On The Main Stand

ใครรวย - ใครเจ๊ง : เปิดผลประกอบการ 20 ทีมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2017



ธุรกิจสโมสรฟุตบอลจะว่าไปก็ไม่ต่างจากธุรกิจอื่นๆ ทั่วไป ที่มีรายรับ มีรายจ่าย มีกำไร และก็มีขาดทุน แต่ผลประกอบการของ 20 ทีมพรีเมียร์ลีกเมื่อปีที่ผ่านมาเป็นเช่นไร? ทีมไหนกำไร? ทีมใดขาดทุน? เรารวบรวมมาให้แล้ว

 

ก่อนที่จะเข้าสู่เนื้อหาเราขอชี้แจงสักนิดก่อนว่า งบดุลของสโมสรฟุตบอลในยุโรปโดยทั่วไปจะปิดในวันที่ 31 พฤษภาคม หรือ 30 มิถุนายน ซึ่งเป็นช่วงปิดฤดูกาลแล้วพอดี ต่างจากบริษัทห้างร้านทั่วไปที่ปิดงบในวันที่ 31 ธันวาคมตามปีปฏิทิน

ซึ่งผลประกอบการที่กำลังจะได้เห็นต่อไปนี้ เป็นของ 20 ทีมในพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2016/17 ที่สรุปยอดส่ง Companies House (หน่วยงานของอังกฤษที่ปฏิบัติหน้าที่คล้ายๆ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ของไทย) และเปิดเผยสู่สายตาสาธารณะแล้วเมื่อไม่นานนี้ ส่วนของฤดูกาล 2017/18 ที่เพิ่งจบไปนั้น แต่ละทีมกำลังอยู่ในระหว่างการสรุปงบ และน่าจะส่งเพื่อตรวจสอบกับเผยแพร่ได้ตั้งแต่ช่วงปลายปีนี้เป็นต้นไป


อาร์เซน่อล

ไอ้ปืนใหญ่ถือเป็นทีมที่มีรายได้จากลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดและเงินรางวัลที่สูงเป็นอันดับต้นๆ ของลีก จากการได้ลงเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกเกือบทุกปี รวมถึงยังเป็นทีมใหญ่ มีสนามความจุเป็นอันดับต้นๆ ของลีก ทำให้รายได้จากวันแข่งขัน รวมถึงของที่ระลึกกับโฆษณาสูงตามไปด้วย ขณะเดียวกันก็มีการจำกัดเพดานค่าเหนื่อย ทำให้สามารถควบคุมรายจ่าย ทำให้สโมสรมีกำไรอย่างต่อเนื่อง

ทว่านี่คงเป็นปีสุดท้ายที่พวกเขาจะมีรายได้จากลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดและเงินรางวัลสูงขนาดนี้ เนื่องจากผลงานตอนจบฤดูกาลที่หลุดจาก 4 อันดับแรกตั้งแต่ฤดูกาล 2016/17 เป็นต้นมา ส่งผลให้พวกเขาต้องไปเล่นในถ้วยยูโรปาลีก ซึ่งรายได้ไม่สูงเท่ากับการไปเล่นในถ้วยหูใหญ่เหมือนที่เคยเป็นมา

 

บอร์นมัธ

สำหรับทีมขนาดย่อมอย่างบอร์นมัธ แน่นอนว่าลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดคือแหล่งทุนสำคัญที่ทำให้ทีมอยู่รอด เมื่อเงินรายได้จากส่วนนี้มากกว่าส่วนอื่นๆ แบบไม่เห็นฝุ่น ขณะเดียวกันพวกเขายังมีการบริหารรายจ่ายที่ดี ทำให้สามารถอยู่รอดในพรีเมียร์ลีกได้ต่อไป รวมถึงทำกำไรหลังปิดปีงบประมาณด้วย

 

เบิร์นลี่ย์

ไม่ต่างจากบอร์นมัธ เมื่อเบิร์นลี่ย์เองก็เป็นอีกหนึ่งทีมที่ต้องพึ่งรายได้จากการถ่ายทอดสดเป็นหลัก แต่การบริหารจัดการที่ดี รวมถึงการทำธุรกิจในตลาดซื้อขายอันชาญฉลาด ซื้อผู้เล่นราคาถูกมาปั้นก่อนขายออกในราคาแพง ทำให้ถือเป็นอีกทีมที่ยังสามารถทำกำไรได้เช่นกัน

 

เชลซี

แม้ทีมสิงโตน้ำเงินครามจะเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกเมื่อฤดูกาล 2016/17 แต่เรื่องการเงินนั้นยังติดตัวแดงเช่นเคย เมื่อพวกเขาใช้เงินกับค่าเหนื่อยมากถึง 60% ของรายได้ ขณะที่หาเงินเข้าสโมสรได้ไม่เท่าคู่แข่งบนหัวตาราง ถึงกระนั้นด้วยยุทธศาสตร์ที่เปลี่ยนไป ไม่เน้นทุ่มเงินซื้อนักเตะมากเหมือนในอดีต ทำให้พวกเขาลดการขาดทุนไปได้มาก ไม่แน่ว่างบดุลจากนี้อาจกลับขึ้นมามีกำไรก็เป็นได้

 

คริสตัล พาเลซ

เช่นเดียวกับทีมในกลุ่มล่างของตาราง เพราะคริสตัล พาเลซ ก็พึ่งรายได้จากลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดเป็นสำคัญ แต่ถึงพวกเขาจะทุ่มเงินกับค่าเหนื่อยในสัดส่วนที่สูงเมื่อเทียบกับทีมร่วมกลุ่ม การลดค่าใช้จ่ายด้านอื่นๆ ก็ทำให้อินทรีแห่งลอนดอนใต้ตอนนี้ปิดปีงบประมาณด้วยผลกำไร

 

เอฟเวอร์ตัน

แม้ชื่อชั้นของทีมจะดูดีมีประวัติศาสตร์ แต่สนามเหย้าที่มีขนาดค่อนข้างเล็กเมื่อเทียบกับทีมระดับแนวหน้าของลีก และผลงานของทีมที่ตกต่ำมานาน ทำให้รายได้หลักของทีมท็อฟฟี่สีน้ำเงินมาจากลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดเป็นหลัก ถึงกระนั้นพวกเขาก็ยังมีกำไรด้วยการควบคุมงบประมาณการใช้จ่ายที่ดี

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนมือผู้ถือหุ้นใหญ่ของสโมสรจาก บิล เคนไรท์ เป็น ฟาฮัด โมชิริ ซึ่งนำมาสู่การทุ่มเงินมหาศาลในการซื้อนักเตะ เชื่อได้เลยว่างบดุลของสโมสรจากนี้จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน

 

ฮัลล์

ผลงานของทีมที่ตกชั้นจากพรีเมียร์ลีกในฤดูกาล 2016/17 ทำให้เงินรางวัลรวมถึงส่วนแบ่งจากลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดของฮัลล์น้อยที่สุดตามไปด้วย ถึงกระนั้นสโมสรยังสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีทำให้มีกำไร แต่แน่นอนว่าตัวเลขรายได้จากนี้คงลดลงไปมาก จากการที่ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดของลีกแชมเปี้ยนชิพมีมูลค่าต่ำกว่าพรีเมียร์ลีกอย่างเห็นได้ชัดนั่นเอง

 

เลสเตอร์

การคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกเมื่อฤดูกาล 2015/16 ทำให้ทีมจิ้งจอกสยามเปรียบได้ดั่ง ‘สามล้อถูกหวย’ เมื่อรายได้ของทีมในฤดูกาลถัดมาพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์จากการเข้าไปเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ประกอบกับที่พวกเขาสามารถคุมงบประมาณใช้จ่ายได้ดี พวกเขาจึงมีกำไรสูงกว่าตอนที่ได้แชมป์ลีกถึงหลายเท่าตัวเลยทีเดียว

ซึ่งแน่นอนว่า ผลงานของทีมที่เริ่มลดเพดานกลับมาสู่วังวนเดิมๆ กับการอยู่ในโซนกลางสลับล่างของตารางในระยะหลัง คงส่งผลให้ทีมมีรายได้จากนี้ที่ลดลงอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง บางที วิชัย ศรีวัฒนประภา เจ้าของทีมสัญชาติไทยเจ้าของกลุ่มคิงเพาเวอร์ อาจเริ่มคิดถึงบรรยากาศแห่งฟุตบอลยุโรปขึ้นมาบ้างแล้วก็เป็นได้

 

ลิเวอร์พูล

สถานะทีมใหญ่ระดับต้นๆ ของลีกยังคงขายได้เสมอสำหรับทีมหงส์แดง เมื่อพวกเขามีรายได้จากลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดและจากนอกสนามสูงไล่เลี่ยกัน เช่นเดียวกับการควบคุมการใช้จ่ายที่ดี ทำให้แม้จะไม่มีถ้วยแชมป์ แต่ผลประกอบการก็ยังเป็นบวกอยู่เช่นเคย ยิ่งไปกว่านั้น การที่พวกเขาสามารถผ่านเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกได้ งบดุลของฤดูกาล 2017/18 ที่เพิ่งผ่านพ้นไปก็มีแนวโน้มที่ดียิ่งขึ้นอีก

 

แมนเชสเตอร์ ซิตี้

หลังจากที่ ชีค มันซูร์ แห่งอาบูดาบีเข้ามาเทคโอเวอร์สโมสรเมื่อปี 2008 เรือใบสีฟ้าลำนี้ก็ได้รับการอัพเกรดขนานใหญ่จนกลายเป็นเรือสำราญความเร็วสูง ขึ้นชั้นสู่การเป็นทีมระดับหัวแถวของลีกอย่างเต็มตัว และด้วยผลงานที่ดีเช่นนี้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่ารายได้จากลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดและนอกสนามของพวกเขาก็ยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย

ถึงกระนั้น การที่พวกเขาปิดปีงบประมาณของฤดูกาล 2016/17 ด้วยคำว่า ‘เท่าทุน’ ย่อมต้องมีสาเหตุ ซึ่งมาจากการเสริมทัพอันบ้าคลั่งให้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ในฤดูกาลแรกที่คุมทีมนั่นเอง อย่างไรก็ตามเชื่อได้ว่า ผลประกอบการของฤดูกาลที่เพิ่งผ่านพ้นไปต้องดีขึ้นแน่ เมื่อเป๊ปสามารถเสกถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกเข้าตู้โชว์ของสโมสรได้แล้วนั่นเอง

 

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ทีมปีศาจแดงคือทีมที่มีรายได้มากที่สุดในพรีเมียร์ลีก จากความสำเร็จที่มีมาอย่างยาวนานจนถึงปัจจุบัน ทำให้รายได้ในทุกทางของของสโมสรพุ่งทะลุ 100 ล้านปอนด์ในทุกหมวด โดยเฉพาะรายได้จากวันแข่งขันและนอกสนาม ที่พวกเขาคือทีมอันดับ 1

ถึงกระนั้น หากไปดูในส่วนของลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดจะเห็นว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ที่คว้าแชมป์ยูโรปาลีกกับลีกคัพ กลับมีรายได้สู้คู่ปรับร่วมเมืองที่วืดแชมป์ทุกรายการไม่ได้ นั่นเป็นเพราะเม็ดเงินจากถ้วยเล็กของยุโรป สู้ถ้วยใหญ่อย่างแชมเปี้ยนส์ลีกไม่ได้นั่นเอง ซึ่งสภาพการณ์นี้น่าจะดีขึ้นในฤดูกาลถัดจากนี้ เมื่อทีมปีศาจแดงกลับมาเป็นขาประจำของถ้วยใหญ่แห่งยุโรปได้อีกครั้ง

 

มิดเดิ้ลสโบรช์

แม้จะมีรายได้จากลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดทะลุ 100 ล้านปอนด์ ทว่า ‘เดอะ โบโร่’ ที่มีรายได้จากเงินส่วนนี้เป็นหลักคงต้องวางแผนทางการเงินใหม่ เมื่อพวกเขาจะได้เงินน้อยลงจากนี้แน่หลังตกชั้นสู่ลีกแชมเปี้ยนชิพ ซึ่งหากหวังที่จะมีรายได้ทะลุหลักร้อยล้านอีกครั้ง คงต้องเร่งทำผลงานในฤดูกาลที่จะถึงนี้ให้ดีที่สุดเพื่อกลับสู่ลีกสูงสุดอย่างพรีเมียร์ลีกให้ได้

 

เซาธ์แฮมป์ตัน

ทีมนักบุญแดนใต้ที่เริ่มลดระดับเพดานกลับสู่กลุ่มหนีตายอีกครั้งในฤดูกาล 2016/17 ถือเป็นอีกทีมที่ต้องพึ่งเงินรายได้จากลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดเป็นหลัก แต่ก็สามารถทำผลประกอบการให้มีกำไรได้เช่นกันแม้จะมีการใช้เงินกับค่าเหนื่อยที่สูงไม่น้อย ซึ่งพวกเขาหวังว่าจะรักษาสถานภาพทีมในลีกสูงสุดเช่นนี้ไว้ให้นานที่สุด

 

สโต๊ค ซิตี้

การต้องพึ่งรายได้จากลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดเป็นหลัก รวมถึงการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่อาจจะไม่เทียบเท่ากับหลายทีมในกลุ่มเดียวกัน ทำให้ทีมช่างปั้นหม้อมีกำไรที่น้อยเมื่อเทียบกับทีมอื่นๆ ทว่าพวกเขาจำเป็นต้องลดค่าใช้จ่ายจากนี้ลงให้ได้ เมื่อพวกเขาเพิ่งจะตกชั้นจากพรีเมียร์ลีกไปเมื่อฤดูกาล 2017/18 นี้เอง

 

ซันเดอร์แลนด์

ถือเป็นทีมที่ล้มเหลวที่สุดในฤดูกาล 2016/17 อย่างแท้จริง เมื่อพวกเขาตกชั้นจากพรีเมียร์ลีกในฐานะทีมอันดับสุดท้าย แถมยังมีผลประกอบการติดลบ ซึ่งดูแล้วคงไม่ฟื้นง่ายๆ เพราะสังเวียนแข่งในฤดูกาล 2018/19 ของทีมแมวดำคือลีกวัน ลีกอันดับ 3 ของอังกฤษ

 

สวอนซี

ตัวแทนจากเวลส์ทีมนี้แม้จะยังมีผลกำไรในฤดูกาล 2016/17 และอาจรวมถึงฤดูกาล 2017/18 ที่ยังไม่สรุปตัวเลขงบประมาณ แต่พวกเขาจำต้องปรับตัวอย่างหนักแน่ในฤดูกาล 2018/19 หลังร่วงตกชั้นจากลีกสูงสุดเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา

 

ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์

การได้เข้าไปเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก อย่างต่อเนื่องในระยะหลัง ทำให้ทีมไก่เดือยทองมีสถานะทางการเงินที่ดีขึ้นมาก ซึ่งตัวเลขรายได้จากวันแข่งขันของพวกเขาจะสูงขึ้นกว่านี้แน่ในอนาคต หลังสนามใหม่ในทำเลของ ไวท์ ฮาร์ท เลน เดิมแล้วเสร็จสมบูรณ์ ทำให้สามารถรองรับผู้ชมได้มากขึ้น สิ่งที่ต้องทำหลังจากนี้ คือรักษาสถานภาพทีมในศึกถ้วยใหญ่ของยุโรปไว้ให้นานที่สุด เพื่อสภาพการเงินที่มั่งคั่งไม่ขาดตอนนั่นเอง

 

วัตฟอร์ด

สถานะทีมระดับกลางค่อนไปทางล่าง ทำให้เจ้าแตนอาละวาดต้องพึ่งรายได้จากลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดเป็นหลักอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง เมื่อบวกกับการควบคุมงบประมาณที่ยังไม่ดีนัก ทำให้กำไรของพวกเขาน้อยตามไปด้วย อย่างไรก็ตาม หากรักษาสถานะในพรีเมียร์ลีกได้ต่อไป แนวโน้มกำไรก็มีให้เห็นเช่นกัน

 

เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน

แม้ทีมจากเวสต์ มิดแลนด์ทีมนี้จะสามารถควบคุมการใช้จ่ายจนสร้างกำไรได้ไม่น้อยเมื่อดูจากสถานะทีม แต่เรื่องดังกล่าวคงไม่เกิดขึ้นในฤดูกาล 2018/19 เป็นแน่ หลังพวกเขาตกชั้นจากพรีเมียร์ลีกสู่ลีกแชมเปี้ยนชิพเป็นที่เรียบร้อย

 

เวสต์แฮม

แม้ผลงานในสนามจะลุ่มๆ ดอนๆ อยู่บ้าง แต่การเป็นทีมที่มีปะวัติศาสตร์ยาวนานซึ่งรักษาสถานะในพรีเมียร์ลีกได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการย้ายไปใช้ ลอนดอน สเตเดี้ยม (หรือ โอลิมปิก สเตเดี้ยม กรุงลอนดอน) ที่มีความจุมากกว่าเดิม ทำให้ทีมขุนค้อนมีรายได้จากวันแข่งขันรวมถึงนอกสนามที่สูงกว่าทีมระดับเดียวกัน ซึ่งการเพิ่งเปลี่ยนกุนซือมาใช้งาน มานูเอล เปเยกรินี่ เชื่อได้ว่าพวกเขาต้องการขยับสถานะให้เป็นทีมที่มีลุ้นไปเล่นในถ้วยยุโรปอย่างเต็มตัว และหากทำได้จริง รายได้ของพวกเขาจะสูงกว่านี้อย่างแน่นอน
 

เราเห็นอะไรจากตัวเลข?

หากดูผลประกอบการของทั้ง 20 ทีมเราจะเห็นได้ว่า ลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดถือเป็นแหล่งรายได้สำคัญมากสำหรับทีมในพรีเมียร์ลีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งทีมระดับกลางค่อนไปทางเล็กที่มีรายได้จากแหล่งอื่นๆ ไม่สูงนัก ซึ่งช่วยให้พวกเขาสามารถรักษาสถานะในลีกสูงสุดต่อไปได้ ขณะที่ทีมชั้นแนวหน้าหลายทีม มีรายได้จากนอกสนามมากกว่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดเสียอีก เพราะสถานะของพวกเขาสามารถดึงดูดเม็ดเงินจากผู้สนับสนุนได้มากมาย

ซึ่งทีมระดับกลางถึงล่างก็จำเป็นที่จะต้องอยู่รอดในพรีเมียร์ลีกให้ได้ต่อไป ส่วนทีมระดับกลางรวมถึงทีมระดับแนวหน้าก็ต้องเข้าไปเล่นในฟุตบอลสโมสรยุโรปให้ได้ต่อเนื่อง เพื่อรักษาเม็ดเงินที่เคยได้ให้คงอยู่ต่อไป รวมถึงต่อยอดสู่การสร้างรายได้ที่เพิ่มขึ้นในอนาคต

 

แหล่งที่มา

https://beta.companieshouse.gov.uk/
https://www.theguardian.com/football/2018/jun/06/premier-league-finances-club-guide-2016-17



ชื่นชอบบทความนี้ของ : เจษฎา บุญประสม ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง