mainstand

Feature

พลังประชาดัตช์ : ไขข้อสงสัยที่ทำให้ทีมฟุตบอล “คูราเซา” ขยับขึ้น 70 อันดับภายใน 3 ปี



 

นานมาแล้วกว่า 33 ปี ที่คนไทยส่วนใหญ่ได้ยินชื่อประเทศ คูราเซา อันเป็นเวทีสำคัญที่ เขาทราย แกแล็คซี่ ขึ้นป้องกันแชมป์โลกรุ่น จูเนียร์ แบนตั้มเวท ครั้งที่ 4 กับ  อิสราเอล คอนเตรรัส ในปี 1986 ซึ่งการชกครั้งนั้นชาวไทยจะได้ชมการถ่ายทอดสดจากประเทศ  คูราเซา นี้นี่เอง และหลังจากนั้นชื่อนี้เงียบหายไปนาน และเป็นประเทศปริศนาสำหรับชาวไทยมาอย่างยาวนานจนกระทั่งศึกฟุตบอลชิงแชมป์ถ้วยพระราชทานมาถึง...

ทันทีที่สมาคมฟุตบอลไทยฯ ประกาศว่า คูราเซา คือชาติที่ 4 ที่จะเข้าร่วมชิงแชมป์ฟุตบอลคิงส์ คัพ ในปี 2019 นี้ แฟนฟุตบอลไทยหลายคนคงเกิดคำถามขึ้นมาว่า "ประเทศนี้อยู่ที่ไหน?" หรือ "พวกเขาเตะฟุตบอลกันเป็นหรือ?" 

อย่างไรก็ตามหากใครที่ยังพอเข้าใจโลกฟุตบอลในระดับหนึ่งจะรู้ว่านี่คือทีมที่ไม่ธรรมดา พวกเขาอยู่ในอันดับที่ 82 ของโลก และเมื่อเอา 3 ทีมที่แข่งในทัวร์นาเม้นต์นี้อย่าง ไทย,เวียดนาม และ อินเดีย มาวัดดูแล้ว คูราเซา คือทีมที่เก่งที่สุดตามการจัดอันดับของ ฟีฟ่า 


photo : FA thailand

เมื่อย้อนกลับไปสืบประวัติวงการฟุตบอลของพวกเขาแล้วมันช่างแปลกดี... ในขณะที่ ไทย เราพยายามแทบตายเพื่อก้าวสู่อันดับท็อป 100 ให้ได้ภายในเวลาหลายปีหลังแต่ทำไม่สำเร็จ ทว่า คูเราเซา กลับทำได้ โดยใช้เวลาแค่ 3 ปี เท่านั้นในการขยับจากอันดับที่ต่ำกว่าไทยไปถึงอันดับ 68 ของโลก 

การเขย่ง ก้าว กระโดด ของชาติจากโซนคอนคาเคฟนี้ มีที่มาอย่างไรติดตามได้ที่นี่

เปิดตาเพื่อนาคต

ตอนนี้ข้อมูลของ คูราเซา ถูกเผยแพร่ออกมามากหลังจากพวกเขาตัดสินใจเข้าร่วมศึกคิงส์ คัพ ดังนั้นเชื่อว่าคนไทยหลายคนต่างรู้ว่าประเทศว่าพวกเขาเป็นรัฐภายใต้การปกครองของ ฮอลแลนด์ 

ชาวฮอลแลนด์เดินทางเข้ามาในแถบหมู่เกาะทะเลแคริบเบียนเมื่อปี 1815 ก่อนใช้เวลาหลังจากนั้นเกือบ 100 ปีเพื่อรวบรวมหมู่เกาะน้อยใหญ่ในดินแดนใกล้เคียงอย่าง  อารูบา, ซินต์มาร์ติน, ซาบา, โบแนเรอ และตั้งชื่อให้ว่า เนเธอร์แลนด์แอนทิลลีส ก่อนจะกลายมาเป็น คูราเซา ในภายหลัง 


photo : 
Operation World

เมื่อชาวยุโรปเดินทางมาถึงดินแดนที่พวกเขาเข้าใจและเรียกว่า "เรดอินเดียน" พวกเขานำฟุตบอลเข้ามาเผยแพร่และสร้างทีมชาติขึ้นมาตั้งแต่ปี 1924 แต่เพราะด้วยประชากรอันน้อยนิดจึงไม่เก่งกับเขาเสียที คูราเซา จึงทำเหมือนการย้อนอดีตด้วยการกลับไปรวมกับ 5 หมู่เก่าที่เคยถูกเรียกว่า เนเธอร์แลนด์แอนทิลลีสอีกครั้ง หนนี้พวกเขาใช้ชื่อใหม่ว่าทีมชาติ "Greater Antilles" จึงได้เริ่มพอมีชื่อเสียงด้านฟุตบอลและกีฬาขึ้นมาบ้าง เพราะได้เข้าไปแข่งขันในโอลิมปิก ปี 1952 ที่ประเทศฟินแลนด์ และยังได้เข้าร่วมในศึกชิงแชมป์ประจำโซนคอนคาเคฟอีกด้วย 

Greater Antilles ถือเป็นทีมที่แข็งแกร่งพอตัว สถิติอันยาวนานกับการลงสนามเกมทางการกว่า 191 เกม พวกเขาเอาชนะ 52 เสมอ 50 และ แพ้ไป 89 นัด ดังนั้นจะเห็นได้ว่าการรวมกันทำให้พวกเขาแกร่งขึ้นกว่าการแยกกันสู้  อย่างไรก็ตามเมื่อโลกนี้ถูกเชื่อมต่อให้ใกล้กันมากขึ้นและก็ได้เวลาที่เหล่าสมาชิกจะต้องมีทีมของตัวเอง ดังนั้นในปี 2010 ทุกฝ่ายจึงลงมติกันว่าได้เวลายกเลิกภารกิจ Greater Antilles เพื่อกลับมาดูแลกันเองในวันที่มีความพร้อมกว่าครั้งอดีต

สิ่งนี้นำไปสู่การเกิดใหม่... คูราเซา รวมกับพันธมิตรอย่าง อารูบา และ ซินต์ มาร์ติน 3 หมู่เกาะที่ใกล้กันจนรู้สึกได้ว่าเป็นพวกเดียวกันแบบไม่เคอะเขินจึงได้รวบรวมทีมขึ้นมา และสร้างสหพันธ์ฟุตบอล คูราเซา ขึ้นมาในอีก 1 ปีให้หลัง  


photo : 
FIFA World Cup

เมื่อปีกกล้าขาแข็งก็ได้เวลาที่จะเดินดอยลำแข้งของตัวเองแล้ว คูราเซา คิดแบบนั้น แต่ความจริงมันไม่ง่าย พวกเขาอ่อนแอเกินไปที่จะพึ่งตัวเอง การแยกตัวออกมาทำให้ ตลอด 3 ปี หลังก่อตั้งสมาพันธ์ฟุุตบอลของตัวเองขึ้นมา พวกเขาชนะแค่ 6 นัด และส่วนใหญ่เป็นการชนะอดีตเพื่อนเก่าที่แยกมาจาก Greater Antilles กันเองทั้งนั้น เมื่อเจอกระดูกบอลทีมอื่นๆในระดับทวีป คูราเซา เหมือนขนมกรุบ และต้องพบกับความพ่ายแพ้เป็นประจำ

พวกเขาพยายามเดินด้วยตัวเองก็จริง แต่การเป็นการเดินที่ไม่มีทิศทาง คูราเซา ออกแนวสะเปะสะปะในช่วงตั้งไข่ พวกเขาพยายามใช้โค้ชชาว อาร์เจนติน่า ก่อนแต่ก็ไม่เวิร์ก หลังจากนั้นก็ลองผิดลองถูกอีกครั้งด้วยการใช้โค้ชท้องถิ่น แต่ก็อย่างที่ได้กล่าวไป 2011-2014 เหมือนกับการพายเรือในอ่างน้ำวน 

คูราเซา ยังไม่เข้าใจว่าการจะเดินให้มั่นคงนั้นต้องมีขาที่แข็งแรงมากพอ หากเป็นฟุตบอลคือพวกเขาต้องมีระบบ มีรูปแบบ และมีจุดประสงค์ในการทำทีมที่ชัดเจน เมื่อลองพิจารณาจากสิ่งที่ต้องการทั้งหมดนี้ดู มันช่างคุ้นเสียเหลือเกิน... คูราเซา เริ่มรับรู้ว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่พวกเขาควรทำทันที และหากจะไม่ว่ากันเกินจริง พวกเขาควรจะทำกันตั้งนานแล้ว


photo : 
SoccerPro.com

มีประเทศหนึ่งที่เก่งกาจและขึ้นชื่อเรื่องฟุตบอล เชี่ยวชาญด้านวางรากฐานสำหรับระยะยาว และมีรูปแบบการเล่นที่ชัดเจน  3 คุณสมบัตินี้ตรงเป๊ะ!  ใช่แล้ว ฮอลแลนด์ .... ดินแดนที่เป็นพี่ใหญ่ของ คูราเซา นั่นเอง  

คูราเซา เข้าใจแล้ว บางครั้ง เรื่องบางเรื่องก็ต้องยอมรับความช่วยเหลือจากคนอื่นบ้าง มันไม่ใช่วิธีที่น่าอาย แต่มันคือความจำเป็นที่ต้องทำ ลองถอยสัก 1 ก้าว เพื่อกระโดด ไปให้ไกลอีกหลายก้าวในอนาคต 

พลังประชาดัตช์ 

มีบทกวีท้องถิ่นของเหล่าชาวเกาะ ที่เคยร่ายยาวถึงการจากบ้านเกิดมาแสนไกลและได้กลับสู่ถินฐานอันเป็นตัวตนและจิตวิญญาณว่า "ถ้าฉันจะต้องกลับไป มันเหมือนการมองหาอะไรบางสิ่งที่เลือนหาย แบกสำภาระกลับสู่แผ่นดินแม่ หอบความฝันกลับเมืองนอนบ้านเกิด ...ให้สายลมเป็นเข็มทิศ และให้กลิ่นของสายฝนที่โปรยปรายคอยนำทาง"
 


 : FFK Federashon Futbòl Kòrsou

ปี 2015 คูราเซา ปรากฎตัวบนพาดหัวหน้า 1 ของหนังสือพิมพ์ทั่วโลก เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับผลงานล้มยักษ์ ไม่เกี่ยวกับชัยชนะในการแข่งขัน แต่มันคือความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ สัญญาณช่วยหลือจากฮอลแลนด์มาถึงแล้ว พร้อมกับกัปตันเรือที่เหมาะจะควบคุมทีมฟุตบอลของ คูราเซา มากที่สุด .... พาทริก ไคลต์เวิร์ต อดีตดาวยิงทีมชาติฮอลแลนด์ ที่มีประสบการณ์ในเวทีฟุตบอลระดับโลกมากมายทั้งการคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ตั้งแต่อายุ 19 ปี ในฐานะผู้เล่นตัวหลักสมัยเล่นให้กับ อาแจ็กซ์,คว้าแชมป์ ลา ลีกา ร่วมกับ บาร์เซโลน่า รวมถึงการเป็นเจ้าของสถิติยิงประตูในเกมทีมชาติอันดับ 3 ของ ฮอลแลนด์ (40ประตูจาก 79 นัดอีกด้วย)


ความสำเร็จในแดนกังหันลมอาจจะทำให้หลายคนไม่ทันได้นึกถึงเชื้อชาติของเขามากนัก แต่ ไคลเวิร์ต ผู้ยิ่งใหญ่คนนี้ผู้มีพ่อเป็นชาว ซูรินาเม และ มีแม่เป็นชาว คูราเซา แต่เติบโตและกลายตำนานแข้งชาวดัตช์ รวมถึงมือขวาของ หลุยส์ ฟาน กัล ในฟุตบอลโลกปี 2014  และเริ่มมีบทบาทในระดับผู้บริหารมากมากขึ้นเรื่อยๆ ก่อนที่เขาจะตกลงเซ็นสัญญาระยะ 1 ปี มายังดินแดนที่ชาวโลกรู้จักกันในแง่การท่องเที่ยว ส่วนฟุตบอลนั้นแม้แต่ชื่อก็ไม่เคยได้ยิน.... 


photo : 
Sports Byline USA

"แม่ของผมเป็นชาวเกาะ และผมต้องการที่จะกลับคืนสู่สถานที่บางที่ นั่นคือเหตุผลที่ลมจากฮอลแลนด์หอบผมมาสู่ที่ปลายทางแห่งนี้" บางที ไคลต์เวิร์ต อาจจะกำลังมองหาบางสิ่งที่เขาขาดไปจริงๆก็ได้ 

ไม่ใช่แค่ธรรมชาติของการตามหาชีวิตเท่านั้นที่ทำให้ ไคลเวิร์ต มาที่ คูราเซา ในวัย 38 ปี ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ยากต่อการตัดสินใจ ที่แห่งนี้จะทำให้เขาเจอกับสภาพทีมที่กดดันน้อยกว่าการในยุโรป เหมือนกับจอมยุทธ์ที่หลบเร้นเข้าไปในป่าลึกใต้น้ำตก คูราเซา จะเป็นสถานที่พัฒนาฝีมือของเขาได้อย่างแน่นอน เขาเองจริงจังกับเรื่องนี้จึงได้ลาออกจากตำแหน่งในสมาคมฟุตบอลฮอลแลนด์ออกเพื่อมาลุยเต็มที่ในดินแดนที่ห่างไกล

"เป้าหมายของผมคือการเป็นโค้ชให้กับทีมระดับสโมสร คูราเซา ก็รู้ดี แต่ผมจะไม่ทำงานพร้อมกัน 2 ที่แน่นอน" เขายืนยันอีกครั้งว่าจะไม่มาทำงานแบบเช้าชามเย็นชามอย่างที่ใครได้ปรามาส

ไคลเวิร์ต มีอิทธิพลกับวงการฟุตบอลฮอลแลนด์ไม่น้อย เขาคือบุคลากรด้านฟุตบอลคนสำคัญของประเทศ และการได้เรียนรู้ฟุตบอลจากหลักสูตรของ โยฮัน ครัฟฟ์ รวมถึงการเติบโตมากับระบบเยาวชนของ อาแจ็กซ์ ที่เป็นเหมือนหัวใจสำคัญของฟุตบอลฮอลแลนด์ ไคลเวิร์ต จึงได้เอาวิชาของเขามาปล่อยสำหรับงานใหม่ทันที เขาอยากจะให้ คูราเซา ในยุคของเขาเล่นแบบเดียวกับที่เขาโตมา นั่นคือการเน้นการครองบอล เล่นลูกกับพื้น และใช้การเข้าทำแบบชิ่งสามเหลี่ยมเพื่อแกะเพรสซิ่งของคู่แข่ง  


photo : 
Daily Express

อย่างไรก็ตามการที่ คูราเซา มีประชากรเพียง 150,000 คน อีกทั้งลีกฟุตบอลในประเทศก็ไม่ได้แข็งแกร่งและเพิ่งสร้างลีกอย่างเป็นทางการพร้อมๆกับสมาพันธ์ฟุตบอลในปี 2010 ดังนั้นปรัชญาฟุตบอลที่ดูเหมือนง่ายแต่ซับซ้อนสไตล์ดัตช์ถือว่าเป็นเรื่องที่ไกลตัวมากๆ การที่นักฟุตบอลจะเล่นให้ได้แบบฮอลแลนด์ พวกเขาจำเป็นต้องมีทักษะที่ดี,การเคลื่อนไหวรวดเร็ว ที่สำคัญคือต้องเข้าใจและอ่านเกมให้แม่นยำ ซึ่งคุณสมบัติทั้งหมด ต่อให้พลิกเกาะ คูราเซา หาก็เชื่อว่ายากที่จะพบเพชรแท้สักเม็ดหนึ่ง

หากเป็นประเทศอื่นที่เจอปัญหานักฟุตบอลในประเทศคุณภาพไม่ผ่านมาตรฐานคงไม่มีทางอื่นนอกจากการโอนสัญชาติเท่านั้น ยกตัวอย่างง่ายๆเช่น กาตาร์ ที่ก็ใช้วิธีนี้เพื่อยิ่งใหญ่จนได้แชมป์เอเชี่ยน คัพ 2019 เป็นต้น แต่สำหรับ คูราเซา พวกเขาไม่ต้องคิดเยอะขนาดนั้นและ ไคลเวิร์ต เองก็รู้เรื่องนี้ดีที่สุด

มีนักฟุตบอลเชื้อสายชาวเกาะที่เคยอยู่ในการปกครองของฮอลแลนด์อย่าง ไคลเวิร์ต อาทิ รุด กุลลิตต์,เอ็ดการ์ ดาวิดส์ และ คลาเรนซ์ เซดอร์ฟ ที่เก่งกาจจนได้รับการติดธงให้กับทีมชาติฮอลแลนด์ แต่ ไคลเวิร์ต รู้ว่ายังมีนักเตะอีกมากที่ไปไม่ถึงดวงดาว พวกเขาไม่เก่งพอสำหรับการเป็นสมาชิกดัตช์แมน ทว่าเมื่อดูจากสถานการณ์แล้วพวกเขาดีพอสำหรับ คูราเซาแน่ๆ 

นี่ไม่ใช่การโอนสัญชาติแต่อย่างใด ในลีกฮอลแลนด์มากมายที่มีสัญชาติ คูราเซา ดังนั้น ไคลเวิร์ต จึงเริ่มใช้การ สเกาต์มองหาเหล่าแข้งระดับกลางค่อนล่าง และชักชวนให้มารับใช้แผ่นดินที่แท้จริงของพวกเขา "คูราเซา พร้อมต้อนรับทุกคน"

6 เดือนหลังจากรับงาน ไคลเวิร์ต ได้นักเตะดัตช์เชื้อสาย คูราเซา มาเพียบ... คนแรกคือ คูโก้ มาร์ติน่า กองหลังของ ทเวนเต้ ที่ปัจจุบันเล่นให้กับ เอฟเวอร์ตัน จากนั้นกระแสความหวังก็เริ่มไหลมาเทมา...

กูยอน เฟอร์นันเดซ จาก เอ็กเซลซิเออร์,ชาร์ลตัน วิเซนโต้ จาก วิลเล่ม ทเว,เอลอย รูม นายทวารจาก วิเทสส์ ที่ว่ากันว่าเป็นรองเพียง แยสเปอร์ ซิลเลสเซ่น,ทิม ครูล และ เยอเริน โซเอต์ โกลมือ 1,2 และ 3 ของทีมชาติฮอลแลนด์ในเวลานั้น  นอกจากนี้ยิ่งค้นก็ยิ่งได้ของหนัก เลอันโดร บาคูน่า จากแอสตัน วิลล่า,เฟลติเซียโน่ ชูสเชน โดยกลุ่มผู้เล่นกลุ่มหลังนี้ผ่านการลงเล่นให้ทีมชาติ ฮอลแลนด์ ชุดเยาวชนมาทั้งหมด 


The Independent

เผลอแว็บเดียว คูเราเซา ได้ 11 ตัวจริงที่ค้าแข้งในลีกยุโรปทั้งหมด แถมยังมีมือดีระดับดัตช์ลีกที่คอยเป็นตัวสำรองไว้คอยปรับเปลี่ยนแท็คติก... ดังนั้นได้เวลาที่ทีมชาวเกาะจะออกมาซ่าให้โลกฟุตบอลได้รู้จักแล้ว

เขย่ง ก้าว กระโดด 

อิทธิพลของผู้เล่นชาวดัตช์ที่เข้ามาในยุคของ ไคลเวิร์ต นั้นส่งผลรุนแรงเกินคาด ไคลเวิร์ต ได้ทีมที่ต้องการและ คูราเซา กลายเป็นทีมที่เล่นฟุตบอลมีทรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การเปลี่ยนทีมชุดใหม่ทำให้ ภายใต้สัญญาระยะสั้นลบภาพหมูสนามกลายเป็นของแข็งประจำภูมิภาคได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ชัยชนะ 6 นัดจาก 12 เกมที่ลงเล่น และแพ้เพียงแค่ 3 หนเท่านั้น  ไม่มีอีกแล้วทีมอันดับ 160 ในฟีฟ่า แรงกิ้ง โกยแต้มได้เป็นกอบเป็นกำในช่วงเวลานั้น 

น่าเสียดายที่สัญญาของ ไคลเวิร์ต แสดงถึงเจตนารมณ์ที่ไม่ได้ต้องการเข้ามาทำทีมระยะยาว แต่อย่างน้อยการเข้ามาของเขาสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ให้กับวงการฟุตบอล คูราเซา เรื่องนี้สมาพันธ์ฟุตบอลของพวกเขาก็รู้ดีตั้งแต่วันแรกที่เซ็นสัญญากับ ไคลเวิร์ต แล้ว แต่พวกเขารู้ว่าภายใต้ความสำเร็จที่ยังจับต้องไม่ได้นั้น มันกลับสร้างพัฒนาการได้มากกว่าช่วงเวลาลองผิดลองถูกเองอยู่เกือบ 5 ปีเต็มๆเสียอีก 

สิ่งที่ ไคลเวิร์ต ทิ้งไว้คือการสร้างค่านิยมให้กับเหล่านักเตะดาวกระจายในลีกดัตช์ให้เปิดใจรับใช้ทีมสายเลือดของตัวเองหากมีโอกาส นอกจากนี้เขายังส่งไม้ต่อให้กับ เร็มโก้ ไบเซนตินี่ มือขวาชาวดัตช์ของเขาที่ทำหน้าที่สานงานต่อก่องานใหม่ในช่วงเวลาที่เหลือ ที่สำคัญคือ ไบเซนตินี่ ทำได้เหนือกว่าที่ ไคลเวิร์ต ทำไว้เยอะเลยทีเดียว


photo : http://bicentini-foundation.org

ในยุคของ ไบเซนตินี่ กับมรดกตกทอดจาก ไคลเวิร์ต คูราเซา ท็อปฟอร์มถึงขีดสุด พวกเขาเปิดตำรายิงแหลกนับตั้งแต่ปี 2016 จนถึงปี 2017 1 ปีเต็มๆ คูราเซา แพ้เพียงหนเดียว นั่นคือการแพ้ให้กับ แคนาดา ในเกมอุ่นเครื่อง ส่วนเกมที่เหลือนั้นไม่ต้องพูดถึงปรัชญาบอลดัตช์ยิงแหลกผลิดอกออกผล คูราเซา ยิงคู่แข่งในระแวกเพื่อนบ้านระดับ 4-0,5-0, หรือมากที่สุดถึง 7 ลูกเป็นประจำ  ดาวซัลโวของทีมไม่ใช่ใครอื่น  จิโน่ ฟาน เคสเซิล เด็กในคาถาของ ไคลเวิร์ต และอดีตดาวยิงที่ไม่ดีพอสำหรับ อาแจ็กซ์ ได้โอกาสลงแค่ 3 นัดก่อนโดนปล่อยพ้นทีมไปเล่นในลีกล่างของประเทศ

"แม่ของผมเกิดที่คูราเซา ตอนที่ผมเป็นเด็กผมว่าผมไม่เคยได้ยินชื่อทีมนี้มาก่อนเลย แต่ตอนนี้ผมคุยกับเพื่อนร่วมทีมชาติ คูราเซา ในกรุ๊ปแชทและเรากำลังจะสร้างความยิ่งใหญ่ไปไดด้วยกัน" จิโน่ กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงจากส่วนเกินที่ฮอลแลนด์สู่คนสำคัญที่คูราเซาของเขา 

แล้วมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ คูราเซามีผลงานที่ต่อเนื่องด้วยการลงเล่นในรายการ แคริเบียน คัพ ที่พวกเขาไม่เคยเป็นแชมป์มาก่อน เพราะมีของแข็งอย่าง จาเมกา ขวางทาง แต่หนนี้ คูราเซา ในมาดใหม่ ชนะทุกนัดที่ลงแข่งและคว้าแชมป์ไปครองด้วยการเอาชนะ จาเมกา ไป 2-1 ในนัดชิงชนะเลิศ นี่คือการประกาศตัวว่าไม่ใช่ลูกไล่อีกต่อไป  

การคว้าแชมป์ครั้งนี้ทำให้ คูราเซา ได้ไปเล่นในฟุตบอล คอนคาเคฟ โกลด์ คัพ 2017 ต่อเนื่องและเป็นครั้งแรกที่ได้เข้าร่วมในรายการนี้ แม้จะไม่มีสักแต้มและยิงใครไม่ได้ แต่การเจอกับ เม็กซิโก และ เอล ซัลวาดอร์ ก็ถือว่าไม่ใช่ของง่ายอยู่แล้ว งานนี้แค่ได้เข้าร่วมก็ถือเป็นประสบการณ์ครั้งสำคัญ


photo : http://bicentini-foundation.org

หลังจากจบศึก โกลด์ คัพ ทีมของ  ไบเซนตินี่  กลายเป็นทีมที่ดีกว่าเดิม นับตั้งแต่ปี 2018 เป็นต้นมา คูราเซา ขยับฝีเท้าตัวเองด้วยการบุกเอาชนะ กาตาร์ ที่ใช้ผู้เล่นชุดแชมป์ เอเชียน คัพ 2019 ตามด้วยการเล่นกับทีมจาก อเมริกาใต้ อย่าง โบลิเวีย 2 หน และทำสถิติชนะ 1 เสมอ 1  ขณะที่การเจอกับทีมเพื่อนบ้านแทบไม่ต้องคิดให้เสียเวลาเพราะระยะหลัง คูราเซา ยิงแหลกตลอด มากที่สุดถึง 10-0 ก็เคยมีมาแล้ว

หากบอกว่าทีมชาติไทยจะได้เจอกับ คูราเซา ใน คิงส์ คัพ มันอาจจะไม่ได้ทำให้ใครหลายคนตื่นเต้น แต่จากทั้งหมดที่กล่าวมาเราสามารถพูดได้เต็มปากว่าทีมชาติไทยกำลังจะเจอเหล่าผู้เล่นระดับดัตช์ลีกแบบยกชุด เด็กเยาวชนจากอาแจ็กซ์,อดีตกองหลังชุดยู21,นายทวารมือ 4 ของฮอลแลนด์ และนักเตะดีกรีระดับพรีเมียร์ลีกอีก 2-3 คน เชื่อว่าน่าจะทำให้อะไรๆดูน่าสนใจมากขึ้นไม่น้อย

คูราเซา เดินหน้าไม่มีถอยด้วยแนวทางที่ชัดเจน การเลือกคนที่ถูกต้องอย่าง ไคลเวิร์ต นำมาสู่ยุคสมัยใหม่ที่รุ่งเรืองที่สุดของพวกเขา

อันดับฟีฟ่าไม่ได้จัดขึ้นอย่างมั่วๆแน่ และนี่คือเหตุผลที่ คูราเซา ใช้เวลาเพียงแค่ไม่กี่ปี ทำอันดับ ฟีฟ่า แรงกิ้ง จาก 160 มาถึงอันดับ 82 ของโลก และดูทีท่าว่านับวันพวกเขาแกร่งขึ้นเรื่อยๆ...นับว่าเป็นคู่ต่อสู้ที่ไทยจะประมาทไม่ได้


https://thesefootballtimes.co/2017/08/19/the-rise-of-football-in-curacao-and-the-influence-of-patrick-kluivert/
https://www.footballparadise.com/from-ajax-to-curacao-patrick-kluiverts-legacy/

https://www.dailymail.co.uk/sport/football/article-3500770/Patrick-Kluivert-embarks-managerial-career-Caribbean-island-Curacao.html
http://www.football-oranje.com/kluivert-can-call-upon-dutch-talent-take-curacao-world-cup/

 



ชื่นชอบบทความนี้ของ : ชยันธร ใจมูล ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง