mainstand

Inspiration

“กุ้งสายฟ้า” สุราษฎร์ธานี สโมสรฟุตซอลอาชีพที่มีแฟนคลับเป็นผู้สนับสนุนหลัก



จะมีสักกี่สโมสรกีฬาอาชีพ บนโลกใบนี้ ที่มี “แฟนคลับ” เป็นสปอนเซอร์รายใหญ่สุดของทีม และมีความสัมพันธ์ที่ก้าวข้ามไปไกลกว่าแค่เวลา 40 นาทีในการแข่งขัน


 

บนเนื้อที่ 12,892 ตารางกิโลเมตรของจังหวัดสุราษฎร์ธานี มีสโมสรฟุตซอลเล็กๆแห่งหนึ่ง ยืนหยัดมาเป็นเวลากว่า 1 ทศวรรษ จนกลายเป็นส่วนหนึ่งในวิถีชีวิตของผู้คนหลายพันคน ในทุกครั้งที่เกมเหย้ามาถึง

หากดูจากค่าเฉลี่ย ยอดผู้ชมต่อสัปดาห์ของศึกเอไอเอส ไทยแลนด์ ฟุตซอล ลีก ตัวเลขน่าจะอยู่ที่ราวๆ 5,000-6,000 คน ที่น่าสนใจคือ ครึ่งหนึ่งของยอดผู้ชมรวม มาจาก “แฟนคลับกุ้งสายฟ้า” สุราษฎร์ธานี ฟุตซอลคลับ ที่แห่เข้ามาชมทีมรัก ลงแข่งขันทุกเกมในบ้าน ที่สนามช้าง ตาปี อารีนา อย่างเนืองแน่น

จนสร้างสถิติยอดผู้ชมสูงสุดตลอดกาล การแข่งขันลีกอาชีพโต๊ะเล็กไทย ในเกมกับ แคทฯ  ถึงยอดผู้ชมถึง 4,600 คน เมื่อฤดูกาล 2015 ทั้งที่ สโมสรไม่เคยคว้าแชมป์ลีกมาก่อน แถมยังเกือบต้องยุบสโมสร หลังประสบปัญหาด้านการเงิน

แต่ด้วยพลังศรัทธาที่ยิ่งใหญ่ของแฟนคลับ ต่อสโมสรเล็กๆ ได้ต่อลมหายใจ และทำให้พวกเขาลุกขึ้นมาต่อกรกับคู่แข่งได้อย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาล 2018  จากเงินก้อนแรกที่แฟนๆ รวมใจกันซื้อตั๋วปี 2,000 ใบ บวกกับพลังความร่วมมือของทุกฝ่ายในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ไม่ต้องการให้สโมสรฟุตซอลประจำจังหวัดแห่งนี้ ล้มหายตายจากไป

 

จากฟาร์มเลี้ยงกุ้ง สู่สโมสรฟุตซอล

 

สุราษฎร์ธานี เมืองประวัติศาสตร์ขนาดใหญ่ทางภาคใต้ ที่มีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ตั้งแต่ที่ราบสูง ภูเขา จนถึงชายฝั่งทะเล และเกาะแก่งนับร้อยแห่ง จนถูกขนานนามว่าเป็น “เมืองร้อยเกาะ”

ด้วยทำเลที่ตั้งดังกล่าว ทำให้ผู้คนในจังหวัดมีความผูกพันกับท้องทะเล ซึ่งผู้คนจำนวนไม่น้อยเลือกประกอบอาชีพประมง นอกเหนือจากอาชีพของคนส่วนใหญ่ที่ทำสวนเกษตร

ในปี 2007 อนงค์ ล่อใจ พร้อมด้วยพรรคพวกจากชมรมผู้ประกอบการผู้เลี้ยงกุ้ง จ.สุราษฎร์ธานี ได้มีแนวคิดที่จะก่อตั้งสโมสรฟุตซอลประจำจังหวัดขึ้นมา เพื่อส่งทีมเข้าร่วมแข่งขัน ลีกอาชีพ ซีซั่น 2007-08  ในชื่อ “กุ้งสายฟ้า สุราษฎร์ธานี” ผลงานของทีมในช่วง 3 ฤดูกาลแรก อยู่ในโซนกลางตาราง ค่อนไปข้างทางล่าง จบอันดับ 10, 8 และ 6


Photo : Suratthani Futsal Club - กุ้งสายฟ้า

“ผมประกอบอาชีพหลัก ทำฟาร์มกุ้ง พอดีทางชมรมผู้เลี้ยงกุ้ง จ.สุราษฎร์ฯ เขาทำทีมมาก่อนหน้านี้ ก็ชักชวนให้ผมมาช่วยสโมสร เรื่องทำการตลาด และหาสปอนเซอร์นิดหน่อย จากนั้นก็หลวมตัวไปเรื่อยๆ ให้เป็นผู้จัดการทีม สุดท้ายก็ได้เป็นประธานสโมสร ตอนนี้ผมทำทีมเข้าปีที่ 7 แล้ว” แทน เทือกสุบรรณ ประธานสโมสรสุราษฎร์ธานี ฟุตซอลคลับ คนปัจจุบัน กล่าวเริ่ม

“ปี 2011 ที่ผมเข้ามาทำทีม นัดแรกมีคนดู 5 คน เพราะว่าเตะสนามกลาง ตามห้างสรรพสินค้าในกรุงเทพฯ ตอนนั้น กองเชียร์ยังไม่มี มีแต่ทีมงานสโมสร กับครอบครัวนักกีฬา ผมจึงขอร้องกับฝ่ายจัดฯ ให้หมุนเวียนมาเตะตามต่างจังหวัดบ้าง เพื่อให้คนสุราษฎร์ฯ ที่ติดตามทีมเรา เข้ามาดูที่สนามได้”

คำร้องขอ จากประธานสโมสรหนุ่มไฟแรง กลายเป็นจริง ในเกมนัดสุดท้ายของฤดูกาล 2011 ฝ่ายจัดฯ ได้ทดลองให้ กุ้งสายฟ้า สุราษฎร์ธานี รับหน้าที่เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน โดยยกขบวนทุกคู่ ไปหวดแข้งกัน ภายในยิมเนเซียม สนามกีฬากลาง จ.สุราษฎร์ธานี (ช้าง ตาปี อารีนา)

ข่าวดังกล่าว ได้สร้างความตื่นตัวให้แก่ ชาวเมืองสุราษฎร์ฯ ที่จะได้ยลโฉมแข้งฟุตซอลทีมประจำจังหวัด รวมถึงนักฟุตซอลระดับทีมชาติ มาเตะกันที่นี่ ป้ายประชาสัมพันธ์ถูกติดไว้ทั่วจุดสำคัญของเมือง

เมื่อประตูสนามเปิด ผู้คนกว่า 3 พันคน ต่างเข้ามาจับจองพื้นที่ในสนามแข่งขัน เพื่อรอชมเกมดังกล่าว เสื้อที่วางจำหน่ายหน้าสนาม ถูกขายหมดเกลี้ยง

“ผมติดตามข่าวสารของ ทีมสุราษฎร์ฯ มาตั้งแต่ส่งทีมแข่งปีแรก แต่ว่ายังไม่มีโอกาสได้มาชมสดๆ จนตอนนั้นมีการยกลีกมาเตะที่นี่ทั้ง 14 ทีม กระแสกองเชียร์ดีมาก เพราะคนสุราษฎร์ชอบดูกีฬาอยู่แล้ว ยิ่งถ้ากีฬานั้นมีคนในจังหวัด หรือเป็นทีมประจำจังหวัด  พอได้มาดูทีมฟุตซอลกุ้งสายฟ้า ก็รู้สึกประทับใจ เพราะฟุตซอลเป็นเกมที่ดูสนุก ตื่นเต้น แถมยังเอาชนะ การท่าเรือไปได้ 8-2” ยุทธวีร์ ทองคำ แฟนคลับรุ่นบุกเบิกของทีม และปัจจุบันทำงานเป็น โฆษกสนาม เผยกับ Main Stand

อาจกล่าวได้ว่า กระแสท้องถิ่นนิยมต่อสโมสร กุ้งสายฟ้า สุราษฎร์ธานี ถูกจุดขึ้นมาจากเกมนัดดังกล่าว แต่ศรัทธาจากแฟนบอล จากผู้คนในจังหวัด กลับเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาพิสูจน์นานกว่าแค่เกมนัดเดียว

 

ศรัทธาที่ไม่ได้สร้างจากแค่เกมเดียว

 

“หลังจากได้ทำฟุตซอลไปสักระยะ เริ่มรู้สึกสนุก ติดใจ และคิดว่ามันมีอนาคต ผมไม่ได้คิดที่จะมาหากำไรจากการทำสโมสร เพราะผมมีรายได้หลักจากธุรกิจฟาร์มกุ้ง แต่คิดว่าคนเราจะใช้ชีวิตอย่างเดียวคงไม่ได้ ควรต้องตอบแทนอะไรให้สังคมบ้าง”  ปธ.สโมสรสุราษฎร์ธานี ฟุตซอลคลับ กล่าวเริ่ม

“เผอิญว่าผมเป็นคนที่ชอบกีฬา ถ้ามีคนจ้างผมไปทำ ผมก็คงไปทำนานแล้ว ผมเลยถือว่าการทำสโมสรฟุตซอล เป็นอีกหนึ่งงานหลักของตัวเอง ที่ต้องทำจริงจัง เพื่อจังหวัดของเรา สิ่งที่ผมยึดถือสำคัญที่สุดคือ แฟนคลับ บางสโมสรอาจคิดว่า แค่ส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขัน ถือว่าทำครบแล้ว แต่เราคิดมาตั้งแต่วันแรกว่า สโมสรต้องมีแฟนคลับ ถึงจะครบองค์ประกอบของทีมกีฬาอาชีพ”

“ผลการแข่งขันอาจเป็นปัจจัยทำให้คนอยากเข้ามาเชียร์ ถ้าแพ้บ่อยๆ คงไม่มีใครอยากเข้ามาดู แต่สำหรับผม ผลการแข่งขันเป็นแค่เรื่องรอง หน้าที่ของเราคือ บริหารจัดการพัฒนาทีมขึ้นไปเรื่อยๆ ควบคู่กับการเติบโตไปพร้อมๆกับแฟนคลับ ไม่ใช่ทุ่มเงินอย่างเดียว โดยไม่รับฟังเสียงแฟนบอล”

หากมองในภาพรวมของวงการกีฬาอาชีพไทย ต้องยอมรับว่า ฟุตบอล ยังเป็นกีฬาอาชีพที่ ผู้คนให้ความสนใจมากกว่า ฟุตซอล วัดได้จากยอดผู้ชมในสนาม และมูลค่าของลีกที่ห่างกันอยู่พอสมควร ดังนั้นโจทย์ในการทำให้ แฟนคลับของสโมสรฟุตซอล เกิดความรัก ศรัทธาต่อทีมอย่างเหนียวแน่น จนได้ชื่อว่า ทีมกีฬาอันดับ 1 ของจังหวัด คงไม่ใช่เรื่องง่าย

The Chargers ใช้วิธีการที่เรียบง่าย เริ่มจากการชักชวนผ่านปากต่อปาก ติดป้ายประชาสัมพันธ์ การใช้โซเชียลมีเดีย เพื่อสื่อสารกับแฟนคลับ รับฟังปัญหา ข้อเสนอแนะ ให้แฟนคลับมีส่วนร่วมในการออกความคิดเห็น ตัดสินใจโหวตในหลายๆเรื่องภายในสโมสร ไม่ใช่แค่ทีมที่ทำตามนโยบายประธานเพียงอย่างเดียว

ตลอดจนการลงไปสร้างฐานแฟนคลับ กับผู้ชมกลุ่มเด็กและเยาวชน ที่หลายๆสโมสรในไทย มักมองข้าม เพราะมองว่ายังเป็นกลุ่มอายุที่ไม่มีกำลังเงินซื้อบัตรเข้าชมเกมการแข่งขัน

นายใหญ่กุ้งสายฟ้า ใช้กลยุทธ์นำนักฟุตบอลไปหาเด็กๆ ไปแจกบัตรเข้าชมเกม ตามสถานศึกษา การนำเอาครูสอนฟุตซอลตามโรงเรียนต่างๆในจังหวัด มาเรียนรู้วิชาและรับแบบฝึกซ้อมจาก พัทยา เปี่ยมคุ้ม เฮดโค้ชของสโมสร เพื่อนำองค์ความรู้จากโค้ชมืออาชีพ ไปถ่ายทอดต่อลูกศิษย์ต่อไป

ตลอดจนการจัดทัวร์นาเมนต์เชิญเด็กอายุ 10-14 ปี กว่า 700 คนมาแข่งขันฟุตซอลเยาวชน ภายในสนามเหย้าของ สุราษฎร์ธานี ฟุตซอล คลับ เพื่อทำให้เด็กๆเหล่านี้ เกิดความรักและผูกพันกับสโมสร… เมื่อเรากวาดสายตามองไปรอบๆสนามช้าง ตาปี อารีนา นอกจากป้ายผู้สนับสนุนที่ส่วนใหญ่เป็นสปอนเซอร์ท้องถิ่น ห้างร้านในจังหวัด ก็จะมีเด็กๆ เยาวชนจำนวนมาก เข้ามาชมการแข่งขัน อันเป็นผลพวงจากการเอาใจใส่แฟนคลับรุ่นเยาว์ ตลอดหลายปีของสโมสร

“ตอนเด็กๆ มีคนซื้อเสื้อลิเวอร์พูลให้ผมหนึ่งตัว ผมก็กลายเป็นแฟนหงส์ไปแล้ว ทั้งที่ตัวเองก็ไม่เคยเหยียบสนาม แต่ทำไมผมถึงเชียร์ลิเวอร์พูล นั่นเป็นเหตุผลที่ผมให้ความสำคัญกับเด็ก เรามีนโยบายว่าถ้าความสูงไม่ถึง 120 เซนติเมตร เข้าชมฟรี เอาบัตรไปแจกตามโรงเรียน พานักเตะไปหา ถ้าเราปลูกฝังตั้งแต่วันนี้ วันหนี่งที่เขาโตมา เขาจะกลายเป็นแฟนตัวจริงของทีมเราไปในระยะยาว”

จากเดือนมาเป็นปี จากปีกลายเป็นหลายปี กำแพงระยะความห่าง ระหว่างกองเชียร์ กับ ผู้บริหารสโมสร ถูกทำลายลงไป กลายเป็นความเชื่อใจ ไว้วางใจ และให้ใจซึ่งกันและกัน เข้ามาแทนที่ ส่วนผลงานของทีม เริ่มดีขึ้น ขยับมาจบอันดับครึ่งบนของตาราง และเข้ารอบลึกในฟุตบอลถ้วยบ่อยครั้ง

ในห้วงเวลาที่หลายๆสโมสรประสบปัญหา ผู้ชมในสนามลดลง แต่ทุกอย่างตรงกันข้ามกับ สุราษฎร์ธานี ฟุตซอลคลับ พวกเขามีฐานแฟนคลับที่เหนียวแน่น อย่างน้อยต่อเกมไม่ต่ำกว่า 2,000 คน

ไม่ว่าจะเจอสโมสรเล็กหรือใหญ่ จนส่งให้ชื่อของ สุราษฎร์ธานีฯ ครองสถิติยอดผู้ชมตลอดกาล เอไอเอส ฟุตซอล ไทยแลนด์ ลีก ครบทั้ง 5 อันดับแรก และได้รับการยอมรับว่าเป็น สโมสรที่มีแฟนฟุตซอลเยอะสุดในลีก อย่างไร้ข้อโต้แย้ง

“ข้อดีของแฟนคลับเรา คือไม่ว่าจะเจอทีมไหน ช่วงนั้นผลงานทีมเป็นอย่างไร แฟนๆก็ยังเข้ามาเต็มสนามเกือบทุกนัด ซึ่งมันเกิดจากความผูกพันของแฟนคลับที่มีต่อสโมสร และความมุ่งมั่นตั้งใจของผู้บริหาร ที่อยากทำให้สโมสรนี้ เป็นทีมของคนสุราษฎร์โดยแท้จริง”

“แม้แต่ราคาเสื้อก็พยายามขายให้ถูกที่สุด เพื่อให้แฟนบอลมีกำลังซื้อ ไม่ลำบากเกินไป ถ้าไปเดินตามตลาด แหล่งชุมชนก็จะเห็นคนสุราษฎร์ ใส่เสื้อ กุ้งสายฟ้า ในชีวิตประจำวันเป็นเรื่องปกติ” ยุทธวีร์ ทองคำ แฟนคลับกุ้งสายฟ้า ชี้ให้เห็นถึงเหตุผลสำคัญที่คนในจังหวัดรักในสโมสรแห่งนี้

 

ผู้สนับสนุนหลัก = แฟนคลับ

“ตลอดการทำทีมฟุตซอลมาหลายปี เป็นการทำโดยไม่ได้หวังผลตอบแทน ไม่ได้หวังผลทางการเมือง เพราะผมไม่ได้มีความคิดจะลงสมัคร ส.ส.อยู่แล้ว ถ้าผมทำจริง ผมคงเอาเงินไปทำกับอย่างอื่นดีกว่า ในสนามผมไม่เคยเอาชื่อตัวเอง ชื่อพ่อผม (สุเทพ เทือกสุบรรณ) ชื่อพรรคการเมือง มาติดที่สนาม”

“ผมคิดว่าคนสุราษฎร์ฯ เขารู้จักผมดี แต่ปัญหาที่ผมเจอ ก็เหมือนกับคนทำทีมฟุตซอล ฟุตบอล คือเรื่องงบประมาณ ผมไม่ได้เป็นคนที่ร่ำรวยอะไรมาก ก็ทำทีมไปเรื่อยๆ สมัยก่อนไม่คิดอะไรเลย หาเงินมาได้ ใช้กับทีมให้หมดบัญชีเลย ก็ไม่เป็นไร เพราะผมยังโสด”

“แต่ตอนนี้ผมมีครอบครัว มีลูกที่ต้องดูแล ก็เริ่มมาทบทวนตัวเองว่า ถ้าต้องติดลบทุกปี ใช้เงินจนไม่เหลือให้ลูกเมีย หมดไปกับความสุขของเรา มันจะดูโหดร้ายกับคนในครอบครัวเราหรือเปล่า”

“ผมปรึกษากับทีมงาน คนใกล้ชิด คุยกับโค้ช นักเตะว่า สงสัยผมจะไม่ไหวแล้ว คงต้องยอม เพื่อเปิดโอกาสให้คนในจังหวัดที่พร้อมกว่าผม มาทำทีมต่อจากผม ผมยกให้ฟรีๆเลย แถมปีหน้าผมเป็นสปอนเซอร์ให้ด้วย แต่ผมมีข้อแม้ว่า ต้องทำทีมให้ดี และต้องให้สโมสรนี้อยู่ในสุราษฎร์ต่อไป ผมคิดแบบนั้นนะ”

สุราษฎร์ธานี ฟุตซอลคลับ ตกเป็นข่าวโด่งดังไปทั้งวงการ ในช่วงก่อนเปิดฤดูกาล 2018 ภายหลังจาก แทน เทือกสุบรรณ ประกาศวางมือจากตำแหน่ง ประธานสโมสร เนื่องจากปัญหาด้านการเงินที่ไม่สามารถแบกรับค่าใช้จ่ายได้ไหว โดยพร้อมเปิดทางให้ผู้ที่สนใจเข้ามาทำทีมกุ้งสายฟ้าต่อในฤดูกาลหน้า

1 เดือนเต็มหลังจากข่าวการยุติบทบาทแพร่ออกไป มีผู้ที่สนใจติดต่อเข้ามา แต่ส่วนมากต้องการนำสิทธิ์การทำทีมไปขายต่อ ซึ่งทาง แทน เทือกสุบรรณ ไม่ต้องการขายทีมเพื่อผลกำไร ในช่วงเวลาที่ประธานสโมสรคนหนุ่มกำลังเจอทางตันในการทำทีมกีฬา จนครู่หนึ่งเคยมีความคิดจะยุบสโมสร?

คนกลุ่มหนึ่งได้ยื่นมือเข้ามา พร้อมช่วยเหลือสโมสร คนกลุ่มนี้ไม่ได้มีฐานะที่ร่ำรวยกว่าเจ้าของทีมคนไหน คนกลุ่มนี้ไม่ได้พิเศษกว่าใคร แต่คนกลุ่มนี้คือ กลุ่มคนที่ศรัทธาในสโมสรฟุตซอล สุราษฎร์ธานี และไม่ต้องการให้ทีมที่เขารักต้องปิดฉากลงไป


Photo : Suratthani Futsal Club - กุ้งสายฟ้า

“ช่วงเดือนกว่าๆที่ยังไม่มีใครสนใจเข้ามาทำทีมต่ออย่างจริงจัง ที่ไม่ใช่พวกให้ผมเอาทีมไปขาย กลุ่มแฟนคลับก็เข้ามาพูดคุยบอกว่า “เขาไม่อยากให้สโมสรหายไป ถ้าคุณแทนหยุด ก็ไม่มีใครในสุราษฎร์ทำทีมฟุตซอลอีกแล้ว คุณแทนช่วยพยายามอีกสักครั้งได้ไหม” ผมก็บอกกับแฟนคลับว่า ทุกคนต้องช่วยกัน เพราะผมทำคนเดียวไม่ไหว”

“ผมประทับใจที่แฟนคลับที่เขาไม่ทอดทิ้งสโมสร ในช่วงที่ลำบาก เขาก็ไปรวบรวมรายชื่อ หาสมาชิกตั๋วปี (ใบละ 1,000 บาท) ให้ได้เยอะๆ จนได้เงินมาก้อนหนึ่งจากแฟนคลับ 2 ล้านบาท เป็นทุนสำหรับตั้งต้นสำหรับทำทีมปีหน้า ผมก็เลยเดินหน้าหาสปอนเซอร์ภายในจังหวัด ให้เขาช่วยกันคนละนิด คนละหน่อย ทุกฝ่ายก็พร้อมใจมาช่วย เพื่อให้สโมสรอยู่ต่อ”

“บางคนเป็นเจ้าของธุรกิจรถเช่า เขายินดีขับรถรับ-ส่ง นักกีฬาไปสนามบินทุกนัด ที่ออกไปเยือน บางคนเป็นเจ้าของร้านอาหาร เขาให้นักบอลเราไปกินฟรีได้เลย โรงพยาบาลฯ ในจังหวัดส่งนักกายภาพ มาช่วยดูแลนักกีฬาเรา แม้แต่ผู้การตำรวจฯ ท่านไม่ใช่คนสุราษฎร์ ก็ส่งเจ้าหน้าที่มาดูแลความปลอดภัยในสนาม”

“ทำให้ปีนี้ค่าใช้จ่ายของสโมสร เบาลงไป มีการประชุมพูดคุยกันบ่อยขึ้น เพื่อดูว่าใครสามารถช่วยตรงไหนได้บ้าง โดยให้ยึดถือว่า แฟนคลับเป็นคนสำคัญของสโมสร พวกเราทำยังไงก็ได้ ให้เขาเข้ามาเชียร์แล้วประทับใจกลับไป” แทน เทือกสุบรรณ เล่าถึงช่วงที่ตัดสินใจ หวนกลับมาทำสโมสร สู้ต่อในซีซั่นนี้

พลังศรัทธาจากแฟนคลับ และการร่วมมือร่วมใจกันของภาครัฐ เอกชน ภายในจังหวัด ได้พลิกฟื้นคืนชีพสโมสรที่เกือบจะต้องปิดตัวด้วยเรื่องงบประมาณ ให้กลับมาฮึดสู้ต่ออีกครั้ง โดยเฉพาะน้ำใจของแฟนคลับ  ที่มีให้ สโมสร ในยามอ่อนแอ สิ่งนั้นได้ทำให้ สโมสรคิดหาวิธีการตอบแทน “ผู้สนับสนุนหลักที่แท้จริง”

นอกจากสิทธิพิเศษ กับร้านค้ากว่า 38 ห้างร้านภายในจังหวัด ที่ยินดีให้แฟนคลับ ผู้ถือตั๋วปี ฤดูกาล 2018 มาใช้สิทธิประโยชน์ดังกล่าวแล้ว กุ้งสายฟ้า และ Kool ผู้ผลิตเสื้อกีฬาที่สนับสนุนสโมสร ได้ร่วมกันออกแบบเสื้อแข่งทีมเยือนแบบ Limited Edition ที่ไม่มีวางจำหน่าย

แต่จะมอบให้แฟนบอลที่ถือตั๋วปีทั้ง 2,000 คน ได้เป็นเจ้าของ โดยความพิเศษของเสื้อตัวนี้ อยู่ตรงที่ การนำเอาชื่อแฟนคลับมาปักไว้บนชุดแข่งตัวเยือน เพื่อแทนคำขอบคุณ รวมถึงให้นักฟุตบอลระลึกถึงเสมอว่า พวกเขามีแฟนคลับที่อยู่เคียงข้าง ในทุกๆครั้งที่ต้องสวมใส่เสื้อตัวนี้ ไปเล่นนอกบ้าน

จนในฤดูกาลนี้ เสื้อสีน้ำเงินรุ่นดังกล่าว มีแฟนคลับใส่มาชมเกมมากกว่า ชุดเหย้าสีส้ม เสียอีก


Photo : Suratthani Futsal Club - กุ้งสายฟ้า

โอฬาร วงศ์สุบรรรณ หนึ่งในแฟนคลับที่ซื้อตั๋วปี เปิดเผยกับเราว่า “ผมไม่ลังเลใจ ที่จะซื้อตั๋วปี พอรู้ข่าวว่าทีมต้องการความช่วยเหลือ รู้สึกดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้สโมสรอยู่ได้ ไม่อยากให้ยุบไป มันเหมือนกิจกรรมหนึ่งของคนในจังหวัดสุราษฎร์ไปแล้ว เวลาเห็นชื่อตัวเองบนเสื้อแล้วรู้สึกภูมิใจอย่างบอกไม่ถูก"

ด้าน ไกรมาตร ศรีละพันธ์ ผู้รักษาประตูดีกรีทีมชาติไทย ที่ย้ายมาร่วมทีมในฤดูกาลนี้ เผยว่า "ผมประทับใจแฟนบอลสุราษฎร์ธานี เคยคิดว่า ถ้ามีโอกาสอยากย้ายมาเล่นที่นี่สักครั้ง พอได้มาเล่นจริง แฟนบอลเข้ามาเชียร์กันเยอะ ทำให้นักเตะมีแรงฮึด อยากทำผลงานให้ดี ตั้งแต่เล่นฟุตซอลมา ผมไม่เคยเห็นบรรยากาศแบบนี้มาก่อน รู้สึกอบอุ่นมาก"

 

ในความเข้าใจตอนแรกของผู้เขียน เราเชื่อว่าการทำสโมสรกีฬาให้ประสบความสำเร็จ เป็นเรื่องที่ยาก แต่หลังจากได้รับรู้ รับฟัง เรื่องราวของทีมสุราษฎร์ธานี ฟุตซอลคลับ และได้เห็นบรรยากาศทั้งหมด ด้วยตาของตัวเอง

ตอนนี้เริ่มไม่แน่ใจว่า ระหว่างทำทีมกีฬาให้ประสบความสำเร็จในสนาม กับทำทีมให้ผู้คนนอกสนาม รัก และศรัทธา พร้อมจะผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปด้วยกัน ยอมทำทุกอย่างเพื่อให้สโมสรเดินต่อไปได้ แบบไหนจะยากกว่ากัน…


Photo : Suratthani Futsal Club - กุ้งสายฟ้า

“คำว่าสโมสรสำหรับผมไม่ใช่แค่ นักฟุตซอล 5 คนลงไปเตะในสนาม ไม่ใช่สถานที่ แต่หมายถึงผู้คนทั้งหมดที่อยู่ตรงนี้ เขาถึงเรียกว่า Club (สโมสร) ไม่ได้เรียกว่า สถานที่  มันจึงเป็นความรู้สึก ที่ผมปลาบปลื้มใจตรงที่ สิ่งที่เราทำให้กับสโมสรแห่งนี้ มีความหมายต่อพวกเขา” นายใหญ่กุ้งสายฟ้า จากลาเราไปด้วยรอยยิ้ม เมื่อพูดถึงประโยคส่งท้ายนี้



ชื่นชอบบทความนี้ของ : อลงกต เดือนคล้อย ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง