On The Main Stand

ไทยระวังไว้ : ไขข้อสงสัยลูกหนังอินเดีย...เก่งขึ้นได้อย่างไรทั้งที่ลีกวุ่นวาย?  




ฟุตบอลอินเดียมักจะถูกปรามาสจากใครต่อใครว่าไม่มีอะไรเท่าไหร่ แต่อันดับโลกปัจจุบันของพวกเขาที่ปัจจุบันอยู่ใน 100 อันดับแรกก็ทำให้หลายคนต้องเหลียวมอง ยิ่งผลงานการเอาชนะทีมชาติเคนย่า 3 - 0 เมื่อไม่นานมานี้ ก็ยิ่งทำให้ทีมชาติไทย ซึ่งเป็นคู่ต่อกรในศึกเอเชี่ยน คัพ 2019 จะประมาทไม่ได้อีกต่อไป…

 

อันที่จริงวงการลูกหนังของพวกเขาเติบโต ทั้งที่มีความขัดแย้งระหว่าง 2 องค์กรลูกหนังในประเทศ  ระหว่าง ไอลีก ฟุตบอลลีกสูงสุดแต่ดั้งเดิม และ อินเดียน ซูเปอร์ ลีก ลีกเกิดใหม่ที่รวมอดีตสตาร์ดังวงการลูกหนัง ซึ่งเป็นคู่แข่งชิงความนิยมกันเองในประเทศ ... แต่สิ่งเหล่านี้กลับผลักดันให้ฟุตบอลทีมชาติแข็งแกร่งขึ้น เรื่องราวเหล่านี้มีที่มาที่ไปอย่างไร? Main Stand มีคำตอบ

 

จุดเริ่มต้นฟุตบอลลีกอินเดีย

สหพันธ์ฟุตบอลอินเดีย (เอไอเอฟเอฟ)  เริ่มจัดการแข่งขันฟุตบอลลีกมาตั้งแต่ปี 1996 ในชื่อ เนชั่นแนล ฟุตบอล ลีก (เอ็นเอฟแอล - ชื่อเหมือนอเมริกันฟุตบอล เอ็นเอฟแอล แต่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกัน) ทว่ากลับประสบความล้มเหลวย่อยยับ จากระบบโครงสร้างพื้นฐานที่ขาดแคลน และความไม่เป็นมืออาชีพของทีมเอง สโมสรอย่าง เอฟซี โคชิน ต้องปิดตัวลงในปี 2002 หลังพวกเขาประสบกับภาวะขาดทุนถึงปีละ 2.5 โคร หรือ 25 ล้านรูปี (1 โคร = 10 ล้านรูปี) และค้างค่าจ้างตั้งแต่ปี 2000

 

ด้วยเหตุนี้ เอไอเอฟเอฟ จึงได้ตัดสินใจปฏิรูปลีกครั้งใหญ่ ด้วยการเปลี่ยนจาก เอ็นเอฟแอล สู่ ไอลีก โดยเริ่มแข่งขันในฤดูกาล 2007/08 เป็นฤดูกาลแรก ซึ่งแม้จะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากหลายฝ่ายในช่วงตั้งไข่ รวมถึงจาก ไบชุง ภูเตีย กัปตันทีมชาติอินเดียยุคนั้น หลังทีมที่เข้าแข่งขันส่วนใหญ่มาจากไม่กี่เมือง แต่พวกเขาก็ได้พยายามเพิ่มทีมให้มีความหลากหลาย มาจากทุกูมิภาคของประเทศ

 

ผลงานทีมชาติสู่ลีกฟีเวอร์

 

แต่หากจะหาว่าจุดเริ่มต้นของกระแสฟีเวอร์ฟุตบอลลีกอินเดียเกิดขึ้น ณ จุดไหนนั้น คงต้องย้อนกลับไปถึงปี 2011 ซึ่งทีม “พยัคฆ์คราม” ผ่านเข้ารอบสุดท้ายเป็นครั้งแรกในรอบ 27 ปี เพราะถึงแม้พวกเขาจะตกรอบแรกด้วยการแพ้ 3 นัดรวด แต่การสู้สุดใจของนักเตะก็ทำให้แฟนกีฬาอินเดียต้อนรับกีฬาฟุตบอลเข้าไปอยู่ในอ้อมใจอีกครั้ง

 

ซึ่งนั่นส่งผลถึงนักเตะในทีมชาติชุดดังกล่าว ที่ได้รับโอกาสไปค้าแข้งยังต่างแดนด้วย ไม่ว่าจะเป็น สุนิล ชเฮตรี ตำนานลูกหนังอินเดียยุคใหม่ ที่ได้ไปค้าแข้งกับ แคนซัส ซิตี้ วิซาร์ดส ใน เมเจอร์ ลีก ซอกเก้อร์ (เอ็มแอลเอส) สหรัฐอเมริกา ช่วงสั้นๆ ก่อนที่เขาจะครองสถิติลงเล่นให้ทีมชาติมากที่สุด, ยิงประตูให้ทีมชาติมากที่สุด และเป็นดาวยิงสูงสุดทีมชาติอันดับ 3 นับเฉพาะคนที่ยังเล่นอยู่ เป็นรองเพียง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ ลิโอเนล เมสซี่ เท่านั้น

 

นอกจากนี้ยังมี สุบราตา ปาล ผู้รักษาประตูที่โชว์ฟอร์มราวกับมนุษย์แมงมุมในเอเชียนคัพครั้งดังกล่าว ซึ่งเคยเล่นให้กับ เวสยาลแลนด์ ในลีกเดนมาร์ก, กูร์ปรีท ซิงห์ ซานดู มือ 1 ทีมชาติคนปัจจุบัน ที่เคยเล่นกับ สตาบาค ในลีกนอร์เวย์ รวมถึง เจเจ ลัลเปคลัว ดาวยิงคู่หูของสุนิล ที่ได้ไปทดสอบฝีเท้ากับ กลาสโกว์ เรนเจอร์ส ในลีกสก็อตแลนด์อีกด้วย

 

ขณะเดียวกัน ความนิยมในลีกอินเดียที่สูงขึ้น ทำให้พวกเขาสามารถจ้างนักเตะต่างชาติมีเกรดในเล่นในประเทศนี้ได้เช่นกัน เช่น คาร์ลอส เฮอร์นานเดซ นักเตะทีมชาติคอสตาริกา ดีกรีนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของ เอลีก ออสเตรเลีย ที่เคยเล่นให้กับ ปรายัค ยูไนเต็ด รวมถึง บิลาล นาจจารีน นักเตะทีมชาติเลบานอนที่เคยเล่นให้กับ เชอร๋ชิลล์ บราเธอร์ส ในฤดูกาล 2012/13 ทั้งสองคน

 

ไอลีก vs ไอเอสแอล

ทว่าแม้ลีกอินเดียจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง พวกเขาก็ประสบกับปัญหาภายในประเทศที่ยืดเยื้อถึงปัจจุบัน และเป็นเรื่องที่หนักหนาสาหัสไม่น้อย

 

เรื่องราวดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อเดือนธันวาคม 2010 เมื่อ เอไอเอฟเอฟ เซ็นสัญญา 15 ปี มูลค่า 700 โคร หรือ 7 พันล้านรูปี กับ ไอเอ็มจี-รีไลแอนซ์ บริษัทจัดการธุรกิจกีฬาจากสหรัฐอเมริกา เพื่อดูแลสิทธิประโยชน์ของฟุตบอลลีกอินเดีย รวมถึงอนุญาตให้พวกเขาจัดตั้งลีกใหม่ด้วย

ทว่าสโมสรสมาชิกใน ไอลีก กลับไม่เห็นดีเห็นงามกับดีลนี้ เนื่องจาก ไอเอ็มจี-รีไลแอนซ์ ดูจะไม่ให้ความสำคัญกับลีกสูงสุดของประเทศที่มีอยู่ก่อนเท่าไหร่ แต่กลับจริงจังในการก่อตั้งลีกใหม่อย่าง อินเดียน ซูเปอร์ ลีก (ไอเอสแอล) ซึ่งมีรูปแบบการแข่งขันคล้ายกับเอ็มแอลเอส

 

ทีมใน ไอลีก จึงตกลงร่วมกันว่า จะไม่ปล่อยตัวนักเตะให้กับทีมที่จะลงเล่นใน ไอเอสแอล รวมถึงไม่เซ็นสัญญากับนักเตะที่มีสัญญากับทาง ไอเอ็มจี-รีไลแอนซ์ ด้วย แต่พวกเขาก็โดนหักหลังอีกครั้ง เมื่อ ไอเอสแอล ได้ เอไอเอฟเอฟ เป็นแบ็คอัพ จนสามารถก่อตั้งลีกขึ้นมาได้สำเร็จ

 

แน่นอนว่าในระยะแรก ไอเอสแอล ยังไม่ได้รับการยอมรับจากทาง สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) หรือ สมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย (เอเอฟซี) พร้อมตอกย้ำด้วยคำพูดของ เจอโรม วัลเค่ อดีตเลขาธิการฟีฟ่าเมื่อปี 2014 สมัยยังดำรงตำแหน่งว่า ทางฟีฟ่าถือว่า ไอเอสแอล เป็นการแข่งขันในรูปแบบทัวร์นาเมนต์ ไม่ใช่ลีก ลีกสูงสุดยังคงเป็น ไอลีก เช่นเดิม

 

ทว่ายุทธศาสตร์ของ ไอเอสแอล ที่เน้นการดึงอดีตสตาร์ดังวงการลูกหนังมาเล่นให้ กลับได้รับเสียงตอบรับจากแฟนบอลอย่างล้นหลามเกินกว่าที่นักวิจารณ์คาดไว้ เมื่อจำนวนผู้ชมในสนามพุ่งแซงหน้า ไอลีก อย่างเห็นได้ชัด รวมถึงได้รับความสนใจจากโทรทัศน์และสื่อสังคมออนไลน์มากกว่าด้วย

 

ถึงกระนั้น ไอเอสแอล ก็ไม่พ้นถูกวิพากษ์วิจารณ์ เมื่อการถือกำเนิดของพวกเขาทำให้ ไอลีก ต้องมีการเปลี่ยนแปลง โดยระยะเวลาการแข่งขันถูกเลื่อนให้สั้นลงเพื่อให้มีความใกล้เคียงกับ ไอเอสแอล ก่อนที่ทาง ไอเอ็มจี-รีไลแอนซ์, เอไอเอฟเอฟ, ตัวแทนทีมใน ไอลีก รวมถึง เอเอฟซี ได้หารือกัน และได้ข้อสรุปคือ ไอลีก จะยังเป็นลีกสูงสุดของอินเดีย ที่จะได้สิทธิ์ไปเล่นในฟุตบอล เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก ขณะที่ ไอเอสแอล ได้รับการยอมรับในฐานะการแข่งขันอย่างเป็นทางการ แทนที่ฟุตบอลถ้วย เฟดเดอเรชั่น คัพ หรือ เอฟเอ คัพ ของอินเดีย ซึ่งทำให้ทีมแชมป์ ไอเอสแอล จะได้ไปเล่นในถ้วย เอเอฟซี คัพ เช่นกัน

 

แตกต่างสู่เติบโต

 

อันที่จริงระหว่างการหารือดังกล่าว ได้มีการหยิบยกข้อเสนอรวมลีกมาพิจารณาด้วย แต่เรื่องดังกล่าวยังไม่เป็นที่พอใจกับทางไอลีก จึงต้องยุติเรื่องดังกล่าวไปชั่วคราว แต่ทั้งนี้อาจมีการหยิบประเด็นนี้มาพิจารณาใหม่ได้ในอนาคต ทว่าก่อนที่จะถึงจุดนั้น ทั้งสองลีกก็จำเป็นต้องแข่งขันกันเองเพื่อแย่งฐานผู้ชม ซึ่งแม้ ไอเอสแอล จะกุมความได้เปรียบ แต่ ไอลีก ก็ตามมาอย่างไม่ทิ้งขาดมากนัก

 

จากสถิติของฤดูกาล 2017/18 ที่เพิ่งผ่านไปพบว่า ไอเอสแอล มีจำนวนผู้ชมรวมทุกนัดที่ 1,399,409 คน เฉลี่ย 15,047 คน/เกม ส่วน ไอลีก มีผู้ชมรวม 832,665 คน เฉลี่ย 10,280 คน/เกม ซึ่งทาง ไอลีก เผยว่ามากกว่าฤดูกาลก่อนหน้าถึง 58% เลยทีเดียว แต่สำหรับ ไอเอสแอล นั้น ถือเป็นฤดูกาลที่ 2 แล้ว ซึ่งยอดผู้ชมเฉลี่ยลดลง ทว่าส่วนหนึ่งก็เกิดจากการเพิ่มทีมจาก 8 เป็น 10 ทีมในฤดูกาลที่เพิ่งผ่านพ้นไป

 

อย่างไรก็ตาม ทั้งสองลีกต่างก็มีจุดเด่น จุดขายที่แตกต่าง ฝั่ง ไอเอสแอล แน่นอนว่ามีจุดเด่นที่การนำอดีตนักเตะชื่อดังมาสร้างสีสัน ขณะที่ฝั่ง ไอลีก เน้นขายความตื่นเต้นเร้าใจ คาดเดาไม่ได้ จากการที่แชมป์ลีก 4 ฤดูกาลหลังสุดไม่ซ้ำหน้า แถมยังมีระบบเลื่อนชั้นตกชั้น การแข่งขันจึงดุเดือดกว่า

 

ขณะเดียวกัน กฎผู้เล่นต่างชาติ ยังทำให้ ไอลีก เป็นลีกที่เอื้อสำหรับการพัฒนานักเตะดาวรุ่งมากกว่า เนื่องจากแต่ละทีมสามารถมีผู้เล่นต่างชาติได้เพียง 6 คน (ต่างชาติ 4 คน เอเชีย 2 คน) ยิ่งไปกว่านั้น ไอลีก ยังมีทีมรวมนักเตะเยาวชนของทีมชาติลงแข่งในชื่อ อินเดียน แอร์โร่ว์ส ซึ่งกลับมาทำทีมใหม่อีกครั้งในฤดูกาลที่ผ่านมา จากความสำเร็จในฟุตบอลโลกรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปีซึ่งอินเดียเป็นเจ้าภาพ

 

ขณะที่ ไอเอสแอล แม้จะมีผู้เล่นต่างชาติได้ถึง 8 คน แต่พวกเขาก็เริ่มเปิดโอกาสให้กับนักเตะท้องถิ่นมากขึ้น จากการลดโควต้าผู้เล่นต่างชาติที่เคยมีได้ถึง 11 คนในอดีต รวมถึงลดโควต้าลงสนามจาก 6 เหลือ 5 คน และด้วยคุณภาพนักเตะต่างชาติที่สูงกว่า รายได้ที่มากกว่า ทำให้ทีมชาติอินเดียชุดปัจจุบันมีนักเตะจาก ไอเอสแอล ในสัดส่วนที่มากกว่า ไอลีก ชนิดขาดลอย เพราะจาก 23 นักเตะที่มีชื่อติดทีมชุดล่าสุด มีแข้งจาก ไอเอสแอล ถึง 19 คนเลยทีเดียว

 

อีกแรงหนุนจากภาครัฐ

อย่างไรก็ตาม ปฏิเสธไม่ได้ว่าภาครัฐของอินเดีย ก็ถือเป็นอีกตัวละครสำคัญที่ทำให้วงการฟุตบอลแดนภารตะเติบโตขึ้นในรอบไม่กี่ปีที่ผ่านมา จากการที่ เอไอเอฟเอฟ, ฟีฟ่า รวมถึงรัฐบาล ผลักดันโครงการ "ปฎิบัติการณ์เปลี่ยน 11 ล้านคน" (Mission 11 Million) ซึ่งเป็นแผนพัฒนานักเตะเยาวชนให้เป็นรูปเป็นร่าง โดย นเรนทร โมที นายกรัฐมนตรีอินเดียได้ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่

 

ยิ่งไปกว่านั้น ทาง เอไอเอฟเอฟ ยังจัดโปรแกรมอุ่นเครื่องให้ทีมพยัคฆ์ครามได้ลงสนามต่อเนื่อง โดยนับตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้นมาจนถึงปี 2018 นี้ ทีมชาติอินเดียชุดใหญ่ ลงเล่นเกมทางการที่ได้รับการรับรองมาจากฟีฟ่ามากกว่า 30 นัด มีการเชิญชาติอันดับสูงกว่าแต่ชั้นบอลไม่หนีกันมาก เซนต์ คิตส์ แอนด์ เนวิส, คีร์กิซสถาน และ เมาริตาเนีย มาอุ่นเครื่องด้วย ทำให้อันดับโลกของพวกเขา พุ่งจากอันดับ 173 เมื่อปี 2015 สู่การติดท็อป 100 ในปัจจุบัน

 

ด้วยแรงสนับสนุนจากภาครัฐ รวมถึงภาคเอกชนที่แม้ต่างแข่งขันกันเพื่อความเป็นหนึ่ง แต่ก็ยึดถือผลประโยชน์ของทีมชาติเป็นที่ตั้ง เหตุเหล่านี้จึงส่งผลให้ทีมชาติอินเดียกลายเป็นอีกทีมในทวีปเอเชียที่น่าจับตามอง ซึ่งทีมชาติไทย ที่มีคิวเจอพวกเขาในศึกเอเชี่ยนคัพ 2019 จะประมาทไม่ได้โดยเด็ดขาด

 

แหล่งที่มา

 

https://www.fourfourtwo.com/th/features/emuueyakshlaberimeaacchring-epidhlangmaanluukhnangaednphaartayukhaihmthiiaikhrkekhiiywyaak

 

https://www.indiatoday.in/magazine/sport/story/20020506-first-indian-professional-football-club-fc-kochin-faces-closure-as-players-migrate-795344-2002-05-06

 

http://archive.indianexpress.com/news/is-the-ileague-a-national-tournament-/364621/

 

http://timesofindia.indiatimes.com/sports/football/top-stories/AIFF-signs-700-crore-deal-with-IMG-RIL/articleshow/7072492.cms?referral=PM

 

https://www.firstpost.com/sports/isl-could-create-the-next-football-revolution-but-first-theres-a-lot-of-work-to-be-done-3080250.html

 

https://timesofindia.indiatimes.com/sports/football/top-stories/still-no-consensus-on-isl-i-league-merger-despite-high-profile-meet/articleshow/59038000.cms

 

https://www.firstpost.com/sports/isl-gets-official-recognition-from-afc-becomes-second-national-football-league-3755201.html

 

http://i-league.org/interviews-and-features/hero-i-league-2017-18-sees-rise-of-58-in-in-stadia-attendance/


 



ชื่นชอบบทความนี้ของ : เจษฎา บุญประสม ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง