On The Main Stand

ทำไมเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก และโอลิมปิกเกมส์แล้วถึง “เจ๊ง”?



ฟุตบอลโลกและโอลิมปิกเกมส์ เป็นทัวร์นาเมนต์กีฬาที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดของโลกใบนี้ แข่งขันทุกๆ 4 ปีครั้ง เมื่อการแข่งขันวนรอบมาถึงก็จะเกิดกระแสฟีเว่อร์ไปทั่วโลก
Picture : www.e-architect.co.uk

หลายประเทศช่วงชิงโอกาสที่จะได้เป็นเจ้าภาพกันมาตลอด เพราะมองว่าเป็นการโชว์ศักยภาพของประเทศ รวมทั้งกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศให้คึกคัก รวมถึงไทยเองที่ยื่นเสนอเป็นเจ้าภาพร่วมจัดฟุตบอลโลก 2034 แต่ในทางกลับกันหลายประเทศที่เคยจัดมาแล้วกลับต้องโอดโอย เพราะการแข่งขันปิดฉากลงไปพร้อมทั้งทิ้งหนี้ก้อนโตเอาไว้ โดยเฉพาะบราซิลที่เป็นเจ้าภาพ 2 งานใหญ่ในเวลาไล่เลี่ยกัน คือ ฟุตบอลโลก 2014 และโอลิมปิกเกมส์ 2016
หลายๆ ครั้ง ที่เจ้าภาพเจ๊งมากกว่าเจ๋ง หนี้มหาศาล และสิ่งก่อสร้างที่ถูกปล่อยทิ้งเป็นเพียงอนุสาวรีย์ เกิดจากอะไร Main Stand จะมาอธิบายให้เห็นกันชัดๆ
 

งบบานปลายสาเหตุหลักที่เจ้าภาพต้องเจอ


Picture : https://apnews.com

บราซิลได้ข่าวดี 2 ครั้งติดต่อกัน ได้เป็นทั้งเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2014 และโอลิมปิกเกมส์ 2016 ส่งผลให้เศรษฐกิจของบราซิลเติบโตอย่างมากในปี 2010 GDP (Gross Domestic Product) พุ่งขึ้นเกือบ 7 เปอร์เซ็นต์ และถูกคาดการณ์ว่าจะเป็นหนึ่งในชาติมหาอำนาจในอนาคต ยิ่งการได้เป็นเจ้าภาพ 2 เกมใหญ่ของโลกยิ่งทำให้ฝันไปไกลกว่าเดิม

สำหรับฟุตบอลโลก 2014 บราซิลทุ่มงบประมาณไป 18,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่โอลิมปิกเกมส์ 2016 เดิมวางไว้ 10,000 ล้านดอลลลาร์สหรัฐ แต่เมื่อเกมจบลงพบว่าใช้ไปถึง 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

Picture : https://nypost.com

เหตุการณ์นี้มีตัวอย่างให้เห็นมามากมาย โอลิมปิกเกมส์ ฤดูร้อน 1976 เมืองมอนทรีอัล แคนาดา ฌอง ดราโป นายกเทศมนตรีเมืองมอนทรีอัลกำหนดงบประมาณในการจัดแข่งขันที่ 125 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมั่นใจว่าจะสามารถจัดการงบอันจำกัดนี้ได้อย่างแน่นอน

การทุ่มงบในการก่อสร้างสนาม “บิ๊กโอ” และสนามต่างๆ อย่างอลังการ เมื่อปิดฉากโอลิมปิกเกมส์ไปแล้ว จึงพบว่างบที่ใช้ไปสูงกว่าที่กำหนดไว้ถึง 13 เท่า หรือพุ่งไปถึง 1,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้มอนทรีออลกลายเป็นหนี้มหาศาลประมาณ 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และใช้เวลาถึง 30 ปีในการจ่ายหนี้ที่ก่อไว้

โอลิมปืกเกมส์ 2004 ที่กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ ใช้งบประมาณที่เกินตัว รัฐบาลกรีซใช้งบประมาณ 11,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 5 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีตลอดทั้งปีนั้นเลยทีเดียว เศรษฐกิจที่ทรุดอยู่แล้ว ก็พังพินาศหลังจบการแข่งขันไปไม่นาน

เศรษฐกิจไม่ได้ดีขึ้นอย่างที่หวัง

การเป็นเจ้าภาพกีฬาใหญ่ๆ หลายประเทศหวังว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้ดีเฟื่องฟู อย่างไรก็ตามหลายครั้งกลับพบว่า ช่วงก่อนและระหว่างแข่งขัน เงินหมุนเวียนในระบบมหาศาล การท่องเที่ยวได้รับอานิสงส์ชัดเจน ร้านค้าท้องถิ่นแฮปปี้กับรายได้ แต่เมื่อปิดฉากการแข่งขันลง สถานการณ์กลับตาลปัตร

ที่บราซิล เศรษฐกิจในประเทศหลังจากจบฟุตบอลโลกและโอลิมปิกไม่ได้เติบโตอย่างที่คิด ร้ายแรงที่สุด หนีไม่พ้นงบประมาณที่หายไปจากการคอร์รัปชั่นของนักการเมือง

วิคเตอร์ มาเธสัน นักเศรษฐศาสตร์การกีฬา กล่าวว่า ฟุตบอลโลกมีเงินหมุนเวียนมหาศาลในช่วงแข่งขันก็จริง แต่ผู้ได้ประโยชน์ไม่ใช่หน่วยธุรกิจท้องถิ่นของเมืองเจ้าภาพ เพราะฟีฟ่ามีสปอนเซอร์ของตัวเองอยู่แล้วแมคโดนัลด์, โคคา-โคล่า, บัดไวเซอร์ เบียดบังแบรนด์ท้องถิ่นไม่ให้เปิดตัวไปสู่คนที่เข้ามาเชียร์ถึงบราซิลได้ ขณะที่โรงแรม รถเช่า เงินส่วนใหญ่จะเข้ากระเป๋าของนักธุรกิจระดับบนของประเทศทั้งนั้น

อีกตัวอย่างหนึ่ง โอลิมปิกเกมส์ ฤดูหนาว 1998 ที่เมืองนากาโน่ ประเทศญี่ปุ่น นากาโน่หมายมั่นปั้นมือว่า การเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ฤดูหนาว จะช่วยบูมธุรกิจท่องเที่ยวและสกี มีการสร้างรถไฟชินคันเซ็นเชื่อมกรุงโตเกียวกับเมืองนากาโน่ เพื่อลดเวลาในการเดินทางไปถึงครึ่งหนึ่งในการเดินทางด้วยวิธีอื่น ผลออกมาน่าพอใจ อย่างไรก็ตามเมื่อเวลาผ่านไป สกีรีสอร์ทอาจจะยังพอไปไหว แต่สนามอื่นๆ 5 สนามไม่ถูกใช้ประโยชน์ แถมยังมีค่าบำรุงรักษามหาศาลที่ต้องจ่ายไปแบบไม่ได้ประโยชน์

เซ็ปป์ แบล็ตเตอร์ อดีตประธานฟีฟ่าเคยบอกว่า ฟุตบอลโลกจะช่วยให้เศรษฐกิจของแอฟริกาใต้เฟื่องฟูได้อย่างแน่นอน แต่เมื่อเวิลด์คัพ 2010 ที่ประเทศแอฟริกาใต้ปิดฉากลง เจ้าภาพต้องรับหนี้มหาศาลถึง 4,100ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการใช้ก่อสร้างสนามแข่งขัน โรงแรม ถนน และสาธารณูปโภคต่างๆ เพื่อรองรับฟุตบอลโลก เนื่องจากรายได้ค่าตั๋วไม่เพียงพอที่จะอุดรูรั่วตรงนี้ได้

ค่าบำรุงรักษาสนามแข่งแพงระยับ

บราซิลสร้างสนามขึ้นมาใหม่จำนวนมากเพื่อรองรับทั้งฟุตบอลโลกและโอลิมปิก แต่สนามกีฬาที่บราซิลจำนวนมากก็ไม่ได้นำมาใช้ประโยชน์ให้คุ้มค่า สนามฟุตบอลความจุ 50,000 ที่นั่ง ที่เมืองมาเนาส์ ไม่สร้างประโยชน์ให้ท้องถิ่นนัก เพราะมาเนาส์ไม่มีสโมสรฟุตบอลที่อยู่ในดิวิชั่นท็อปของลีกบราซิล

สนามกอล์ฟโอลิมปิกที่ใช้งบ 20 ล้านดอลลาร์ในการก่อสร้าง รวมทั้งสนามกีฬาในย่านดีโอโดโร่ ถูกปิดเพราะไม่มีบริษัทที่จะเข้ามาบริหารจัดการ บิลค่าไฟในสนามมาราคาน่า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไม่มีใครเป็นผู้รับผิดชอบ ทำให้การไฟฟ้าบราซิลต้องตัดไฟบริเวณสนามและพื้นที่ใกล้เคียงเป็นการกดดัน คณะกรรมการจัดการแข่งขัน “รีโอเกมส์” ต้องรับหนี้ 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐหลังเกมจบลง

เช่นเดียวกับสนามบิ๊กโอ ที่ใช้ในพิธีเปิดโอลิมปิกเกมส์ ฤดูร้อน 1976 ที่เมืองมอนทรีอัล แคนาดา จนถึงทุกวันนี้ยังไม่มีสโมสรกีฬาไหนไปใช้บริการเลยตลอดเวลากว่า 50 ปี

ที่หนักหน่วงที่สุดหนีไม่พ้นที่กรุงเอเธนส์ เมื่อจบการแข่งขันไปแล้ว กรีซไม่สามารถจ่ายเงินในการบำรุงรักษาสนามทั้งหมดได้ เพราะสูงถึง 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี สนาม 21 จาก 22 แห่ง ถูกทิ้งร้างและผุพังไปตามกาลเวลา รวมทั้งเศรษฐกิจก็ล้มละลาย ในปี 2005 จีดีพีของกรีซร่วงลงมาต่ำสุดในรอบ 1 ศตวรรษ

ประชาชนต่อต้านเพราะเหมือนถูกปล้น

ประชาชนบราซิลหลายล้านคนต่อต้านการละลายเงินมหาศาลไปกับการเป็นเจ้าภาพ และมีการประท้วงอย่างรุนแรงต่อรัฐบาลก่อนการแข่งขัน 2 สหกรรมกีฬาใหญ่ทั้งฟุตบอลโลก 2014 และโอลิมปิก เกมส์ เนื่องจากพวกเขาเห็นว่าควรเอาเงินมาช่วยเหลือคนยากจน พัฒนาสวัสดิการในประเทศให้ดีกว่าที่เป็นอยู่ จนเกิดการจลาจล การประท้วงในฟุตบอลโลกหลายครั้ง

ที่ริโอ เดอ จาเนโร ประชาชน 600 คน เดินขบวนประท้วง พร้อมกับป้ายข้อความว่า “ฟีฟ่ากลับบ้านไปซะ” และ “ฟุตบอลโลกแห่งการคอร์รัปชั่น”

เดนิซ อาเดรียน่า เฟร์ไรร่า หนึ่งในผู้ประท้วงบอกว่า “ฟุตบอลโลกขโมยเงินจากงบสุขภาพอนามัย การศึกษา ของคนบราซิล คนไร้บ้านถูกบังคับไม่ให้อาศัยอยู่ข้างถนน ที่นี่ไม่ใช่ที่สำหรับคนบราซิลอีกต่อไป มันเป็นที่สำหรับนักท่องเที่ยว”

ชาวบราซิเลียนโกรธแค้นรัฐบาลและฟีฟ่าอย่างมาก ถึงขั้นไม่เชียร์ทีมชาติบราซิลในฟุตบอล และหันไปเชียร์ทีมอื่นๆ แทน

อังเดร เด มกาเลส โกเมส หนึ่งในผู้ประท้วงชาวบราซิล ใส่เสื้อทีมชาติอาร์เจนตินา คู่อริในกวงการฟุตบอลละติน มาร่วมเดินขบวนพร้อมทั้งบอกว่า “บราซิลไม่ควรจะได้จัดฟุตบอลโลกเลย ทำไมฟีฟ่าต้องเลือกประเทศที่คอร์รัปชั่นมากที่สุดในโลกเป็นเจ้าภาพด้วย”

เมื่อมีตัวอย่างเมืองเจ้าภาพที่ขาดทุนและเป็นหนี้มหาศาล ทำให้ช่วงหลังเริ่มชาติสนใจเสนอตัวน้อยลง โอลิมปิกเกมส์ ฤดูหนาว 2022 เดิมทีมีเมืองที่เสนอตัว 7 เมือง อัลมาตี้ (คาซัคสถาน) ปักกิ่ง(จีน) คราคอฟ (โปแลนด์) สตอกโฮล์ม (สวีเดน) มิวนิค (เยอรมนี) ดาวอส และซังคท์โมริทซ์ (สวิตเซอร์แลนด์)

แต่เมื่อมีการทำประชาพิจารณ์เพื่อรับฟังความเห็นของประชาชนในท้องถิ่นแล้ว ประชาชนจำนวนมากต่อต้านการเป็นเจ้าภาพ จนทำให้ 5 เมืองถอนตัวออกไป เหลือเพียงอัลมาตี้และปักกิ่ง จนท้ายที่สุดไอโอซีเลือกปักกิ่งของจีนเป็นเจ้าภาพ เพราะมั่นใจในศักยภาพของชาติยักษ์ใหญ่นี้ดีอยู่แล้ว

บทเรียนที่ไทยต้องเรียนรู้ (หากอยากจัด)

เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ประกาศว่าได้ยื่นบิด (bid) ขอเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2034 ร่วมกับอินโดนีเซีย และเวียดนาม… คำถาม คือ ไทยพร้อมเรียนรู้กับความผิดพลาดในอดีตเหล่านี้แค่ไหน?

การจัดแข่งขันฟุตบอลโลก สนามแข่งขันในรอบคัดเลือกต้องมีความจุตามเกณฑ์ของฟีฟ่า (FIFA)  แต่ทุกวันนี้ในประเทศไทยมีสนามที่มีความจุเกิน 50,000 ที่นั่งแค่สนามเดียว คือ ราชมังคลากีฬาสถาน  เพราะฉะนั้นการจะสร้างสนามใหม่ขึ้นมาจำนวนมาก ต้องใช้งบประมาณมหาศาล นี่ยังไม่นับรวมกับระบบสาธารณูปโภค, คมนาคม, และการก่อสร้างอื่นๆ ตลอดจนความร่วมมือจากรัฐบาล และเอกชน มันดูเป็นตัวเลขที่ประเมินค่าไม่ได้ง่ายๆ ทีเดียว

ที่ผ่านมารายได้ที่หลั่งไหลเข้าประเทศเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ไม่ว่าจะฟุตบอลโลก หรือ โอลิมปิกก็ดี World Ecomomic Forum ระบุว่าไว้ว่าไม่คุ้มค่าเลยแม้แต่นิด เมื่อเทียบกับเงินที่สูญเสียไปแล้ว สามารถนำไปใช้พัฒนาส่วนอื่นๆ ของประเทศอย่างยั่งยืนได้มากมาย ต้นทุนค่าเสียโอกาสมันมากเกินไป

การท่องเที่ยวที่คาดหมายว่าจะอู้ฟู่ก็ไม่ใช่แบบนั้น เพราะมันเป็นแค่การเปลี่ยนรูปแบบการท่องเที่ยวชั่วคราว ไม่ใช่การเพิ่มนักท่องเที่ยว แน่นอนว่านักท่องเที่ยวส่วนหนึ่งไม่ได้ชอบความแออัด และอยากจะมาประเทศ หรือ เมืองนั้นๆ ในช่วงเทศกาล ที่ผู้คนเฮโลโผล่มาเที่ยวดูฟุตบอล หรือมหกรรมกีฬากัน

ณ ตอนนี้ยังเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวเกินไปหากจะวิเคราะห์ว่าต้องใช้งบประมาณเท่าไหร่กันแน่ และรายได้ที่เข้ามา จะอยู่ที่เท่าไหร่ และการร่วมมือกับภาครัฐ และเอกชน ควรอยู่ในส่วนใดบ้าง จะใช้สิ่งที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดอย่างไร? และจะวางแผนให้กับเงินที่ลงทุนไปเป็นสาธารณูปโภคให้ชุมชน และท้องถิ่นได้ใช้งานในระยะยาว เพื่อไม่ให้เกิดความสูญเปล่าแบบที่เคยเป็นมาอย่างไร และสิ่งที่ได้รับกลับมามันคุ้มค่าต่อประเทศชาติรึเปล่า

จากข้อมูลข้างต้นทั้งหมดทั้งมวล หลายประเทศขาดทุนและเป็นหนี้จากการจัดการแข่งขัน 2 ทัวร์นาเมนต์แบบย่อยยับ แต่บางประเทศที่มีสาธารณูปโภคที่ดีแล้ว และบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถทำกำไรได้งดงามโดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา ที่ประสบความสำเร็จในแง่คนดู และเงินรายรับในฟุตบอลโลก 1994 และโอลิมปิกเกมส์ 1984 ที่นครลอส เองเจลีส และ 1996 ที่เมืองแอตแลนต้า แต่รู้ไหมว่าที่ผ่านมาใครที่ไม่เคยขาดทุน และกำไรเนาะๆ ทุกครั้งไป?

อย่างไรก็ตามสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) และคณะกรรมการโอลิมปิกสากล(ไอโอซี)

เจ้าของ 2 ทัวร์นาเมนต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกยังไงล่ะ …

 

แหล่งข้อมูลอ้างอิง :

https://nypost.com/2017/02/10/rios-big-arenas-and-even-bigger-debt-after-the-olympics/

https://www.theguardian.com/cities/2016/jul/06/40-year-hangover-1976-olympic-games-broke-montreal-canada

http://fortune.com/2016/08/10/olympics-financial-disasters/

https://www.americaninno.com/boston/lake-placid-olympic-debt-miracle-on-ice-only-part-of-1980-legacy-video/

http://www.thepostgame.com/blog/london-calling-2012/201201/olympic-cities-booms-and-busts

http://www.americasquarterly.org/Brazil-the-World-Cup-and-Olympics

https://www.telesurtv.net/english/analysis/World-Cups-and-Olympic-Games-A-Tale-of-Bad-Investments-20180608-0005.html

https://www.bnrbeurs.nl/2018/05/02/hosting-the-olympics-and-world-cup-an-economic-gamble/

http://pitjournal.unc.edu/article/assessing-long-term-economic-impacts-world-cup-mega-sport-event

https://www.triplepundit.com/2011/11/ugly-side-beautiful-game/

https://www.forbes.com/sites/andrewbrennan/2016/08/31/the-olympics-just-like-fifa-and-its-lauded-world-cup-is-a-money-racket-and-needs-reform/#638d249a68bf

https://www.weforum.org/agenda/2018/06/world-cup-football-smart-investment-russia-host/

https://psmag.com/economics/is-there-any-real-economic-benefit-to-hosting-a-world-cup

https://uasjournal.fi/tutkimus-innovaatiot/impact-of-the-summer-olympics-and-fifa-world-cup-on-micro-and-small-enterprises-in-brazil/

http://www.nbcnews.com/id/12303396/ns/business-world_business/t/germany-hopes-world-cup-will-boost-economy/#.Wy5mhC2B3BI

https://the18.com/soccer-news/who-really-profits-world-cup

https://www.theguardian.com/football/2014/jun/12/anti-world-cup-protests-brazilian-cities-sao-paulo-rio-de-janeiro



ชื่นชอบบทความนี้ของ : ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง