mainstand

Grand Stand

ทำไมมนุษยชาติต้องตื่นเต้นกับชัยชนะของ Alpha Red เหนือ OpenAI



อีลอน มัสก์ คืออัจฉริยะแห่งโลกยุคใหม่ผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อมวลมนุษยชาติมากมาย จนอิทธิพลของเขาแผ่ขยายไปเกือบทุกวงการ แต่แม้เราจะไม่ค่อยได้ยินเรื่องราวความสัมพันธ์ของเขากับวงการกีฬามากนัก มันสมองของเขาก็ได้นำมาซึ่งนวัตกรรมที่อาจเปลี่ยนโลกของกีฬาขึ้นมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ...


 

ความยิ่งใหญ่ในการสร้างสรรค์นวัตกรรมบนโลกใบนี้ของอีลอน มัสก์ นั้นถือได้ว่ามากมายมหาศาล และเชื่อไหมว่าเขามีอิทธิพลกว้างไกลมาจนถึงวงการกีฬา? ... อันที่จริงเขา คือ ผู้ที่อาจเปลี่ยนโลกของ อีสปอร์ตส์ (eSports) หรือการแข่งขันกีฬาอีเล็คทรอนิกส์ ที่กำลังเป็นกระแสในขณะนี้ไปตลอดกาล

 

เทคโนโลยีเพื่อมนุษยชาติ

ผู้คนต่างบอกว่า อีลอน มัสก์ คือ “โทนี่ สตาร์ค ในโลกความจริง” ซึ่งก็คงไม่ผิดนัก เขาคือชายผู้คิดค้นสารพัดโปรเจ็คท์ รวมถึงเป็นเจ้าของ และผู้ก่อตั้งบริษัทที่สร้างเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น PayPal บริษัทธุรกิจการรับจ่ายเงินออนไลน์, SpaceX บริษัทสำรวจอวกาศเอกชน ตลอดจน Tesla Motors บริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายรถพลังงานไฟฟ้า ซึ่งสร้างชื่อเสียงจนกลายเป็นบริษัทระดับโลกทั้งสิ้น

แต่สิ่งหนึ่งซึ่งมัสก์ดูจะแตกต่างจากยอดมหาเศรษฐีในการ์ตูนดังค่ายมาร์เวล คือชายวัย 47 ปีผู้นี้มีแนวคิดที่ต้องการมอบสิ่งที่เขาคิดให้เป็นสมบัติของมวลมนุษยชาติ (ในบางเรื่อง) เพื่อให้ทุกคน ได้เข้าถึงเทคโนโลยีที่เขาสร้าง และออกทุนสนับสนุนอย่างเท่าเทียม

หนึ่งในนั้นก็คือ OpenAI บริษัทวิจัยระบบปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence - AI) เพื่อพัฒนาระบบ AI ที่ปลอดภัย, สามารถใช้งานได้โดยทั่วไป และเป็นประโยชน์แก่มวลมนุษยชาติ มัสก์ก่อตั้งขึ้นโดยให้เป็นองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร เพื่อทุกคนจะได้เข้าถึงสิ่งที่นักวิจัยคิดค้น ซึ่งจะเปิดเผยผลการวิจัยให้มากที่สุด และยกสิทธิบัตรให้เป็นของสาธารณะอีกด้วย

แนวความคิดที่นำมาซึ่งการเปิดให้ระบบ AI ที่ทาง OpenAI คิดค้นขึ้น มาจากความกังวลส่วนตัวของมัสก์ และเพื่อนๆ ที่มองว่าทุกวันนี้บริษัทมากมายต่างก็คิดค้นระบบ AI ของตนเอง ซึ่งอาจเป็นไปได้ที่ระบบดังกล่าวอาจพัฒนาตัวเองจนเหนือการควบคุม กลายเป็นภัยต่อโลกในระยะยาว เหมือนสิ่งที่เกิดขึ้นในภาพยนตร์ The Terminator ก็เป็นได้ …

และ OpenAI ของมัสก์นี้นี่เอง ที่ได้เข้ามาเปลี่ยนโฉมโลกด้านอีสปอร์ตส์ 

 

จากเลียนแบบสู่หวังเอาชนะ

OpenAI ถือกำเนิดขึ้นเมื่อเดือนตุลาคม 2015 ซึ่งมัสก์ก็ได้อาศัยความเป็นผู้ทรงอิทธิพลแห่งโลกไอที ชักชวนมิตรสหายร่วมลงเงินทุนสนับสนุนตั้งต้นได้ถึง 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เลยทีเดียว และเมื่อรวมกับทีมงานนักวิจัยระดับหัวกะทิ ก็ช่วยให้บริษัทนี้มีผลงานเชิงประจักษ์ออกมาในระยะเวลาอันสั้น


P้hoto : openai.com

โดยในเดือนธันวาคม 2016 หรือ 14 เดือนหลังก่อตั้ง OpenAI ก็ได้ปล่อยโปรแกรม Universe ซอฟท์แวร์ที่ใช้ฝึกสอน AI ให้ทำในสิ่งที่มนุษย์ทำเป็นประจำ เช่น เล่นเกม หรือท่องอินเตอร์เน็ต ให้ผู้ใช้ทั่วโลกไปดาวน์โหลด เพื่อนำไปพัฒนาระบบ AI ของตนเองให้สามารถทำในสิ่งที่มนุษย์ทั่วไปทำได้มากขึ้น ขณะที่ฟากของ OpenAI ก็ได้ใช้โปรแกรมนี้ในการฝึกสอนระบบ AI ที่พัฒนาขึ้นมาเช่นกัน

และด้วยที่การเล่นเกม คือส่วนหนึ่งของกิจกรรมที่ AI จะได้รับการฝึกฝนผ่านซอฟท์แวร์นี้ บริษัทผู้ผลิตเกมระดับโลกอย่าง EA, Valve รวมถึง Microsoft Studios จึงเห็นประโยชน์ว่า OpenAI สามารถเป็นอีกหนทางในการพัฒนา AI ของเกมที่ผู้ผลิตเหล่านี้สร้างให้มีความสมจริงมากขึ้น จึงได้จับมือร่วมกันอนุญาตให้ Open AI เข้าถึงข้อมูลของเกมดังๆ อย่าง Portal หรือ Command & Conquer: Red Alert 2 เพื่อให้ได้จำลองการเล่นเกมเหล่านี้โดยอิสระ ส่งผลให้ระบบ AI ด้านการเล่นเกมมีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด และเพียงครึ่งปีเท่านั้น พวกเขาก็พร้อมที่จะลงสนามจริง ด้วยการนำ Bot ท้าสู้กับคนจริงในการแข่งขัน เช่นเดียวกับที่ AlphaGo Bot ซึ่ง Google สร้างขึ้น เพื่อเล่นเกมโกะ และไปชนะผู้เล่นที่เป็นคนจริงๆ มาแล้วหลายต่อหลายครั้ง แต่กรณีนี้มีความซับซ้อนกว่า


P้hoto : hobiku.net

เพราะเกมที่พวกเขาเลือกก็คือ DOTA 2 ของค่าย Valve เกมแนว Multiplayer Online Battle Arena (MOBA) หรือ Action Real-Time Strategy (ARTS) ที่ผู้เล่น 1 คนจะควบคุมตัวละคร 1 ตัว แข่งขันกันในประเภททีม

“ด้วยเรื่องที่ผู้เล่นต้องคิดทั้งการบุกและการป้องกันไปพร้อมๆ กัน แถมยังมีตัวละครมากมาย มีจุดแข็งจุดอ่อนต่างกันให้เลือกใช้ เกมนี้จึงมีความซับซ้อนมากกว่าเกมโกะเสียอีก” มัสก์ กล่าวถึงการที่เลือกเกมนี้เป็นบททดสอบระบบที่สร้างขึ้นมา

ยิ่งไปกว่านั้น DOTA 2 ยังเป็นหนึ่งในเกมที่มีการแข่งขันในรูปแบบอีสปอร์ตส์อย่างกว้างขวาง การสร้าง AI ที่สามารถเอาชนะผู้เล่นซึ่งเป็นคนจริงๆ ได้ จะทำให้ชื่อของ OpenAI ถูกกล่าวถึงไปทั่วโลกเช่นกัน

 

ถึงเวลาโชว์ของ

และเวทีที่จะประกาศศักดามันสมองกลสุดอัจฉริยะจาก OpenAI ให้โลกทั้งใบรับรู้ได้ดีที่สุด คงหนีไม่พ้น The International การแข่งขันอีสปอร์ตส์ของเกม DOTA 2 ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งจัดขึ้นในเดือนสิงหาคมของทุกปี


P้hoto : dota2.ru

โดยแมตช์หยุดโลกของศึก TI7 เมื่อปี 2017 เป็นการพบกันระหว่าง ดานิโล่ อิชูติน หรือ Dendi นักกีฬาอีสปอร์ตส์เกม DOTA 2 ระดับแนวหน้าของโลก พบกับ AI ถูกจัดขึ้นในกติกาดวลเดี่ยวตัวต่อตัว ซึ่งผลการแข่งขันที่ออกมานั้นจะเรียกว่าช็อกวงการเกมก็คงไม่ผิดนัก เมื่อ AI ที่ฝึกเล่นเกมนี้ได้ไม่นาน กลับเอาชนะผู้เล่นชั้นนำของโลกได้อย่างขาดลอย ชนิดที่อีกฝ่ายขอยอมแพ้ ไม่ยอมมาสู้ต่อให้จบการแข่งขันที่ต้องชนะ 2 ใน 3 เกมด้วยซ้ำ

“เราได้ใช้ซูเปอร์คอมพิวเตอร์กว่า 60,000 ตัว รันโปรแกรมให้ AI สู้กันเองเป็นเวลารวม 2 สัปดาห์ในชีวิตจริง ซึ่งด้วยความเร็วของอุปกรณ์ที่เรามี จึงเปรียบเสมือนการลงแข่งถึง 300 ปีต่อวัน หรือมากกว่าพันช่วงอายุคนเลยทีเดียว ทำให้ AI ของเราเรียนรู้ถึงความผิดพลาดระหว่างการเล่น เพื่อปรับปรุงการเล่นในครั้งต่อไปด้วย” เกร็ก บร็อคแมน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี (Chief Technology Officer - CTO) ของ OpenAI ได้เปิดเผยถึงเบื้องหลังการฝึก AI ให้เก่งกาจถึงขนาดนี้

“และก่อนที่จะเจอกับ Dendi เราได้จับเอา AI ที่สร้างไปเจอกับผู้เล่นระดับท็อปของโลกคนอื่นๆ แล้วหลายราย ซึ่งก็สามารถเอาชนะได้ทั้งหมดอีกด้วย” เกร็ก กล่าวทิ้งท้าย


P้hoto : www.technologyreview.com

ซึ่งการที่ AI สามารถเอาชนะมนุษย์ได้ในการแข่งขันเกม ได้กลายเป็นเรื่องราวที่ถูกกล่าวถึงไปทั่ววงการเทคโนโลยี แม้แต่ บิล เกตส์ อดีตมหาเศรษฐีอันดับ 1 ของโลก ผู้ก่อตั้งบริษัท Microsoft ยังได้เฝ้าดูปรากฎการณ์นี้ด้วยความทึ่ง พร้อมกับเผยความในใจว่า “การสร้างระบบที่สามารถคิดได้อย่างซับซ้อน และสามารถเอาชนะมนุษย์ได้จริงๆ นี้ อาจเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงวงการ AI ของโลกได้เลยทีเดียว”

 

เรียนรู้สู่ก้าวต่อไป

ถึงแม้การเปิดตัวของ OpenAI ในเกม DOTA 2 จะลงเอยด้วยชัยชนะเหนือมนุษย์อย่างงดงาม แต่ผู้อยู่เบื้องหลังการสร้างก็ทราบดีว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น เพราะในทัวร์นาเม้นต์เดียวกันนั้นเอง พวกเขาได้เปิดโอกาสให้นักกีฬาระดับโลกคนอื่นๆ รวมถึงผู้ที่มาร่วมงานได้ทดลองแข่งกับ AI ที่เพิ่งประกาศศักดาชนะ ดานิโล่ อิชูติน นักกีฬาแถวหน้าไปแบบขาดลอย  

ทว่าเมื่อเจอกับผู้เล่นหลายร้อยราย จุดอ่อนของ OpenAI ก็ถูกเผยให้เห็น เมื่อมีคนสามารถเอาชนะ Bot ได้กว่า 50 คน ทีมงานผู้สร้างจึงทราบว่า แม้ AI สามารถเรียนรู้สิ่งต่างๆ ได้มากมายในระยะเวลาอันสั้น แต่เมื่อต้องเจอกับรูปแบบการคิดที่หลากหลายของผู้คนมากมาย AI ก็จำเป็นต้องมีการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพื่อให้ทันกัน

นอกเหนือจากนั้น Bot ที่ OpenAI สร้างขึ้นในตอนแรกยังสามารถเล่นได้เพียงระบบตัวต่อตัว แต่เกม DOTA 2 เป็นเกมซึ่งเล่นกันในรูปแบบทีม การสร้าง AI ที่สามารถเล่นเป็นทีมได้จึงเป็นอะไรที่สมจริงยิ่งขึ้น และหากเอาชนะทีมอีสปอร์ตส์ได้ ชื่อเสียงของบริษัท รวมถึงโปรเจ็คท์ดังกล่าวก็ยิ่งจะก้าวไกลไปอีกขั้น

หนึ่งปีถัดมา การพัฒนาแล้วเสร็จไปอีกขั้นพร้อมการเปิดตัว OpenAI Five ที่สามารถเล่นเกม DOTA 2 ในประเภททีม 5 คนได้ ซึ่งพวกเขาใช้ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ถึง 128,000 ตัว รันระบบให้ AI ได้แข่งขันกันเองคิดเป็นเวลา 180 ปี ต่อวัน ต่อตัวละคร (รวม 5 ตัวละครก็ 900 ปีต่อวัน) รวมถึงผ่านการทดสอบด้วยการชนะทีมอีสปอร์ตส์ระดับสมัครเล่นแล้ว

หลังจากนั้น วันที่ 5 สิงหาคม OpenAI Five ก็สามารถคว้าชัยเหนือทีม DOTA 2 ที่เป็นผู้เล่นระดับอาชีพจริงๆ ได้สำเร็จ โดยฝั่ง AI ได้เสริมเขี้ยวเล็บใหม่ด้วยการเขียนโปรแกรมจนพวกเขาสามารถเลือกตัวละครที่จะมาสู้ในเกมได้ด้วยตนเอง และคว้าชัยไปก่อนใน 2 เกมแรก ก่อนพิชิตฝ่ายมนุษย์ได้ในเวลาเพียงเกมละไม่ถึง 25 นาทีด้วยซ้ำ


P้hoto : openai.com

ส่วนเกมสุดท้าย ผู้จัดได้อนุญาตให้ผู้ชมสามารถเลือกผู้เล่นให้ฝั่ง AI ได้ ซึ่งก็แน่นอนว่าผู้ชมได้ลองของครั้งใหญ่ด้วยการเลือกตัวละครเกรดล่างให้ทีม AI แต่แม้ฝ่ายมนุษย์จะได้เปรียบกว่าอย่างเห็นได้ชัด พวกเขาก็ต้องใช้เวลากว่า 35 นาที ถึงจะพิชิตฝั่ง AI ได้สำเร็จ

ความสำเร็จดังกล่าวทำให้ OpenAI นำ AI ที่พัฒนาใหม่และพิสูจน์ฝีมือด้วยการชนะมนุษย์จริงๆ มาแล้วนี้ ไปท้าสู้กับทีม eSports ระดับอาชีพจริงๆ อีกครั้งในงาน The International 2018 เมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ถึงการพัฒนาระบบ AI ในการเล่นเกมจะก้าวไกลถึงขนาดสร้างทีม eSports ได้แล้ว แต่ AI ก็ยังไม่สามารถทำได้ทุกอย่างเหมือนการเล่นระหว่างคนกับคนด้วยกัน ซึ่งจุดอ่อนนั้นก็ได้แสดงออกมาในงาน TI8 นี้เอง เมื่อ OpenAI Five พ่ายต่อทีมระดับอาชีพอย่าง paiN Gaming จากบราซิล และ Big God จากประเทศจีน

แม้จะประสบความพ่ายแพ้ทั้ง 2 แมตช์ แต่ก็ถือว่า AI ทำผลงานได้ไม่เลวกับการยื้อเกมไว้ได้มากกว่า 45 นาที แถมยังปล่อยสกิลได้อย่างต่อเนื่องและแม่นยำ ถึงกระนั้นมนุษย์ก็ยังเหนือกว่าในเรื่องแท็คติก รวมถึงฝั่ง AI เองก็ยังมีบั๊กเล็กๆ กับการทำสิ่งเดิมซ้ำๆ จนโดนจับทางได้และประสบกับความพ่ายแพ้ไป

ถึงกระนั้นด้วยการพัฒนาที่ไม่หยุดยั้ง ทาง OpenAI ก็หวังว่าสักวันหนึ่ง AI ที่พวกเขาสร้างขึ้นจะมีความหลากหลายในวิธีการเล่นพอที่จะสามารถแข่งขันกับทีมที่เป็นคนจริงๆ ด้วยกติกาที่คนจริงๆ แข่งขันกันได้ในอนาคต

 

เมื่อ AI ล้มแชมป์โลก

กาลเวลาผ่านไปจากความพ่ายแพ้ในศึก TI8 OpenAI ยังคงพัฒนาระบบและฝึกซ้อมอย่างไม่หยุดยั้ง ที่สุดแล้วในช่วงสงกรานต์ของปี 2019 พวกเขาก็ได้ตัดสินใจท้าดวลกับทีมอีสปอร์ตส์อาชีพอีกครั้ง แถมยังเลือกคู่ดวลชนิดสุดโหด เมื่อทีมดังกล่าวคือ OG แชมป์โลก Dota 2 ทีมล่าสุดจากศึก TI8 นั่นเอง 


Photo : fortune.com

และผลการแข่งขันก็เป็นไปแบบสุดช็อกชาวโลก เมื่อ OpenAI Five สามารถเอาชนะ OG ได้ 2 เกมรวด ซึ่งเห็นได้ชัดว่า AI เวอร์ชั่นใหม่มีความเข้าใจในตัวเกมและมีแผนการเล่นที่ยืดหยุ่นมากขึ้น

หลังจากนั้นไม่นาน ทาง OpenAI ได้เปิดโอกาสให้เกมเมอร์จากทั่วโลกท้าดวลกับ AI ผ่านทาง OpenAI Five Arena ระหว่างวันที่ 18-21 เมษายน ซึ่งผลการแข่งขันในช่วงแรกก็เป็นไปอย่างที่คาด คือฝ่าย AI ชนะรวด กระทั่งหลังผ่านไปกว่า 1,500 เกม มนุษยชาติก็เป็นฝ่ายเอาชนะได้สำเร็จเป็นครั้งแรก ซึ่งทีมที่สร้างประวัติศาสตร์นั้นก็คือ Alpha Red ทีมอีสปอร์ตส์สัญชาติไทย โดยเอาชนะไปได้ในเวลา 45 นาที 26 วินาที และหลังจากนั้นก็ได้มีอีก 2 ทีมที่สามารถเอาชนะ OpenAI ได้ 

แม้ทีมผู้สร้างเปิดเผยในภายหลังว่า AI ที่ใช้ในเกมซึ่งฝ่ายมนุษย์ชนะยังไม่ใช่เวอร์ชั่นล่าสุด แต่เรื่องดังกล่าวก็สร้างความเชื่อมั่นให้กับฝ่ายมนุษย์ว่า AI ก็สามารถแพ้ได้ และมนุษย์ยังคงเหนือกว่า ทว่าฝั่ง AI ก็ได้เรียนรู้ที่จะแพ้ เพื่อกลับมาเอาคืนหวังชัยชนะในภายหลัง


Photo : luckbox.com

ปัจจุบันแม้อีลอน มัสก์ ลาออกจากการเป็นประธานบริษัท OpenAI ไปแล้ว แต่เขายังเป็นผู้นำทางความคิด และนายทุนใหญ่อยู่ ซึ่งปณิธานของเขายังคงเดิม คือ ทำให้เทคโนโลยีที่สร้างขึ้น เข้าถึงมนุษยชาติโดยทั่วกัน นั่นหมายความว่า เรามีโอกาสที่เราจะได้เห็น AI ที่สร้างขึ้นถูกปล่อยสู่สาธารณะ เพื่อใช้เป็นแบบฝึกสำหรับนักกีฬา eSports ทั่วไปในการเรียนรู้ศาสตร์การเล่นเกมระดับโลกได้อย่างรวดเร็วและด้วยต้นทุนที่ประหยัดมากขึ้น

และหากบทเรียนของนักกีฬา eSports จาก AI ได้สร้างผลงานเชิงประจักษ์ คือการสร้างนักกีฬาระดับโลกในการแข่งขันเกมนี้ขึ้นมาได้ โครงสร้างของระบบ AI ที่เปิดให้ผู้ที่มีความรู้สามารถนำไปพัฒนาต่อยอดได้ ก็อาจทำให้เราได้เห็นระบบ AI ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้คนได้ฝึกซ้อมกับเกมอื่นๆ รวมถึงต่อยอดสู่การสร้างระบบช่วยฝึกสอนกีฬาชนิดอื่นๆ ได้เช่นกัน


P้hoto : openai.com

หากวันนั้นมาถึง เชื่อได้ว่า การฝึกซ้อมของนักกีฬาจะถูกพัฒนาไปอีกขั้น เพราะสิ่งไม่คาดฝันที่ต้องเจอในการแข่งจริง อาจเรียนรู้ได้ตั้งแต่ในสนามซ้อม ซึ่งจะช่วยให้นักกีฬา พร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ สู่การคว้าชัยชนะ

หรือบางทีเราอาจเห็นทีมนักเตะหุ่นยนต์ ลงแข่งขันกับเหล่าสุดยอดแข้งระดับโลกในสนามจริงๆก็ได้

แหล่งอ้างอิง

https://blog.openai.com/dota-2/
https://blog.openai.com/more-on-dota-2/
https://blog.openai.com/openai-five/
https://www.news.com.au/technology/innovation/design/the-worlds-best-esports-gamers-destroyed-by-a-killer-ai-bot-from-elon-musks-startup/news-story/b66d550dc08ac3b3d703c72c8261f2b6
https://www.theflyingcourier.com/2017/9/11/16285390/elon-musk-open-ai-esports-bot-dota-2-defeated-beaten
https://www.theverge.com/2018/6/25/17492918/openai-dota-2-bot-ai-five-5v5-matches
https://variety.com/2018/gaming/news/openai-dota-2-the-international-1202858301/
https://www.blognone.com/node/75739
https://www.blognone.com/node/94691
https://www.blognone.com/node/94701
https://www.blognone.com/node/103377
https://www.blognone.com/node/109172
https://www.blognone.com/node/109263



ชื่นชอบบทความนี้ของ : เจษฎา บุญประสม ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง