mainstand

Converse

อิซามุ คาโตะ แฟนบอลญี่ปุ่นที่เดินทางตัวคนเดียว 4,650 กิโลเพื่อมาเชียร์โบคา จูเนียร์ส



ความรักจะผลักดันให้มนุษย์ทำสิ่งที่บ้าคลั่งได้มากแค่ไหน?


 

เราเดินทางสู่สนามบางกอก อารีน่า เพื่อหาคำตอบของคำถามดังกล่าว หลังได้นัดหมายกับแฟนฟุตบอลชาวญี่ปุ่นรายหนึ่งที่เดินทางมาเชียร์สโมสรที่รัก ลงแข่งขันฟุตซอลสโมสรชิงแชมป์โลก 

สโมสรที่ว่าคือ “โบคา จูเนียร์ส” ที่ไม่ได้ตั้งอยู่ในเมืองไหนของประเทศญี่ปุ่น แต่มีถิ่นฐานห่างออกไปอีกฟากของมหาสมุทร ณ กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนติน่า

อิซามุ คาโตะ คือชื่อของแฟนบอลที่เรานัดพบ เขาเดินทางไกล 4,650 กิโลเมตร จากกรุงโตเกียว สู่กรุงเทพมหานคร เพื่อสนับสนุนทีมฟุตซอลโบคา จูเนียร์ 

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาทำอะไรบ้าคลั่งแบบนี้ เขาเคยถูกสื่อกีฬาชื่อดังของสเปน “AS” นำเสนอบทความถึงเรื่องราวที่เจ้าตัวเดินทางกว่า 33 ชั่วโมงจากบ้านเกิดเพื่อไปเชียร์ โบคา จูเนียร์ส ลงเล่นถึงแผ่นดินอาร์เจนติน่า 

นั่นยิ่งทำให้เราอยากรู้ว่า สโมสรฟุตบอลจากประเทศอาร์เจนตินา มีความหมายอย่างไรต่อชีวิตของหนุ่มญี่ปุ่นผู้นี้ ถึงขั้นยอมอุทิศตัวเองเพื่อทำในสิ่งที่แฟนบอลน้อยคนนักในโลก จะสามารถทำแบบเขาได้ ?

 

วันที่ตกหลุมรัก

อิซามุ คาโตะ เกิดและเติบโตที่เมืองโกเบ ประเทศญี่ปุ่น ในช่วงวัยเด็ก เขาชื่นชอบกีฬาฟุตบอล ไม่ต่างจากวัยรุ่นทั่วโลก และติดตามผลงานของหลายทีมชั้นนำในยุโรปอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, บาร์เซโลน่า หรือ เรอัล มาดริด

รายนามทุกสโมสรฟุตบอลที่กล่าวมา ล้วนเป็นทีมที่สมบูรณ์แบบในสนามแข่งขัน พวกเขามีรูปแบบการเล่นที่น่าตื่นตาตื่นใจ และประสบความสำเร็จคว้าแชมป์มากมาย ทั้งในระดับประเทศและระดับทวีป รวมถึงมีชื่อเสียงแพร่กระจายออกไปทั่วโลก 

หากแต่ปัจจัยด้านความสำเร็จในสนามของสโมสรยุโรป ไม่สามารถมัดใจ อิซามุ คาโตะ ได้เลย  แม้เขาจะติดตามการแข่งขันของสโมสรชั้นนำในยุโรป อยู่ทางหน้าจออยู่เสมอ แต่ก็ไม่มีทีมใดที่ คาโตะ กล้าพูดได้อย่างเต็มปากว่านี่คือทีมที่เขาเชียร์อย่างเต็มตัว 

คาโตะ ติดตามดูฟุตบอลยุโรป จนอายุได้ 13 ปี เขามีโอกาสชมการแข่งขัน อินเตอร์คอนติเนนทัล คัพ 2000 รายการพิเศษที่เอานำแชมป์จากสองทวีป คือ ยุโรป และ อเมริกาใต้ เพื่อชิงความเป็นหนึ่งว่าทีมใดจะเป็นทีมฟุตบอลที่ดีที่สุดในโลก (ปัจจุบันยุบรวมกับฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก)

แน่นอนว่า คาโตะ ย่อมไม่พลาดชมการแข่งขันนัดดังกล่าว เพราะตัวแทนของทวีปยุโรปในปีนั้นคือ เรอัล มาดริด หนึ่งในทีมที่คาโตะให้ความสนใจ แต่ความรู้สึกหลังจบเกมของเขา กลับพลิกกลับตาลปัตรไปอีกทางหลังจบเกม เมื่อได้เห็นวัฒนธรรมการเชียร์ที่ไม่พบเจอมาก่อนจากทีมโบคา จูเนียร์ส

“ในปี 2000 โบคา จูเนียร์ส คว้าแชมป์อินเตอร์คอนติเนนทัล คัพ ผมมีโอกาสได้ดูเกมนั้น ผ่านการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์” อีซามุ คาโตะ ย้อนรำลึกถึงวันที่เขาเริ่มต้นหลงรัก โบคา จูเนียร์ส

“กองเชียร์ของโบคา จูเนียร์ส พวกเขามาจาก เอ่อ รอสักครู่นะ” อิซามุ คาโตะ พักการสนทนากับเรา แล้วหยิบทอล์คกิ้งดิค ออกมา เพื่อพิมพ์หาคำแปลจากภาษาญี่ปุ่นที่เขาเข้าใจดี ให้เป็นภาษาอังกฤษ

“กองเชียร์โบคา จูเนียร์ส หนึ่งหมื่นคน เดินทางจากอาร์เจนติน่า มาสู่ญี่ปุ่น เพื่อดูเกมนี้” อิซามุ คาโตะ เล่าต่อ

“พวกเขาร้องเพลงเชียร์ตลอดเกม (เว้นวรรคเพื่อนึกคำพูด) พวกเขาร้องเพลงเชียร์ตลอดเกม หรือแม้กระทั่งหลังจบเกม ผมรู้สึกซึ้งใจมาก ผมตกหลุมรัก โบคา จูเนียร์ส นับตั้งแต่วันนั้น”

 

บินเดี่ยวสู่อาร์เจนติน่า

อิซามุ คาโตะ บอกตัวเองตั้งแต่วินาทีแรกที่ปักใจเชียร์โบคา จูเนียร์ ว่าเขาต้องไปดูทีมรักลงแข่งขันกับตาตัวเองให้ได้สักครั้ง แต่ระยะทางระหว่างสองประเทศ กลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่ขัดขวางความฝันของเขา


18,351 กิโลเมตร คือระยะทางระหว่างกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ไปสู่กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนติน่า ที่ตั้งของสนามลา บอมโบเนร่า รังเหย้าของทีมโบคา จูเนียร์ส 

การเดินทางข้ามมหาสมุทรแปซิฟิคที่มีระยะทางมากกว่าหมื่นกิโลเมตร ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับ อิซามุ คาโตะ ในช่วงวัยรุ่น เขาทำได้เพียงแค่ติดข่าวสาร และรับชมการแข่งขันของทีมรักผ่านทางอินเตอร์เน็ต ระหว่างรอเวลาที่เขาจะพร้อมเดินทางสู่ประเทศอาร์เจนติน่า 

“ผมมีเพื่อนที่เชียร์โบคา จูเนียร์ส ในญี่ปุ่นอยู่เหมือนกัน แต่พวกเขาแตกต่างออกไปจากผม เพราะว่า ผมบ้ามากๆ”

“ผมจึงเริ่มติดต่อกับแฟนบอลโบคา จูเนียร์ส ในอาร์เจนติน่า ทั้งทางเฟซบุ๊ก, ทวิตเตอร์ และอินสตาแกรม เพื่อพูดคุยกับพวกเขา ผมตั้งใจว่าเมื่อใดที่เดินทางไปยังอาร์เจนติน่า ผมจะเดินทางไปหาพวกเขา”


สโมสรที่รออยู่, นักเตะที่รออยู่ และ เพื่อนที่รออยู่ ทุกอย่างเร่งเร้าให้ อิซามุ คาโตะ เดินทางไปยังอาร์เจนติน่า เพื่อพบเจอกับสถานที่และบุคคลที่รักแบบตัวจริงเสียงจริง หากแต่เรื่องราวในชีวิตจริง ทุกอย่างไม่ได้เกิดขึ้นง่ายเพียงดีดนิ้ว เหมือนในภาพยนตร์

อิซามุ คาโตะ ต้องอดทนรอถึง 9 ปี กว่าจะที่ฝันของเขาจะเป็นจริง และตลอดเวลาที่ผ่านไม่ได้ทำให้ความคลั่งไคล้ต่อสโมสรโบคา จูเนียร์ส ลดลงไปเลย ในทางตรงกันข้าม อิซามุ คาโตะ ทำทุกอย่างเพื่อให้รู้สึกใกล้ชิดทีมฟุตบอลแห่งนี้ ราวกับเคยใช้ชีวิตอยู่ในอาร์เจนตินา

“ปี 2007 ผมตัดสินใจเข้าเรียนภาษาสเปน ในระดับมหาวิทยาลัย เพราะผมคิดว่า ถ้าผมจะเชียร์โบคา จูเนียร์ อย่างจริงจัง ผมต้องเรียนภาษาสเปน”

“ส่วนเพลงเชียร์ ผมฝึกร้องเอาเองตามยูทิวบ์ (หัวเราะ) ผมฝึกร้องเพลงทั้งหมดตัวเอง ร้องซ้ำๆ ซ้ำๆ ซ้ำๆ จนจำได้ ฝึกร้องทั้งหมดคนเดียวเลย”

วันที่รอคอยของ อิซามุ คาโตะ มาถึงในปี 2009 เมื่อเขาทุ่มเงินเก็บทั้งหมด เท่าที่วัยรุ่นอายุ 22 ปี จะหาได้ เพื่อจองตั๋วเครื่องบิน เดินทางจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ข้ามมหาสมุทรแปซิฟิค สู่กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนติน่า

33 ชั่วโมง คือเวลาที่อิซามุ คาโตะ เดินทางโดยสารเครื่องบิน จากกรุงโตเกียว สู่กรุงบัวโนสไอเรส เวลาที่ยาวนานมากกว่าหนึ่งวันกับการนั่งหลังแข็งบนท้องฟ้า คือฝันร้ายสำหรับใครหลายคน แต่กับอิซามุ คาโตะ มันคือช่วงเวลาที่เขารอคอยมาแสนนาน จนกาลเวลาอันยาวนานระหว่างการเดินทาง ไม่อาจทำอะไรความรู้สึกที่เกิดขึ้นในใจเขาได้

“ผมตื่นเต้น ตื่นเต้นมากครับ จนถึงตอนนี้ ทุกครั้งที่ผมไปที่นั่น ผมก็ยังตื่นเต้นอยู่” อิซามุ คาโตะ ย้อนเล่าความรู้สึกที่ได้ชมโบคา จูเนียร์ส ลงเล่นกับตาตัวเองเป็นครั้งแรกในประเทศอาร์เจนติน่า

“เพื่อนของผมหลายคนที่เคยคุยกันผ่านทางอินเตอร์เน็ต พวกเขาประหลาดใจเมื่อได้เห็นผมที่อาร์เจนติน่า พวกเขาแปลกใจที่ผมเดินทางไปที่นั่น เพียงเพื่อเชียร์โบคา จูเนียร์”

“แต่ตอนนี้ พวกเขาไม่ประหลาดใจแล้ว เมื่อเห็นผมเดินทางไปตามเมืองต่างๆ ที่ โบคา จูเนียร์ส ลงแข่งขัน เพราะพวกเขาเข้าใจถึงแพชชั่นของผม ที่มีต่อโบคา จูเนียร์ส”

 

โบคา จูเนียร์ส อิน ไทยแลนด์

ทุกวันนี้ อิซามุ คาโตะ ในวัย 32 ปี ไม่ต้องรอเวลานานถึง 9 ปี เพื่อเดินทางไปชมทีมโบคา จูเนียร์ส ถึงประเทศอาร์เจนติน่า 

เขาลาออกจากงานประจำที่ทำอยู่ในโรงงานบรรจุภัณฑ์อาหาร แล้วเปิดธุรกิจของตัวเอง เพื่อสร้างโอกาสให้เขาเดินทางไปชมฟุตบอลที่ประเทศอาร์เจนติน่า ได้บ่อยยิ่งขึ้น

อิซามุ คาโตะ เปิดเผยกับเราว่า เขามีเงินมากพอ ที่จะหาโอกาสไปได้ชมทีมรักลงเล่นถึง 3 ครั้ง ในปี 2018 ที่ผ่านมา โดยจำนวนดังกล่าวหมายถึงการเดินทางไปชมในสนามลา บอมโบเนร่า เท่านั้น ไม่รวมนับการเดินทางไปชมเกมตามประเทศต่างๆ ที่โบคา จูเนียร์ส ลงแข่งขัน

ความรักที่ อิซามุ คาโตะ มีต่อสโมสรโบคา จูเนียร์ส ไม่ได้จำกัดแค่ทีมฟุตบอลเท่านั้น เขาเดินทางมาสู่กรุงเทพมหานคร เพื่อสนับสนุนทีมฟุตซอล โบคา จูเนียร์ส ที่ลงแข่งขันรายการ ฟุตซอลสโมสรชิงแชมป์โลก เวิลด์ อินเตอร์คอนติเนนตัล ฟุตซอล คัพ 2019 ณ สนามบางกอก อารีน่า เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ถึง 1 กันยายน ที่ผ่านมา

ตลอดเวลาที่เรายืนพูดคุยกับ อิซามุ คาโตะ ด้านนอกสนามบางกอก อารีน่า มือสองข้างของเขาถือป้ายเชียร์ทีมโบคา จูเนียร์ ซึ่งเขียนเป็นภาษาไทยด้วยคำว่า “มาสนับสนุน Boca Juniors กันเถอะ” และไม่เคอะเขินที่จะโชว์ให้เราถ่ายรูป เพื่อแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในการทำป้ายเชียร์นี้

“วันนี้ โบคา จูเนียร์ ต้องเจอกับบาร์เซโลน่า พวกเขาเป็นสโมสรที่แข็งแกร่ง และมีชื่อเสียงไปทั่วโลก ทุกคนคิดว่าพวกเขาจะชนะในเกมนี้แบบสบายๆ”

“ผมคิดว่าเราต้องทำอะไรสักอย่าง เพื่อแสดงถึงแรงสนับสนุนที่มีต่อนักเตะของโบคา จูเนียร์ ดังนั้น ผมจึงทำป้ายเชียร์นี้ขึ้นมา”

“ตอนแรกผมเขียนประโยคนี้เป็นภาษาอังกฤษลงไปในกูเกิล (ทรานสเลท) เพื่อแปลเป็นภาษาไทย หลังจากนั้น ผมขอให้เพื่อนชาวไทยที่อาศัยอยู่ใกล้โรงแรม เข้ามาดูว่าผมเขียนถูกไหม พวกเขา (เว้นวรรคเพื่อหาคำแปล) เขียนมันใหม่ให้ถูกต้อง”

ถึงเวลาการแข่งขัน อิซามุ คาโตะ นำอุปกรณ์การเชียร์ที่นำมาเข้าสู่สนาม สิ่งที่เขาเตรียมมาจากประเทศญี่ปุ่น ไม่ได้มีแค่ป้ายเชียร์ภาษาไทย แต่ยังรวมไปถึงผ้าขนาดใหญ่สีน้ำเงิน-เหลือง ที่เขาผูกไว้กับเก้าอี้ รวมถึงถุงพลาสติกสีน้ำเงิน-เหลือง ที่เขาและเพื่อนชาวอาร์เจนติน่า ซื้อมาจำนวนมาก เพื่อแจกให้กับผู้ชมที่นั่งอยู่โดยรอบ เขาทำทุกอย่างด้วยคนเดียว 


เสียงนกหวีดแรกดังและการแข่งขันเริ่มต้นขึ้น อิซามุ คาโตะ ยืนแบกกลองและร้องเพลง “Dale Dale Boca” ตลอดระยะเวลาการแข่งขัน เขาเชิญชวนให้ผู้ชมรุ่นเยาว์ ร้องเพลงเชียร์ตามเขาอยู่ตลอดเวลา แม้จะสื่อสารกับเด็กกลุ่มนั้นไม่ได้ด้วยภาษา และต้องแสดงท่าทาง เพื่อพูดคุยกันให้เข้าใจ

สิ้นเสียงนกหวีดหลังหมดเวลาการแข่งขัน 40 นาที โบคา จูเนียร์ส เสมอกับ บาร์เซโลน่า 0-0 การแข่งขันเข้าสู่ช่วงต่อเวลาพิเศษ เพื่อหาผู้ชนะ อิซามุ คาโตะ หยิบลูกอมเข้าปากอย่างรีบเร่ง เสียงของเขาเริ่มแผ่วไปตามกำลังที่ลดลง มือของเขาก็อ่อนแรงจากบาดแผลที่ได้จากการตีกลองหลายวันติดต่อกัน

สิ่งเดียวที่ไม่เคยเสื่อมไป คือ ความรักที่มีให้กับโบคา จูเนียร์ส อิซามุ คาโตะ ยังคงยืนตีกลองร้องเพลงต่อไป แฟนรอบข้างส่วนใหญ่ ที่เขามาสู่สนามเพื่อให้กำลังใจทีมฟุตซอลบาร์เซโลน่า ตอนนี้ปรบมือไปตามจังหวะกลองของ อิซามุ คาโตะ และร้องเพลงเชียร์ตามในแบบไทย

“เพื่อสนับสนุนนักเตะของเรา” อิซามุ คาโตะ กล่าวสั้นๆถึงเหตุผลที่เขาร้องเพลงเชียร์ตลอดการแข่งขัน

เราไม่อาจบอกได้ชัดเจนว่า นักเตะในสนามได้รับกำลังใจจากเสียงเพลงของ อิซามุ คาโตะ มากน้อยแค่ไหน แต่ผลการแข่งขันในเกมดังกล่าว ได้บอกถึงอะไรบางอย่าง โบคา จูเนียร์ส พลิกล็อกเอาชนะบาร์เซโลน่า 3-1 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ และผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ

สิ้นเสียงนกหวีดสุดท้าย เหล่านักเตะของโบคา จูเนียร์ส รวมตัวกันมาอยู่เบื้องหน้า อิซามุ คาโตะ พวกเขากระโดดโลดเต้นตามจังหวะกลองและเสียงเพลงของเขา 

สำหรับผู้เล่น มันเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขที่ได้ผ่านเข้าสู่รอบต่อไป เพื่อเตรียมลงแข่งขันนัดสุดท้าย และคว้าถ้วยแชมป์กลับอาร์เจนติน่า เพื่อเป็นเกียรติยศของตัวเอง แม้สุดท้าย โบคา จูเนียร์ จะแพ้จุดโทษในรอบชิงชนะเลิศต่อทีมแชมป์เก่า แมกนัส ได้ตำแหน่งรองแชมป์โลก 

สำหรับ อิซามุ คาโตะ ช่วงเวลาแห่งความสุขของเขา ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะชัยชนะ เขาเดินทางไปทั่วโลกเพื่อสนับสนุนสโมสรที่รัก ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ 


ผลการแข่งขันไม่เคยสำคัญสำหรับเขา อิซามุ คาโตะ มองเห็นถึงบางสิ่งที่สำคัญกว่า บางสิ่งที่เปลี่ยนให้โบคา จูเนียร์ส เป็นมากกว่าทีมกีฬาสำหรับมนุษย์คนหนึ่ง

“ผมมีชีวิตอยู่เพื่อดูโบคา จูเนียร์ส ผมมีชีวิตอยู่เพื่อพบกับเพื่อนๆ เพื่อนชาวโบคา จูเนียร์สของผม ผมใช้เงินมากมาย ไปกับการเดินทางสู่ประเทศอาร์เจนติน่า หรือเดินทางสู่ประเทศต่างๆ เพื่อดูโบคา จูเนียร์ส เพื่อเจอกับเพื่อนของผม”

“โบคา จูเนียร์ส มันคือชีวิตของผม” อิซามุ คาโตะ กล่าวทิ้งท้าย



ชื่นชอบบทความนี้ของ : ณัฐนันท์ จันทร์ขวาง ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง