำธุรกิจในความคิด ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ในโลกแห่งความจริง ไม่ใช่แบบนั้น การลงทุนทำธุรกิจ เต็มไปด้วยต้นทุนมากมาย และต้องยืนบนพื้นฐานของความเสี่ยง ที่ผู้ประกอบการทุกคน ไม่สามารถรู้ได้เลยว่า ธุรกิจจะไปได้สวย หรือล้มไม่เป็นท่ากันแน่

เพื่อลดความเสี่ยงนี้ให้น้อยที่สุด พิศาลทุ่มเทเวลา นอกเหนือจากงานประจำ ในฐานะนักฟุตบอลอาชีพ ศึกษาแนวทางที่เป็นไปได้มากที่สุด ที่จะทำให้ธุรกิจของเขา ประสบผลสำเร็จ ซึ่งแนวทางนั้นก็ตรงกับความตั้งใจ ตั้งต้นของเขา กับการเปิดแบรนด์ของตัวเอง

“ตอนก่อนผมทำแบรนด์ ถุงมือผู้รักษาประตูในเมืองไทย แพงมากเลย มีแค่แบรนด์ต่างชาติ และไม่ค่อยมีขายในไทย ต้องสั่งจากนอกเข้ามา ตกแล้วคู่ละ 3,000-4,000 ไม่ใช่ทุกคนที่จะซื้อได้”

“ผมมองว่า ในเมื่อเรามีโอกาส เรามีช่องทาง ที่จะขายถุงมือที่มีคุณภาพไม่ต่างกัน ในราคาถูกที่สุดประมาณ 1,300-1,500 บาท ที่คนไทยสามารถซื้อได้ แบบสบายกระเป๋า ผมคิดว่า ก็โอเค ที่จะลองเริ่มต้นทำธุรกิจ”

ในปี 2015 พิศาลตัดสินใจลงเดิมพัน ด้วยการวางเงินก้อนจำนวน 7 หลัก เพื่อจดลิขสิทธิ์แบรนด์ APD และเริ่มเดินทางในถนนสายธุรกิจ นับตั้งแต่นั้น

 

ไม่หวั่นไหว กับอุปสรรค

การออกเดินทาง ไม่มีสิ่งใดที่ยากไปกว่า การเริ่มก้าวครั้งแรก บนถนนสายใหม่ที่ไม่คุ้นชิน พิศาล ดอกไม้แก้ว ต้องวางแผนธุรกิจอย่างถี่ถ้วน เพื่อให้ธุรกิจของเขาเริ่มต้น ได้อย่างสวยงาม ไม่สะดุด ตกหลุมพราง ไปเสียก่อน

“ผมโชคดี ที่ตัวเองเป็นคนในวงการ ผมเริ่มต้นส่งถุงมือให้พี่ๆน้องๆ ในวงการเอาไปใช้ ให้เขามาเป็นพรีเซนเตอร์ ช่วยโปรโมตให้ ใส่ลงสนาม พี่ๆน้องๆสื่อหลายคนก็โพสต์ หรือเขียนข่าวโปรโมตให้”

ด้วยการสนับสนุน ของผู้รักษาประตูในระดับไทยลีก หลายคน ทั้ง วรวุฒิ ศรีสุภา, วรุฒ เมฆมุสิก, สมพร ยศ, อนุรักษ์ ชมภูพฤกษ์ แบรนด์ APD จึงเริ่มเป็นที่รู้จัก ของแฟนบอลไทย ด้วยราคาที่ไม่สูงนัก ทำให้ถุงมือแบรนด์ไทยเจ้านี้ ได้รับการตอบรับอย่างรวดเร็ว

งบประมาณที่จำกัดในช่วงเริ่มต้น ทำให้พิศาล เลือกขายสินค้า ผ่านหน้าร้านทางอินเทอร์เน็ต เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกซื้อสินค้าของเขาได้ ไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนของประเทศ นอกจากนี้ยังจับมือกับร้านอาริ (Ari) เป็นพาร์ทเนอร์ ทางธุรกิจ ทำให้ถุงมือแบรนด์ APD ได้วางขายเคียงคู่ ร่วมกับแบรนด์ชั้นนำต่างประเทศ ซึ่งเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก


แม้จะเริ่มต้น อย่างสวยงาม แต่วงการธุรกิจ ไม่ต่างกับวงการกีฬา การแข่งขันเกิดขึ้นอยู่เสมอ ทั้งจากแบรนด์หน้าเก่า และแบรนด์น้องใหม่ ความสำเร็จระยะแรก ไม่ใช่เครื่องบ่งบอกว่าธุรกิจ ที่ดำเนินการอยู่ ประสบความสำเร็จ หากไม่สามารถยืนระยะในเส้นทางนี้ได้

“ถามว่ามีกลัวที่จะล้มเหลวไหม มันก็มีบ้าง เพราะ เรามีข้อจำกัดอยู่เรื่องของราคา ผมไม่สามารถขายแพงกว่าที่ขายอยู่ ในปัจจุบัน แบบแบรนด์ต่างประเทศ เพราะเขาเป็นแบรนด์มีชื่อเสียง ระดับโลก”

“ตอนผมเริ่มทำ แบรนด์ไทยมีแค่ 2-3 แบรนด์ ที่ทำถุงมือผู้รักษาประตูขาย แต่หลังจากนั้น มีเกิดขึ้นมาเป็น 10 แบรนด์ ขายตัดราคากันเยอะมาก ทุกวันนี้ถุงมือราคาประมาณ 600 บาท ยังมีเลย การมีคู่แข่งเยอะ ก็ทำให้ยอดขายตกลงไปบ้างเหมือนกัน”

มีช่วงเวลาที่ต้องเจอกับอุปสรรค แต่พิศาล ไม่เคยย้อท้อต่อการทำธุรกิจ และเขายังเชื่อในแนวทางของตัวเอง ที่ตั้งใจมาตั้งแต่เริ่ม จะช่วยให้เขาอยู่รอด บนเส้นทางสายนี้ได้ต่อไป

“ผมไม่สามารถขายลดราคา ให้ถูกกว่านี้ เพราะผมตั้งใจ จะให้คนไทยใส่ถุงมือ ที่มีคุณภาพ ถ้าผมลดราคาให้ถูกลงกว่านี้ เป็นหลักร้อย แต่คุณภาพไม่ดีเหมือนเดิม ผมคงทำไม่ได้”

 

ความจริงใจ คือสิ่งสำคัญ

จากจุดเริ่มต้น ที่เคยมีเรื่องของราคา เป็นข้อได้เปรียบ แบรนด์ APD ต้องขยับตัว ตามโลกธุรกิจ ที่เปลี่ยนผัน เพื่อให้ธุรกิจถุงมือของเขา ยังคงได้รับการตอบรับ จากแฟนกีฬาฟุตบอล เหมือนเดิมอย่างที่เคยเป็นมา


“ผมมองว่า จุดแข็งของแบรนด์เราในตอนนี้ คือความจริงใจ ที่มีต่อลูกค้า และกับสปอนเซอร์ของเรา” พิศาลพูดถึงปัจจัยหลัก ที่ทำให้แบรนด์ APD เป็นแบรนด์แถวหน้า ของตลาดถุงมือผู้รักษาประตูฟุตบอล

“สำหรับพรีเซนเตอร์ของเรา ซึ่งก็คือผู้รักษาประตูไทยลีก ก่อนเราจะส่งถุงมือให้เขาใช้สักคู่ เราต้องส่งให้เขาทดลองก่อนเป็นเดือน ว่าเขาชอบไหม ใส่แล้วเป็นยังไง มีความมั่นใจเวลาลงเล่นหรือเปล่า ถ้าเขาไม่ชอบตรงไหน เราพร้อมจะปรับปรุงให้”

“ในส่วนของลูกค้าก็เหมือนกันครับ เราต้องจริงใจกับเขา ถ้าเขามาซื้อของ ของเรา เขาต้องได้รับสิ่งที่ดีที่สุดกลับไป เริ่มต้นจากดีไซน์ของถุงมือ ทุกรุ่นที่วางขาย เราออกแบบใหม่หมด ไม่ได้ใช้แบบที่โรงงานมีไว้ให้ ถึงจะต้องเสียต้นทุนเพิ่ม แต่ผมเชื่อว่า ไม่มีใครใส่ถุงมือที่มีลวดลาย จำเจ หาได้ในแบรนด์ทั่วไป”

“ส่วนต่อมา ทุกคนที่ใช้ถุงมือของผม จะได้ใส่ถุงมือรุ่นเดียวกัน นักฟุตบอลไทยลีก หรือลูกค้าที่ซื้อไปใส่เล่นฟุตบอลกับเพื่อน จะได้ใส่ถุงมือที่เหมือนกัน ไม่มีความแตกต่าง”

“บางครั้ง แฟนบอลก็อยากใส่ถุงมือ แบบเดียวกับนักเตะที่เราชอบ เวลาเล่นฟุตบอล แต่บางทีด้วยข้อจำกัดหลายอย่าง สำหรับแบรนด์นอก เขาไม่สามารถทำแบบนี้ได้ เราเลยมองว่าตรงนี้ สามารถนำมาเป็นจุดขายได้”


แบรนด์ APD ยังคงได้รับการตอบรับอย่างดีในปัจจุบัน ทั้งจากลูกค้า และนักฟุตบอลอาชีพ มีผู้รักษาประตูชื่อดังหลายคน ใส่ถุงมือแบรนด์ไทย ราคาย่อมเยาว์ ลงเฝ้าเสาประตู เช่น นักเตะระดับทีมชาติไทย อย่าง ฉัตรชัย บุตรพรหม รวมถึง มือกาวระดับไทยลีก อย่าง ทศพร​ ศรี​เรือง และ ปฏิวัติ​ คำไหม​ ด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นผลลัพธ์มาจากความจริงใจ ที่แบรนด์ APD มอบให้ ผู้ใช้สินค้า ตลอดช่วงเวลา เกือบ 4 ปี ที่ดำเนินธุรกิจมา

“ที่ผมไม่ขยับราคาลงไปมากกว่า 1,300 บาท เพราะถ้าลงไปต่ำกว่านี้ คุณภาพสินค้า จะไม่เหมือนเดิม และผมต้องการให้ทุกคน ที่ซื้อถุงมือของผม ได้สินค้าที่มีคุณภาพ ใส่แล้วมั่นใจ เพราะถ้าลงสนาม แล้วไม่มั่นใจ คุณไม่สามารถ เล่นเป็นผู้รักษาประตู ได้แน่นอน”

“ผมบอกลูกค้า หรือใครก็ตาม ที่มาใส่ถุงมือของผมตลอดว่า ผมไม่ได้โฆษณา ว่าการมาใส่ถุงมือของผม จะทำให้คุณเล่นฟุตบอลเก่งขึ้น แต่ถ้าได้ลองใช้ แล้วคุณชอบถุงมือของผม ใส่แล้วมั่นใจ สำหรับผม แค่นั้นก็พอแล้ว”

 

เดินหน้าต่อ ด้วยความเป็นตัวเอง

ปัจจุบัน ถุงมือผู้รักษาประตู จากแบรนด์ APD ได้รับว่าเป็นถุงมือแบรนด์แถวหน้า ของเมืองไทย จากความสำเร็จ กับสินค้าชนิดแรก นำไปสู่การต่อยอด ถึงธุรกิจอื่น ที่พัฒนาไปด้วยรากฐานแนวคิดเดียวกัน คือบ่งบอกความเป็นตัวตน ของตัวพิศาล ดอกไม้แก้ว


“จริงๆแบรนด์นี้โดยตั้งต้น ก็เป็นเหมือนการบอกตัวตน ของผมอยู่แล้วครับ อย่างชื่อแบรนด์ A มาจากเอ๋ P มาจากพิศาล D มาจากดอกไม้แก้ว โลโก้ของเราก็เป็นโลโก้ดอกไม้ ที่มาจากนามสกุลของผมเอง”

“ตอนที่ผมเริ่มทำหน้าร้านของตัวเอง ผมมีความฝันว่า อยากทำเป็นร้านค้า ที่ถ้าคนเดินเข้ามาซื้อของ ออกจากร้านไป เขาสามารถ เดินลงสนาม กลายเป็นผู้รักษาประตูได้เลย”

ด้วยเหตุนี้ APD จึงผลิตสินค้า ทั้ง เสื้อ กางเกงฟุตบอล ที่ลูกค้าสามารถออกแบบ พิมพ์ลายเฉพาะของตัวเองได้ รวมถึงกระเป๋า และถุงเท้า ซึ่งในอนาคต กำลังมีแผนที่จะผลิต สินค้ารองเท้าของแบรนด์ขึ้นมา

นอกเหนือไปจากการขายสินค้า อุปกรณ์กีฬา พิศาล ดอกไม้แก้วได้ขยาย แบรนด์ APD ออกไปสู่สนามฟุตบอล ด้วยการทำอคาเดมี ฟุตบอล ของตัวเอง ภายใต้ชื่อ APD Academy (เอพีดี อคาเดมี) ซึ่งเป็นอคาเดมี ที่แตกต่าง ไม่เหมือนกับศูนย์ฝึกฟุตบอลทั่วไป


“ผมเปิดสอน แค่ตำแหน่งผู้รักษาประตู อย่างเดียวครับ เพราะตอนนั้น ไม่มีใคร ทำอคาเดมีเฉพาะของผู้รักษาประตู ด้วยความที่ตัวผม เป็นผู้รักษาประตู ผมเลยคิดว่า คงจะดีกว่า ถ้าเรามาโฟกัส ที่การสร้างผู้รักษาประตู ให้กับวงการฟุตบอลไทย”

อคาเดมีแห่งนี้ ไม่ได้จำกัดอายุผู้เข้าเรียน ทำให้มีคนเข้าฝึกวิชา เป็นมือกาวเฝ้าเสา ตั้งแต่เด็กอายุ 7 ขวบ จนถึงหนุ่มใหญ่อายุ 40 ปี และส่งเด็กหลายคน เข้าสู่การเป็นผู้เล่นของอคาเดมี สโมสรชั้นนำในเมืองไทย

นอกจากนี้ พิศาลยังทำธุรกิจสนามฟุตบอลหญ้าเทียม ในชื่อ APD Football Arena (เอพีดี ฟุตบอล อารีนา) และมีสโมสรฟุตบอล เป็นของตัวเอง อยูในลีกสมัครเล่น ในชื่อ APD United (เอพีดี ยูไนเต็ด) 

จากวันที่เริ่มต้นขายถุงมือเพียงอย่างเดียว จนถึงจุดที่แบรนด์ APD มีธุรกิจครอบคลุมมากมาย หลายสาขา พิศาล ดอกไม้แก้ว บอกเล่ากับเราว่า สิ่งที่นำพาเขาเดินทางมาไกล บนเส้นทางสายธุรกิจ มีเพียงอย่างเดียวเท่านั้น คือ ความรักที่จะเเสดงออก ถึงตัวตนของตัวเอง และส่งต่อตัวตนนี้ไปสู่ผู้อื่น

“เรื่องของธุรกิจ ผมค่อยๆปล่อยให้เติบโต อย่างใจเย็น เดินก้าวไปข้างหน้าทีละก้าว ควบคู่ไปกับการเล่นฟุตบอล เพราะตัวผม ก็ยังเป็นนักฟุตบอลอยู่” 

“สำหรับเส้นทางนี้ ยังมีอีกหลายอย่างที่ผมอยากทำ จากความชอบของผมเอง ควบคู่ไปกับการเล่นฟุตบอล ที่ผมยังต้องการรักษาระดับ อยู่ในวงการให้นานที่สุด” พิศาลทิ้งท้ายกับ Main Stand



ชื่นชอบบทความนี้ของ : ณัฐนนท์ จันทร์ขวาง ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง