On The Main Stand

ชนชั้นใดถึงเป็นนักกีฬาเกาหลีเหนือได้? แพ้แล้ว… ต้องไปขุดเหมืองจริงหรือ?



เกาหลีเหนือถือเป็นประเทศที่ลึกลับสำหรับคนภายนอกมาอย่างยาวนาน และด้วยความที่วางตัวตรงข้ามกับชาติมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา ทำให้มีข้อมูลในด้านลบหลุดออกมาให้ชาวโลกได้รับรู้กันมากมาย โดยเฉพาะการกดขี่ข่มเหงประชาชน ความอดอยากหิวโหย ความพยายามหนีออกจากประเทศของชาวเกาหลีเหนือ รวมทั้งการถูกลงโทษของนักกีฬาโสมแดงที่ไม่ประสบความสำเร็จในการแข่งขันระดับนานาชาติ


 

เคอร์ติส เมลวิน หนึ่งในนักวิชาการอาวุโสของสถาบันอเมริกัน-เกาหลี วิทยาลัยระหว่างประเทศศึกษาชั้นสูงจอห์น ฮอปกิ้นส์ ให้ข้อมูลว่า เมื่อปีที่แล้ว คิม จอง อึน ใช้งบประมาณไปกับกีฬาของประเทศ 6 เปอร์เซ็นต์จากทั้งหมด

ระบบการสร้างนักกีฬาของประเทศลึกลับแห่งนี้ คริสโตเฟอร์ กรีน นักวิเคราะห์สถานการณ์ของเกาหลีเหนือ เล่าถึงวิธีการปั้นนักกีฬาของเกาหลีเหนือว่า รูปแบบจะเหมือนกับประเทศคอมมิวนิสต์ทั้งหลาย จะมีการเลือกเด็กๆ จากโรงเรียน ทหาร ตำรวจ หรือแรงงานจากโรงงานที่ให้การสนับสนุนกีฬานั้นๆ อยู่แล้ว มาปลุกปั้น เนื่องจากเกาหลีเหนือขาดงบประมาณในการพัฒนากีฬาเมื่อเทียบกับจีนหรือรัสเซีย พี่ใหญ่ของชาติคอมมิวนิสต์ 

"อย่างไรก็ตาม การจะมาเป็นนักกีฬาของชนชาตินี้ไม่ใช่มีดีแค่พรสวรรค์"

 

“ซองบุน” หลักกำหนดชีวิตของชาวเกาหลีเหนือ

ชิเกมุระ โทชิมิตสึ อาจารย์ของมหาวิทยาลัยวาเซดะ ในประเทศญี่ปุ่น ที่ศึกษาค้นคว้าเรื่องราวของเกาหลีเหนืออย่างจริงจัง ให้ข้อมูลว่า ภูมิหลังของครอบครัว หรือ “ซองบุน” มีผลต่ออนาคตของเด็กที่จะถูกปั้นเป็นนักกีฬาอย่างมาก เพราะเด็กคนนั้นต้องไม่อยู่ในครอบครัวที่ไม่มีเรื่องความเสื่อมเสียในเรื่องความรักชาติมาก่อน และจะเน้นสร้างนักกีฬาที่จะออกไปสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศเป็นหลัก อาทิ มวยปล้ำ, กีฬาต่อสู้, ฟุตบอล โดยมีทั้งแคมป์ภายในกรุงเปียงยาง และต่างประเทศ

การจัดลำดับชนชั้นของคนเกาหลีเหนือ หรือ “ซองบุน” เป็นหลักการในการแบ่งชนชั้นของคนเกาหลีเหนือตั้งแต่เกิด พิจารณาจากภูมิหลังของบรรพบุรุษทั้งในด้านการเมือง สังคม เศรษฐกิจ รวมทั้งพฤติกรรมที่ผ่านมาในอดีต ของผู้ที่มีสายเลือดเดียวกับทารกคนนั้น ถูกกำหนดขึ้นโดยคิม อิล ซุง ผู้นำคนแรกของเกาหลีเหนือ โดยซองบุนแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ กระจายออกเป็น 51 ชนชั้น ถูกยกให้เป็นการแบ่งชนชั้นที่กดขี่มากที่สุดระบบหนึ่งของโลก

3 กลุ่มใหญ่ของซองบุนแบ่งออกเป็น

1.กลุ่มภักดี : 28 เปอร์เซ็นต์ ชนชั้นนี้ประกอบด้วย นักปฏิวัติ, ทายาทของทหารที่สู้เพื่อเกาหลีเหนือและเสียชีวิตในสงคราม เกษตรกร และครอบครัวของเกษตรกร กลุ่มคนเหล่านี้จะได้อาศัยอยู่ในกรุงเปียงยาง ได้รับอาหาร ที่อยู่ ยารักษาโรค การศึกษาที่ดี มีหน้าที่การงานระดับสูง

2.กลุ่มลังเล : 45 เปอร์เซ็นต์ ประกอบด้วยประชาชนที่เคยอาศัยอยู่ในเกาหลีใต้หรือจีนมาก่อน รวมทั้งคนที่ญาติอพยพไปอยู่ในเกาหลีใต้, พ่อค้าธุรกิจขนาดเล็ก, ปัญญาชน, ผู้ชำนาญการทางไสยศาสตร์ ซึ่งกลุ่มนี้จะถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด

3.กลุ่มปรปักษ์ : 27 เปอร์เซ็นต์ ประกอบด้วยทายาทของเจ้าของที่ดิน, เศรษฐี, นักบวชในศาสนาต่างๆ, นักโทษการเมือง, ผู้ที่ให้ความช่วยเหลือเกาหลีใต้ในช่วงสงครามเกาหลี รวมไปถึงผู้ที่ถูกตัดสิน ว่าเป็นฝ่ายตรงข้ามของพรรคแรงงาน หรือผู้ที่ติดต่อกับกลุ่มอำนาจภายนอกประเทศ

การเก็บข้อมูลซองบุนจะมีการทำแฟ้มข้อมูลของแต่ละบุคคลที่มีอายุมากกว่า 17 ปี ถ้าอายุน้อยกว่านั้นข้อมูลจะอยู่รวมกับพ่อแม่ สำหรับข้อมูลส่วนตัวของประชาชนเกาหลีเหนือจะถูกบริหารจัดการโดยซอฟต์แวร์ “Faithful Servant 2.0” ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบซองบุนได้จากคอมพิวเตอร์ของกระทรวงรักษาความสงบภายในทั้งในระดับภาคและจังหวัด

 

ซองบุนมีผลอย่างมหาศาลต่อชีวิตและอนาคต

คนประเทศนี้ไม่สามารถเลือกอาชีพได้ด้วยตัวเอง และฝ่ายปกครองจะเป็นผู้เลือกให้ ถ้ามีซองบุนต่ำก็จะได้ทำงานใช้แรงงาน ในทางกลับกัน ถ้ามีซองบุนสูงก็จะได้งานระดับสูงที่สามารถคาดหวังไปถึงการมีตำแหน่งที่ดีในพรรคแรงงานได้ ที่เกาหลีเหนือแทบไม่สามารถฝืนข้อบังคับนี้ได้ ไม่ว่าจะมีความสามารถในด้านนั้นๆ ขนาดไหน โอกาสที่จะถูกยกระดับไปทำงานที่สูงกว่าซองบุนมีน้อยมาก

เช่นเดียวกับหน้าที่การงาน ถ้าพ่อแม่มีซองบุนที่ดี ลูกก็จะมีโอกาสได้รับการศึกษาที่ดีไปด้วย แต่ถ้าซองบุนต่ำแล้ว ไม่ว่าจะตั้งใจเรียนขนาดไหน ก็เป็นไปได้ยากที่จะได้รับการศึกษาที่ดี สิ่งเหล่านี้เป็นสาเหตุของความขุ่นเคืองพ่อแม่ของลูกที่เกิดในครอบครัวที่ซองบุนต่ำ แต่ไม่โทษระบบการแบ่งชนชั้น ระบบนี้ยิ่งสร้างความแข็งแกร่งให้ชนชั้นสูง และไม่อนุญาตให้ชนชั้นต่ำกว่าลืมตาอ้าปาก ผู้ที่ซองบุนสูงก็จะเรียนในโรงเรียนเดียวกัน ไปเจอกันในวิทยาลัยเดียวกัน ซึ่งเครือข่ายเหล่านี้ก็จะจับมือกันสร้างประโยชน์ให้กับพรรคพวกตัวเองในอนาคต

ด้วยความที่เกาหลีเหนือจะมีการปันส่วนอาหารให้ประชาชน ดังนั้นซองบุนจึงเป็นเกณฑ์กำหนดปริมาณอาหารที่แต่ละครอบครัวจะได้รับ ซองบุนที่สูงจะได้อาหารที่ดีอย่างสมบูรณ์ และลดหลั่นกันลงมาตามภูมิหลังที่ถูกกำหนดไว้

หนังสือ Kim Il-song's North Korea (โดย เฮเลน-หลุยส์ ฮันเตอร์) ระบุว่า ซองบุนจะเห็นผลอย่างชัดเจนก็ต่อเมื่อเด็กคนนั้นอายุ 12 ปี ซึ่งจะเป็นช่วงที่จะต้องเข้าเรียนระดับมัธยมศึกษา ณ เวลานั้นเขาจะรู้ว่าตัวเองยืนอยู่จุดไหนของสังคม เพราะทุกอย่างไม่ได้ตัดสินจากความฉลาด หรือมีความเป็นผู้นำในชั้นเรียน มันขึ้นอยู่กับซองบุนต่างหาก

ในมุมของดนตรีหรือกีฬาก็เช่นกัน แม้ว่าเด็กคนนั้นจะทำมันได้ดีขนาดไหน ซองบุนที่ไม่เหมาะสมก็จะทำให้ความพยายามในการจะเป็นนักกีฬาหรือศิลปินไร้ค่าไปในทันที และซองบุนก็อาจจะพานักกีฬาที่มีพรสวรรค์ที่สุดคนหนึ่ง ไปเป็นแรงงานตามเหมือง ถ้าภูมิหลังของพวกเขาไม่ดีพอ

 

มีโอกาสเปลี่ยนแปลงซองบุนได้หรือไม่?

โรเบิร์ต คอลลินส์ อดีตเจ้าหน้าที่ในกระทรวงกลาโหมของสหรัฐอเมริกา ที่ผันตัวมาเป็นนักวิจัยและนักเขียน บอกว่า ในช่วงกลางทศวรรษ 90 เกาหลีเหนือประสบปัญหาขาดแคลนอาหารอย่างหนัก ทำให้มีการตั้งตลาดมืดในการซื้อขายแลกเปลี่ยนอาหารเกิดขึ้น จุดนี้จึงทำให้กลุ่มชนชั้นปรปักษ์มีโอกาสที่จะหาเงินจากการขายของ และนำเงินเหล่านั้นมาติดสินบนชนชั้นสูงในการที่จะมีชีวิตที่ดีขึ้นได้ แต่ไม่ได้บอกว่าจะสามารถเปลี่ยนแปลงซองบุนในแฟ้มชีวิตของตัวเองได้

เดอะ การ์เดี้ยน สื่ออังกฤษเคยรายงานว่า ในหลายปีหลัง ซองบุนดูเหมือนจะลดความศักดิ์สิทธิ์ลงไปเรื่อยๆ เพราะมีเจ้าหน้าที่ในพรรคแรงงานจำนวนมากที่ไม่เห็นด้วยกับการเอาการกระทำในอดีตของบรรพบุรุษมาตัดสินชีวิตของลูกหลาน

 

การแข่งขันกีฬาในเกาหลีเหนือ

ช่วงก่อน ค.ศ.1990 เกาหลีเหนือเคยมีการจัดการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ 14 รายการในแต่ละปี จนกระทั่งหลังปี 1990 เป็นต้นมา ก็เริ่มลดจำนวนลงไปเรื่อยๆ เหลือเพียงเทศกาลแข่งขันฟิกเกอร์สเก็ตที่ภูเขาแพ็กตู ก่อนจะมาฟื้นฟูวงการกีฬาของประเทศทั้งการเป็นเจ้าภาพกีฬานานาชาติและการส่งนักกีฬาออกไปแข่งขันในต่างประเทศ

ปี 1975 โช ชาง ซอป นักวิ่งมาราธอนเกาหลีเหนือไปคว้าแชมป์รายการโกซิเซ พีช มาราธอน ที่เช็กโกสโลวาเกีย ซึ่งเป็นมาราธอนที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรปและเก่าแก่เป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากบอสตัน มาราธอนเท่านั้น ทำให้เขาเป็นนักกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดประเทศในช่วงนั้น หลังจากนั้นอีก 6 ปี เปียงยางก็จัดการแข่งขันเปียงยาง มาราธอนขึ้น ในเดือนเมษายน 1981 ซึ่งก็จัดต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ถือเป็นรายการระดับบรอนซ์ ลาเบล หรือระดับ 3 ของสหพันธ์กรีฑานานาชาติด้วย

ฟุตบอลลีกในเกาหลีเหนือมีทั้งทีมชายและทีมหญิง ซึ่งฟุตบอลลีกชายเริ่มก่อตั้งในปี 1960 มาจนถึงฤดูกาลล่าสุดมีทั้งหมด 13 ทีม ทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด คือ เอพริล 25 (April 25) เป็นแชมป์ลีกมาแล้วถึง 16 สมัย

ฟุตบอลหญิงของประเทศนี้ประสบความสำเร็จในเวทีโลกมากกว่าฟุตบอลชายเสียอีก ในขณะที่แข้งชายไปฟุตบอลโลกมา 2 ครั้ง (1966, 2010) แต่ฟุตบอลหญิงไปมาแล้ว 4 สมัย ปี 1999, 2003, 2007, 2011 เคยได้แชมป์ฟุตบอลหญิงชิงแชมป์เอเชียมาแล้ว 2 สมัยติดต่อกัน ปี 2001, 2003

ทีมฟุตบอลหญิงมิดเดิลสโบรห์ จากอังกฤษ เคยมาทัวร์เตะอุ่นเครื่องในเกาหลีเหนือมาแล้วเมื่อปี 2010 และได้ลองลิ้มความเก่งกาจของเอพริล 25 สปอร์ตคลับ กับคาลเมกิ สองทีมฟุตบอลหญิงของเกาหลีเหนือเล่นงาน เอพริล 25 ยำใหญ่ 6-2 และคาลเมกิถล่ม 5-0 การแข่งขันสองแมตช์ดังกล่าว มีแฟนบอลเข้าชมถึง 6,000 คน เป็นสถิติยอดผู้ชมสูงสุดในเวลานั้น

นอกจากนั้นบาสเกตบอลก็เป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมของท่าผู้นำ โดยคิม จอง อิล อดีตผู้นำมีหอเก็บวิดีโอการแข่งขันของไมเคิล จอร์แดน อดีตซุปเปอร์สตาร์นักยัดห่วงชาวอเมริกันทุกแมตช์ ปี 2013 เคยมีการให้เดนนิส ร็อดแมน นักบาสเกตบอลชาวอเมริกันมาช่วยสอนเทคนิคให้บาสเกตบอลทีมชาติเกาหลีเหนือด้วย

กีฬาฤดูหนาวอย่างฮอกกี้น้ำแข็งลีก ฟิกเกอร์สเก็ตก็เป็นกีฬาขึ้นชื่อของประเทศนี้ แต่ยังไม่มีแชมป์ในระดับนานาชาติ ที่นี่มีสนามกอล์ฟ 18 หลุม เปียงยาง กอล์ฟ คอมเพล็กซ์ อยู่ห่างจากเปียงยาง 20 ไมล์ และใช้เป็นสถานที่จัดแข่งขันกอล์ฟสมัครเล่น “ดีพีอาร์เค อเมเจอร์ กอล์ฟ โอเพ่น” มาตั้งแต่ปี 2011 และเปิดให้นักกอล์ฟต่างชาติมาแข่งขันได้ด้วย

 

ทำไมปิดประเทศแต่ยังส่งนักกีฬาแข่งขันนอกประเทศ?

เกาหลีเหนือเป็นประเทศที่มีความเข้มงวดในเรื่องการเดินทางอย่างมาก แม้แต่คนในประเทศที่จะเดินทางไปยังต่างจังหวัดจะต้องขออนุญาตกับทางการก่อน และต้องมีเอกสารยืนยันให้เจ้าหน้าที่ของรัฐตรวจสอบได้ในกรณีที่เรียกดู ดังนั้นการเดินทางเข้า-ออกประเทศยิ่งเป็นเรื่องยากเข้าไปใหญ่

อี ซอง ยุน ผู้เชี่ยวชาญเกาหลีศึกษา สถาบันเฟล็ตเชอร์ มหาวิทยาลัยเทิร์ฟส์ บอกว่า การส่งนักกีฬาออกไปแข่งขันมหกรรมต่างๆ เป็นการก้าวข้ามความน่าสงสารที่คนภายนอกมองว่าประเทศนี้เป็นประเทศล้าหลังก็เท่านั้น  

แม้แต่นิวยอร์ก ไทม์ส ยังให้เหตุผลว่า เพราะชาวโลกจะได้มีเรื่องอื่นให้นึกถึงเกาหลีเหนือบ้าง ไม่ใช่แค่เรื่องการสร้างอาวุธนิวเคลียร์เพียงอย่างเดียว

 


เกาหลีเหนือกับโอลิมปิกเกมส์

เกาหลีเหนือส่งนักกีฬาแข่งขันมหกรรมกีฬาของมวลมนุษยชาติครั้งแรก ในโอลิมปิกเกมส์ ฤดูหนาว 1964 ที่อินน์สบูร์ก ประเทศออสเตรีย และได้มา 1 เหรียญเงิน จากฮาน พิล ฮวา ในกีฬาสปีด สเก็ตติ้ง 3,000 เมตรหญิง ในศึกฤดูหนาว เกาหลีเหนืออาจจะไม่ประสบความสำเร็จมากนัก เพราะหลังจากเหรียญเงินของฮาน พิล ฮวาแล้ว ก็มีอีกเพียงเหรียญทองแดงเดียวจากฮวาง อ๊อก ซิล ในสปีด สเก็ตติ้ง 500 เมตร ที่ฝรั่งเศส เมื่อปี 1992

อย่างไรก็ตาม เกาหลีเหนือประสบความสำเร็จในโอลิมปิก ฤดูร้อน เป็นอย่างมาก ได้มาแล้วถึง 16 เหรียญทอง จากการส่งแข่งขัน 10 ครั้ง เริ่มครั้งแรกในปี 1972 ที่กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี แต่บอยคอตการแข่งขันปี 1984 ที่ลอสแองเจลิส สหรัฐอเมริกา และ 1988 ที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เป็นเจ้าภาพ เนื่องจากปัญหาทางการเมือง

ยิมนาสติก ยูโด มวยปล้ำ มวยสากลสมัครเล่น ยกน้ำหนัก เป็นกีฬาที่สร้างเหรียญทองให้เกาหลีใต้มาโดยตลอด แต่เหรียญทองแรกในโอลิมปิก ฤดูร้อน ของทัพนักกีฬาโสมแดงกลับมาจากกีฬายิงปืนท่านอน 50 เมตรชาย ที่รี โฮ จุน ทำได้เมื่อปี 1972 นอกจากนั้นได้เหรียญทองจากมวยสากลสมัครเล่น 2 เหรียญ ยิมนาสติก 3 เหรียญ มวยปล้ำ 3 เหรียญ ยกน้ำหนัก 5 เหรียญ และยูโด 2 เหรียญ

 

ความพ่ายแพ้ที่มาพร้อมหายนะ

ฟุตบอลเป็นกีฬาเบอร์ต้นๆ ที่คิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือให้ความสนใจ ร่วมกับบาสเกตบอล ทำให้เขาเพ่งมองผลงานนักกีฬาเกาหลีเหนือในฟุตบอลเป็นหลัก ถ้าผลงานออกมาดีจะได้รับรางวัลอย่างงามเมื่อกลับถึงบ้าน แต่ถ้ากลับมาพร้อมกับความพ่ายแพ้ ก็โดนลงโทษเช่นกัน

ในฟุตบอลโลก 2010 ที่แอฟริกาใต้ สื่อเกาหลีใต้และสื่อตะวันตกรายงานอย่างพร้อมเพรียงกันว่า นักเตะเกาหลีเหนือถูกลงโทษเมื่อกลับถึงบ้านเกิด หลังจากที่ทำผลงานได้ย่ำแย่ แพ้ทั้ง 3 แมตช์ในรอบแบ่งกลุ่ม หนึ่งในนั้นเป็นการแพ้โปรตุเกส 0-7

บาร์นี่ เฮนเดอร์สัน ผู้สื่อข่าวของหนังสือพิมพ์เทเลเกราฟ รายงานว่า นักเตะทั้งทีม (ยกเว้นจอง แต เซ และอาน ยอง ฮัก สองแข้งเกาหลีเหนือที่เกิดในญี่ปุ่น ซึ่งบินตรงกลับไปญี่ปุ่นทันที) รวมทั้งสต๊าฟฟ์โค้ช ได้ถูกนำตัวไปที่ทำเนียบวัฒนธรรม เพื่อรับฟังคำตำหนิจากปัก มยอง ชอล รัฐมนตรีกีฬา โดยมีเจ้าหน้าที่รัฐ 400 คน นักศึกษาและนักข่าวร่วมอยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วย โดยในเหตุการณ์ดังกล่าว นักเตะทุกคนจะต้องร่วมใจกันโยนความผิดให้กับโค้ชของตัวเอง  

ขณะที่โชซุน อิลโบ สื่อเกาหลีใต้รายงานอีกว่า เป็นเรื่องปกติที่นักกีฬาและโค้ชเกาหลีเหนือที่ทำผลงานไม่ดีในกีฬาระดับนานาชาติจะถูกส่งตัวไปด่านกักกันเพื่อเป็นการลงโทษ

ชิเกมุระ โทชิมิตสึ บอกว่า นักกีฬาเกาหลีเหนือที่คว้าเหรียญรางวัลกลับมาได้ จะได้รับรางวัลเป็นที่พักอาศัยที่ดีขึ้นกว่าเดิม อาหารการกินก็สมบูรณ์พูนสุขมากขึ้น มีรถยนต์ขับ หรืออาจจะเป็นรางวัลอื่นๆ จากท่านผู้นำ ในทางกลับกันถ้าหอบความพ่ายแพ้กลับมา คิม จอง อึน จะแสดงความไม่พอใจอย่างมาก และจะลงโทษด้วยการทำให้ชีวิตความเป็นอยู่แย่ลง ลดอัตราการปันส่วนอาหาร อยู่ในที่พักที่แย่ลง หรือถ้าทำให้ผิดหวังมาก ก็อาจจะถูกส่งไปทำงานในเหมืองเลยทีเดียว

นอกจากนั้นชิเกมุระ โทชิมิตสึ บอกไว้ตรงกับที่โชซุน อิลโบรายงานไว้ว่า นักเตะเกาหลีเหนือชุดฟุตบอลโลก 2010 ต้องเข้ารับการวิจารณ์และอบรมอย่างเคร่งเครียด ที่ไม่สามารถต่อสู้เพื่ออุดมการณ์ในการคว้าชัยชนะจากการแข่งขันฟุตบอลโลกได้ ส่วนโค้ชนั้นถูกลงโทษให้เป็นแรงงานไปตลอดชีวิต

 

บทลงโทษของผู้แพ้

ไมเคิล แมดเดน นักวิชาการที่เป็นผู้ก่อตั้ง www.nkleadershipwatch.org เว็บไซต์ที่ติดตามความเคลื่อนไหวของเกาหลีเหนืออย่างใกล้ชิด ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของสถาบันอเมริกัน-เกาหลี วิทยาลัยระหว่างประเทศศึกษาชั้นสูงจอห์น ฮอปกิ้นส์ ให้ข้อมูลว่า ชาวเกาหลีเหนือทุกคนไม่ว่าจะอยู่ในชนชั้นไหนจะต้องเข้ารับการอบรมปรัชญา “จูเช” หรือ “การพึ่งตัวเอง” ซึ่งเป็นแนวคิดของคิม อิล ซุง อดีตผู้นำเกาหลีเหนือคนแรก ซึ่งจะเข้ารับการอบรมทุก 2 สัปดาห์ แต่สำหรับนักกีฬาที่ออกแข่งขันในต่างประเทศแล้วผลงานน่าผิดหวัง จะต้องเข้ารบการอบรมบ่อยกว่าเดิม 3-4 วันต่อครั้ง เพื่อให้สำนึกถึงสิ่งที่ต้องทำเพื่อประเทศชาติมากกว่าประชาชนทั่วไป และจะถูกลงโทษให้ใช้แรงงานที่ไม่หนักมาก เช่น ขุดท่อระบายน้ำ, กวาดถนน เป็นต้น

ชอย ฮยอน มี อดีตนักมวยเกาหลีเหนือที่หนีออกจากบ้านเกิดมาอยู่ในเกาหลีใต้ กล่าวกับสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น ว่า ถ้านักกีฬาเกาหลีเหนือแพ้นักกีฬาญี่ปุ่น, เกาหลีใต้ หรือสหรัฐอเมริกา จะต้องถูกเข้าเขตกักกันเป็นการลงโทษ และไม่มีโอกาสที่จะได้แข่งขันอีกเลย

การลงโทษนักกีฬาที่ไม่ประสบความสำเร็จไม่ได้เกิดขึ้นในยุคของคิม จอง อิล (ปกครองประเทศระหว่างปี 1997-2011) หรือคิม จอง อึน ผู้นำคนปัจจุบันเท่านั้น แต่ได้มีมาตั้งแต่ยุคของคิม อิล ซุง(ปกครองประเทศระหว่างปี 1966-1994) ผู้นำคนแรกมาแล้ว

โชล ฮวาน คัง อดีตนักเตะทีมชาติเกาหลีเหนือที่สามารถฝ่าฝันเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก 1966 ที่ประเทศอังกฤษ ได้เล่าในหนังสือชีวประวัติของตัวเอง “The Aquariums of Pyongyang” ว่า หลังจากที่ทีมโสมแดงล้มอิตาลีในรอบ 16 ทีม และผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายได้นั้น มีข่าวเล็ดรอดไปถึงผู้นำที่กรุงเปียงยางว่า แข้งโสมแดงฉลองกันแบบเมาปลิ้น แถมยังแหกกฎห้ามมีเซ็กส์ระหว่างที่ไปแข่งขันด้วย หลังจากนั้นก็แพ้โปรตุเกสในรอบ 8 ทีมกลับบ้านไป เมื่อถึงบ้านนักเตะก็ถูกจับเข้าไปอยู่ในค่ายกักกัน

โชล ฮวาน คัง เล่าในหนังสืออีกว่า ปาร์ก ซึง จิน เพื่อนร่วมทีมฟุตบอลโลก 1966 ที่รอดชีวิตออกจากค่ายกักกันได้ ถูกเพื่อนร่วมชะตากรรมในด่านกักกันเรียกว่า “ไอ้แมลงสาบ” เพราะเขาจับแมลงทุกชนิดที่พบเจอในช่วงที่ถูกลงโทษมากินประทังชีวิต รวมทั้งแมลงสาบนั่นเอง

 

รางวัลตอบแทนของเหล่าฮีโร่

ในส่วนของมุมผู้ที่ประสบความสำเร็จ รางวัลตอบแทนเป็นเรื่องที่คุ้มค่า นักกีฬาเหล่านั้นจะมีหน้ามีตาในสังคม ยอง ฮวางโบ อดีตนักไอซ์ฮอกกี้หญิงทีมชาติเกาหลีเหนือ บอกว่า รางวัลที่ได้จากความสำเร็จในการแข่งขันนั้นมากมายก็จริง ทั้งรถและที่อยู่อาศัย แต่การมอบรางวัลไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย หรืออาจจะเรียกว่าน้อยมาก เพราะความสำเร็จที่ท่านผู้นำมองว่าควรค่าแก่รางวัลระดับนั้นจะต้องเป็นนักกีฬาที่ได้เหรียญในโอลิมปิกเกมส์หรือศึกชิงแชมป์โลกเท่านั้น

สื่อของพรรคแรงงานรายงานว่า นักกีฬาของเกาหลีเหนือทุกคน ได้รับแรงบันดาลใจจากความความรัก ความห่วงใยจากพรรคแรงงาน ทำให้ประสบความสำเร็จอย่างมากมายในการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ

ขณะที่สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า นักกีฬาที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศจะได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษ ทั้งการรายงานข่าวสารความสำเร็จทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมไปถึงการสร้างสารคดี ภาพยนตร์ เกี่ยวกับนักกีฬาที่ประสบความสำเร็จด้วย โดยเฉพาะหลังจากที่คิม จอง อึน ขึ้นมารับตำแหน่งผู้นำประเทศแล้ว ก็เริ่มมีการสร้างและปรับปรุงสนามกีฬา สาธารณูปโภคด้านกีฬามากขึ้น รวมทั้งมีการจัดงานเลี้ยง มีปฏิสัมพันธ์กับนักกีฬาเกาหลีเหนือมากขึ้น

 

การลงโทษที่อาจเป็นเพียงข่าวลือ?

ถึงจะมีข่าวคราวการลงโทษนักกีฬาที่ไม่ประสบความสำเร็จให้ได้เห็นกันมากมาย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นเรื่องจริงเสมอไป อูโด เมอร์เคล อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสังคมวิทยาการกีฬา ในมหาวิทยาลัยไบรตัน ประเทศอังกฤษ แสดงทรรศนะในอีกมุมหนึ่งว่า ไม่เชื่อว่านักกีฬาเกาหลีเหนือจะถูกขังคุก ถ้าทำผลงานออกมาแย่ ตัวอย่างจากนักฟุตบอลชาย เมื่อจบฟุตบอลโลก 2010 ไปได้ครึ่งปี นักเตะหน้าเดิมก็ลงแข่งขันให้ได้เห็นอีก แถมหลังจากนั้น 2 ปี ผู้เล่นทีมชุดดังกล่าว อย่าง รี กวาง ชอน ก็ได้ย้ายมาร่วมทีมเมืองทองฯ ยูไนเต็ด พร้อมพา “กิเลนผยอง” คว้าแชมป์ไร้พ่าย

ขณะที่สมาคมฟุตบอลเกาหลีเหนือเองก็เคยถูกสอบถามจากสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ(ฟีฟ่า) ถึงการลงโทษนักเตะชุดฟุตบอลโลก 2010 ซึ่งเซ็ปป์ แบล็ตเตอร์ ประธานฟีฟ่าในขณะนั้น ได้ให้มีการสอบสวนเรื่องนี้หลังจากที่สถานีวิทยุ Free Asia ที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ในสหรัฐอเมริการายงานเรื่องนี้ออกมา

โดยได้รับคำตอบว่า ข่าวนั้นไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เพราะนักเตะชุดนั้นยังคงลงซ้อมเพื่อเตรียมแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 16 อยู่

 

ฟีฟ่าออกแถลงการณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า “จากข้อมูลที่มีอยู่ในมือ และตรวจสอบแหล่งที่มาทั้งหมดแล้ว ฟีฟ่าเชื่อมั่นว่าการลงโทษจากข่าวที่ออกมานั้น ไม่ใช่เรื่องจริง”

 

นี่คือเบื้องหลังชีวิตของนักกีฬาโสมแดงหลังหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจรับใช้ชาติ จากคำบอกเล่าของผู้ประสบด้วยตัวเอง และเล่ากันปากต่อปาก ซึ่งน้อยคนในโลกภายนอกจะมีโอกาสเข้าพิสูจน์ว่า จริงหรือไม่!



ข้อมูลจาก

https://www.telegraph.co.uk/news/worldnews/asia/northkorea/7918468/North-Korean-football-team-shamed-in-six-hour-public-inquiry-over-World-Cup.html
https://www.express.co.uk/news/world/891508/North-Korea-South-Korea-football-Kim-Jong-Un-East-Asia-Championship
https://www.nytimes.com/2018/02/07/world/asia/north-korea-olympics-athletes.html
http://nationalpost.com/sports/olympics/what-happens-when-north-koreas-athletes-return-home-from-the-olympics-theyll-be-publicly-shamed
https://www.straitstimes.com/asia/east-asia/defectors-reveal-harsh-life-for-north-koreas-sports-ambassadors
https://www.libertyinnorthkorea.org/songbun/
https://www.telegraph.co.uk/news/worldnews/asia/northkorea/9313174/North-Korea-caste-system-underpins-human-rights-abuses.html
https://www.theguardian.com/world/2015/mar/04/are-you-special-basic-or-complex-behind-north-koreas-caste-system
https://en.wikipedia.org/wiki/North_Korea_at_the_Olympics
https://en.wikipedia.org/wiki/Sport_in_North_Korea
https://www.telegraph.co.uk/sport/football/teams/north-korea/7963551/Fifa-satisfied-North-Korea-players-were-not-punished-for-World-Cup-failure.html
http://www.bbc.com/news/world-asia-37030696



ชื่นชอบบทความนี้ของ : kritikorn Thanamahamongkhol ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง