Converse

เสียงจากคน...ที่เดินตามหลัง : เปิดใจ “แคดดี้” กับเบื้องลึก ที่มากกว่าแค่การถือถุงกอล์ฟ



ในโลกแห่งกีฬากอล์ฟ คำว่า “แคดดี้” มีหน้าที่ซึ่งเห็นภาพได้ง่ายคือ ผู้ช่วยที่ถือถุงไม้กอล์ฟตามโปรกอล์ฟ ไปแข่งขันตามรายการต่างๆ

 

เหมือนกับผู้ปิดทองหลังพระ หรือบางคนเข้าใจไปเองว่าพวกเขาคือ “คนรับใช้”

แต่ผิดถนัด! เอาเข้าจริงเหล่าแคดดี้ยืนยันว่าพวกเขามีความสำคัญไม่แพ้กับนักกอล์ฟในสนาม จะว่าไป หากไม่มีแคดดี้ นักกอล์ฟก็แทบจะไม่สามารถลงทำการแข่งขันได้เลยด้วยซ้ำ

Main Stand เจาะใจสามแคดดี้ที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการกอล์ฟมาอย่างต่ำ 10 ปี เพื่อล้วงความลับ และขุดเรื่องราวของ “อาชีพที่ถูกลืม” ในกีฬาชนิดนี้ ว่าพวกเขามีความสำคัญอย่างไร

 

เริ่มต้นจากศูนย์

“อาชีพแคดดี้เป็นอาชีพต้นทุนต่ำ ผลผลิตสูง” แคดดี้เอก - เอกลักษณ์ พิมพิเศษ แคดดี้คู่ใจที่ทำงานร่วมกับ “โปรหมาย” ประหยัด มากแสง มา 10 ปีเต็ม ยอมรับแบบไม่อ้อมค้อม

“ชีวิตผมเริ่มต้นต่ำกว่าศูนย์ด้วยซ้ำ ผมโตมากับสนามกอล์ฟพลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ตอนแรกสุด วิธีหาเงินของผมคือ งมลูกกอล์ฟจากน้ำไปขาย” เอกลักษณ์ เริ่มเล่า

“ด้วยความที่ใจรัก สุดท้ายเราก็เดินตามโปรกอล์ฟไปเรื่อยๆ เรียนรู้วิธีการตีของเขา ด้วยความที่บ้านก็อยู่ในสนามกอล์ฟพลูตาหลวง ทำให้เราต้องมีความผูกพันกับมัน ผมเองก็ใช้ชีวิตอยู่กับโปรธรรมนูญ ศรีโรจน์ กับ โปรชวลิต พลาผล สองคนนี้ในช่วงต้น”

“ความจน มันไม่เข้าใครออกใคร บางทีด้วยความที่ไม่มีทางเลือก เราเลยจำเป็นต้องทำสิ่งที่เราทำได้” แคดดี้แมน - อนุพงษ์ สุดใจ ที่ปัจจุบันร่วมงานกับ “โปรไช้” ปวิธ ตั้งกมลประเสริฐ เอ่ยถึงความจำเป็นของการเป็นแคดดี้บ้าง

ความรักต่อกีฬากอล์ฟ ทุกคนมีอยู่เท่ากัน แต่ใช่ว่าทุกคนที่จะเป็นโปรกอล์ฟได้

“ผมรู้ตัว ว่าแข่งไปเรื่อยๆแล้วทำได้ไม่ดี ก็เลยหันมาเป็นแคดดี้ดีกว่า” แคดดี้ยอด - รุ่งโรจน์ บุญศรี ปัจจุบันร่วมงานกับสาวน้อยนักกอล์ฟดาวรุ่ง น้องจีน - อาฒยา ฐิติกุล เผยถึงสาเหตุที่ตัวเองสานฝันไม่สำเร็จกับการเป็นโปรเสียเอง

“คือในประเทศไทย เราไหวนะ เราพอแข่งได้ แต่มันก็ไม่ได้เก่งขนาดนั้น แต่รู้เลยว่า พอไปดูโปรเมืองนอกตี เราขอเป็นแคดดี้ดีกว่า ถ้ารู้ตัวเร็วว่าเราเอาดีทางตีไม่ได้ ก็หันมาทำอีกทางหนึ่ง” แคดดี้เอก อธิบาต่อ
 

จากที่ Main Stand ได้พูดคุยกับแคดดี้สามราย พวกเขาทั้งสามคนไม่ได้มีชีวิตโรยด้วยกลีบกุหลาบในกีฬากอล์ฟ แม้จะอยู่กับกอล์ฟมาตั้งแต่เกิด แต่บางทีฟ้าก็ไม่ได้ลิขิตให้คุณเป็น “โปร” ได้ทุกคน

“แต่แคดดี้ก็ใช่ว่าจะลำบาก มันหาเงินได้แน่นอน และเปอร์เซนต์ที่จะได้เงินมีมากกว่าโปร อย่างน้อยต่อทัวร์นาเม้นต์ คุณได้เงินแล้วแน่นอน ส่วนโปร ได้เท่าไหร่ ก็ขึ้นอยู่กับผลงาน” แคดดี้แมน มองอีกมุม

 

สู้ด้วยใจ ไปให้ถึง

แคดดี้เอก - เอกลักษณ์ ถือเป็นแคดดี้รุ่นพี่ที่ทั้งโปรกอล์ฟและเหล่าแคดดี้รุ่นน้องรู้จักกันดี ปัจจุบันเขาบ่มเพาะ และฝึกฝนแคดดี้หลายคนขึ้นมาประดับวงการกอล์ฟ

เรื่องราวของเขาน่าสนใจตรงที่การ “กล้าพุ่งชนความท้าทาย” ชีวิตของแคดดี้แต่ละคนกับการไต่เต้าเข้ามาในวงการต่างกัน

แคดดี้แมน เล่าว่า ในอดีตก่อนที่จะมาร่วมงานกับ โปรไช้ ปวิธ ตั้งกมลประเสริฐ เขาก็ต้องร่วมงานกับนักหวดที่มีอายุน้อยเสียก่อน

แต่ไม่ใช่ แคดดี้เอก Main Stand ยอมรับว่า เมื่อเขาเอ่ยชื่อโปรคนแรกในชีวิตที่ไปร่วมงานด้วย เราถึงกับขนลุก

“โปรคนแรกและคนสำคัญที่สุดในชีวิตผมคือ บุญชู เรืองกิจ”

ตำนานโปรกอล์ฟตลอดกาลหมายเลขหนึ่งของเมืองไทย แต่เมื่อย้อนกลับไปราว 20 ปีก่อน แคดดี้หนุ่มไร้ประสบการณ์รายนี้ เป็นผู้ที่เดินเข้ามาหา โปรบุญชู อย่างดื้อๆ เพื่อขออาสาถือถุงกอล์ฟให้

“ถ้ามึงแบกไหว มึงก็มาแบก” นั่นคือคำพูดของโปรบุญชู ที่ทำให้ แคดดี้ตัวเล็กๆอย่าง เอกลักษณ์ ดีใจถึงขีดสุด รายการนั้นเป็นรายการที่ โปรบุญชู มาแข่งขันที่สนามกอล์ฟพลูตาหลวงพอดี และเขาชนะ นั่นเท่ากับว่า แคดดี้เอก ถือถุงให้กับ โปรครั้งแรก ก็คว้าแชมป์ได้สำเร็จ

“จากนั้นผมก็ขอตามเขาไปอีก โปรบุญชูบอกว่า ถ้ามึงมีปัญญาตามมา มึงก็ตามไปแล้วกัน” สรุปว่า ผมไปจริงๆ โปรบุญชูตอนนั้นถึงกับอึ้ง แล้วบอกผมว่า มึงมาจริงๆหรือ งั้นก็เอาถุงไป”

ขณะนั้น แคดดี้เอก ยังเป็นน้องใหม่ในวงการ แต่เขาโชคดีมากที่ได้เรียนรู้กับสุดยอดบรมครูในวงการกอล์ฟไทย ดังนั้น ความรู้ของเขาจึงเพิ่มพูนอย่างรวดเร็ว และทำงานแคดดี้ได้อย่างแทบจะสมบูรณ์แบบ

“นั่นเพราะ มุมมอง ความคิด การวางแผนของโปรบุญชูสุดยอดมาก เขาเป็นคนพูดตรงๆ มีอะไรไม่พอใจ พูดจนผมน้ำตาซึม แต่มันก็ทำให้ผมคิดได้ แล้วก็ปรับ”

“โปรบุญชูเป็นคนที่ทำงานละเอียดมาก รู้ตำแหน่งธง ทีออฟ แม้ว่าจะเล่นไม่ดี แต่เขาก็ไม่ใช้อารมณ์ วางแผนทุกช็อตในการเล่น”

“ผมค่อยๆเรียนรู้และทำความเข้าใจกับเขามาเรื่อยๆ จนรู้สึกลึกๆว่า นี่เราผ่านโปรกอล์ฟที่ยากที่สุดมาแล้ว ต่อไปถ้าทำงานร่วมกับคนอื่นอีก ก็คงไม่กลัว”

 

ผู้ชี้ทางให้โปรกอล์ฟ

“เราพยายามบอกคนอื่นเสมอว่า แคดดี้ ไม่ใช่คนถือถุง” รุ่งโรจน์ บุญศรี หรือ แคดดี้ยอด กล่าวให้เข้าใจถึงอาชีพมือขวาของนักกอล์ฟ

“หน้าที่ของเราคือการเป็นมันสมองในกับโปรกอล์ฟ เราต้องเช็คระยะจากจุดที่ตีไปถึงหลุมว่ากี่หลา คำนวณทางลม รู้ถึงสภาพสนามและสภาพสนาม เราต้องเป็นผู้ให้ข้อมูลนักกอล์ฟ” แคดดี้ยอดเล่า

ส่วนการตัดสินใจของนักกอล์ฟว่าจะเลือกตีอย่างไรนั้น ในบางโอกาส แคดดี้ก็จะต้องเป็นผู้ร่วมตัดสินใจด้วยเช่นกัน

“คือถ้ากับบางคนที่เขามั่นใจมาก เราก็แค่ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด” แคดดี้เอก อธิบาย

“แต่ถ้าเขาลังเล เราต้องเป็นผู้ที่มอบความมั่นใจให้กับเขา คุณกำลังแข่งขัน คุณลังเลไม่ได้ เราต้องเป็นผู้ที่เด็ดขาด ซ้าย คือซ้าย ผิดก็ค่อยว่ากันอีกที”

“ถ้าวันนั้นเขาตีไม่ดี และเสียความมั่นใจ เราต้องเป็นคนที่กระฉับกระเฉงกว่าเขา เดินนำหน้าเขาไปที่หลุมถัดไป พยายามเรียกสติเขาให้กลับมา” นั่นคือวิธีของแคดดี้เอก
 

ส่วนแคดดี้ยอด - มือขวาคนปัจจุบันของ “น้องจีน” อาฒยา ฐิติกุล กล่าวเสริมว่า “ผมจะพยายามชวนเขาคุยเรื่องอื่นไป เช่น เดี๋ยวเสร็จแล้วไปกินข้าวที่ไหนกันต่อดี เพลงนี้ร้องว่าอย่างไร ใครเป็นศิลปิน จำได้ไหม ง่ายๆก็คือ ทำให้นักกอล์ฟเบนความสนใจกับความเครียดตรงหน้า ทำให้พวกเขาสบายใจมากขึ้น”

แม้เรื่องนี้ แคดดี้เอก จะไม่ได้มองมุมเดียวกัน และมีแนวคิดที่ต่างกันออกไป “สำหรับผมคุณต้องอยู่แต่เรื่องราวในสนาม อยู่กับเกมการแข่งขัน และอยู่กับแคดดี้เท่านั้น”

“ในมุมของผม แม้แคดดี้จะให้กำลังใจเท่าไหร่ก็ตาม เพื่อหวังว่าสภาพจิตใจของโปรจะดีขึ้น แต่หลักๆแล้วอยู่ที่สกอร์ คือถ้าสกอร์มันพลิกจากแย่มาดี จากโอเวอร์พาร์ เป็นอันเดอร์พาร์ เมื่อนั้น บรรยากาศทุกอย่างมันจะดีเอง ทุกอย่างมันจะดูมั่นใจเอง”

ซึ่งเพราะไม่ใช่คนตีเอง แต่เป็นคนที่มองภาพรวม ทำให้บางครั้งการเลือกช็อตการเล่น ก็เป็นแคดดี้ที่จะให้คำแนะนำกับโปร “แน่นอน การจินตนาการว่าต้องเล่นอย่างไรมันมีอยู่แล้ว คือเราเป็นคนที่วางแผน เราต้องมองภาพกว้างออกไป” แคดดี้แมนว่า

แต่นั่นก็อาจทำได้เฉพาะกับโปรที่อายุอ่อนกว่าหรือประสบการณ์น้อยกว่า ซึ่งไม่ใช่กับ แคดดี้เอก ที่มักจะร่วมงานกับโปรมือเก๋าของไทย เพราะหลังจากที่เขาไม่ได้ร่วมงานกับโปรบุญชู เรืองกิจแล้ว เขาก็มีโอกาสได้ไปเป็นมือขวาของ “โปรหมาย” ประหยัด มากแสง ซึ่งแคดดี้เอก ให้ข้อมูลว่า เป็นโปรที่ฉลาดที่สุดเท่าที่เขาเคยร่วมงานด้วย

“คือผมแค่ให้ข้อมูลเขาไป เรื่องลม เรื่องธง เรื่องระยะ ที่เหลือคือเขาจัดการเองหมดเลย คิด วิเคราะห์ช็อตการเล่นเอง”

“แต่บางครั้งมันก็ทำให้คุณรู้ว่าคุณพลาดไม่ได้ เมื่อคุณมาถือให้กับโปรชั้นนำ หรือไม่แต่โปรดาวรุ่งก็ตาม ข้อมูลคุณต้องเป๊ะ คำแนะนำคุณต้องชี้ทางได้จริง มันแทบจะผิดพลาดไม่ได้เลย และแน่นอนว่าข้อมูลของคุณสำคัญที่สุดต่อชัยชนะของนักกอล์ฟ”

แต่ความแข็งแกร่งในจิตใจของโปร ก็สำคัญต่อการคว้าชัยชนะเช่นกัน เพราะแคดดี้ไม่ใช่คนเล่นเอง นั่นคือสิ่งที่ แคดดี้ยอด - รุ่งโรจน์ เห็นกับตาขณะที่ออกรอบร่วมกับ “โปรเม” เอรียา จุฑานุกาล ที่ปัจจุบันขึ้นไปเป็นมือหนึ่งของโลกได้อีกครั้ง

“สิ่งที่ผมเห็นอย่างเดียวในตัวเมคือ เขาเป็นคนกล้าได้กล้าเสีย ถ้าคุณสังเกต รายการไหนที่สกอร์เขาแย่ คือแย่ไปเลย แต่ถ้ารายการไหนตีดี ก็ถึงแชมป์”

“เพราะเมเป็นคนที่ไม่ค่อยเลือกเล่นช็อตง่ายๆ เขาใจถึง เขากล้าวัด และเป็นคนที่กล้าเสี่ยง คิดอะไรไกลๆ บางทีนั่นอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอมาจนถึงจุดนี้”

แคดดี้ยอด เสริมต่อว่า หากแคดดี้กับนักกอล์ฟมีความมั่นใจร่วมกัน และต่างเข้าใจในวิธีการเล่นในหลุมนั้น เลือกทางที่ดีที่สุด แม้จะยากก็ตาม แต่ถ้าสภาพจิตใจเต็มร้อย ไม่ว่าหลุมนั้นจะยากแค่ไหน เบอร์ดี้ หรือ อีเกิ้ลส์ ก็พร้อมเกิดขึ้นได้เสมอ

 

เป้าหมายในชีวิตของแคดดี้

ถ้าเป้าหมายของโปรกอล์ฟคือการคว้าแชมป์ ขึ้นไปเป็นมืออันดับต้นๆของโลก มีชื่อเสียง และเป้าหมายของแคดดี้คืออะไร?

“นี่คือสิ่งที่ผมรัก ผมอยากทำอยู่ตรงนี้จนกว่าร่างกายจะไม่ไหว” แคดดี้ยอด - รุ่งโรจน์ เปิดใจ ซึ่งไม่ต่างจากแผนของ แคดดี้เอก เอกลักษณ์ เช่นกัน

“คือถ้าจะให้ผมไปนั่งดูทีวี เห็นโปรกอล์ฟกับแคดดี้เดินตามกันไป ผมเจ็บปวดนะ นั่นคือสิ่งที่ผมรัก แคดดี้คนนั้นก็เพื่อนผม คนนี้ก็เพื่อนผม มันทำให้เรารู้สึกว่าเราต้องไปแข่งกับเขาอีกเรื่อยๆ มันหยุดไม่ได้”

“มันคือความรักของเราที่มีต่อกีฬาชนิดนี้”

“ส่วนเรื่องเป้าหมาย ผมขอแค่ได้ไปเดินร่วมกับโปรกอล์ฟดังๆในรายการใหญ่ๆของยุโรป ที่อังกฤษ ที่ออกัสต้า เนชั่นแนล กอล์ฟ คลับ ได้ไปเดินสวนกับนักกอล์ฟระดับโลก แค่นี้ผมก็พอใจแล้ว”

“ผมยืนยันว่า แคดดี้ สามารถเลี้ยงตัวเองได้ ผมขอไม่บอกคุณนะ ว่าตอนนี้ผมมีรายได้ต่อเดือนต่อปีเท่าไหร่ แต่ผมสามารถซื้อบ้านให้ลูกให้ภรรยา และรถราคา 1 ล้านบาทอีกสองคัน คุณว่าพอไหม?”

“เหนื่อยไหมที่ต้องไปเดินตามนักกอล์ฟ มันเหนื่อยอยู่แล้ว แต่พอผมกลับมาเห็นทรัพย์สินที่ผมหามาด้วยน้ำพักน้ำแรงที่บ้าน เจอภรรยากับลูกอยู่สบาย ผมไม่เคยเหนื่อยเลย ผมอยากทำมันต่อไปเรื่อยๆ”

“สุดท้ายถ้าถามว่าเป้าหมายคืออะไร สำหรับผมคงเป็นการได้ทำอาชีพนี้ต่อไป อยู่กับมันให้นานที่สุด และมีเงิน เลี้ยงที่บ้าน เลี้ยงครอบครัว เท่านี้ก็ถือว่าผมได้มาไกลมากแล้ว” แคดดี้เอกสรุป

 

ศักดิ์ศรีของแคดดี้

“ในเมืองไทย หลายคนคงจะรู้จักแคดดี้แค่เป็นคนรับใช้” มือขวาคู่ใจของประหยัด มากแสง กล่าวต่อ

“แต่หากคุณไปดูกอล์ฟที่ต่างประเทศ คุณจะรู้ว่า มีคนให้เกียรติแคดดี้เยอะมาก พวกเขาจะรู้ว่าแคดดี้มีความสำคัญไม่ต่างกับโปรกอล์ฟ”

“จุดที่ผมรู้สึกว่าผมมายืนอยู่สูงที่สุดแล้ว นั่นคือแฟนกอล์ฟที่ต่างประเทศ ปรบมือให้กับผม ให้เกียรติผมร่วมกับนักกอล์ฟ มันทำให้พวกเรารู้สึกเรามีตัวตน เราเป็นอาชีพที่มีเกียรติ เราคือเบื้องหลังที่นักกอล์ฟจะขาดไม่ได้ ซึ่งสิ่งนี้ ต่างชาติเขารู้” เอกลักษณ์ กล่าวน้ำเสียงจริงจัง

ส่วน แคดดี้แมน - อนุพงษ์ สุดใจ กล่าวเสริมว่า ทุกวันนี้ก็มีความสุขดีกับอาชีพแคดดี้ และหวังว่าจะได้ทำต่อไปอีกหลายสิบปี

“ผมมีความสุข ผมคิดว่าไม่ต้องเป็นโปรหรอก ทำอะไรก็ได้ ตอนนี้แค่เราได้อยู่ตรงนี้เราก็มีความสุข”

“อนาคต ผมอาจกลับไปเป็นโปรอีกก็ได้ เพราะเราอยู่ตรงนี้ เราได้เรียนรู้การเล่นกับโปรกอล์ฟ เหมือนเราได้เล่นกับมันทุกวัน เรามีประสบการณ์แล้ว”

 

วงการแคดดี้ในเมืองไทย

แคดดี้ทั้งสามที่ Main Stand สัมภาษณ์ มองตรงกันว่า ก็เพราะเนื่องจากคนไทยยังมีความเข้าใจในความเป็นแคดดี้ยังไม่ถูกต้องนัก ฉะนั้นไม่แปลกที่จะยังไม่มีหน่วยงานใดที่จะดูแลแคดดี้อย่างจริงจัง

“เคยมีคอร์สอบรมสอนแคดดี้ แต่มีอยู่พักหนึ่งก็เลิกไป” แคดดี้ยอด - รุ่งโรจน์ เอ่ยปากเล่า

“ในทางปฏิบัติจริงยังทำไม่ได้ และมันกลายเป็นปัญหา นักกอล์ฟมีเป็นหมื่นคน แต่แคดดี้ไทยที่มีสปอนเซอร์และเป็นที่รู้จักจริงๆมีไม่ถึง 20 คน ส่วนใหญ่จึงต้องไปใช้แคดดี้กลางของสนาม ซึ่งแคดดี้เหล่านั้นก็อาจยังไม่มีประสบการณ์มากพอ ยังไม่รู้วิธีการทำงานที่เหมาะสม และอาจมีปัญหากับการทำงานร่วมกับนักกอล์ฟด้วย”

แคดดี้เอก - เอกลักษณ์ เสริมว่า “ทุกวันนี้มีโปรกอล์ฟติดต่อผมมาเยอะเหมือนกัน อย่างผมดูแลอยู่ 10 คน และทุกคนมือโปรประจำตัวอยู่แล้ว ฉะนั้นปัญหาที่มันเกิดคือความไม่ต่อเนื่อง”

“สำหรับผมมันไม่ใช่แค่หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง ทุกคนต้องช่วยกัน ถ้าแคดดี้อยากจะมีชีวิตที่ดีขึ้น ต้องเข้ามา อย่ากลัว ทุกคนต้องช่วยกันเข้ามาเปลี่ยนแปลงวงการนี้”

“เพราะอย่างตัวผม ผมเดินทางไปทั่วโลก ผมรู้ว่าแคดดี้สามารถเปลี่ยนชีวิตเราได้จริงๆ และถ้ามีคอร์สอบรมแคดดี้ที่ใดก็ตาม ผมยินดีไปช่วย”

“ผมมั่นใจว่าหากให้ความรู้กันอย่างจริงจัง แคดดี้เราก็ไม่แพ้เขาหรอก หลายคนบอกว่าโปรไทยเก่งไม่แพ้โปรนอก ผมก็เชื่อ แคดดี้ก็เหมือนกัน”

“สมาคมกีฬากอล์ฟเองก็เคยทำมาแล้ว 2-3 ครั้งแล้วก็เงียบหายไป (หมายถึงการอบรมแคดดี้) ปัญหาที่เกิดขึ้นที่ผมคิดว่ามันน่าจะใช่คือ บางทีโปรกอล์ฟก็ไม่ได้ต้องการแคดดี้จากสมาคม พวกเขาเลยมองว่ามันไม่ได้มีปัญหาอะไร ส่วนใหญ่ก็จะเรียกกันไปแบบปากต่อปาก”

“คือเราต้องทำให้สมาคมเห็นว่า มันจำเป็น เรามีโรงเรียนสอนกอล์ฟ มีสนามไดรฟ์กอล์ฟมากมาย แต่ขอพื้นที่ตรงนี้ให้แคดดี้ ให้พวกเขาได้ไปผจญภัยเหมือนพวกผม”

“โลกข้างนอกมันสนุก กอล์ฟที่ต่างประเทศมันบรรยากาศต่างจากที่นี่ ถ้าเราอยากให้แคดดี้ได้ไปตรงนั้น ต้องมาช่วยกัน เราเป็นแคดดี้ที่ตามโปรไป เราสนุกกับมัน”

“แต่เป็นแคดดี้ที่สนามกอล์ฟ ก็แค่อยู่ไปวันๆ แต่มันเปลี่ยนชีวิตเราไม่ได้หรอก” แคดดี้เอก กล่าวทิ้งท้าย



ชื่นชอบบทความนี้ของ : ณรินทร์ภัทร บุณยวีรพันธ์ ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง