Converse

เคนโงะ - ชนาธิป : เส้นทางชีวิตที่สวนทางกัน



ชนาธิป สรงกระสินธ์ คือ นักฟุตบอลอันเป็นที่รักของคนไทยทั้งประเทศ และของคอนซาโดเล่ ซัปโปโร…

จากนักฟุตบอลตัวเล็กๆ ที่คนญี่ปุ่นตั้งคำถามถึงความสามารถ ทุกวันนี้ แฟนบอลซัปโปโรต้องเหลือบมองรายชื่อก่อนลงเตะว่า ชนาธิป ลงเล่นหรือไม่ ในวัย 25 ปี นักเตะชาวไทยกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นของอาชีพค้าแข้ง เขามุ่งมั่นที่จะไปให้ไกลที่สุด เท่าที่เขาจะทำได้


 

ย้อนกลับมาที่ประเทศไทย…เพื่อนของชนาธิปคนหนึ่งนามว่า เคนโงะ อิชิอิ วัย 32 ปี ซึ่งมีบ้านเกิดอยู่ที่ซัปโปโร กำลังมีเส้นทางลูกหนัง และมีชีวิตใหม่ที่สวนทางกับซุเปอร์สตาร์ชาวไทย ปัจจุบันเขาเล่นให้กับไทยยูเนี่ยน สมุทรสาคร เอฟซี ทีมในศึกไทยลีก 2  

ทีมงาน Main Stand นัดพบกับเคนโงะ ตรงใจกลางอำเภอเมืองสมุทรสาคร ไม่ไกลจากแม่น้ำท่าจีน สนามกีฬาจังหวัดสมุทรสาครในช่วงบ่ายดูไม่ครึกครื้นมากนัก โดยปกตินักเตะตัวจิ๋วในชุดนักเรียน มักจะลงมาจับจองพื้นที่ส่วนตัว กับลูกฟุตบอลหนึ่งลูกในช่วงบ่ายคล้อย แต่ ณ เวลานี้ มีเพียงเสียงของรถสองแถว และรถกระบะที่มีเครื่องขยายเสียงเป็นของตัวเอง

เขาเปิดประตูออกมาจากรถคู่ใจของเขา ยิ้มแย้มให้กับทีมงานของเรา และให้การต้อนรับในฐานะ “เจ้าถิ่น” เขาดูมีความสุขและคุ้นเคยกับที่นี่ แม้เพิ่งจะมาใช้ชีวิตในประเทศไทยไม่ถึง 1 ปี

“ปกติช่วงเย็นจะมีน้องๆนักเรียนมาเตะฟุตบอลกัน ช่วงบ่ายๆแบบนี้ ก็จะค่อนข้างเงียบหน่อยครับ” อิชิอิ เปิดบทสนทนาด้วยการเล่าถึงสิ่งที่เขาเห็นเป็นประจำทุกวัน พร้อมกับพาไปหาที่นั่งคุยกัน...

“ไม่ต่างจากประเทศญี่ปุ่น ช่วงเลิกเรียนก็จะมีนักฟุตบอลตัวเล็กๆมาลงสนามประลองฝีเท้ากันแบบนี้แหละ คิดแล้วผมก็นึกถึงช่วงเวลาเก่าๆอยู่เหมือนกัน”

เมื่อหาเก้าอี้ตัวอุ่นๆ ในสนามเป็นที่นั่งจับเข่าคุย อิชิอิก็เริ่มย้อนความถึงเรื่องราวความผูกพันระหว่างเขากับเพื่อนที่ชื่อ “ชนาธิป สรงกระสินธ์” ตลอดเวลาครึ่งปีที่อยู่ด้วยกันที่ซัปโปโรให้ฟัง…

 

ผูกมิตรกัน

“ชนาธิปมาที่ซัปโปโรเมื่อเดือนกรกฎาคม กลางปีที่แล้ว (2017)” อิชิอิ เริ่มเท้าความถึงเพื่อนชาวไทยของเขา

“ฤดูกาลนั้นผมได้ลงสนามน้อยมาก เพราะคู่แข่งแย่งตำแหน่งตัวริมเส้นมีหลายคน อนาคตของผมในทีมตอนนั้นยังไม่แน่นอน” เขาเสริมต่อ… อันที่จริง เคนโงะ อิชิอิ ถือเป็นอดีตนักเตะก้นหม้อของคอนซาโดเล่ ซัปโปโร และค้าแข้งที่ซัปโปโร โดม มานานถึง 8 ปี ระหว่างปี 2005 - 2009 และ 2014 - 2017

“ชนาธิปเขาเป็นคนมนุษยสัมพันธ์ดี ร่าเริง ขี้เล่น ทำให้ใครๆต่างก็รักเขา ผมเองก็เช่นกัน”

“แต่อันที่จริงแล้ว ที่ผมสนิทกับชนาธิป เพราะผมชอบที่จะไปเที่ยวในประเทศไทย ก่อนหน้านั้นไม่กี่เดือน ผมพาภรรยาไปที่จังหวัดภูเก็ต นั่นทำให้เราสองคนมีหัวข้อคุยกันไม่หยุด ส่วนมาก ก็จะเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยว อาหารการกิน เอกลักษณ์ต่างๆของประเทศไทย”

เคนโงะรู้สึกถูกชะตากับนักเตะไทยรายนี้ แต่เขาก็ไม่อาจเรียกตัวเองว่าเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของชนาธิปได้ แม้เขาจะยอมรับว่า โดยส่วนตัวแล้ว “เจ” คือมิตรแท้ชาวไทยที่มีค่ากับเขามากก็ตาม

“ชนาธิปมีเพื่อนหลายคน เขาเป็นคนเข้ากับคนง่าย ที่สำคัญเป็นคนใจกว้าง ชอบช่วยเหลือคนอื่น และมีน้ำใจกับเพื่อนร่วมทีมเสมอ”

“มีอยู่ครั้งหนึ่ง เขาชวนผมไปกินข้าวที่บ้านด้วยกัน ไม่ได้ซื้อมากินนะครับ แต่เป็นอาหารที่เขาทำเอง ผม , ภรรยา และเขา ง่วนอยู่ในครัว ก่อนจะออกมาเป็นผัดไทยจานเด็ด”

“นั่นคือช่วงเวลาระหว่างผมกับชนาธิป ที่ตัวผมเองประทับใจมากที่สุด”

เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก ขณะที่ตัวเขากำลังทำงานหนักเพื่อกลับมามีส่วนร่วมกับทีม เพื่อให้ได้สัญญาฉบับใหม่ แต่ชนาธิป กลับค่อยๆกลายเป็น “คนสำคัญ” ของคอนซาโดเล่ ซัปโปโรมากขึ้นไปเรื่อยๆ

“เขาเริ่มเรียนรู้ภาษาญี่ปุ่นได้มากขึ้น และทำความเข้าใจวิธีการเล่นกับทีมได้เร็ว แม้ช่วงแรกเขาจะตกเป็นตัวสำรองมากหน่อย และยังมีปัญหาในการปรับตัว”

“แต่ผมคิดว่า ระยะเวลาในช่วงนั้นของเขาสั้นมาก เพียงแค่ไม่กี่เดือน ชนาธิป กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของ คอนซาโดเล่ ซัปโปโร เริ่มมีแฟนคลับเข้ามาเชียร์เขามากขึ้น และเขาก็เริ่มได้โอกาสลงสนามเป็นตัวจริงมากขึ้น ผมรู้สึกยินดีไปกับเขาด้วย”

สถานการณ์ภายในซัปโปโรโดมของ ชนาธิป สวนทางกันโดยสิ้นเชิงกับ อิชิอิ และในช่วงปลายฤดูกาล เขาได้รับข่าวร้ายจากสโมสร ว่าเขาจำต้องออกจากทีม เมื่อไม่ได้สัญญาฉบับใหม่

“ความจริงผมไม่ได้อยากเล่นที่ญี่ปุ่นไปตลอดชีวิตนะ” อิชิอิเล่าถึงการตัดสินใจในช่วงเวลานั้น

“แน่นอนผมรู้สึกเสียใจ แต่ชีวิตก็ต้องก้าวต่อไป สุดท้ายผมก็ต้องเดินหน้าหาสังกัดใหม่ ในระหว่างที่ผมกำลังหาทางเลือกให้ตัวเอง ชนาธิป ก็เดินเข้ามาหาผม และเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับฟุตบอลไทย”

“เขาบอกกับผมว่า ลีกในประเทศไทย กำลังพัฒนาและเติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ มันเป็นลีกที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นลีกที่มีการแข่งขันสูงมาก”

“ผมเองรู้สึกชอบประเทศไทยอยู่แล้ว และอยากหาความท้าทายใหม่ ผมจึงตัดสินใจว่า อนาคตของผมขอฝากไว้ที่ประเทศบ้านเกิดของชนาธิป และผมจะต้องไปเล่นฟุตบอลที่นั่นให้ได้”

เดือนธันวาคม ปี 2017 เคนโงะ อิชิอิ เก็บกระเป๋าบินมาที่ประเทศไทย โดยที่ยังไม่รู้เลยว่า จะได้เล่นให้กับสโมสรใด

 

แยกจากกัน

เคนโงะ อิชิอิ พยายามมองหาสโมสรใหม่สโมสรแรกของตัวเองที่ประเทศไทย และด้วยความที่คอนซาโดเล เป็นพันธมิตรอย่างเป็นทางการกับขอนแก่น เอฟซี ทำให้เขาได้ไปทดสอบฝีเท้ากับ “เดอะ ทีเร็กซ์” ในไทยลีก 2 เป็นที่แรก

อย่างไรก็ตาม ทีมดังจากแดนอีสานเลือกไปเซ็นสัญญากับนักเตะเกาหลีใต้ นั่นทำให้เขาใจหายไปช่วงหนึ่ง แต่หลังจากนั้นไม่นาน ตัวแทนจากทีมไทยยูเนี่ยน สมุทรสาคร เอฟซี ก็ติดต่อมาหาเขา เขาไม่รีรอ เดินทางไปยังสนามโดยเร็วที่สุด และสุดท้ายก็ได้สวมเสื้อทีม “สำเภาผยอง” ลงสนามสู้ศึกไทยลีก 2 ภายใต้การนำของเฮดโค้ชอย่าง ทรงวุฒิ บัวเพ็ชร

การปรับตัวของ อิชิอิ ที่ประเทศไทยในช่วงแรก ไม่เหมือนกับ ชนาธิป เขาไม่ได้มีล่ามเดินทางมาด้วย นั่นทำให้เขาไม่สามารถสื่อสารกับนักฟุตบอลไทยได้เข้าใจมากนัก

“ถ้าโค้ชอธิบายเรื่องแท็กติก ผมยังพอเข้าใจเฉพาะเบื้องต้น แต่ถ้าเขาอธิบายลึกกว่านี้ ผมยังไม่เข้าใจ นั่นคือสาเหตุที่ผมตั้งใจไว้ว่า ผมต้องเรียนภาษาไทยให้เก่งกว่านี้” อิชิอิ ว่า

“ช่วงแรกๆ ชนาธิป ยังคุยกับผมอยู่บ่อยๆ นั่นอาจทำให้ผมคลายความกังวลได้บ้าง แต่เมื่อเข้าซีซั่น เราต่างคนต่างก็ต้องทำหน้าที่ และเราก็คุยกันน้อยลง”

ปัญหาจากกำแพงด้านภาษา ทำให้เพื่อนสนิทที่สุดของเขาในทีม กอง แซต ไน ตัวรุกชาวเมียนมา ซึ่งเป็นนักเตะเอเชียที่ไม่ใช่คนไทยเพียงคนเดียวในทีมไทยยูเนี่ยน สมุทรสาคร เอฟซี

“น่าจะเป็นเพราะว่าเราเป็นชาวต่างชาติเหมือนกัน และด้วยความเป็นเอเชีย คงพอจะเข้าใจกันได้ เราพูดคุยภาษาอังกฤษกัน แม้จะสื่อสารกันไม่ได้รู้เรื่องทั้งหมด แต่อย่างน้อยผมก็มีเพื่อน”

“เราเคยชักชวนกันไปกินข้าวหลายครั้ง แต่เนื่องจากผมเป็นพี่เขา ผมเลยต้องเลี้ยง แต่ไม่เป็นไร ผมยินดีเป็นอย่างยิ่ง (หัวเราะแบบเขินๆ)”

ในช่วงแรก อิชิอิ ยังมีปัญหาในการปรับตัวเข้ากับการใช้ชีวิตที่จังหวัดสมุทรสาคร ที่แม้จะเป็นเมืองท้องถิ่นไม่ต่างกับซัปโปโร บ้านเกิดของเขามากนัก แต่วัฒนธรรม และวิถีการดำเนินชีวิตของคนแตกต่างกัน ทั้งในแง่มุมของฟุตบอล และชีวิตนอกสนาม…

แต่หลังจากที่ใช้ชีวิตร่วมงานมานานหลายเดือน และลงสนามให้กับทีมอย่างต่อเนื่อง เดินทางไปเล่นทั่วประเทศในเกมเยือน ทำให้เขาเริ่มค่อยๆปรับตัวกับการใช้ชีวิตในประเทศไทยมากขึ้น เข้าใจคนไทยมากขึ้น

“ผมคุ้นเคยกับทุกคนมากขึ้นด้วยการกินข้าวเย็นร่วมกัน โค้ช (ทรงวุฒิ บัวเพ็ชร) และเพื่อนร่วมทีมจะนัดกันไปรวมตัวกันสัปดาห์ละ 1-3 ครั้ง มันช่วยให้ผมได้คุยกับทุกคนมากขึ้น เริ่มเข้าใจภาษาไทยมากขึ้น”

จากนักเตะหน้าใหม่ กลายเป็นนักเตะขาประจำ อิชิอิ ในบทบาทตัวริมเส้น ทำประตูให้กับไทยยูเนี่ยน สมุทรสาคร เอฟซีไปแล้ว 8 ประตู ขณะเดียวกันชนาธิป สรงกระสินธ์ ก็ทำผลงานได้ดีทำไปแล้ว 5 ประตู กับอีก 2 แอสซิสต์ (รวมทุกรายการ) ให้กับคอนซาโดเล่ ซัปโปโร แม้แยกจากกัน แต่ทั้งคู่กำลังพบกับเส้นทางที่สดใสเหมือนกัน…

 

บรรจบกัน

อิชิอิ ยอมรับว่าทุกวันนี้ยังคงติดตามผลงานของชนาธิป สรงกระสินธ์อยู่เสมอ แม้ช่วงหลังจะได้คุยกันน้อยลง แต่ก็ยังติดต่อกันบ้าง และหากเขากลับมาที่ประเทศไทย ก็ไม่ลืมที่จะแวะเวียนมาเจอกัน

เช่นเดียวกับวันสำคัญของ อิชิอิ ที่ “ชนาธิป” ไม่ลืมโพสต์ภาพในอินสตาแกรมเพื่อฉลองวันเกิดให้

อิชิอิมองว่า แม้จะไม่ได้คุยกันมาก แต่มิตรภาพ ยังคงแน่นแฟ้นเหมือนเดิมเสมอ

“ผมดีใจกับเขาด้วย เท่าที่ผมสังเกต ผมคิดว่าชนาธิปเข้ากับเพื่อนร่วมทีมคอนซาโดเล่ ซัปโปโร ได้ดีกว่าตอนที่ผมยังอยู่ด้วยซ้ำ”

“ผมไม่รู้ว่าเขาจะคิดอย่างไร แต่ผมเชื่อว่า เขาไปได้ไกลกว่าคอนซาโดเล่ ซัปโปโร บางที อาจมีทีมที่ใหญ่กว่า ซัปโปโร ที่กำลังสนใจเขาอยู่ก็ได้ เขามีโอกาสขึ้นไปได้สูงกว่านี้ และผมก็จะยังคงสนับสนุนเขาเหมือนเดิมเสมอ”

หันกลับมาที่อนาคตของตัวเองกันบ้าง ณ เวลานี้ อิชิอิ มีความสุขกับชีวิตที่สมุทรสาครฯ เพราะเขายังคงชอบความเงียบสงบ ไม่พลุกพล่าน

“ผมมีความสุขกับชีวิตที่เรียบง่าย มันไม่ต่างกับซัปโปโรบ้านเกิดของผม ผมยังคงซ้อมฟุตบอล และในวันหยุดบางครั้งก็จะไปเดินเล่นที่ตลาดมหาชัย ซื้อของสดไปทำอาหารไทยที่ชอบ หรือขับออกไปไกลหน่อยเพื่อกินซูชิร้านโปรด”

“และในวันหยุด ผมก็จะใช้เวลาอยู่กับภรรยา นั่งดูโทรทัศน์ช่อง NHK เพื่อติดตามข่าวสารบ้านเกิดของผม และในช่วงบ่ายของไทย ในวันที่ไม่มีโปรแกรมแข่งขัน ผมจะนั่งดูฟุตบอลไทยลีก 1”

“ชนาธิปเคยบอกผมเสมอว่าไทยลีก 1 เป็นลีกที่สนุกและเข้มข้นมาก ทีมที่ผมติดตามเสมอคือการท่าเรือ เอฟซี พวกเขามีกลุ่มแฟนบอลที่ยอดเยี่ยม แต่ทีมอื่นๆ ก็เล่นฟุตบอลอย่างมีเสน่ห์และน่าติดตามเช่นเดียวกัน”

“ในวันข้างหน้า ก่อนที่ผมจะเลิกเล่น ผมหวังว่าจะได้พิสูจน์ตัวเองที่ไทยลีก 1 มันเป็นลีกที่สร้างชนาธิปขึ้นมา ฉะนั้น มันคือเวทีที่ผมอยากไปลองสัมผัสมากที่สุด” อิชิอิ กล่าวทิ้งท้ายอย่างมุ่งมั่น

นับเป็นเวลา 7 เดือนกว่าๆ แล้วที่ทั้งคู่ต่างแยกย้ายจากกันมา… เส้นทางลูกหนังของทั้งคู่สวนทางกัน คนหนึ่งกำลังเฉิดฉายที่ญี่ปุ่น และมีอนาคตที่ยาวไกล อย่างไรก็ตามอีกคนหนึ่งก็ไม่ได้น้อยหน้า เขากลายเป็นขวัญใจของแฟนบอลไทยยูเนี่ยน สมุทรสาคร เอฟซี จากการลงสนามอย่างต่อเนื่อง และยิงประตูได้มากมาย สิ่งที่ทั้งคู่ได้รับเหมือนกันในวันน้ี คงเป็นความรักที่ยิ่งใหญ่จากแฟนบอล

“ตอนนี้เวลาผมเดินเข้าสนาม มันก็มีเสียงแฟนบอลตะโกนเรียก เคนโงะๆๆ กันบ้างแล้วล่ะ…” เคนโงะ พูดด้วยรอยยิ้ม

ถึงไม่ได้อยู่ในสนามซ้อม หรือแข่งเดียวกันแล้ว… แต่อย่างน้อย เคนโงะ อิชิอิ และชนาธิป สรงกระสินธ์ ก็ได้รับสิ่งดีๆบางอย่างร่วมกันเหมือนเดิม แม้จะเป็นคนละทีมก็ตาม

 



ชื่นชอบบทความนี้ของ : ณรินทร์ภัทร บุณยวีรพันธ์ ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง