Converse

คุยกับ “วิศรุต วิเคราะห์บอลจริงจัง”...ในวันที่วินนิ่งไทยเป็นลีกจริงจริง



“วิศรุต” คือ หนึ่งในนักเขียน ที่เราติดตามดูเขามาเป็นเวลานานพอสมควร ในแง่ของคนที่กล้านำเสนอคำว่า “จริงจัง” ผ่านตัวหนังสืออันยาวเหยียด ที่พอจะบ่งบอกได้ว่า เขาจริงจังกับสิ่งที่ทำมากแค่ไหน?


 

ภายใต้คาแรกเตอร์ที่ดูจริงจัง ชัดเจน ในความคิดเห็น มุมมอง การเล่าเรื่องในแบบของตัวเอง ผ่านเพจ “วิเคราะห์บอลจริงจัง”

หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อนว่า “วิศ-วิศรุต สินพงศพร” แอดมิน, นักเขียน และเจ้าของเพจดังกล่าว มีอีกหนึ่งเรื่องที่เจ้าตัวจริงจังไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ก็คือ “การเล่นเกมวินนิ่ง” (Pro Evolution Soccer)

เขาเกือบได้เป็นตัวแทนประเทศไทย ไปแข่งขันกีฬาสาธิต เอเชียนเกมส์ 2018 แล้ว หากไม่แพ้ในนัดชิงชนะเลิศเสียก่อน (ได้อันดับ 2 ของประเทศ)

หลังจากวันนั้น 4 เดือนต่อมา “วิศรุต” เปลี่ยนแปลงสถานะตัวเองจาก นักเล่นเกมกึ่งอาชีพ มาเป็น 1 ใน 5 “โปร เพลเยอร์” ของ Ratchaburi E-Dragon ทีมอีสปอร์ตจาก สโมสรราชบุรี มิตรผล เอฟซี  หมายความว่า เขาจะได้เป็นหนึ่งในนักแข่งรุ่นก่อตั้ง Thai E-League Pro ลีกอาชีพเกม PES แห่งแรกของอาเซียน

นั่นทำให้เราตัดสินใจเดินทางมายัง สตูดิโอ บ.เวิร์คพอยท์ เพื่อพูดคุยกับ ผู้ชายที่ใช้เวลา 24 ชั่วโมงได้อย่างคุ้มค่าสุดๆ  

นอกเหนือจากงานประจำใหม่แกะกล่อง ในการเป็น “ผู้สื่อข่าวกีฬา เวิร์คพอยท์ นิวส์” และงานที่ทุกคนคุ้นเคยเขากับดีในการเขียนบทความผ่านเพจ “วิเคราะห์บอลจริงจัง” ที่เขามีส่วนจัดการทุกเนื้อหา ทุกบรรทัดด้วยตัวเองแบบร้อยเปอร์เซนต์

ยังมี หมวกอีกใบหนึ่ง ที่เขาเพิ่งสวมใส่ คือ การรับหน้าที่เป็น โค้ชแอนด์เพลเยอร์ทีมอีสปอร์ต ในวันที่การเล่นเกมวินนิ่ง...กลายเป็นเรื่องที่จริงจังไม่แพ้อาชีพใดๆ

 

คนจำนวนมาก ไม่เคยรู้มาก่อนว่า คุณเป็นเซียนวินนิ่งแถวหน้าของประเทศคนหนึ่ง

ผมอยู่ใน Community ของคนเล่นวินนิ่งมานาน นานมากแล้ว เป็นสิบปี เพียงแต่ในอดีตที่ผ่านมา ยังไม่เคยมีลีกอาชีพอย่างเป็นทางการแบบนี้มาก่อน  การแข่งขันส่วนใหญ่จะเป็นจัดแข่งแบบทัวร์นาเมนต์ หาแชมป์ประเทศไทย อย่างเช่น ดีแทค จัดชิงแชมป์ประเทศฯ ผมเคยได้อันดับ 3 มา แต่ก็ไม่ได้มีการต่อยอดอะไรมากนัก

การแข่งขันในยุคก่อน จึงเป็นเพียงแค่กิจกรรมของคนกลุ่มหนึ่งที่ไม่ได้เป็นวงกว้างมากนัก คนที่เล่นวินนิ่งระดับประเทศ ก็จะรู้จักกันหมด

จากนั้นต่อมาเกม FIFA เริ่มเข้ามาตีตลาดในประเทศไทย ทำให้เด็กรุ่นใหม่หันไปเล่น FIFA มากกว่าวินนิ่ง (PES ในปัจจุบัน) และทำให้เกม FIFA ได้รับความนิยมแซงหน้าไปวินนิ่งในบ้านเรา

มันก็เกิดคำถามที่ว่า “วินนิ่งจะอยู่รอดในประเทศไทยไหม?” โอเค ในระดับโลก อาจไม่มีปัญหาอะไร สามารถอยู่ได้แน่ๆ แต่ถ้าในประเทศไทย วินนิ่งจะเสียส่วนแบ่งการตลาดทั้งหมดให้ FIFA หรือเปล่าในอนาคต?

จนวันหนึ่งเกมมันพลิก เมื่อ Konami ประกาศว่าจะมีการบรรจุ ไทยลีก เข้าไปในเกม และทางสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ก็ไปจับมือกับ แพลน-บี จัดตั้งลีกอีสปอร์ตขึ้นมา ทำให้คนที่เล่นวินนิ่ง รู้สึกว่า เส้นทางของเกมวินนิ่งของพวกเขายังคงอยู่ และเป็นเวทีที่เปิดให้คนเล่นวินนิ่ง มีโอกาสได้มาแสดงความสามารถ ในการเล่นเกมนี้  

ดังนั้นพวกที่มีฝีมือเป็นระดับท็อป 100 ของไทย ก็จะพยายามหาสโมสร เพื่อที่จะได้เข้ามาจอยน์ Thai E-League Pro ครั้งนี้ให้ได้

 

คุณเล่นวินนิ่งมาตั้งแต่เด็ก คิดไหมว่าสักวันหนึ่งเกมนี้จะมาถึงจุดที่เป็น ลีกอาชีพในไทย

มีความเชื่อลึกๆ มาตั้งแต่เด็กแล้วว่า มันเป็นไปได้ เพราะวินนิ่งเป็นเกมที่เล่นง่าย และเข้าถึงคนได้ทั่วโลก ถ้าเทียบกับ RoV (Arena of Valor), Starcraft ฯ ก็เป็นเกมที่สนุกของคนที่เล่นเป็น แต่สำหรับคนทั่วๆไป ที่เขาไม่ได้เล่น ก็อาจจะไม่เก็ตว่า เขาเล่นกันอย่างไร สนุกตรงไหน?

ต่างจากเกมฟุตบอล ที่เป็นกีฬาสากลของโลก ไม่จำเป็นต้องเล่นเกมฟุตบอลเป็น คนทั่วไปก็สามารถเข้าใจมันได้  ตอนนั้นก็เชื่อว่าอีกสักประมาณ 10 ปีข้างหน้า คงมีลีกของเกมฟุตบอลเกิดขึ้น เพียงแต่ไม่รู้ว่าจะเป็นลีกของ PES หรือ FIFA จนสุดท้ายมันก็เกิดขึ้นจริง โดยที่เป็น PES

 

เคยเปลี่ยนสายไปเล่น FIFA บ้างไหม

เคยลองเล่นแล้ว แต่ผมชอบเสน่ห์ของวินนิ่งมากกว่า มันก็ไม่ใช่เรื่องผิดของ FIFA เพราะเกมเขาก็ทำมาได้ดี สนุกดี

อย่างโหมด The Journey (ให้สวมบทบาทเป็นนักฟุตบอลคนหนึ่ง) ที่เล่นเป็น Alex Hunter (ตัวละครสมมุติในเกม) เพียงแต่เราโตมากับวินนิ่ง จังหวะการเลี้ยง, การส่ง, Engine ของเกม เราคุ้นเคยกับวินนิ่งมากกว่า แค่นั้นเอง

 

งั้นอธิบายได้ไหมว่าทำไมวันหนึ่ง FIFA ถึงเข้ามาตีตลาดในไทยได้มากกว่า PES ในฐานะคนที่เล่นวินนิ่งควบคู่การเป็น ผู้สื่อข่าว ที่มองเห็นปรากฏการณ์นี้

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้น เพราะยุคออนไลน์ ที่คนเล่นเข้าถึงอินเตอร์เน็ตมากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องเล่นออฟไลน์ รอเจอเพื่อนที่ร้านเกมอย่างเดียว คุณสามารถเจอใครก็ได้บนโลก ผ่านการเล่นเกมออนไลน์ ซึ่ง FIFA เข้าถึงตลาดนี้ได้เร็วกว่า PES

ผมมองว่า วินนิ่ง ค่อนข้างมั่นใจว่าตัวเองคือเจ้าตลาดของเกมนี้ เพราะได้คะแนนจากเว็บเกม 90 คะแนนขึ้น ตลอดแทบทุกปี ไม่ได้แคร์ว่า ตัวเองจะมีลิขสิทธิ์ทีม หรือไม่มี ยังไงก็มีคนซื้อเกมตัวเองอยู่แล้ว

ตรงกันข้ามกับ FIFA ที่ค่อยๆไล่เก็บลิขสิทธิ์ภาพจริง สนามจริง ทีมจริง รวมถึงพัฒนาตัวเกมขึ้นมาทีละนิดพอเปลี่ยนเข้าสู่ยุคออนไลน์ FIFA ปรับตัวเข้ากับคนรุ่นใหม่ได้ดีกว่า ความนิยมมันก็เลยพลิก วินนิ่ง ตอนนี้ก็เลยพยายามปรับตัวเยอะขึ้น แต่ต้องยอมรับว่าความนิยมยังสู้ FIFA ไม่ได้

ถึงยังงั้น ในสังคมคนเล่นวินนิ่งในไทย ก็ยังมีการจัดแข่งอยู่เรื่อยๆ แต่เงินรางวัลไม่ได้สูงมากหรอก ประมาณ 20,000 บาท ต่างจาก FIFA ที่การชิงเงินรางวัลเป็นล้าน เด็กรุ่นใหม่ที่จะมาเดินสาย ล่าเงินรางวัล ก็หันไปเล่น FIFA มากกว่า ด้วยเงินที่ดูดดึงใจมากกว่ากัน

 

Thai E-League Pro เลยเป็นโอกาสที่คนเล่นเกม PES ในบ้านเรา จะสามารถมองไปถึงการสร้างรายได้ที่ดีกว่าที่ผ่านๆมา โดยมีระบบลีกอาชีพรองรับ

ก็เป็นเหตุผลหนึ่ง เพราะนับตั้งแต่มีการประกาศตั้ง Thai E-League Pro ความนิยมของเกม PES ก็เริ่มสูงขึ้น ถูกพูดถึงมากขึ้น และในสังคมคนเล่นเกม ก็คึกคักกว่าที่ผ่านมา มีคนหน้าใหม่ มาพูดคุยแลกเปลี่ยนมากพอสมควร

ยิ่งมีระบบลีกชัดเจน ยิ่งทำให้คนที่เล่นเกม มองเห็นว่า ตัวเองมีโอกาสที่จะสร้างรายได้เพิ่มขึ้น มีชื่อเสียงมากขึ้น ถ้าเขาสามารถเล่นเกมวินนิ่งเก่งในลีกอาชีพจริง ก็สามารถก้าวขึ้นมาเป็นสตาร์ได้

 

ซึ่งคุณก็ได้ร่วมงานกับ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี (Ratchaburi E-Dragon)

จริงๆ ก่อนหน้านี้ ผมได้รับข้อเสนอจากสโมสรอื่นเหมือนกัน แต่ที่เลือก ราชบุรี เพราะผมมีความผูกพันกับจังหวัดนี้มาตั้งแต่เด็ก

ผมโตและเรียนหนังสือที่ จ.ราชบุรี ตอนนี้ก็ยังมีบ้านอยู่ที่นั่น รวมถึงภรรยาก็เป็นคนราชบุรี ทำให้ตัดสินใจลองคุยกับ ราชบุรี เป็นทีมแรก ตอนนั้นทาง คุณฟลุ๊ค - ธนวัชร์ นิติกาญจนา กำลังมองหา โปร เพลเยอร์ เข้ามาสู่ทีมเหมือนกัน เลยได้มานั่งพูดคุยกัน

โดยแนวทางและความต้องการของเรา เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ตรงที่เราไม่อยากส่งทีมเพื่อเข้าร่วมการแข่งขัน Thai E-League Pro เฉยๆ  แต่เราต้องการเห็นทีมราชบุรี ประสบความสำเร็จด้วย พอไอเดียตรงกัน ก็เริ่มจาก ติดต่อ หานักกีฬา จนได้มาเป็นเซ็ท 5 คนนี้ โดยที่ผมจะควบหน้าที่เป็น โค้ชแอนด์เพลเยอร์ ด้วย

 

สังเกตเห็นว่า บรรดานักกีฬา 5 คนของ Ratchaburi E-Dragon มีผู้เล่นต่างชาติถึง 2 คน ซึ่งหลายๆทีม ก็เริ่มมีการอิมพอร์ทผู้เล่นต่างชาติเข้ามา ทำไมคุณถึงสนใจดึงผู้เล่นชาติอื่นเข้ามาอยู่ในทีม

ต้องอธิบายแบบนี้ก่อน ในภูมิภาคอาเซียน ทุกประเทศก็จะมี ลีกสมัครเล่น ที่จัดแข่งเอง แต่ที่ผ่านมายังไม่เคยมีประเทศไหน ทำลีกอาชีพของเกมวินนิ่งอย่างเป็นทางการ ที่มีการเซ็นสัญญากับสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ

Thai E-League Pro จึงเป็นลีกวินนิ่งอาชีพแห่งแรกของอาเซียน แถมยังมีลีกของตัวเองอยู่ในเกมด้วย ทำให้บรรดาคนเล่นวินนิ่งทั่วทั้งอาเซียน รู้สึกตื่นเต้น ยิ่งมีการเปิดโควต้า 1+1 (อาเซียน 1 คน + เอเชีย 1 คน) ยิ่งกระตุ้นให้พวกเขาอยากพาตัวเองเข้ามาอยู่ใน Thai E-League Pro ให้ได้

เรื่องค่าตอบแทน มันก็อาจจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ โปร เพลเยอร์ ในอาเซียน อยากจะเข้ามาในลีกไทย เพราะแต่ละสโมสรก็ให้ค่าเหนื่อยกับ พวกโปรฯ ต่างชาติ ในเรตที่สูงเหมือนกัน

แต่ว่านั่นไม่ใช่เหตุผลทั้งหมด ผมว่าเรื่องสำคัญสุด สำหรับพวกโปร เพลเยอร์ ต่างชาติ ก็คือ ศักดิ์ศรี  ตรงที่ถ้าเขามาเล่นในลีกไทยแล้วสามารถพาสโมสรเป็นแชมป์ได้ ก็เหมือนกับ ตัวเขาได้การยอมรับว่าเป็นผู้เล่นที่เก่งสุดในอาเซียนไปโดยปริยาย

จริงอยู่ที่ ในอดีตเคยมีจัดการแข่งขันชิงแชมป์อาเซียน อย่างรายการ SEA Finals ที่คัดตัวแทนจาก 4-5 ประเทศมาแข่งขัน  แต่สำหรับ Thai E-League Pro นี่มันเป็นลีกที่จริงจัง ชิงเงินรางวัลเป็นล้าน ซึ่งมันไม่เคยมีมาก่อนในอาเซียน ทำให้พวกนักกีฬาต่างชาติ เขาค่อนข้างตื่นตัว และอยากหาทางพาตัวเองมาเล่นในลีกไทยให้ได้

 

แสดงว่าเขาติดต่อเข้ามาร่วมงานกับสโมสรในไทยเอง?

มีทั้งสองแบบ ในสังคมของคนเล่นวินนิ่ง เราก็จะพอรู้กันอยู่ว่าอันดับ 1-100 ของไทย มีใครบ้าง ส่วนในอาเซียน ก็พอจะมองออกว่าใครเป็นท็อป 10 ของเวียดนาม, เมียนมา, อินโดนีเซีย หน้าที่ของสโมสรก็คือต้องพยายามหาทางติดต่อ ยื่นข้อเสนอ เพื่อดึงดูดให้พวกผู้เล่นตัวท็อปๆ มาร่วมทีมเรา

อีกส่วนก็จะเป็น พวกโปร เพลเยอร์ ต่างชาติที่ติดต่อโดยตรง มายังสโมสรว่า อยากจะมาขอทดสอบ เพื่อร่วมงานกับทีมเรา ซึ่งในกระบวนการตรงนี้ ผมก็มีส่วนเข้าไปร่วมตัดสินใจด้วยว่า จะเจรจา หรือเลือกใครเข้ามาสู่ทีมเรา  กึ่งๆทำงานเป็น ผู้จัดการทีม ไปด้วย

แต่ทุกอย่างก็เป็นไปในกรอบของ คลับ ไลเซนซิ่ง ที่สโมสรใน Thai E-League Pro ต้องดำเนินการให้ผ่านด้วยถึงจะมีสิทธิ์เข้าร่วมแข่ง

 

เดี๋ยวๆ สโมสรใน Thai E-League Pro ต้องมีคลับ ไลเซนซิ่งด้วย?

ใช่ เหมือนกับสโมสรฟุตบอลอาชีพเลย ที่ทางสมาคมฯ จะมีลิสต์มาให้สโมสรว่า ต้องมีฝ่ายไหนบ้าง มีสตาฟฟ์ มีฝ่ายมีเดีย มีโค้ช มีผู้จัดการทีม สามารถลงทะเบียนนักกีฬาได้กี่คน มีการเซ็นสัญญาที่ชัดเจน การตรวจร่างกายนักกีฬา การทำห้องฝึกซ้อม และอื่นๆ  

สโมสรก็จำเป็นต้องยื่นขอคลับ ไลเซนซิ่ง ให้ผ่านก่อน ถึงจะมีสิทธิ์ลงแข่งได้ ไม่ใช่แค่ว่าหานักกีฬามารวมๆกัน แล้วจะสามารถส่งทีมแข่งขันได้เลย

 

มีการพูดคุยระหว่าง Ratchaburi E-Dragon กับ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ในการวางแผนหรือนโยบายให้สอดคล้องกันอย่างไร

ถ้าในส่วนของทีม Ratchaburi E-Dragon ผมก็ทำหน้าที่ดูแลเบื้องหน้า เบื้องหลัง ด้วยประมาณหนึ่ง แต่เราก็มีพูดคุยและประชุมร่วมกับ ผู้จัดการทีม, ประธานสโมสร และผู้บริหารของ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี อยู่แล้ว

เช่น การเจรจาผู้เล่น ในงบประมาณเท่านี้ เราจะสามารถดึงใครมาร่วมทีมได้บ้าง? ดีลกับเขาได้ไหม? มีข้อเสนออะไรเพิ่มเติมยื่นให้เขาไปพิจารณาหรือเปล่า?

รวมถึงการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ซึ่งกันและกันในการบริหารทีมกีฬาอาชีพ กับทีมอีสปอร์ต ที่ทางราชบุรีฯ มีประสบการณ์มากกว่า

แต่กว่าที่จะได้เป็น 5 คนนี้ ก็ใช้เวลาดีลนานพอสมควร เกือบจะโดนตัดหน้าอยู่หลายหนด้วย โดยเฉพาะผู้เล่นเวียดนาม อย่างที่คนในสังคมวินนิ่งจะรู้กันว่า เวียดนาม คือเบอร์ 1 ของอาเซียน ส่วนไทยกับอินโดฯ จะสูสีกัน

ฉะนั้นผู้เล่นท็อป 5 ของเวียดนาม ใครๆก็อยากได้ สโมสรต่างๆก็ต้องเจรจา โน้มน้าวใจเขาให้ได้ เพราะผู้เล่นระดับนี้ ไม่ได้รับข้อเสนอจากเรา แค่สโมสรเดียว ยังมีทีมอื่นๆเหมือนกันที่อยากได้ตัวเขาไปร่วมทีม

แม้กระทั่งเราบรรลุข้อตกลงกับ ผู้เล่นเวียดนาม จองที่พัก ซื้อตั๋วเครื่องบิน จัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เหลือแค่เขามาเซ็นสัญญากับเราที่ไทย

คืนก่อนหน้าจะเดินทางมาไทย ก็ยังมีทีมอื่น ติดต่อยื่นข้อเสนอเกทับเราเลย บอกว่า “ยู ไม่ต้องไปเซ็นสัญญากับเขา มาเซ็นสัญญากับเราสิ” มันก็ให้ความรู้สึกเหมือนเราเป็นโค้ช ที่ต้องแย่งชิงนักฟุตบอลเข้าทีมจริงๆเลย (หัวเราะ)

 

โค้ชในเกมกับโค้ชฟุตบอลจริงในสนาม มีความคล้ายกันไหม ?

ถ้าเป็นพวกเกมวางแผนการรบ อาจจะใช่ แต่วินนิ่งไม่ใช่เสียทีเดียว เพราะวินนิ่งเป็นเกมที่ต้องอาศัยความสามารถเฉพาะตัว ทักษะของผู้เล่นมากกว่า ต่อให้โค้ชยืนสั่งอยู่ข้างๆ แต่ในสถานการณ์แข่งจริง 1 ต่อ 1 ผู้เล่นก็ต้องมีความคิดของเขาเองว่า จะแก้เกมอย่างไร เล่นอย่างไร

แต่โค้ชก็มีหน้าที่จัดการในเรื่องอื่นๆ เช่น วางแผนว่าจะส่งใครเป็นไม้ 1 ไม้ 2 เพราะมีผู้เล่นตั้ง 7 คนที่ลงทะเบียนได้ รวมถึงทำการบ้าน ศึกษาคู่แข่งดูว่า แต่ละสัปดาห์เราจะเจอใครบ้าง มีจุดเด่นตรงไหน เช่น ทีมนี้ผู้เล่นเก่งลูกเซ็ตพีซ เราก็ต้องมาวางแผนซ้อมจำลองว่า เวลาโดนบอมบ์ โดนเซ็ตพีซหนักๆ จะรับมือ แก้ทางยังไง

 

คนทั่วไปไม่ค่อยรู้ว่า การฝึกซ้อมเกมของ โปร เพลเยอร์ ในเกม มีความจริงจังไม่น้อยกว่านักกีฬาในสนามจริง

ผมยกตัวอย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ช่วงที่เขาทำการคัดเลือกคน เขาจะมีเงื่อนไขที่คุยกับนักกีฬาเลยว่า คุณต้อง Live การฝึกซ้อมอย่างน้อย 20 ชั่วโมงต่อวีกลงเพจ หมายความว่า ไม่ใช่คุณเล่นเก่งอย่างเดียว ไม่ฝึกซ้อม แล้วจะเป็น โปร เพลเยอร์ได

ตรงกันข้าม ยิ่งเป็นโปร เพลเยอร์ คุณต้องฝึกซ้อมให้มาก ดูอย่างพวกโปรฯ ของเวียดนาม เขาจะ Live การฝึกซ้อมอยู่ตลอดเวลาให้คนได้ติดตาม

พอมีรายได้เข้ามา มันเป็นอาชีพของคุณ สโมสรที่เขาจ้าง ก็ย่อมต้องหวังให้คุณฝึกซ้อม หวังเห็นความเป็นมืออาชีพของคุณอยู่แล้ว เหมือนกับนักฟุตบอลสนามจริง ต่อให้คุณมีพรสวรรค์ มีความสามารถ แต่ถ้าไม่ซ้อมเลย รอแข่งวันเสาร์-อาทิตย์ อย่างเดียว มันก็คงเป็นไปไม่ได้อ่ะ

 

บริหารจัดการเวลายากไหม เพราะมีทั้งงานประจำ, งานเขียนลงเพจ และเป็นนักกีฬาอีสปอร์ตด้วย

ผมแบ่งได้ ทุกคนมี 24 ชั่วโมงเท่ากัน ขึ้นอยู่กับว่า แต่ละคนจะมีวิธีการบริหารจัดการเวลาอย่างไร ผมเป็นคนที่วางแผนให้กับตัวเอง แบ่งเวลาทุกอย่างชัดเจน เลยมั่นใจว่าไม่มีปัญหาแน่นอน สามารถบริหารจัดการเวลาได้ ไม่กระทบทุกอย่าง

โอเค บางคนเขายึดอาชีพเป็น โปร เพลเยอร์ อย่างเดียวก็ดีไป จะได้มีเวลาโฟกัสกับมันอย่างเต็มที่ แต่บางคนเขามีงานประจำมาก่อน อย่างพี่ป๊อก (สุธรรม อิชยาพงศ์) โปร เพลเยอร์ของทีม บียู (True Bangkok Invicta) เขามีงานประจำเป็น แพทย์ จะให้เขาลาออกมาเล่นเกมเหรอ?

ผมเชื่อว่าคนเราทำได้ทุกอย่างแหละ ถ้ามีการบริหารจัดการเวลาที่ดีมากพอ เหมือนกับนักฟุตบอล เขาก็ไม่ได้เตะบอลอย่างเดียวนะ บางคนก็สามารถรับงานเป็นคอมเมนเตเตอร์ เป็นพรีเซนเตอร์ได้ ถ้าแบ่งเวลาเป็น และมีความรับผิดชอบ

 

จากการแข่งขันเกมธรรมดา พอยกระดับมาเป็น ลีกอาชีพจริงๆ สิ่งที่นักกีฬาโปรเพลเยอร์ ต้องคิดและปรับตัวคืออะไร

ยุคนี้มันไม่ใช่ยุคมืดแล้วอ่ะ ที่คุณจะทำอะไรแล้วคนอื่นไม่รู้ ในเมื่อมีมาการถ่ายทอดสดผ่านสตรีมมิ่ง มีคนติดตาม มีผู้ชม มีการพูดถึงเกมนั้นๆ

ผมว่าคนดูเขามองว่า นักกีฬาเขาเล่นเต็มที่ไหม คุณอ่อยหรือเปล่า คุณเป็นมืออาชีพไหม เพราะทุกๆการแข่งขันมีการถ่ายทอดสด มีหลักฐานมัดตัว มันก็เป็นตราบาปของคุณอ่ะ ถ้าคุณคิดจะโยนเกม หรือเล่นไม่เต็มที่

ต้องเข้าใจด้วยว่า โปรเพลเยอร์ เป็นอาชีพที่เปลี่ยนได้เร็วมาก ซีซั่นแรกเซ็นสัญญา 3 เดือน ถ้าคุณไม่เป็นมืออาชีพ จงใจผิดพลาด ใครจะอยากจ้างคุณต่อ สมัยนี้ทุกอย่างเร็วมาก เวลาทำอะไรทุกคนรู้หมด

 

ข้อดีของระบบสตรีมมิ่งต่ออีสปอร์ตละ?

เมื่อก่อนผมยังไม่เห็นภาพนะ แต่ยุคนี้จะเห็นเด็กรุ่นใหม่ผันตัวเองมาเป็นนักแคสต์เกมเยอะขึ้น อย่างเกม PUB-G เราเปิดผ่านๆ มีคนดูหลัก 2-3 พันเลยนะ แสดงให้เห็นว่า โลกออนไลน์มันเชื่อมโยงกับผู้คนได้มากกว่าที่เราคิดเสียอีก

ยิ่งถ้าเป็นเกมฟุตบอล คนดูอยู่แล้ว ถ้ามีคนดูเยอะ มีคนแชร์เยอะ โอกาสที่นักแคสต์เกมคนนั้น จะได้รับความนิยม ได้รับเงินจากสปอนเซอร์ ก็มีสูงเพิ่มขึ้น เปรียบเหมือนกับวงการฟุตบอล คนที่มีความสามารถด้านการเล่นฟุตบอล ก็พยายามหาทางเข้าสู่เส้นทางนักเตะอาชีพ

ส่วนคนที่รักฟุตบอล ชอบดูบอล แต่อาจเล่นไม่เก่งมากนัก ก็ยังสามารถไปทำงานอื่นๆที่เกี่ยวข้องได้ เช่น ผู้บรรยาย, นักข่าว, สตาฟฟ์โค้ช วงการเกมก็เหมือนกัน คนเราสามารถทำได้หลายอย่างมากขึ้น ไม่จำเป็นต้องเป็น โปร เพลเยอร์ อย่างเดียว

มันไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องที่ว่า จะจำกัดความ อีสปอร์ตส เป็นกีฬาไม่เป็นกีฬา แต่ที่แน่ๆ โลกออนไลน์ มันทำให้คนมีทางเลือก มีอาชีพเพิ่มขึ้น มีรายได้มากขึ้น ไม่ใช่จะเป็นได้แค่นักกีฬาเพียงอย่างเดียว

 

อนาคตของอีสปอร์ตสในไทย มองว่ายังเติบโตไปได้อีกมากแค่ไหน

มันเป็นยุคผลัดใบแล้วอะ มุมมองต่อเด็กเล่นเกม ของผู้ใหญ่เริ่มเปลี่ยนไป คนรุ่นกลางๆ ที่คุ้นเคยกับเกม ก็เริ่มขึ้นมากุมอำนาจในระดับประเทศ เมื่อก่อน เกม ถูกมองว่าเป็นเรื่องด้านลบ แต่ทุกวันนี้มัน Matter และมีความหมายขึ้นมามากแล้ว

แม้แต่บริษัทที่รวยสุดอันดับ 2 ของจีนอย่าง Tencent ก็เป็นบริษัทที่ทำเกี่ยวกับเกม แสดงว่าธุรกิจเกม มูลค่ามันมีมหาศาล พอสายตาของผู้คนในสังคมเริ่มเปลี่ยนไป เกมก็ไม่ใช่เรื่องไร้สาระของเด็กอีกแล้ว เพราะมันสามารถสร้างแรงขับเคลื่อนทางสังคมได้มากกว่านั้น คนก็เริ่มไม่ต่อต้าน และให้การยอมรับมากขึ้น

พอกระแสสังคมดีขึ้น ภาคธุรกิจต่างๆ ที่เมื่อก่อน อาจไม่มั่นใจว่า ถ้าจะลงมาเป็นผู้สนับสนุนทีมเกม นักเล่นเกม จะส่งผลต่อภาพลักษณ์แบรนด์ตัวเองไหม? จะถูกมองว่าว่าไปสนับสนุนให้เด็กติดเกมหรือเปล่า? แต่ทุกวันนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว ภาคธุรกิจลงมาจอยมากขึ้น เพราะสังคมเริ่มมองเห็นว่า นี่ไม่ใช่เรื่องของเด็กติดเกมเพียงอย่างเดียว

 

คาดหวังที่จะได้เห็นอะไรใน Thai E-League Pro ครั้งแรก ที่คุณมีส่วนร่วม

อย่างแรก ก็อยากให้สมาคมฯ เข้ามาดูแลตรงนี้ให้ดี ในแง่ของการประชาสัมพันธ์ โปรโมต แต่ที่ผ่านมาสมาคมฯ ก็ทำได้ดีแล้วแหละ ทั้ง การวางระบบลีก การบังคับใช้คลับไลเซนซิ่ง รวมถึงเงินรางวัลที่สูง

แต่อีกอย่างที่อยากเห็นมากกว่า คือการให้เกียรติซึ่งกันและกันของผู้เล่นในลีก อันนี้สำคัญที่สุด เพราะตอนนี้คนภายนอกเขากำลังมองเข้ามาว่า วงการวินนิ่งไทยจะเป็นไปอย่างไร

ถ้าการแข่งขันมีดรามา มีภาพลักษณ์ที่ไม่ดีออกไป เล่นสกปรก เล่นนอกเกม ด่ากันไปด่ามา คนที่เขามอง เขาก็จะรู้สึกว่า โอโห วงการวินนิ่งน่าเบื่อจัง ก็อยากให้ทุกคนสู้กันด้วยสปิริต ด้วยน้ำใจนักกีฬา

มาทำให้คนดูเขารู้สึกว่า วินนิ่งเป็นเกมที่สนุก นักกีฬามีสปิริต เพราะความยั่งยืนที่แท้จริงคือการให้เกียรติกัน



ชื่นชอบบทความนี้ของ : อลงกต เดือนคล้อย ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง