Converse

ยีวัง พินดาริกา : เจ้าหญิงแห่งภูฏานและความรักของพระองค์




“ความรัก” ไม่มีการแบ่งเพศ, อายุ, หรือกระทั่งชนชั้นวรรณะ…

 

ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน, นักศึกษา, ทหาร, นักกฎหมาย หรือกระทั่งเชื้อพระวงศ์ เมื่อมีความรักที่บริสุทธิ์แล้ว ก็ไม่อาจหยุดยั้ง “หัวใจ”

ณ สนามกีฬา Changlimithang กลางใจกรุงทิมพู เมืองหลวงแห่งภูฏาน คือ สถานที่ที่เราได้นัดพบกับ ยีวัง พินดาริกา พระราชนัดดาในสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี วังชุก รัชกาลที่ 2 แห่งราชวงศ์วังชุกแห่งภูฏาน ทรงขับรถยนต์ด้วยตัวเอง เสด็จมาพร้อมกับทรงฉลองพระองค์แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมฟุตบอลชื่อดัง ก่อนเสด็จไปทรงเปลี่ยนฉลองพระองค์ด้วยชุดประจำชาติ เพื่อประทานสัมภาษณ์ครั้งนี้ หลังจากมีพระปฏิสันถารทักทาย - ด้วยพระพักตร์สดใส แย้มพระสรวลอย่างเป็นกันเอง ทรงไม่ถือพระองค์ ทำให้ทีมงาน Main Stand รู้สึกผ่อนคลาย


อาชิ (Ashi = ใช้แทนความหมายว่า Princess ในภาษาภูฏาน) คือ คำที่เราใช้เรียกแทนพระองค์…

“คิดว่าเราเป็นเพื่อนนะ”  อาชิยีวัง ตรัสพร้อมกับประทานพระอนุญาตให้ทีมงานนั่งลงข้างๆ

พระดำรัสและพระอิริยาบถอย่างเป็นกันเองช่วยราวสามัญชนทั่วไปให้ทีมงานลดความประหม่า

“จริงๆ เราพูดไม่ค่อยเก่งนะ” เจ้าหญิงมีพระดำรัสตอบพร้อมกับทรงพระสรวล

มาถึงตรงนี้คุณผู้อ่านอาจสงสัยว่าทำไมเว็บไซต์กีฬาอย่างเราต้องมาพบเจ้าหญิงแห่งภูฏานพระองค์นี้ใช่ไหม? เราขอตอบว่า คงจะเสียดายแย่หากชีวิตนี้ไม่ได้มีโอกาสสัมภาษณ์บุคคลที่มีความสำคัญกับวงการฟุตบอลแห่งภูฏานขนาดนี้ อาชิยีวังโปรดเกมลูกหนังเต็มเปี่ยมพระทัย และนี่ คือ เรื่องราวแห่งความรักของพระองค์  

 

พบรัก

“เราชอบฟุตบอลตั้งแต่เมื่อไหร่น่ะเหรอ?” อาชิยีวัง ทวนคำถามคำแรกที่ทีมงาน Main Stand ถามขึ้น…

“จริงๆ ตั้งแต่เด็ก เราสนใจเล่นกีฬาหลายประเภทอยู่แล้ว ตอนแรกฟุตบอลไม่ได้เป็นกีฬาโปรดด้วยซ้ำ เราเริ่มเล่นบาสเกตบอลมาตั้งแต่อายุ 7 ขวบ”

บาสเกตบอล ดูเหมือนจะเป็นกีฬายอดนิยมในประเทศภูฏาน สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก โปรดกีฬาชนิดนี้ นั่นอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้กีฬาบาสเกตบอล เป็นที่สนพระทัยจากพระองค์อื่นๆ ในราชวงศ์ตามไปด้วย แต่สำหรับเจ้าหญิงทรงมีบาสเกตบอล เป็นกีฬาโปรดอันดับ 1 ได้ไม่นาน หลังจากทรงย้ายไปศึกษาต่อที่โรงเรียนนานาชาติโคไดคานัล (Kodaikanal International School) ที่ประเทศอินเดียได้ปีเดียว...การได้ทอดพระเนตรการแข่งขันของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผ่านโทรทัศน์ ได้เปลี่ยนความพอพระทัยในเกมกีฬาของพระองค์ไปตลอดกาล     

“เราเริ่มมาชอบ และรักกีฬาฟุตบอลตอน 9 ขวบ” เจ้าหญิงตรัสพร้อมกับแย้มพระสรวล  

“เพราะเดวิด เบ็คแฮม (แย้มพระสรวล) เราเริ่มเล่นฟุตบอลก็เพราะเขาเนี่ยแหละ และก็เป็นแฟนบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วย” อาชิยีวัง ตรัสต่อ ซึ่ง ณ จุดนี้ ทีมงาน Main Stand คงไม่ต้องสงสัยอะไรแล้วกับการที่ทรงฉลองพระองค์ “ปีศาจแดง” และก็ทำให้ ทีมงาน Main Stand รู้สาเหตุอย่างกระจ่างชัดว่าอะไร คือ จุดเริ่มต้นของความพอพระทัยต่อเกมลูกหนังของพระองค์  


“ใครสอนเราเล่นฟุตบอลเหรอ? เดวิด เบ็คแฮม ไง (แย้มพระสรวลอีก) ล้อเล่นนะ ไม่หรอก คือ ส่วนใหญ่เราก็อาศัยความชอบ ความสนใจ ดูวิดีโอ ดูโทรทัศน์ เรียนรู้ด้วยตัวเองน่ะแหละ เราดูแมนฯ ยู ทุกสุดสัปดาห์ เรามีของที่ระลึกที่เกี่ยวกับเบ็คแฮมเต็มไปหมดเลยล่ะ...ที่โรงเรียนเรามีเพื่อนผู้หญิง ที่ชอบเล่นฟุตบอลอยู่บ้างเหมือนกัน แต่ด้วยความที่เป็นผู้หญิง ส่วนใหญ่เราไม่ค่อยได้โอกาสลงไปเตะกับพวกเขาหรอก จะได้แค่นั่งดู พวกผู้ชายเล่นมากกว่า”   

“อันที่จริงการศึกษาที่อินเดีย กีฬาเป็นเรื่องสำคัญมาก ทุกๆ คนต้องเล่นกีฬา  ซึ่งเมื่อเทียบกับภูฏานแล้ว เมื่อ 20 ปีก่อน กีฬาเป็นอะไรที่ผู้คนไม่คุ้นเคยเอาเสียเลย หลักสูตรที่โรงเรียนยังไม่ได้สอนกีฬาเลยด้วยซำ้ สนามหญ้าเทียมที่เราเห็นนี้ (หมายถึงที่ Changlimithang ที่กำลังนั่งสัมภาษณ์) เมื่อก่อนมีแต่หิน”

“ครอบครัวของเรา เป็นครอบครัวนักกีฬา ทุกคนเล่นกีฬากันหมด แม้โดยพื้นฐานแล้ว ที่ประเทศภูฏานนั้น สมัยก่อนผู้หญิงไม่ค่อยมีโอกาสเล่นกีฬาสักเท่าไหร่ เพราะพื้นฐานทางความคิดในสังคม, วัฒนธรรม และผู้ปกครองส่วนใหญ่ก็อยากให้เด็กผู้หญิงอยู่บ้าน”

สานต่อรัก   

หลังจากทรงจบมัธยมศึกษาที่อินเดีย อาชิยีวัง พินดาริกา ทรงย้ายมาศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยเว็บสเตอร์ หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในสาขาวิชาสื่อสารมวลชน ทรงปรารถนาที่จะทรงงานเป็นผู้สื่อข่าว พระองค์ทรงสมัครเข้าทรงงานกับหนังสือพิมพ์ Bhutan Business

“เราอยากเป็นนักข่าวมาตลอดนะ ตั้งแต่เด็ก...เราไม่เคยมีความคิดอยากจะทำทีมฟุตบอลเลย”

“หลังเรียนจบจากที่ไทย เราก็มาสมัครทำงานเป็นนักข่าว และก็เน้นทำข่าวกีฬา เพราะเป็นเรื่องที่เราสนใจมากที่สุด แต่ทำไปทำมาประธานสหพันธ์ฟุตบอลภูฏาน (Dasho Ugyen Tsechup Dorji) ถามเราว่าก็ถ้าชอบฟุตบอลนัก ทำไมไม่มาทำงานร่วมกับสหพันธ์ฯ เลยล่ะ? แล้วเราก็เริ่มคิดสนใจทำทีมฟุตบอลขึ้นมา”

“แน่นอนว่ามันมีต้องมีแพชชั่นในการทำสโมสร เรามีกลุ่มเพื่อนที่ชื่นชอบฟุตบอลมากๆ เหมือนกัน เราอยากเข้ามาสร้างความเปลี่ยนแปลง” อาชิยีวัง ตรัส

“อย่างที่บอกว่าเราชื่นชอบฟุตบอลมาตั้งแต่เด็ก เมื่อมีโอกาสที่จะช่วยพัฒนา เราก็อยากจะทำ”


นั่น คือ จุดเริ่มต้นของทิมพู เอฟซี (Thimphu FC.) อาชิยีวัง ทรงก่อตั้งสโมสรขึ้นมาในปี 2012 แน่นอนว่าทีมของพระองค์เริ่มเล่นในลีกรองตามกฎระเบียบ ก่อนได้เลื่อนชั้นมาเล่นลีกสูงสุดของภูฏาน ในปีถัดมา ซึ่งก่อนหน้านั่นทางสหพันธ์ฯ เพิ่งก่อตั้งลีกภายในประเทศอย่างเป็นทางการขึ้นมาได้แค่ 2 ปีเท่านั้น

“เหมือนกับทุกๆ เรื่องนั่นแหละ การเริ่มต้นมักยากเสมอ ฟุตบอลก็เช่นกัน เราต้องเรียนรู้ระบบโครงสร้าง และการบริหารจัดการทีมฟุตบอลด้วยตัวเองทั้งหมด แต่มันไม่ง่ายเหมือนกันในฐานะผู้หญิงคนหนึ่ง”

“มีใครไม่เห็นด้วยไหม? ก็เริ่มจากครอบครัวเลยล่ะ (หัวเราะ) พวกเขาช็อคทันทีที่เราบอกว่า จะก่อตั้งทีมฟุตบอล พวกเขาขำกันใหญ่ แต่เราบอกพวกเขาว่าเราต้องการเปลี่ยนแปลงวงการกีฬา และฟุตบอลที่ภูฏาน เราอยากช่วยเหลือเยาวชน ตอนนี้อาจยังไม่เห็นผล แต่อนาคตจะได้เห็นแน่ๆ สามีของเราก็บอกเหมือนว่ากันมันเสียเวลาเปล่า…แต่เราบอกไปว่าขอให้พาทีมได้แชมป์ก่อน แล้วอาจจะเลิก ตอนนั้นเรามีความคิดว่าอยากทำให้ทุกคนคิดผิด”

“เราพยายามเริ่มเรียนรู้จากสโมสรอื่นๆ ในภูฏาน ดูว่ามีอะไรที่เป็นจุดบกพร่อง จากนั้นก็ไปเรียนรู้ระบบการบริหารทีมฟุตบอลที่ประเทศอินเดีย เรามีเพื่อนที่ทำทีมปูเน่ เอฟซี (Pune FC.) จึงเริ่มสร้างความสัมพันธ์กันมากขึ้น และเราก็ได้รับเชิญไปเรียนรู้งานที่สโมสรปูเน่เป็นเวลา 1 เดือน ทั้งด้านการบริหารจัดการ การวางโครงสร้างสโมสร รวมถึงรูปแบบการซ้อม ตอนนั้นที่ภูฏานยังไม่มีการใช้ผู้เล่นต่างชาติเลย”  

อาชิยีวัง พินดาริกา ทรงใช้เวลาเพียงปีเดียวพาทิมพู เอฟซี (Thimphu FC.) เลื่อนขึ้นมาเล่นลีกสูงสุด ดูเหมือนว่า การที่เจ้าหญิงทรงสานต่อความรักในเกมลูกหนังในครั้งนี้ ด้วยพระทัยตั้งมั่นทำให้ทุกอย่าง เป็นไปได้ด้วยความสวยงามทีเดียว

จริงจังความรัก

พระประสงค์ของเจ้าหญิง คือ ทรงพัฒนาวงการฟุตบอลให้เป็นอาชีพ ซึ่งจะส่งผลต่อฟุตบอลทีมชาติภูฏาน พระองค์ทรงทุ่มเทพระทัยอย่างจริงจังกับความรักในสนามมากขึ้น ประชาชนทั่วไปจะเห็นอาชิยีวัง ทรงปรากฏตัวที่สนามทุกๆ วัน ทรงคอยดูแลทีม ประทานกำลังใจแก่ผู้เล่น และสต๊าฟฟ์โค้ช ทรงวางพระองค์อย่างเป็นกันเองกับนักฟุตบอล ทรงวางพระองค์เป็นเหมือนพระสหาย (เพื่อน) เหมือนพระภคินี (พี่) และเหมือนพระกนิษฐา (น้อง) …ชาวภูฏานจะเห็นพระองค์เสด็จไปถึงห้องแต่งตัวของนักกีฬาทุกๆ นัด ที่ลงสนาม ทรงโอบกอดประทานกำลังใจแก่นักกีฬาทุกคน   

“ทุกๆวันเราจะไปดูนักฟุตบอลซ้อมด้วยตัวเอง” อาชิยีวัง พูดถึงการใช้ชีวิตกับทีมฟุตบอลของพระองค์ในแต่ละวัน เช่นเดียวกับวันแข่งขัน

“เราแค่หวังว่าเราจะช่วยเป็นกำลังใจให้พวกเขาในห้องแต่งตัว เรารู้สึกว่าเราจะไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ ถ้าไม่ได้ดูแลทุกอย่างอย่างใกล้ชิดด้วยตัวเอง ทุกๆรายละเอียดเราอยากเห็นด้วยตาตัวเอง”

“และหากพบอะไรผิดปกติ เราก็จะพูดคุยกับโค้ช หรือนักฟุตบอลได้ทันที แต่ไม่ใช่เรื่องในสนามหรอก เพราะเรื่องในสนามนั้นโค้ช คือ ผู้ที่รู้ดีที่สุด”

“เราพยายามอยู่กับฟุตบอลในแต่ละวันมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และพยายามจะเรียนรู้เพื่อพัฒนาระบบ และโครงสร้างสโมสรตลอดเวลา เราอาศัยว่ามีเพื่อนอยู่ในสมาคมฟุตบอลเนปาล (ANFA) และอินเดีย ถ้าเรารู้สึกว่าอะไรที่น่านำมาใช้ที่ภูฏาน เราก็จะนำมาประยุกต์ใช้”

ทิมพู เอฟซี กลายเป็นทีมแรกๆ ที่นำเข้านักฟุตบอลจากต่างประเทศ พวกเขาเคยเซ็นสัญญากับแดน อิโตะ นักฟุตบอลชาวญี่ปุ่นเจ้าของสถิติกินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด ผู้ที่ค้าแข้งไปทั่วโลกมากนับจำนวนประเทศมากที่สุด รวมถึงนักเตะจากยุโรป และแอฟริกา เพื่อให้นักเตะท้องถิ่นในทีมได้เรียนรู้ความเป็นมืออาชีพ และทักษะใหม่ๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่ส่งผลดีต่อทั้งวงการ ตามที่เจ้าหญิงทรงตั้งพระทัยในการทรงงานเป็นไปเพื่อส่วนรวม

มีใครพูดกันบ้างไหมว่าเมื่อเจ้าหญิงทำทีมฟุตบอลแล้ว คนในวงการต้องเกรงใจ? Main Stand ถามแบบตรงไปตรงมา “ไม่นะ” อาชิยีวัง ตอบพร้อมหัวเราะออกมา “อย่างที่บอก เราก็เหมือนประชาชนคนอื่นๆทั่วไป โดยเฉพาะในวงการฟุตบอล เราต้องการการเล่นที่ยุติธรรม มันก็อาจมีบ้างที่คนคิดกันว่า เมื่อเป็นทีมของเจ้าหญิง กรรมการจะเกรงใจและเป่าแบบลำเอียงไหม? แต่มันไม่เป็นแบบนั้น ทุกๆคนต้องการความยุติธรรม รวมถึงเราด้วย”

“ตอนนี้เราเป็นหัวหน้าตัวแทนของสโมสรทั้ง 8 ทีมในภูฏาน เนชั่นแนล ลีก และเป็นหนึ่งในคณะกรรมการของสหพันธ์ฟุตบอลภูฏาน เราเป็นตัวแทนของทุกสโมสรในการแก้ไขปัญหาให้กับทุกๆทีม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเงิน, โครงสร้าง, กฎระเบียบ และแนวทางพัฒนา ซึ่งเราพยายามจะช่วยเหลือทุกคนเพื่อความเปลี่ยนแปลงที่ดี”

อุปสรรครัก  

สหพันธ์ฟุตบอลภูฏานริเริ่มก่อตั้งลีกแห่งชาติภูฏาน (Bhutan National League) ตั้งแต่ปี 2010 ฟุตบอลเริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นก็จริง แต่จะให้เป็นไปตามพระปณิธานของอาชิ ยีวัง ไม่ใช่เรื่องง่าย ด้วยพระประสงค์ที่จะได้แรงสนับสนุนจากภาครัฐ และเอกชนมากขึ้น ทว่าปัญหาค่านิยมของชาวภูฏาน ที่มองว่ากีฬาไม่สำคัญยังหยั่งฝังรากลึก ไม่เว้นกระทั่งนักธุรกิจท้องถิ่น

“เป้าหมายสูงสุดของเราในการทำทีมฟุตบอล คือ ทำให้เป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพ ในฐานะที่เป็นเจ้าของทีม คุณย่อมอยากเห็นทีมคุณเป็นทีมอาชีพจริงๆ”

“เราหวังว่าอุตสาหกรรมท้องถิ่น และชุมชนจะให้ความสนใจช่วยเหลือกีฬาภายในประเทศมากขึ้น การจะทำให้สโมสรฟุตบอลเติบโตได้ เราต้องการสปอนเซอร์ ในช่วงแรกพี่ชายของเรา (ดาโช วังชุก ดอร์จิ นัมเกล) ช่วยหาสปอนเซอร์ แต่มันไม่ใช่เรื่องง่าย และสาเหตุนี้ ทำให้เราเติบโตได้แบบช้าๆ การจะพัฒนาและบริหารสโมสรให้ยั่งยืน เราต้องการผู้สนับสนุน อันที่จริงที่ภูฏานมีนักเตะพรสวรรค์ แฝงอยู่มากมาย แต่เมื่อฟุตบอลยังไม่ตอบแทนพวกเขาได้ ผู้ใหญ่ในสังคมก็ยังมองว่ากีฬาเป็นเรื่องไม่สำคัญ”  

“ปราศจากผู้สนับสนุน เราก็ไม่อาจพัฒนานักกีฬาของเราได้เต็มที่ มันเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับทุกสโมสร วันนี้ฟุตบอลยังไม่ได้รับการพัฒนาเท่าที่ควร และผู้อุปถัมภ์ก็ไม่ได้มีความเชื่อมั่นว่าฟุตบอลจะตอบโจทย์ธุรกิจ ของพวกเขา”

เป็นเจ้าหญิงจะขอเงินง่ายกว่าคนอื่นๆไหม? เราถามอย่างตรงไปตรงมาอีกครั้ง “ไม่เป็นแบบนั้นหรอก เราก็เหมือนกับสามัญชนทั่วไป ทีมของเราเน้นผู้เล่นอายุน้อยๆ ทั้งนั้นด้วยซ้ำ”

เปรียบเสมือน “ไก่” กับ “ไข่” เมื่อเงินจากสปอนเซอร์ไม่เข้ามา ฟุตบอลก็ยังไม่พัฒนา... เมื่อฟุตบอลยังไม่พัฒนา สปอนเซอร์ก็ไม่เห็นความสำคัญ ณ ปัจจุบันที่กรุงทิมพู มีสนามหญ้าเทียมที่ใช้งานได้ เพียง 2 แห่ง คือ ที่สนามกีฬาแห่งชาติ Changlimithang และสนามบริเวณหน้าสหพันธ์ฟุตบอลภูฏาน เท่านั้น ขณะที่ความสนใจจากเด็กๆ และเยาวชนในการเล่นฟุตบอลมีมากขึ้น แต่พื้นที่ให้พวกเขาแสดงออกยังมีจำกัด สโมสรในภูฏาน เนชั่นแนล ลีก ทั้ง 8 ทีมต้องคอยหมุนเวียนกันใช้สนามซ้อม และมีเวลาจำกัดซ้อมได้แค่ทีมละ 1 ชั่วโมงเท่านั้น

“เรายังต้องใช้เงินส่วนตัวของเราให้กับทีมตั้งแต่ตอนเริ่มต้น และตอนนี้ก็ยังต้องทำแบบนั้นอยู่”

“สโมสรที่นี่ส่วนใหญ่จ่ายเงินนักฟุตบอลเฉพาะช่วงที่มีแข่งเท่านั้น ส่วนทีมของเราจ่ายให้เป็นรายเดือน แต่เราก็ลดค่าใช้จ่ายบางส่วนด้วยการใช้เป็นเงินช่วยเหลือด้านการศึกษา หากใครยังเรียนอยู่ ใครที่ไม่ได้อยู่ที่เมืองหลวง เราก็มีที่พักให้ และหากใครอยู่กับสโมสรมานานแล้วเราก็ให้เงินเยอะหน่อย”  

 รายได้โดยเฉลี่ยของนักฟุตบอลในภูฏานคิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ประมาณ 5,000 - 7,500 บาท คนมองกันว่าการเล่นกีฬาไม่ได้ช่วยเลี้ยงปากเลี้ยงปากได้พอ สปอนเซอร์เข้ามาไม่เพียงพอต่อการพัฒนา… นี่ คือ อุปสรรครักที่เจ้าหญิงทรงต้องสู้เพื่อก้าวผ่านให้ได้  

 

อนาคตรัก

“เราเคยบอกครอบครัวไปว่าขอให้พาทีมได้แชมป์ก่อน แล้วอาจจะเลิก” อาชิยีวัง ทรงรำพึงถึงพระดำรัส… “แต่ผ่านมาตอนนี้ 6 ปีแล้ว จนลูกเราโตอายุ 2 ขวบครึ่งแล้ว เรายังไม่ได้แชมป์เลย (แย้มพระทรวล - หัวเราะ)”  

อาชิยีวัง พินดาริกา ทรงเปี่ยมล้นด้วยความผูกพันแห่งรักกับฟุตบอลมา 6 ปี แต่พระองค์ยังทรงพบกับอุปสรรคมากมายในการพัฒนาวงการลูกหนังภูฏาน และสำคัญไปกว่านั้น ทีมของพระองค์ยังไม่เคยสัมผัสความสำเร็จที่เรียกว่า “แชมป์” นั้นคือ สิ่งที่พระองค์ตั้งพระทัยไว้เป็นอันดับแรก ตามพระปณิธานที่ต้องการบรรลุให้ได้ในอนาคตอันใกล้ “เป้าหมายแรกของเรา คือ คว้าแชมป์ลีกให้ได้ ที่ผ่านมา เราเคยเป็นแต่รองแชมป์”

“แผนระยะกลางต่อมา คือ เราต้องการสร้างระบบอคาเดมีในทีมของเราให้แข็งแกร่ง เริ่มต้นจากรุ่นอายุไม่เกิน 10 ปี นั่นจะทำให้เราผลิตนักฟุตบอลของเราขึ้นมาได้เอง และอาจสร้างกำไร ด้วยการขาย หรือให้ทีมอื่นยืมตัว เราเห็นความสำคัญของการส่งผู้เล่นไปค้าแข้งที่ต่างประเทศ เพราะจะทำให้พวกเขาเรียนรู้ เติบโต และสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนในภูฏาน”

“ที่ผ่านมาเราเคยส่งเจินโจว (กีเยลต์เชน) ไปทดสอบฝีเท้ากับบุรีรัมย์ และบุรีรัมย์ ก็เลือกเก็บเขาไว้”

เจินโจว คนนี้ คือ นักฟุตบอลที่รับฉายาว่า คริสเตียโน โรนัลโด แห่งภูฏาน เขาอยู่กับบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และคว้ารองแชมป์ฟุตบอลโค้ก คัพ รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี ด้วย ณ ปัจจุบันเขาย้ายไปอยู่กับเบงกาลูรู (Bengaluru FC.) ในศึกอินเดียน ซุเปอร์ ลีก พร้อมได้รับค่าเหนื่อยมหาศาล

มีใครเก่งพอจะส่งไปทดสอบฝีเท้าที่บุรีรัมย์อีกบ้าง? Main Stand ถามอาชิยีวัง ต่อ “ในทีมทิมพู เอฟซี ตอนนี้มีอีก 2-3 คนที่เราอยากจะมอบโอกาสให้ไปทดสอบฝีเท้าที่ต่างประเทศ (หมายถึงไทย) เรามีผู้เล่นพรสวรรค์ แต่พวกเขาขาดโอกาส และสิ่งแวดล้อมรอบตัวที่จะช่วยให้พัฒนาไปอีกระดับ”


“ฟุตบอลที่เมืองไทยดูเป็นมืออาชีพมากจริงๆ เรายังไม่เคยไปนั่งดูเกมที่สนามนะ แต่เมื่อได้ดูเกมที่บุรีรัมย์ เล่นผ่านทางโทรทัศน์ เราชอบพวกเขาจริงๆ”   
“จริงๆ บุรีรัมย์ เป็นสโมสรในฝันของเรา เราอยากไปที่นั่น ไปเห็นว่าสโมสรฟุตบอลของพวกเขามีระบบการจัดการอย่างไร แฟนบอลพวกเขาสุดยอดมาก เราชอบบรรยากาศ ความจงรักภักดีต่อสโมสร มันเป็นเรื่องของแพชชั่น มัน คือ ความรักที่พวกเขามอบให้กับสโมสร”

อาชิยีวัง ทรงมีแผนจะส่งเสริมฟุตบอลหญิงในประเทศ พระองค์ทรงตั้งทีมทีมพู เอฟซี หญิง ลงแข่งขัน ขณะที่พระองค์ ทรงนำพระนามใส่ลงเป็นกองหน้า หมายเลข 7 ของทีมด้วย

“ตอนนี้มันก็เปลี่ยนไปนิดหน่อย เด็กผู้หญิงในภูฏานเริ่มเล่นกีฬา และฟุตบอลมากขึ้น”

“เพราะเรารึเปล่าเหรอ? (แย้มพระสรวล - หัวเราะ) ก็อาจจะใช่มั้ง แต่มันก็มีปัจจัยอื่นๆ หลายอย่างแหละนะ ซึ่งนับตั้งแต่เราเข้ามาทำทีมฟุตบอลนี่ก็ปีที่ 6 เข้าไปแล้ว”

“เราเรียนรู้ที่จะพัฒนาระบบฟุตบอลอยู่ทุกวัน และการจะได้เงินสนับสนุนวงการฟุตบอลมา มันก็ขึ้นอยู่กับพวกเรา ที่จะเรียนรู้ว่าจะทำให้อย่างไรให้เหล่า สปอนเซอร์ชอบใจ และอยากเป็นส่วนหนึ่ง ซึ่งตอนนี้สหพันธ์ฟุตบอลภูฏาน ก็มีแผนที่จะส่งนักการตลาดเข้ามาประจำในทุกสโมสร พวกเขาจะถูกสอนว่าต้องเข้าไปพบกับลูกค้าอย่างไร และควรนำเสนอจูงใจอย่างไร”

“เราอยากสร้างวัฒนธรรมการดูฟุตบอลให้เกิดขึ้นที่นี่ เราจะสร้างสิ่งจูงใจให้พวกเขามาสนาม ซึ่งเรากำลังทำงานกันอย่างหนัก ทุกวันนี้เวลาที่ทีมชาติภูฏานลงแข่ง คนมาดูกันเต็มความจุของ Changlimithang และเราต้องการให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับภูฏาน เนชั่นแนลลีก”

เมื่อเจ้าหญิงประทานสัมภาษณ์มาจนถึงตรงนี้ เราเห็นถึงพระทัยที่ทรงตั้งมั่นในความรักของเจ้าหญิงยีวัง ที่ทรงมีต่อฟุตบอลเต็มเปี่ยม ทีมงานจึงได้ถามทิ้งท้ายไปว่า แล้วเมื่อไหร่ ที่พระองค์จะมีพระดำริหยุดทำทีมฟุตบอล? จะทรงหยุดหลังพาทีมคว้าแชมป์ตามที่มีรับสั่งให้สัญญากับสมาชิกราชวงศ์ในครอบครัวไหม? พระองค์มีพระดำรัสตอบว่า…

“ฟุตบอล และทิมพู เอฟซี ก็เปรียบเสมือนลูกน้อยของเรา”

เราก็ได้เพียงแต่คิดว่า อื้ม...แล้วปกติความรัก และภาระของคนเป็นแม่หยุดได้ไหม?



ชื่นชอบบทความนี้ของ : kritikorn Thanamahamongkhol ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง