mainstand

Converse

‘น้าติง’ กับมุมมองความพยายามของคนรุ่นใหม่ต่อสมาคมมวยปล้ำไทย



คงไม่มีแฟนมวยปล้ำในประเทศไทยคนไหนไม่รู้จักชื่อของ “น้าติง” สุดยอดนักพากย์มวยปล้ำชื่อดัง ที่ต่อให้ไม่เคยเห็นหน้าของนักพากย์รายนี้ แฟนมวยปล้ำทุกคนล้วนเคยได้ยินเสียงพากย์ของเขาอย่างแน่นอน


 

ด้วยเอกลักษณ์การพากย์ที่สนุกสนานและเฮฮา แทรกไปด้วยมุขตลกชวนหัวเราะ ทำให้น้าติงเป็นนักพากย์ขวัญใจชาวไทย และอยู่ในวงการการพากย์มวยปล้ำ มายาวนานมากกว่า 20 ปี

กระทั่งในปัจจุบัน เกิดสมาคมมวยปล้ำอาชีพขึ้นในเมืองไทย ซึ่งถือเป็นนิมิตรหมายอันดี ที่คนไทยจะได้ดูมวยปล้ำของคนไทย หลังก่อนหน้านี้ ได้แต่ดูมวยปล้ำต่างประเทศผ่านหน้าจอโทรทัศน์เพียงอย่างเดียว

ด้วยประสบการณ์ที่ยาวนาน ผ่านการพากย์มวยปล้ำสมาคมยักษ์ใหญ่มาทั่วโลก ทำให้ Main Stand พาน้าติง มาพูดคุยออกความเห็น ถึงการเกิดขึ้นของสมาคมในไทย สิ่งใดที่วงการมวยปล้ำไทยควรปรับปรุง? อะไรที่สามารถช่วยพัฒนาวงการมวยปล้ำไทยได้ในอนาคต?

ติดตามแนวคิดของผู้ชายอารมณ์ดีคนนี้ ไปพร้อมกับเรา

 

เหตุผลที่คนไทยชอบมวยปล้ำ ?

“สมัยน้าติงเป็นเด็ก น้าติงดูมวยปล้ำเพราะมันแปลกดี จากเคยดูมวยไทย มวยสากล แต่มวยปล้ำมันมีการจับล็อคจับทุ่ม น้าติงก็เริ่มดูจากมวยปล้ำของประเทศอังกฤษ แล้วมาเป็นมวยปล้ำของประเทศอเมริกา”

“ช่วงแรกๆที่น้าติงดูมวยปล้ำ น้าติงยังไม่ได้เป็นคนพากย์ คนพากย์มวยปล้ำในเวลานั้น คือ อาจารย์ เจือ จักษุรักษ์” น้าติง เริ่มเท้าความย้อนความหลังของเขากับกีฬามวยปล้ำ

และจากจุดเริ่มต้นของแฟนมวยปล้ำคนหนึ่ง น้าติง ได้ต่อยอดความชื่นชอบของตัวเอง จนได้มีโอกาสมาพากย์กีฬามวยปล้ำ เป็นอาชีพเสริม หลังจากเคยมีประสบการณ์ในการเป็นนักพากย์กีฬาอื่นๆมาก่อนหน้านี้ โดยมีอาชีพหลักเป็น อาจารย์สอนอยู่ที่ โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

“น้าติงคิดว่าที่แนวทางการพากย์ของน้าติงได้รับความนิยม เพราะมันเข้ากับความเอนเตอร์เทนต์ของมวยปล้ำ และนิสัยรักความสนุกของคนไทย จริงๆแล้ว ในความเห็นของน้าติง กีฬามวยปล้ำกับคนไทย มีความเข้ากันได้อยู่ เพราะโดยพื้นฐานของคนไทยเป็นคนสนุกสนาน ชอบงานรื่นเริง”

“ซึ่งมวยปล้ำเป็นกีฬาที่เอนเตอร์เทนต์ ยกตัวอย่างการเปิดตัว มันมีความอลังการ มีแสงสีเสียง นักมวยปล้ำสามารถเล่นกับคนดู ทำให้มันสนุกขึ้น”

“ย้อนไปช่วงแรกกีฬามวยปล้ำก็เป็นกีฬามวยปล้ำทั่วไป เน้นการต่อสู้บนเวที แต่ภายหลังได้เริ่มพัฒนากลายเป็นกีฬาที่เน้นความเอนเตอร์เทนต์ (Sport Entertainment)”

“จากที่เน้นการสู้กันบนเวทีอย่างเดียว ได้มีการใส่เนื้อเรื่องแบบบทละคร การท้าทายระหว่างนักมวยปล้ำ มีการพูดออกไมค์ กีฬามวยปล้ำเลยเอนเตอร์เทนต์สำหรับผู้ชมมากขึ้น กีฬามวยปล้ำจึงกลายเป็นกีฬาที่นิยมของคนไทย”

 

ถึงเวลาของมวยปล้ำไทย

สำหรับน้าติง ถือเป็นผู้มีประสบการณ์ และคลุกคลีกับวงการมวยปล้ำมายาวนานกว่า 20 ปี ผ่านการพากย์มวยปล้ำจากหลากหลายชาติทั่วโลก ทั้ง สหรัฐอเมริกา, ญี่ปุ่น และเม็กซิโก นับเทปไม่ถ้วน


Photo : moth_kornnum

จนกระทั่งเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา เกิดสมาคมมวยปล้ำอาชีพขึ้นในไทย อย่าง สมาคมกาโตห์ มูฟ (Gatoh Move) ซึ่งในมุมมองของน้าติง ที่อยู่กับวงการมวยปล้ำไทยมาเนิ่นนาน มองว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ที่วงการมวยปล้ำในบ้านเรา จะได้เริ่มเป็นที่รู้จักของชาวต่างชาติ จากที่น้าติงเคยต้องพากย์มวยปล้ำของต่างประเทศ เพียงอย่างเดียวมานานมากกว่าสิบปี

“น้าติงย้อนความหลังให้ฟังก่อนว่า ในอดีตก็มีชมรมคนรักมวยปล้ำ ตั้งเป็นชมรมมาปล้ำมวยปล้ำกันเอง น้าติงก็มีโอกาสได้รับเชิญให้ไปดูบ้าง ไปพากย์บ้าง แต่ก็เป็นการปล้ำแบบมวยวัด เน้นจากการดูท่าในโทรทัศน์ แล้วมาทำตาม คือไม่มีการฝึกฝน ใจรักล้วนๆ บางทีก็มีแขนหัก ขาหักบ้าง”

“ถ้าเป็นสมาคมมวยปล้ำอาชีพ ก็ต้องเป็นสมาคมกาโตห์ มูฟ (Gatoh Move) เป็นสมาคมแรก ที่เป็นโรงเรียนสอน อย่างเป็นจริงเป็นจัง เปิดโอกาสให้คนที่อยากเป็นนักมวยปล้ำได้ไปเล่าเรียน มีอาจารย์จากญี่ปุ่นมาสอน จนเกิดเป็นนักมวยปล้ำอาชีพ”

น้าติง ได้ให้เครดิตถึงความตั้งใจของคนไทย ที่มีความมุ่งมั่น อยากเห็นวงการมวยปล้ำของไทยเติบโต เพื่อสักวันนักมวยปล้ำดินแดนสยามจะสามารถก้าวขึ้นไปทัดเทียมกับวงการมวยปล้ำจากประเทศชั้นนำของโลก


Photo : Gatoh Move Pro Wrestling

“ต้องชื่นชม น้องปูมิ (ปรัชญ์ภูมิ บุณยทัต - ผู้จัการค่ายกาโตห์ มูฟ) เขาเป็นคนรักในกีฬามวยปล้ำ มีความทุ่มเทตั้งใจ ในการทำสมาคมมวยปล้ำให้เกิดขึ้น”

“การเกิดกาโตห์ มูฟ เป็นเรื่องที่ดีมากๆ เพราะเป็นการทำให้กีฬามวยปล้ำในเมืองไทย เป็นมืออาชีพ ยกระดับไปสู่มาตรฐานสากล จุดนี้น้าติงมองว่าเป็นสิ่งที่น่าภูมิใจมาก เราได้เห็นคนไทยไปปล้ำต่างประเทศ ถือเป็นเรื่องที่ดีสำหรับวงการมวยปล้ำไทย”

“ทุกวันนี้ นักมวยปล้ำไทยมีโอกาสได้ไปปล้ำที่ต่างประเทศ เช่นที่ญี่ปุ่น ไปเป็นตัวหลักบ้าง ตัวประกอบบ้าง บางทีก็ไปปล้ำชิงแชมป์ อย่างทุกวันนี้กาโตห์ มูฟ ก็มีเข็มขัดแชมป์เป็นของตัวเองนะ (เข็มขัดแชมป์วันแอนด์โอนลี) เรามีแชมป์เดี่ยว มีนักมวยปล้ำเป็นแชมป์แท็กทีม เป็นแชมป์หญิง”

 

สิ่งที่ยังต้องแก้ไข

แม้จะเป็นเรื่องที่ดีอย่างมาก กับการมีสมาคมมวยปล้ำอาชีพเกิดขึ้นในเมืองไทย อย่างไรก็ตาม ในมุมมองของน้าติง เขายังอยากเห็นวงการมวยปล้ำไทยพัฒนาต่อไป เพื่อยกระดับมาตรฐาน ให้เท่ากับวงการมวยปล้ำต่างประเทศ


Photo : Gatoh Move Pro Wrestling

“น้าติงมองว่าการปล้ำบนเบาะ (โชว์ของค่ายกาโตห์ มูฟ ส่วนใหญ่ เป็นมวยปล้ำที่ปล้ำบนเบาะ) ยังเป็นเรื่องที่ทำให้กลายเป็นข้อจำกัดของการปล้ำมวยปล้ำในเมืองไทย ซึ่งก็เข้าใจเพราะเรายังขาดเวทีมวยปล้ำมืออาชีพมาตรฐาน”

“เนื่องจากเวทีมวยปล้ำไม่เหมือนเวทีมวยทั่วไป มันมีเรื่องเอกลักษณ์เฉพาะตัวอยู่ เช่นเรื่องเบาะ ที่เวลานักมวยปล้ำโดนทุ่มลงไป เสียงต้องดังกว่าปกติ”

“การปล้ำบนเบาะ การเคลื่อนไหวมันก็ไม่ดีเท่าบนเวที สุดท้ายเราต้องมีเวทีมวยปล้ำ เพื่อให้เป็นมาตรฐานสากล”

“อีกหนึ่งปัญหาที่ยังเห็นคือ นักมวยปล้ำไทยยังมีจำนวนน้อย ทำให้การจัดโชว์มวยปล้ำในไทยยังลำบาก บางครั้งต้องยืมนักมวยปล้ำจากต่างประเทศมาปล้ำบ้าง หรือส่งนักมวยปล้ำของเราออกไปต่างประเทศ”

นอกจากนี้แล้ว อีกหนึ่งจุดซึ่งเป็นปัญหาที่สมาคมมวยปล้ำไทยต้องเจอ คือเรื่องความแตกต่างระหว่างการดูมวยปล้ำทางโทรทัศน์ กับการดูมวยปล้ำในสนาม ซึ่งพฤติกรรมการรับชมจะแตกต่างกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องของการพากย์มวยปล้ำ

“คนไทยติดดูมวยปล้ำแบบมีการพากย์มากๆ แต่การดูมวยปล้ำในสนามมันจะมีการพากย์ไม่ได้โดยเด็ดขาด เพราะเสียงพากย์อาจทำให้นักมวยปล้ำเสียสมาธิในการปล้ำได้ ซึ่งก็เพื่อป้องอันตรายที่อาจจะเกิดกับนักมวยปล้ำ”

“ดังนั้นการพากย์เสียงมวยปล้ำ จะมีแค่คนดูผ่านโทรทัศน์เท่านั้นที่ได้ยิน ส่วนคนในสนามจะไม่ได้ยิน”

“แต่คนไทยเวลาดูมวยปล้ำในสนามก็อยากให้มีคนพากย์ เพราะเสียงพากย์ทำให้พวกเขาสนุก บางคนพอมาดูมวยปล้ำในสนาม ไม่มีเสียงคนพากย์ก็อาจจะไม่ชอบ แต่เราทำแบบนั้นไม่ได้ มันเป็นระเบียบสากล เราต้องยอมรับ”


Photo : Gatoh Move Pro Wrestling

ขณะเดียวกัน น้าติง ยังยอมรับว่า ด้วยพฤติกรรมที่แฟนมวยปล้ำไทย ติดเสียงการพากย์ ทำให้การดูมวยปล้ำผ่านหน้าจอโทรทัศน์ เป็นเรื่องสำคัญต่อวงการมวยปล้ำไทย ซึ่งการจะทำให้มวยปล้ำไทย ไปฉายผ่านจอสี่เหลี่ยม ไม่ใช่เรื่องง่ายแม้แต่น้อย

“ทุกวันนี้แทบไม่มีมวยปล้ำฉายบนทีวีเลยนะ ไม่ต้องเอามวยปล้ำไทยหรอก WWE ยังไม่มีเลย ทุกวันนี้มีแค่รายการที่น้าติงทำ (รายการจ้าวสังเวียนมวยปล้ำน้าติงรีเทิร์น - ฉายมวยปล้ำของสมาคม NJPW) เท่านั้นที่ฉายออกทีวี ซึ่งช่วงที่ทำปีแรกก็ขาดทุน ไม่มีสปอนเซอร์”

“ถ้ามวยปล้ำไทยจะโตขึ้น มันต้องมีการเผยแพร่ทางโทรทัศน์ เพื่อให้คนรู้จักมากขึ้น แต่ต้องยอมรับว่ากระแสมวยปล้ำในไทยปัจจุบันตกลงไปมาก พอกระแสมวยปล้ำไม่ตอบโจทย์ด้านธุรกิจ ถ้าไม่คุ้มก็คงไม่มีใครเอาไปฉาย”

“ทุกวันนี้ต้องชื่นชมค่ายกาโตห์ มูฟ ทุกวันนี้ที่อยู่ได้เพราะใจรักจริงๆ ซึ่งทางกาโตห์ มูฟ ก็หาทางออกได้ดี คือการส่งนักมวยปล้ำไปปล้ำที่ญี่ปุ่น เพื่อสร้างมูลค่าให้กับนักมวยปล้ำของสมาคม”

 

สร้างจุดขายของตัวเอง

ถึงเป็นเรื่องที่ยากไม่น้อยสำหรับการจะทำให้ สมาคมนักมวยปล้ำในไทย เติบโตในระดับสากล ตามความเห็นของ กูรูนักพากย์มวยปล้ำอย่าง น้าติง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไร้หนทาง ที่จะทำให้เกิดขึ้นได้จริง


Photo : gen-ed.ssru.ac.th

ด้วยประสบการณ์ที่อยู่กับวงการมวยปล้ำมากกว่า 20 ปี น้าติงได้เผยเคล็ดลับสำคัญที่จะทำให้นักมวยปล้ำทุกคนประสบความสำเร็จ นั่นคือการเป็นตัวของตัวเอง ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญ ที่ทำให้นักมวยปล้ำเป็นที่นิยมของแฟนๆ

“สำหรับน้าติง น้าติงคิดว่าสิ่งสำคัญที่สุดของการเป็นนักมวยปล้ำ นักมวยปล้ำแต่ละคนต้องหาเอกลักษณ์และจุดเด่นของตัวเองให้เจอ ยกตัวอย่าง น้าติงเป็นคนอ้วน ถ้าน้าติงเป็นนักมวยปล้ำ น้าติงก็ต้องใช้ท่านักมวยปล้ำของคนตัวใหญ่ กระโดดอัด กระโดดทับบ้าง”

“ถ้าเป็นคนตัวเล็ก ก็ต้องใช้ท่าเหินหาว ใช้ท่ามวยปล้ำที่รวดเร็ว กระโดดถีบ กระโดดเตะ เราต้องหาสิ่งที่มันเข้ากับตัวเรา น้าติงเชื่อว่าเราฝึกฝนในสิ่งที่เป็นตัวของเราเอง ไม่ต้องจำกัดว่าเป็นอย่างไร สุดท้ายมันจะไปได้ด้วยดี เราจะเป็นนักมวยปล้ำที่ยอดเยี่ยมได้”

“ไม่ใช่แค่เรื่องการปล้ำนะ คาแรคเตอร์มวยปล้ำก็เหมือนกัน เราต้องเป็นตัวของตัวเอง หาคาแรคเตอร์ที่เหมาะสมกับตัวเอง นั่นคือสิ่งที่ดีของการเป็นนักมวยปล้ำ”

“ยกตัวอย่างเช่น บัวขาว บัญชาเมฆ น้าติงว่าเป็นตัวอย่างที่ดีเลยนะ เขาเป็นคนที่มีคาแรคเตอร์ที่เหมาะกับตัวเอง เป็นนักสู้ รูปร่างกำยำ เปิดตัวออกมาเพลงฮึกเหิมมาก แต่ถ้าเป็นน้าติง น้าติงก็ไปใช้คาแร็คเตอร์แบบบัวขาวไม่ได้หรอก น้าติงไม่ได้มีรูปร่างหน้าตาแบบนั้น น้าติงต้องหาคาแรคเตอร์ที่เหมาะกับตัวเอง เช่นเป็นนักมวยปล้ำตลก แต่งตัวฮาๆ อะไรแบบนี้”

“เราต้องหาคาแรคเตอร์ ที่เหมาะกับรูปร่างหน้าตา บุคลิค และลักษณะนิสัยของตัวเอง ถ้าเราเป็นตัวของตัวเองดีที่สุด”

อีกหนทางหนึ่ง สมาคมอาชีพหนึ่งเดียวของเมืองไทยอย่างกาโตห์ มูฟ ต้องพยายามส่งนักมวยปล้ำไปปล้ำที่ต่างประเทศ เพื่อให้สมาคมและวงการมวยปล้ำไทยมีชื่อเสียงมากขึ้น

หากนักมวยปล้ำไทย สามารถสร้างตัวเองให้แตกต่างจากมวยปล้ำสมาคมอื่น อาจสามารถดึงดูดความสนใจจากแฟนมวยปล้ำต่างประเทศ หรืออาจไปเข้าตาแฟนมวยปล้ำชาวไทยให้มาสนใจมวยปล้ำของคนไทยกันมากขึ้น


Photo : Gatoh Move Pro Wrestling

“น้าติงเชื่อว่าเราหาจุดขายให้นักมวยปล้ำไทยได้ ทำให้เป็นเอกลักษณ์ของวงการบ้านเรา เช่น มวยไทย เรามีวิชาเตะ ต่อย อยู่ในสายเลือด และพวกท่ามวยไทย เราสามารถนำไปประยุกต์กับการใช้เป็นท่ามวยปล้ำได้”

“เพราะเราเป็นคนเอเชีย คนอาเซียน เรามีปัญหาเรื่องสรีระ เราจะไปใช้ท่าเน้นกำลังเหมือนพวกฝรั่งไม่ได้ พวกท่าเตะต่อย แบบมวยปล้ำ เราสามารถเอามาประยุกต์ใช้ให้เป็นจุดเด่นของมวยปล้ำไทย”

“นอกจากนี้แล้ว คนไทยเป็นคนตัวเล็ก เราสามารถหันมาเน้นการปล้ำแนวเหินเวลา (ภาษามวยปล้ำเรียกว่า High-Flying) ใช้พวกท่าตีลังกา ผสมผสานกับทักษะยิมนาสติค”

“เราลองดูตัวอย่างจากนักมวยปล้ำของเม็กซิโก หรือนักมวยปล้ำญี่ปุ่น สองประเทศนี้มีนักมวยปล้ำตัวเล็กอยู่จำนวนไม่น้อย นักมวยปล้ำไทยสามารถเรียนรู้ได้”

นอกจากนี้ น้าติง ยังเสริมต่ออีกว่า เอกลักษณ์วัฒนธรรมไทย สามารถใช้มาเป็นจุดขาย เพื่อสร้างความแตกต่าง ให้วงการมวยปล้ำไทย ซึ่งจะสามารถช่วยให้วงการมวยปล้ำไทยได้รับความสนใจมากยิ่งขึ้นไป

Photo : gen-ed.ssru.ac.th

“เราไม่จำเป็นต้องไปลอกเลียนของต่างประเทศมาทุกอย่าง วัฒนธรรมของเรากับเขาไม่เหมือนกัน นักมวยปล้ำของเราและเขาก็ไม่เหมือนกัน”

“อย่างนักกีฬาหรือนักมวยปล้ำ ในเกม ในการ์ตูนต่างๆ ที่เป็นแนวต่อสู้ คนไทยเป็นนักมวยไทยหมดเลย มันบอกอยู่แล้วว่า คนต่างชาติมองคนไทยในรูปแบบไหน เขาอยากเห็นอะไรจากคนไทย เราต้องใช้เอกลักษณ์ของคนไทย ไปต่อยอด ไปเป็นจุดขาย ซึ่งขึ้นอยู่ว่าเราจะนำไปปรับใช้อย่างไร”

“เรามีวัฒนธรรมของเราอยู่แล้ว เราเป็นในสิ่งที่เราเป็นดีกว่า ไม่จำเป็นต้องไปเลียนแบบใคร พัฒนานักมวยปล้ำตามแนวทางวัฒนธรรมของเรา น้าติงเชื่อว่านักมวยปล้ำไทยจะไปได้ไกลอย่างแน่นอน” น้าติงกล่าวทิ้งท้ายอย่างมั่นใจกับ Main Stand



ชื่นชอบบทความนี้ของ : ณัฐนนท์ จันทร์ขวาง ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง