Converse

โจ - พาทิศ : ชายผู้เคาะประตูพา “ไทยลีก” เข้าไปอยู่ในเกม “วินนิ่ง”



จากเด็กชายผู้คลั่งไคล้ฟุตบอล สู่การเป็นผู้จุดประกายในการพาไทยลีกเข้าไปอยู่ในเกมขวัญใจสมัยเด็กของตัวเอง


 

ย้อนกลับไปในยุค 90 คงจะไม่มีเกมฟุตบอลเกมไหนจะฮ็อตฮิตไปกว่า “วินนิ่ง อีเลฟเวน” (Winning Eleven) เกมจากค่ายโคนามิ ของญี่ปุ่น ที่เด็กเล็กเด็กโตพากันติดงอมแงม วัดได้จากหน้าจอทีวีกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ในร้านเกมเต็มไปด้วยสีเขียวของพื้นหญ้าในเกม

วินนิ่ง จึงถือเป็นเกมที่อยู่คู่กับคนไทยมาอย่างยาวนาน แม้ช่วงหลังจะโดนคู่แข่งอย่าง FIFA แย่งความนิยมไปบ้าง แต่ก็ยังมีกลุ่มแฟนคลับชาวไทยที่รักเกมนี้อย่างเหนียวแน่น และถึงขั้นมีการอีดิต (ปรับแต่ง) ทำแพท (Patch) ใส่ไทยลีกและทีมชาติไทย ลงไปเพื่อสนุกกับเกมนี้มากขึ้น

อย่างไรก็ดี พวกเขาอาจจะไม่ต้องเหนื่อยอีกแล้ว เมื่อ Winning Eleven 2019 (PES 2019)

จะมีทีมชาติไทย และไทยลีก บรรจุอยู่ในนั้นอย่างเป็นทางการ โดยตราสโมสร ชื่อทีม ชุดแข่ง และชื่อนักเตะ ถูกต้องตามลิขสิทธิ์ทุกอย่าง จากดีลประวัติศาสตร์ระหว่างสมาคมฟุตบอลไทย และ โคนามิ ที่เพิ่งแถลงข่าวเปิดตัวไปเมื่อวันที่ 4 กันยายนที่ผ่านมา

Main Stand ได้มีโอกาสมาที่บ้าน และพูดคุยกับโจ - พาทิศ ศุภะพงษ์ รองเลขาธิการฝ่ายต่างประเทศสมาคมกีฬาฟุตบอล ผู้ริเริ่มที่ทำให้เกิดดีลประวัติศาสตร์ครั้งนี้ กับอีกมุมหนึ่งของชีวิตที่รองมาจากภาระหน้าที่หลักสำคัญของสมาคมฯ ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของความคลั่งไคล้ฟุตบอล แพสชั่นส่วนตัว รวมไปถึงมุมมองต่ออนาคตของวงการอีสปอร์ตไทย

 

เด็กรัก (เกม) ฟุตบอล

หากเอ่ยถึงลีกยอดนิยมของประเทศไทย พรีเมียร์ลีก ของอังกฤษคงเป็นชื่อลำดับต้นๆ ที่ทุกคนนึกถึง ด้วยการเล่นที่สนุก รวดเร็ว ถึงลูกถึงคน และเต็มไปด้วยพละกำลัง รวมไปถึงการถ่ายทอดสด ทำให้ลีกแห่งนี้ครองใจแฟนฟุตบอลชาวไทยมาอย่างยาวนาน

แต่ไม่ใช่สำหรับพาทิศ เมื่อลีกที่เขาชื่นชอบและติดตามมาตั้งแต่สมัยเด็กๆคือ อิตาลี, เยอรมัน และไทยลีก ตั้งแต่ยุคที่ยังไม่ได้รับความนิยม  

“ผมก็เหมือนเด็กทั่วไปที่เล่นฟุตบอลตั้งแต่เด็ก เล่นที่โรงเรียนจนเหงื่อซก แทบจะเล่นเป็นอาชีพแทนนักเรียนด้วยซ้ำไป”

“แต่สิ่งที่จุดประกายสำหรับผมคือสมัยเด็กๆติดตามคุณพ่อไปที่ต่างจังหวัด แล้วเขาก็ไปสัมมนา เป็นวิทยากร ผมไม่มีอะไรทำ ในโรงแรมมันมีห้องสมุดก็เลยไปเจอหนังสือสมัยก่อนชื่อ เวิลด์ ซ็อคเกอร์ (นิตยสารฟุตบอลที่มีเรื่องหลายลีกของยุโรป) แล้วในห้องสมุดมีเยอะมาก ผมก็นั่งอ่านทั้งวัน คือ เมื่อก่อนจะมีสตาร์ซ็อคเกอร์ แต่ว่าผมชอบเวิลด์ซอคเกอร์ เป็นจุดเริ่มต้นให้ผมชอบบอลอิตาลี และเยอรมัน ไม่ได้ติดตามบอลอังกฤษเท่าไร”

“ตอนนั้นอ่านเวิลด์ซ็อคเกอร์ทั้งวัน สมัยก่อนมันไม่เหมือนสมัยนี้ที่เราเห็นวิดีโอ เห็นไฮไลท์ มันอ่านแล้วได้จินตนาการ มันอ่านแล้วมีความสุข อยู่ได้ทั้งวัน ผมก็เลยติดตามบอลอิตาลีตั้งแต่สมัยนั้น”

“พอกลับมากรุงเทพฯ ก็ไปซื้อฟุตบอลสยาม คราวนี้ก็เลยอ่านเวิลด์ซ็อคเกอร์กับฟุตบอลสยาม แล้วก็ช่วงนั้นเป็นบอลโลก 90 ผมไปซื้อวิดีโอไฮไลท์ที่ ย.โย่งพากย์ กลายเป็นม้วนที่เราดูซ้ำๆไม่รู้กี่ร้อยครั้ง มันมี 140 กว่าลูก เรามีความสุขกับการพากย์ของเขา การเล่นของนักเตะ กลับไปโรงเรียนก็ไปเล่นฟุตบอล แถมตอนนั้นก็มีการ์ตูนอยู่เรื่องนึงในสมัยนั้นชื่อกัปตันสึบาสะ มันก็เลยซึมซับทำให้เราชอบฟุตบอล”

เด็กผู้ชายส่วนใหญ่ในยุค 80-90 มักมีประสบการณ์ข้องเกี่ยว และเติบโตมาพร้อมกับเกมต่อทีวีอย่าง คอนทรา, มาริโอ หรือไฟนอลแฟนตาซี… แน่นอนว่านอกจากซึบซับความชอบฟุตบอลผ่านตัวหนังสือแล้ว “เกม” มีส่วนอย่างยิ่งที่ทำให้เขารักฟุตบอลกว่าเดิม

“ช่วงปี 86 แฟมิคอมเกิดขึ้นมา เราก็ได้มีโอกาสสัมผัส ในสมัยนั้นเด็กๆ เราก็ไม่ได้มีกำลังจะไปซื้ออะไรมากมาย ผมก็จะเลือกเล่นเกมฟุตบอล เพราะว่าพอมันเริ่มใหม่มันก็คือเกมใหม่ มันไม่เหมือนกับเกมอื่นที่เนื้อเรื่องเดิม มันเปลี่ยนตลอด ดังนั้นสมัยเด็กๆ จะซื้อเกมฟุตบอลเยอะมาก จะหาเกมฟุตบอล เล่นแต่เกมฟุตบอลอย่างเดียว”

“เมื่อก่อนค่ายโคนามิสมัยแฟมิคอมเขามี Perfect Eleven ซึ่งผมยังไม่ค่อยชอบ พยายามหาความสมจริง คือผมอยู่คนเดียว เป็นลูกชายคนเล็ก ไม่มีเพื่อนแถวนี้ที่จะมาเล่นกับเราเท่าไหร่ ผมก็เลยเล่นเองพากย์เอง ความสนุกมันก็เลยอยู่ที่เล่นไปด้วย พากย์ไปด้วย ดังนั้นเราจะชอบความสมจริงของเกม สมัยซูเปอร์มันยังหาที่ชอบสุดๆไม่ได้ มันยังดูตลก มันยังเป็นเกมอยู่”

“จนตอนยุคเปลี่ยนมาเล่นเพลย์ สเตชั่น ผมไปเรียนมัธยมปลายที่ต่างประเทศแล้ว กลับมาไทยก็วิ่งไปซื้อแผ่นเกม มันมีเกมเยอะมาก คนขายก็เลยบอกว่าลองเกมนี้สิ โกล สตอร์ม ถือว่าเปิดโลกมาก มันสมจริง ตัวผู้เล่นมันดูไม่ตลก ดูว่ามันเก่ง เวลาเล่นรู้สึกว่านักกีฬาที่ลงไปเล่นเก่ง ดูมีฝีมือ มันไม่เหมือนสมัยก่อนที่ตัวแข็งๆ ก็เลยชอบ หลังจากนั้นก็เพิ่งมารู้ว่ามันคือวินนิ่ง อีเลฟเว่น และมันมีเจลีกด้วย”

“ผมเริ่มต้นดูฟุตบอลจากอินเตอร์ มิลาน ผมชอบวอเตอร์ เซ็งกา แล้วก็สามคน (โลธาร์) มัทเธอุส (อันเดรียส) เบรเมห์ (เจอร์เกน) คลินส์มันน์ รวมไปถึง (จูเซปเป) แบโกมี แต่ทีมที่ผมชอบเล่น คือ ทีมโรม่า”

“ที่ชอบใช้โรม่า มันก็มีเหตุผลอยู่คือ ตอนที่ดูยูโร 2000 ผมเห็น ฟรานเชสโก ต็อตติ  ยิงจุดโทษใส่ฮอลแลนด์ ที่ชิพเข้าไป คือตะลึงกับเขา เกมนั้นมันเป็นรอบรองชนะเลิศ มันเสี่ยงมากๆ กดดันมาก สนุกมาก เราเชียร์อิตาลีมาโดยตลอดทั้งชีวิต เจอลูกชิพนั้นเข้าไป คือผมเรียนเรื่องครีเอทีฟ เรียนด้านดีไซน์มา ก็มองออกว่าความเป็นศิลปินนั้น มันไม่ได้แค่ตั้งใจยิงให้เข้าอย่างเดียว มันมีวิธีคิด มีศิลปะในการสร้างสรรค์โมเมนต์นั้นออกมา มันทำให้เราตราตรึง จากนั้นก็เลยชอบใช้โรม่า”

ด้วยความชื่นชอบฟุตบอลไทย ทำให้แม้สมัยก่อนจะไม่มีทีมชาติไทยอยู่ใน วินนิ่ง อีเลฟเว่น แต่ก็ไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับพาทิศ เมื่อเขาสามารถอีดิต (ปรับแต่ง) บวกกับจิตนาการ ให้ทัพช้างศึก โลดแล่นอยู่ในเกมนี้

“เวลาเล่นกับเพื่อน ผมจะใช้เกาหลีใต้ แต่ผมจะเปลี่ยนชื่อทั้งหมดเลยให้เป็นชื่อคนไทย เพราะเราเชียร์ทีมไทย สมัยก่อนซื้อแผ่นมาใช่ว่าจะเล่นได้เลย ใช้เวลาแก้ชื่อเป็นชั่วโมงแล้วเซฟ หลังจากนั้นก็เล่นได้ทั้งปี ขอให้เป็นชื่อไทย แล้วเพื่อนๆจะตลกมาก เพราะพวกเขาเล่นเยอรมัน ฝรั่งเศสอะไรกัน แต่ผมจะเลือกเป็นเกาหลีใต้ และบอกว่ามันคือทีมชาติไทย นี่คือความบ้าในการที่ชอบฟุตบอลไทย”

และความบ้าทีมชาติไทย… ทำให้เขาอยากเปลี่ยนแปลงวงการลูกหนังไทยตั้งแต่สมัยเป็นวัยรุ่น

 

อยากเปลี่ยนแปลง

ในวัย 18 ปี พาทิศก็เหมือนแฟนบอลวัยรุ่นทั่วไป ที่มีโอกาสได้รับชมกีฬาอันเป็นที่รักผ่านหน้าจอทีวี ทั้งบอลยุโรป และบอลเอเชีย ทว่าเมื่อย้อนกลับมามองลีกไทยแล้ว เขาก็เกิดคำถามว่าเพราะเหตุใด มันจึงต่างจากลีกที่เขาเคยรับชม และมีความรู้สึกอยากเปลี่ยนแปลงวงการฟุตบอลไทยตั้งแต่ตอนนั้น  

“จริงๆมันเกิดจากความสงสัย คือเราดูบอลนอกมา เมื่อก่อนมีรายการเจาะสนาม ตอนกลางคืนมีกัลโช(อิตาลี) บอลเอเชีย แต่พอกลับมาดูเมืองไทย เมื่อก่อนนี้ถ่ายทอดบอลไทยเยอะนะครับ ตำรวจ ทหารอากาศบ่อยเลย ผมแค่สงสัยว่าทำไมโปรดักชั่นมันไม่เหมือนกัน ความรู้สึกทำไมมันไม่เหมือนกัน ทั้งแสง ทั้งสีของสนาม ทั้งหน้าตาคน มันดูต่างกันมาก”

“ตอนนั้นมันมีเจลีกเกิดขึ้น มันยิ่งเห็นความต่าง บอลเอเชียด้วยกัน แต่สีสัน การถ่ายทอด โปรดักชั่น ความสนุกสนาน แม้กระทั่งโลโก้สโมสรต่างๆมันดูคึกคัก วันหนึ่งผมก็มีความฝันว่าเอาล่ะเราอยากจะช่วยฟุตบอลไทย ตอนนั้นวัยรุ่นอายุซัก 18 ก็อยากจะทำให้มันดูดีขึ้นให้ได้”

และในช่วงที่ไปศึกษาต่อในต่างประเทศ เขาได้มีโอกาสเข้าไปชมการแข่งขันบาสเก็ตบอล NBA ถึงขอบสนาม หลังจากได้สัมผัสบรรยากาศของมืออาชีพ ทำให้เขาเจอคำตอบว่าจะช่วยเปลี่ยนแปลงวงการฟุตบอลไทยได้อย่างไร

“ตอนที่ไปเรียนต่างประเทศ ผมได้เข้าไปดูเอ็นบีเอ เข้าไปก็ตะลึงกับบรรยากาศ แสง สี เสียง เราไม่รู้จักนักบาสเก็ตบอลซักคนเลย ผมอยู่ที่ซีแอตเทิล ตอนนั้นมี ซีแอตเทิล ซูเปอร์ โซนิค เข้าไปเรารู้จักผ่านโปรดักชั่นของเขาเลย คนชู้ตลง ขึ้นบนจอ แล้วเป็นแอนิเมชั่น ทำให้วันนั้นออกมารู้จัก 5 คนตรงนั้นหมดเลย และรู้ว่าเขามีท่าไม้ตายอะไร มันทำให้รู้สึกว่าจริงๆแล้วสตอรี่สำคัญมากในการเล่าเรื่อง ซึ่งตรงนี้อยากจะมาทำฟุตบอลไทยให้ได้ ให้มันคึกคักแบบนั้น”

เวลาล่วงเลยผ่านไป จากเด็กชายพาทิศเติบโตขึ้นมาเป็นนายพาทิศ เขาได้มีโอกาสทำงานกับองค์กรระดับทวีปอย่าง สมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย หรือ เอเอฟซี และกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตในความคิดที่จะเปลี่ยนแปลงวงการฟุตบอลไทย

“ในตอนนั้นเอเอฟซีได้คุยกับโคนามิ ก่อนจะได้เซ็นสัญญาซื้อลิขสิทธิ์เอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก ลงไปในเกม เราอยู่ในช่วงที่เขาเจรจา ปัจจุบัน เอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก ก็อยู่ในเกมวินนิ่ง เราก็มีความคิดว่านี่แหละที่เราต้องการ แต่มันทำยังไงล่ะ มันทำได้ยังไง เวลาเราเล่นฟีฟ่าหรือเล่นวินนิ่งเราจะเห็นว่ามันมีเคลีกตลอด มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว เราก็อยากรู้ว่าเขาทำยังไง”

“ก็เป็นโชคดีที่เราได้ทำงานอยู่ในวงการนี้ เราได้คุยกับคนที่คุยกับโคนามิ หรือเพื่อนที่อยู่ญี่ปุ่น ที่เคยอยู่เอเอฟซี แล้วกลับไปทำสมาคมฟุตบอลญี่ปุ่น(JFA) ไปอยู่เจลีก ก็คือคุยกันแบบเพื่อนๆว่าเราอยากรู้ว่าคุณทำกันยังไง คุณขายไลเซนซ์เหรอ หรือว่าเขามาซื้อเรา ทำยังไง”

 

ลุยพบ โคนามิ ด้วยตัวเอง

หลังจากปรึกษากับเพื่อนที่เคยทำงานกับเอเอฟซี จนได้คำตอบว่าการเจรจา น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับวิธีนี้ แต่พาทิศ ก็ยังไม่รู้ว่าเขาจะเข้าไปคุยกับบริษัทเกมยักษ์ใหญ่ระดับโลกนี้ได้อย่างไร

เขาเก็บความคิดนี้ไว้ในใจอย่างยาวนาน ก่อนที่วันหนึ่งโชคชะตาจะนำพาไปพบกับโอกาสครั้งใหญ่ในชีวิตที่คาดไม่ถึง   

“วันนั้นมันเป็นวันที่ตลกมาก ผมเป็นแมตช์คอมมิชชั่นเนอร์ของเอเอฟซี ได้ไปที่คาวาซากิ ฟรอนทาเล แมตช์นั้นใช้เวลาทั้งหมด 5 วัน การแข่งขันจบไปเมื่อวันที่ 3 มันมีหนึ่งวันที่ไฟลท์มันไม่มี ผมเลยโทรหาเพื่อนที่ JFA (สมาคมฟุตบอลญี่ปุ่น) บอกว่าวันนี้ผมว่างมาเจอกัน”

“เพื่อนถามว่าอยากจะทำอะไรอย่างอื่นหรือเปล่า อยากจะไปที่ไหนหรือเปล่า จริงๆแล้วผมเตรียมพรีเซนเทชั่นของสมาคมฟุตบอลอยู่แล้วว่าเรามีการพัฒนาอย่างไรบ้าง มีวิสัยทัศน์อย่างไร คืออยากจะโชว์วิสัยทัศน์ เขาบอกคุณอยากจะคุยกับใคร ผมบอกว่าคุณพอจะคุยกับคนที่ดูแลเรื่องไลเซนซ์ของเกมเหล่านี้ได้มั้ย เขาก็นัดได้”

“จริงๆแล้วเราคุยกับท่านนายกสมาคมไว้อยู่แล้ว ก่อนที่จะไปทริปต่างๆว่าถ้ามีโอกาส ผมอยากจะนำพรีเซนเทชั่นเหล่านี้ไปโชว์วิสัยทัศน์ของสมาคม การพัฒนา ณ ปัจจุบัน ว่าเราเผื่อจะมีพาร์ทเนอร์ หรือการร่วมมือ ไม่ว่าจะเป็นบริษัทหรือหน่วยงานใด ซึ่งช่วงนั้นกลายเป็นว่าผมไปทำหน้าที่ที่ญี่ปุ่นพอดี ก็เลยได้มีโอกาสนัดแบบไม่เป็นทางการกับ โคนามิ ซึ่งเขาก็บอกว่ายินดี ตัวโปรดิวเซอร์เขาว่างวันนั้นพอดี”

“เราใช้เวลาคุยกันราวสองชั่วโมง สิ่งที่เราเน้นคือเรามีวิสัยทัศน์ในการเป็นฮับของอาเซียน ลีกเรามีสีสัน ลีกเรามีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น แล้วก็สิ่งที่เราเชื่อก็คือแฟนบอลไทย เล่นเกมวินนิ่งมาตั้งแต่เด็ก ณ วันนี้ เราอยากนำแฟนบอลไทยมาเป็นฐานคนเล่นวินนิ่งอีกครั้งหนึ่ง ให้กลับมายิ่งใหญ่ โดยที่เอาฟุตบอลไทยเข้าไป ก็บอกเขาไปเลยว่าเรามีความตั้งใจที่จะเอาฟุตบอลไทยเข้าไปในเกมนี้ให้ได้”

 

ดีลประวัติศาสตร์  

ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม หากเราพูดมันออกมาจากใจ ผู้ฟังย่อมสัมผัสได้ และความจริงใจของพาทิศก็สามารถสื่อไปถึงโคนามิ จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์นี้

“จากล่ามเขาบอกว่าผมพูดด้วยความจริงใจ ไม่ได้เป็นนักธุรกิจ เราเข้าไปแบบมืออาชีพ แต่ว่าเราไม่ได้พูดแบบเซลล์ หรือด้านธุรกิจเข้ามา เราพูดจากใจ จากวิสัยทัศน์ของสมาคมที่เราอยากให้เป็น ก็พูดด้วยความจริงใจ ผมคิดว่าเขาคงประทับใจจากความตั้งใจที่เรามี”

แม้การลุยเข้าไปพบกับเจ้าหน้าที่ของโคนามิในครั้งนั้น จะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ดีลนี้เกิดขึ้นมาได้ แต่พาทิศ ก็ยืนยันว่าเขาเป็นเพียงผู้เคาะประตูเท่านั้น

“หลังจากนั้นต้องบอกจริงๆว่ามีตติ้งครั้งนั้นเหมือนกับแค่เปิดประตูให้เรารู้จักเขา ใครคือใคร ใครคือโปรดิวเซอร์ เขารู้จักสมาคมว่าเราหน้าตาแบบนี้ ติดต่อได้ทางนี้”

“แต่แน่นอน ค่ายเกมก็คือธุรกิจ ซื้อไลเซนส์หรือแค่ขายไลเซนส์มันไม่ใช่แค่ขึ้นอยู่กับสมาคม สมาคมเป็นแค่ผู้ถือลิขสิทธิ์ทีมชาติและไทยลีกที่พร้อมจะนำเข้าไป แต่หลังจากนั้น สิทธิประโยชน์อะไรต่างๆเป็นเรื่องของ โคนามิ ที่จะต้องคุยกับพาร์ทเนอร์ของเราคือแพลนบี ก็ต้องถือว่าเราแค่ไปเคาะประตูให้ ซึ่งอาจจะมีจุดที่ร่วมกันระหว่างโคนามิและแพลนบีที่ทำให้ดีลนี่หรือโครงการนี้สำเร็จ”

“มันเป็นความบ้าของเราที่อยากเจอเขา แล้วเราคิดว่าเรามีอะไรที่จะบอกเขา อยากจะสื่อสารให้เขาฟังแค่นั้นเอง เราเป็นแค่คนเปิดประตู”

“หลายเดือนก่อน เรามายืนที่นี่แค่ขอมาได้พูดคุยด้วย แค่แนะนำตัวว่าเราทำอะไรได้บ้าง แต่ไม่กี่เดือนต่อมาเรากลับมาตรงนี้กับประธานของโคนามิ นายกสมาคมฟุตบอลและตัวแทนของแพลนบี รวมไปถึงผู้บริหารแพลนบีที่ทำให้ดีลนี้เกิดขึ้นได้”

 

สะพานส่งออกฟุตบอลไทย

ย้อนกลับไปในวัยเด็ก ในสมัยที่การเข้าถึงข้อมูลยังจำกัด และอินเตอร์เน็ตยังไม่แพร่หลาย วินนิ่ง ถือเป็นเครื่องมือหนึ่งที่ทำให้เรารู้จักนักฟุตบอลที่ไม่ได้เล่นอยู่ในลีกดังมากขึ้น

ดาเนียล อโมคาชี, ทิยานี บาบันจิดา, โรเบิร์ต จาร์นี หรือ ทาริโบ เวสต์ ต่างเป็นชื่อที่แฟนวินนิ่งคุ้นหู (และคุ้นมือ) จากการเล่นในเกม ไม่ว่าจะจากความสามารถที่ยอดเยี่ยม หรือแคแรคเตอร์ที่โดดเด่นก็ตาม

และเช่นเดียวกัน สิ่งนี้กำลังจะเกิดขึ้นหลังไทยลีกและทีมชาติไทยได้ไปอยู่ในเกม  PES 2019 เมื่อมันคือโอกาสที่ทำให้ทีมหรือนักเตะจากไทยลีก เป็นที่รู้จักในระดับโลกมากขึ้นผ่านเกมนี้

“ข้อดีของวินนิ่งคือทำให้เราได้รู้จักนักกีฬาเยอะมาก ไม่ใช่นักกีฬาอย่างเดียวทีมด้วย เล่นทีมนี้ เราต้องไปร่วมสายอีกทีมนึงที่มันเป็นสโมสรจากชาติอื่นๆ ทำให้เรารู้จักทีมอย่างเบซิคตัส”

“เมื่อก่อนเราก็ดูแต่บอลในลีกที่เราดู บางทีเราก็อ้าว นักบอลคนนี้ ทีมชาตินี้อยู่สโมสรนี้เหรอ คือมันก็ทำให้เราได้เปิดโลก ได้รู้ว่านักกีฬาคนนี้ หน้าตาแบบนี้นะ รูปร่างแบบนี้นะ มันมีจุดเด่น จุดด้อยอะไร มันก็สนุกและเป็นประโยชน์มาก”

“ผมเห็นจุดตรงนี้ว่าคนยังไม่ค่อยรู้จักนักกีฬาไทย ยิ่งคนไม่ได้ดูฟุตบอลไทย แต่ถ้าเขาเล่นเกมไปเรื่อยๆ มันจะเริ่มรู้จักเอง แล้วยิ่งมันเป็นการแข่งขันที่มีไทยลีก พอเลือกทีมไทยลีกมันก็จะเริ่มรู้จักคุ้นเคย กับชื่อนี้กับทีมนู้น ทีมนั้น สิ่งเหล่านี้มันเกื้อหนุนกันได้อย่างดี”

 

ไทยอีลีกโปร

อย่างที่ทราบกันดี นอกจากการที่ไทยลีกและทีมชาติไทยจะไปปรากฎอยู่ใน PES 2019 แล้ว ภายใต้ดีลนี้ยังก่อให้เกิด “ไทย อีลีก โปร” (Thai E-League Pro) ลีกอีสปอร์ตส์ ของ 18 สโมสรไทยลีก ที่จะมีโอกาสได้ดวลแข้งกันนอกสนาม

ท่ามกลางกระแสต่อต้านจากผู้ใหญ่หลายฝ่ายที่เป็นห่วงว่าอีสปอร์ต จะทำให้เด็กติดเกมมากขึ้น หรือใช้เวลาไปอย่างไม่คุ้มค่า แต่พาทิศ ก็มีมุมมองที่ต่างออกไป

“หลักคิดคือเราใช้ชีวิตแบบยอมรับและปรับตัวกับปัจจุบัน บางอย่างเราไม่สามารถย้อนเวลากลับมาได้ บางอย่างที่มันเกิดขึ้นแล้ว มันก็ต้องเป็นไป”

“ปัจจุบันมีอุตสาหกรรมนี้เกิดขึ้นจริงๆอยู่บนโลก ทั้งที่ญี่ปุ่น ที่ยุโรป ทั้งที่อเมริกา เป็นอุตสาหกรรมที่มีเม็ดเงินเข้ามา ทำให้คนมีอาชีพ มีการแข่งขัน เราก็ต้องคิดว่าโลกตอนนี้มันเป็นแบบนี้ เราอาจจะรับมันได้ครึ่งหนึ่งหรือมากน้อยแค่ไหน แต่เราไปหยุดมันไม่ได้”

“มันก็มีคนเล่นเกม เกมไม่ใช่สิ่งผิดกฎหมาย เพียงแต่ว่าเราต้องเล่นอย่างมีสติ ตอนนี้ ถ้าคนเล่นเกมเก่ง ก็สามารถยึดเป็นอาชีพได้ มีคนจ้างเขา มีเวทีให้เขาและมีเงินรางวัล มีสิ่งต่างๆที่ทำให้เกิดเรื่องในเชิงธุรกิจที่ขยายมากขึ้น ก็ต้องยอมรับว่านี่คืออุตสาหกรรมใหม่ ต้องปรับตัวเข้ากับมัน”

“ปลายทางเรามั่นใจว่าเกมเมอร์ที่ชอบฟุตบอล และแฟนบอลไทยเองน่าจะเป็นกลุ่มเป้าหมายเดียวกัน คิดว่าอุตสาหกรรมนี้โตแน่นอน ส่วนของเราคือสมาคมได้ส่งลิขสิทธิ์ของเราเข้าไปสู่เกมได้ นั่นก็คือส่วนที่ผมคิดว่าเราประสบความสำเร็จในประวัติศาสตร์แล้ว เราเอาฟุตบอลไทย เอาทีมชาติเข้าไปโดยที่ถูกต้องตามลิขสิทธิ์ ไม่ต้องมาอีดิตเอง และเขาก็ไม่ได้เอาไปฟรีๆ มันคือเรื่องของการเข้ามาสนับสนุน”

“โคนามิถือเป็นผู้สนับสนุนอีกเจ้าหนึ่ง ไม่ใช่ว่าแค่เอาเกมเข้าไป ตอนนี้เขาคือหนึ่งในผู้สนับสนุนสมาคมฟุตบอลและไทยลีกเลย คุณจะเห็นโลโก้เขาในทุกที่ที่มีการโปรโมตฟุตบอลไทย ซึ่งตรงนั้นคือส่วนของเรา ส่วนที่ร่วมกันของแพลนบีและโคนามิคือการจัดอีลีกโปรในตอนนี้”

“การที่ให้สิทธิ์อีลีกโปร ให้กับสโมสรเท่านั้นที่จะร่วมเล่น ถือเป็นเอกสิทธิ์ของสโมสรไทยลีก 18 สโมสรที่จะตั้งทีมขึ้นมา เท่ากับว่า เรากำลังสร้างแฟนเฟส (Fan Fest) ให้กับสโมสร มีกิจกรรมทำกับแฟนบอล มีการตลาด การประชาสัมพันธ์ร่วมกับแฟนบอลมากขึ้น แฟนบอลได้เล่นทีมของคุณ ทีมที่คุณรัก และประชาสัมพันธ์ทีมของคุณผ่านเกม มันเข้าถึงได้จากที่บ้าน สามารถออนไลน์ เล่นได้ทั้งวัน ไม่ต้องรออาทิตย์ละครั้งเหมือนไปดูฟุตบอล ดูผ่านทีวี ตอนนี้คุณสามารถทำการตลาดต่างๆผ่านการเล่นเกม และเป็นทีมของคุณได้”

“ลิขสิทธิ์หรือสิทธิประโยชน์ที่เราให้กับสโมสรคืออุปกรณ์การเล่นต่างๆ  อินเตอร์เน็ต จอ เครื่อง เกม การถ่ายทอดสด เราให้กับสโมสรฟรีๆ และมีเงินสนับสนุนให้สโมสรอีกเดือนละค่อนข้างดีเลย สิ่งที่สโมสรต้องทำคือเอาโอกาสนี้ ไปสร้างกิจกรรม ไปสร้างฐานการตลาดให้มากขึ้น เช่น เวลาคุณนั่งเล่นเกม เสื้อผ้าของนักกีฬาอีสปอร์ตของคุณ ฉากหลังของคุณ กิจกรรมร่วมต่างๆที่เกี่ยวข้องกับวันนั้นที่แข่งกัน เป็นสิทธิ์ของสโมสร”  

“สมาคมทำการถ่ายทอดสดให้ นี่คือปลายทางนะครับ เช่น บุรีรัมย์แข่งกับเมืองทอง ก็จะมีการแข่งขันอีลีกโปร ก่อนหรือหลังแข่งในวันเตะจริง เรากำลังดูสล็อตเวลาที่เหมาะสม ก็คือแข่งตามโปรแกรมฟุตบอลจริงไปเลย”

“นี่คือปลายทางที่เราตั้งใจเมื่อทุกทีมพร้อมจะเล่น เราจะเชื่อมกันไปเลย เช่นวันนั้นเมืองทองเจอ บุรีรัมย์ แฟนเมืองทองไปที่สนามมีจอยักษ์ บุรีรัมย์ไปที่สนามมีจอยักษ์ ออนไลน์เจอกัน แล้วก็จะมีตารางแรงกิ้งของอีลีกโปรคู่กับไทยลีกจริง”

“เพราะฉะนั้น กิจกรรมของแฟนบอลก็จะมีมากขึ้น คุณจะดูออนไลน์ก็ได้ จะไปที่สนามก็ได้ มันคือกิจกรรมหนึ่งที่คุณสามารถดึงดูดคน หรือแฟนบอลเข้ามาร่วมกัน แล้วก็เชียร์ทีมคุณ เพราะคุณกำลังเชียร์บุรีรัมย์ กำลังเชียร์เชียงราย เมืองทองจริงๆ อยู่ในเกม และตัวแทนนั้นเป็นนักกีฬาของสโมสรจริงๆ”

สุดท้ายแล้ว หากไทยอีลีกโปรเกิดขึ้นมาเต็มตัว พาทิศ เชื่อว่านี่จะเป็นอีกช่องทางหนึ่งของสโมสรในหารายได้ ซึ่งเม็ดเงินเหล่านั้นก็จะมาเกื้อหนุนช่วยสโมสรในส่วนอื่นๆที่ไม่เกี่ยวกับอีสปอร์ต

“เราตั้งใจว่าเมื่อสิทธิประโยชน์และการตลาดมันขยายขึ้น แน่นอนเมื่อมีเงินเข้ามาสู่อุตสาหกรรมนี้ที่เราเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ สุดท้ายมันกลับไปที่ฟุตบอล กลับไปที่สโมสร วันนี้เราอยู่กันที่ 25 ล้าน แต่ตอนนี้เรามีกิจกรรมเพิ่ม มีอีกแพล็ตฟอร์มหนึ่งที่คนหรือบริษัทห้างร้านจะมาสนับสนุนเพิ่ม สิ่งเหล่านี้จะกลับไปที่สโมสร เพื่อให้คุณได้เอาเงินที่มันเติมขึ้นมาเอาไปทำอย่างอื่น”

“แต่ขอให้กิจกรรมนี้คุณเต็มที่กับมัน เรียกคน สร้างกิจกรรมให้เกิดขึ้น เราเปิดทาง เราวางเวทีไว้แล้ว เมื่อทุกอย่างทำให้มันประสบความสำเร็จ สุดท้ายมันจะกลับไปที่ฟุตบอลจริงๆ สโมสรก็จะแข็งแกร่งขึ้นจากจากเงินเหล่านี้”



ชื่นชอบบทความนี้ของ : มฤคย์ ตันนิยม ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง