Converse

บทบาทเช้าวันนี้...ที่ไม่ใช่ “ซิโก้ เดอะ ฮีโร่”



“เชิญนั่งๆก่อนนะ”

 

ซิโก้ - เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เดินลงมาจากชั้น 2 ของตึกกล่าวต้อนรับทีมงาน Main Stand ที่นั่งรออยู่ชั้นล่างบริษัท สปอร์ต ฮีโร่ จำกัด สถานที่ทำงานของเกียรติศักดิ์ เสนาเมือง… เขาดูสบายๆ ไม่เร่งรีบ และเคร่งเครียดอะไร ดูแตกต่างจากช่วงท้ายๆของการคุมทีมชาติไทย

“ทุกวันนี้พี่ ตื่นตี 5 ครึ่ง และก็ไปส่งลูกทุกวันเลย” ซิโก้ พูดไปพลางยิ้มไปพลาง

ย้อน 4 ปีก่อน “ซิโก้” ในฐานะกุนซือทีมชาติไทยพา “ช้างศึก” รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี นำโดยชนาธิป สรงกระสินธ์, ชาริล ชัปปุยส์, นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม, และสารัช อยู่เย็น คว้าอันดับ 4 เอเชียน เกมส์ 2014 ที่อินชอน เกาหลีใต้

จากนั้นเขาพาทีมชาติไทยกลับมาคว้าแชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ และพาทีมชาติไทยเข้ารอบ 12 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย ...เวลานั้นแฟนบอลไทยหลายคนเรียกเขาว่า “ฮีโร่” ใครต่อใครต่างเชิดชูซูฮกกับความสำเร็จที่ “ซิโก้” พาไทยไปถึงเกินระดับอาเซียน โลกโซเชียลต่างชื่นชม งานโฆษณาเข้ามาไม่ขาดสาย งานฟุตบอลก็วุ่นวาย

แต่พอผลงานเริ่มแย่ลง จากเสียงชื่นชมเริ่มมีเสียงต่อว่าวิพากษ์วิจารณ์ จนต้นปี ‘60 เขาลาออกจากตำแหน่งผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ที่อยู่มา 1,396 วัน และแม้ไปคุมทีมการท่าเรือฯ สั้นๆ เมื่อตอนกลางซีซั่น ก็ไม่ประสบความสำเร็จเท่าไหร่นัก เขาตัดสินใจลาออกจากทีมถิ่นคลองเตยอีกครั้ง เพราะเริ่มคิดว่าไปต่อไม่ไหว… และคิดว่าการกลับมาใช้ชีวิตเรียบง่ายในบทบาทของคุณพ่อ, นักธุรกิจคนหนึ่ง, แฟนบอลลิเวอร์พูล และคุณครู แบบที่ไม่ได้ทำมา 5 ปี นับตั้งแต่รับงานทีมชาติไทยเมื่อปี 2013

...น่าจะเป็นสิ่งที่ใจลึกๆ เขาอยากทำมากที่สุด และนี่ คือ สิ่งที่ “ซิโก้” ได้เล่าให้ Main Stand ฟัง ถึงบทบาทของเขาช่วงเวลาเกือบ 1 ปีที่เขาเว้นว่างจากการเป็นโค้ชอาชีพ

 

คุณพ่อ

“มันมีความสุขมากนะ… มากๆ (พูดย้ำ)” ซิโก้ เล่าถึงบทบาทของตัวเองวันนี้ หลังจากร่ำลาการเป็นโค้ชการท่าเรือฯ มาตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ. 2560   

“ตอนพี่ทำทีมชาติแล้วพี่รู้สึกว่า ความสุขของคนไทยทั้งประเทศมันยิ่งใหญ่ พี่ลาออกจากโค้ชทีมชาติเอง เพราะสปิริต แต่ตอนทำสโมสร (การท่าเรือฯ) เราไม่ได้รู้สึกยิ่งใหญ่แบบนั้นนะ  มันมีอารมณ์แบบเหมือนเราทำเพื่อรายได้ การทำสโมสรมันก็เหมือนกับทำอาชีพๆ นึง ไม่ได้มีความรู้สึกว่าทำเพื่อชาติ ตอนพี่โก้ลาออกจากการท่าเรือฯ เราอายุ 45...พี่ก็ย้อนกลับมานั่งมองว่า ตอนนี้ชีวิตพี่มันขาดอะไรไป  เออ มันขาดการใช้ชีวิตอย่างเต็มที่กับลูกๆ และครอบครัว ซึ่งตอนนั้นพี่ไม่ได้รู้สึกเสียใจ ที่ไม่ได้เป็นโค้ชเลยนะ”

“เพราะวันนี้พี่ได้มีเวลาอยู่กับครอบครัว ทุกๆวัน พี่จะไปรับ-ส่งลูกๆ (อธิชา, มุตาภา, กฤติยา) เช้า-เย็น พี่ตื่นตี 5 ครึ่ง 6 โมงออกไปส่งลูก และก็กลับมากินข้าวเช้ากับพี่เปิ้ล 9 โมงเข้าออฟฟิศด้วยกัน และ 3 โมงก็ไปรับลูก บางวันไม่ไป ให้พี่เปิ้ลไป ก็จะปั่นจักรยาน เข้าเวท ดูแลร่างกายตัวเอง พี่จะให้เวลาในการออกกำลังกาย”

“พี่โก้ ได้ดูแลลูกใกล้ชิดมากขึ้น ลูกคนโต (เพิร์ธ - กฤตยา เสนาเมือง) ตอนนี้เป็นเชียร์ลีดเดอร์ พี่ช่วยดูแลเรื่องอาหารการกินได้มากขึ้น ดูแลกล้ามเนื้อว่าฟิตพอไหม บางทีก็นวดให้ด้วย เหมือนเปลี่ยนจากดูแลนักฟุตบอลมาดูลูกแทน (หัวเราะ) ลูกคนกลาง  (พราวด์ - อธิชา เสนาเมือง) ก็เป็นดรัมเมเยอร์ ส่วนคนเล็กนี่… ไม่ค่อยทำกิจกรรมอะไร (ยิ้ม) วันเสาร์ - อาทิตย์ เราก็พาเขาไปดูหนังกับเพื่อนๆ ทำกิจกรรมแบบสาวๆ แต่พี่ไม่ค่อยไปยุ่งเรื่องส่วนตัวของเด็กๆ นะ ก็แบบ...เป็นเรื่องของเด็กผู้หญิงมากกว่า แต่เราก็จะมีกิจกรรมทำกันในครอบครัวนะ”

“บางทีพวกเขาคิดว่าพ่อไม่ได้เป็นโค้ชก็แสดงว่าตกงาน… แต่จริงๆ พี่ไม่ได้ตกงานนะ (หัวเราะ)”

 

ครู

“พี่ลาออกจากทีมการท่าเรือฯ เพราะพี่คิดว่ามันเริ่มไม่สนุกทีมเราอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ได้ลุ้นตกชั้น ไม่ได้ลุ้นแชมป์ หน้าที่ของพี่ คือ แค่เข้ามาประคอง…พี่เข้ามาเพราะพี่แป้ง (นวลพรรณ ล่ำซำ) ถ้าไม่ใช่พี่แป้ง พี่ไม่รับงานตั้งแต่แรกแล้ว” ซิโก้ กล่าวถึงวันที่ออกจากงานโค้ชฟุตบอลอาชีพกับยอดทีมถิ่นคลองเตย   

“พอออกมามันแบบ...โล่งใจมาก (พูดเสียงยาวหน่อยๆ) มันเหมือนยกภูเขาออกจากอก เราเองก็รู้สึกว่าทำให้คุณแป้งไม่ดีพอด้วย”   

“แต่พี่ไม่ได้ตกงานนะ…” ซิโก้ ย้ำ “พี่มีบริษัท สปอร์ต ฮีโร่ (จำกัด) และมูลนิธิซิโก้ พี่เป็นนักธุรกิจด้วย เราไม่ได้ทำงานโค้ชเป็นอาชีพอย่างเดียวอยู่แล้ว เราทำเอเจนซี่ มีรับงานโฆษณา มีงานอีเว้นต์ จริงๆ สปอร์ตฮีโร่ มีมา 16 ปีแล้ว มูลนิธิก็มีมาตั้งแต่ปี 2013 ก่อนที่พี่โก้จะเข้ามาทำโค้ชทีมชาติ ตั้งแต่ตอนนั้นพี่อยากทำบอลเด็ก ทำสปอร์ตเอ็ดดูเคชั่น (Sport Education) เฟ้นหาเด็กไทยไปเรียน และเตะฟุตบอล ด้วยที่บรูคเฮ้าส์ คอลเลจ ที่ประเทศอังกฤษ แต่ก็ยังไม่มีเวลา ตอนนี้ก็เริ่มได้ทำแล้ว”

“ตอนนี้เรายังมีงานทำทุกวัน เรายังไปสอนฟุตบอลเด็กโครงการค่ายฟุตบอลเยาวชน เด็กๆ ก็เข้ามาเรียกเราครูครับๆ…” ซิโก้ พูดไปและหยุดไปชั่วขณะ “จริงๆ พ่อ-แม่ พี่โก้ก็เป็นคุณครู พี่คิดว่าโค้ช กับ ครู มันอยู่ใกล้กัน พี่ยังไปสอนเด็กๆอยู่ทุกวัน พี่ก็ไม่ได้รู้สึกถึงความแตกต่าง และพี่โก้ก็มีความสุขมาก ชีวิตการเป็นครูมันมีความหมาย และมันหยุดไม่ได้ มันต้องเป็นไปตลอดชีวิต และเราต้องเรียนรู้ตลอดด้วยนะ อย่างตอนที่พี่โก้ ไปเรียนโปรไลเซนส์ ก็เพราะว่าต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมด้วย”

“ปรัชญาการสอนของซิโก้ พี่บอกว่าเราเล่นเพื่อความสนุก เราต้องเข้าใจเขา เอาเข้าจริงๆ การเป็นโค้ชกับการเป็นครู มันเป็นงานสอนเหมือนกัน ซึ่งการเป็นนักกีฬามันต้องเสียสละ ทั้งกาย และใจ พวกเด็กๆ เล็กๆ ปูเบสิคพื้นฐานพวกเขาให้ดีก่อน เมื่อถึงจุดหนึ่งที่เขาจะก้าวขึ้นเป็นอาชีพ ถ้าเรายังได้มีโอกาสสอนเขาอยู่ เราก็จะพูด จะให้คำแนะนำนะ”

“พี่สอนเขาว่า การใช้ชีวิต มันใช้ได้แค่ 10 ปี ใช้ได้ไม่ตลอดชีวิต เราต้องเก็บเกี่ยวเงินทอง เรา คือ เด็กพิเศษ เวลาเที่ยวไม่ได้เที่ยว เราต้องซ้อมบอล ปีใหม่ สงกรานต์ วันเกิด วันหยุดราชการ เราอาจไม่ได้หยุดเหมือนคนอื่น เราต้องเอาความสำเร็จมาชดเชยทดแทนสิ่งที่หายไป” อดีตกุนซือทีมชาติไทย กล่าวถึงสิ่งที่สอนลูกศิษย์

 

แฟนบอล

เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ถอยห่างจากการดูแลนักฟุตบอล และทีมของตัวเองมาสักพัก แต่เขาไม่หยุดดูทีมอื่น…

ฟุตบอลไทย, ทีมชาติไทย, ลิเวอร์พูล, หรือแมนฯยู เขายังคอยเกาะติดตาม และมักแซวลูกน้องในบริษัท สปอร์ต ฮีโร่ ที่เป็นแฟนบอล “ปีศาจแดง” ยามพ่ายแพ้แบบเนียนๆ เสมอ (ซิโก้เป็นแฟนบอลลิเวอร์พูล)

“พี่ยังดูบอล ยังเป็นแฟนบอล ยังนั่งกอดอกดูฟุตบอลทีมชาติไทยและเชียร์พวกเขาอยู่ ถามว่ามันมีคิดไหมว่า เออ ทำไมจัดตัวแบบนี้ ทำไมวางแผนแบบนี้ ก็มี…”

“เวลาดูบอลนอกก็เป็นนะ ไม่ใช่แค่บอลไทยหรอก อย่างลิเวอร์พูล เราก็คิดว่าทำไมเจอร์เกน คล็อปป์ จัดตัวแบบนี้ ทำไมมูรินโญ่ ถึงให้ทีมเล่นแบบนี้ แต่เราคนนอกไง เราไม่ใช่โค้ช เขาอาจมีเหตุผลบางอย่าง ที่เราไม่รู้ นักเตะคนนั้นป่วย ร่างกายยังไม่พร้อม นักเตะคนนั้นสภาพจิตใจไม่ดี เราอยู่กับบ้าน เราไม่ได้ซ้อมกับเขา เราไม่รู้หรอก”

“เวลาเราเป็นแฟนบอลเราก็อยากจัดตัว แต่เราก็ต้องเข้าใจ ในแง่ของการเป็นแฟนบอลเราจะคิด จะพูดอะไรก็ได้ แต่โค้ช คือ คนที่ต้องรับผิดชอบไง เราต้องมีเหตุผลบางอย่าง แฟนบอลไม่ต้องรับผิดชอบนี่ แต่มันก็เป็นสิทธิ์ของพวกเขาที่จะต่อว่านะ” ซิโก้ ถึงบทบาทของตัวเองในวันนี้ที่ขยับออกมาเป็นแฟนบอล

“ชีวิตมันไม่ได้เรียบง่ายอะไรหรอก แต่เราก็พยายามสมดุลการใช้ชีวิต และการทำงาน ตอนนี้มันได้ผ่อนคลาย และการสอนเด็กๆ การใช้ชีวิตกับครอบครัวมากขึ้นมันก็แฮปปี้ มีความสุข”

Main Stand ทิ้งคำถามสุดท้ายถึงโอกาสกลับไปเป็นโค้ชฟุตบอลอาชีพ “พี่ชอบใช้ชีวิตแบบที่เป็นวันนี้ ซึ่งถ้าให้พี่กลับไปทำสโมสรพี่ไม่ทำนะ...แต่ทีมชาติพี่ไม่ปฏิเสธอยู่แล้ว” ซิโก้ ในวันที่ไม่ได้เป็นฮีโร่ในสนาม กล่าวทิ้งท้าย

 



ชื่นชอบบทความนี้ของ : kritikorn Thanamahamongkhol ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง