On The Main Stand

ถอดบทเรียนจากมหกรรมกีฬา : เปิดข้อเท็จจริงการออกกำลังกายกับแรงขับพลังทางเพศ



แม้ผู้หลักผู้ใหญ่หลายคนในประเทศไทยเคยเสนอแนะว่า การเล่นกีฬาสามารถช่วยลดความหมกมุ่นทางเพศได้ แต่หากดูจากความเป็นจริง เรามักจะได้ยินข่าวฉาวเกี่ยวกับนักกีฬาในเรื่องเพศอยู่เป็นระยะๆ เสมอ  

 

ไม่ว่าจะในวงการฟุตบอลอย่าง จอร์จ เบสต์ อดีตนักฟุตบอลดีกรีรางวัลบัลลงดอร์ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ยอมรับว่าเคยมีสัมพันธ์สวาทกับสาวๆ มานับไม่ถ้วน, ไรอัน กิ๊กส์ ตำนานปีกพ่อมดของทีมปีศาจแดง ที่ตีท้ายครัวคนในบ้านเดียวกันด้วยการมีสัมพันธ์กับแฟนสาวของน้องชายตัวเอง จนความสัมพันธ์ในครอบครัวร้านฉานไม่อาจคืนดี ตลอดจน จอห์น เทอร์รี่ ซึ่งตีท้ายครัวเพื่อนร่วมทีมด้วยการมีสัมพันธ์กับแฟนสาวของ เวย์น บริดจ์ จนเราได้เห็นภาพที่ทั้งคู่ไม่จับมือกันในสนามมาแล้ว

 

ส่วนวงการกีฬาอื่นๆ ก็ไม่น้อยหน้า มีเหตุการณ์ลักษณะนี้ให้ได้เห็นกันบ่อยๆ อย่างเช่น ไมค์ ไทสัน ตำนานนักชกหมัดหนักรุ่นเฮฟวี่เวท ที่สารภาพในอัตชีวประวัติตัวเองว่า อาการติดเซ็กส์ขนาดหนัก คือสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เขาผลาญทรัพย์สนบัติที่ได้มาจากการขึ้นชกจนหมด รวมถึง ไทเกอร์ วู้ดส์ ที่ยอมรับว่าติดเซ็กส์ จนทำให้ชีวิตคู่พังพินาศมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง และต้องเข้ารับการบำบัดในที่สุด ล่าสุด นักกีฬาบาสเกตบอลทีมชาติญี่ปุ่น 4 คน ถูกส่งตัวกลับบ้าน หลังมีคนเห็นว่าทั้งหมดซื้อบริการทางเพศ ทั้งๆ ที่ยังสวมเสื้อของทีมชาติอยู่

 

และนั่นเองที่นำมาสู่คำถามที่ว่า การเล่นกีฬาช่วยให้ไม่เกิดความหมกมุ่นทางเพศ หรือยิ่งเพิ่มแรงขับทางเพศให้สูงขึ้นกันแน่?

 

ผลวิจัยเป็นอย่างไร?

ดร. ปีเตอร์ ไบโร นักวิชาการชาวออสเตรเลียได้ศึกษาถึงความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมกับอัตราการเผาผลาญในแมลง, นก และสัตว์ โดยให้น้ำหนักกับพฤติกรรมระหว่าง “นักกีฬา” กับ “เนิร์ด” เป็นหลัก โดยพบว่า กลุ่มสัตว์ที่อัตราการเผาผลาญสูง โดยเฉพาะกลุ่มที่มีการออกกำลังกายมากกว่า มีพฤติกรรมที่ชอบแสดงออกมากกว่า ซึ่งรวมถึงแรงขับทางเพศด้วย

 

“บางส่วนของพวกเรานั้นเป็นพวกอยู่นิ่งๆ ขณะที่บางคนก็เสพติดกีฬาและการออกกำลังกาย” ดร. ไบโร กล่าว

 

“ซึ่งเราพบความเชื่อมโยงกันว่า กลุ่มนักกีฬาจะพฤติกรรมที่ดุดันและชอบการเข้าสังคม ขณะที่กลุ่มเนิร์ดนั้นจะมีพฤติกรรมที่ชวนอึดอัดและยอมสยบต่อสังคมมากกว่า”

 

“อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมต่างๆ นั้นก็มีส่วนเกี่ยวพันกับความสามารถในการสร้างพลังงานของแต่ละคน หรือที่เรียกว่า ‘ความสามารถในการเผาผลาญ’ เช่นกัน”

 

“เรื่องนี้เราได้ทำการศึกษากับจิ้งหรีดตัวผู้ พบว่าตัวที่มีความต้องการทางเพศสูง มักจะชอบส่งเสียงเรียกร้องหาเพื่อน รวมถึงมีอัตราการเผาผลาญที่สูงกว่าตัวที่มีความต้องการทางเพศต่ำ”

 

ด้าน คริส โจนส์ หัวหน้าแผนกสรีรวิยาของ นัฟฟิลด์ เฮลท์ หน่วยงานด้านสุขภาพไม่แสวงหาผลกำไรที่ใหญ่ที่สุดในสหราชอาณาจักรกล่าวว่า แม้ส่วนตัวจะยังไม่พบหลักฐานที่ชัดเจนระหว่างการออกกำลังกายและแรงขับทางเพศ แต่ก็มีความเชื่อมโยงกันระหว่างการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ กับระดับฮอร์โมน เทสโทสเตอร์โรน และ อะดรีนาลิน

 

“มีหลักฐานครับว่าปริมาณเทสโทสเตอร์โรนและอะดรีนาลินที่เพิ่มขึ้นทั้งในผู้ชายและผู้หญิงช่วยเพิ่มความต้องการทางเพศได้”

 

“ซึ่งเรื่องที่น่าสนใจมากเลยก็คือ การออกกำลังกาย ดูจะมีส่วนช่วยในการเพิ่มระดับฮอร์โมนข้างต้นมากเลยทีเดียว”

 

สอดคล้องกับ ซาปาน เซห์กัล ครูสอนฟิตเนสที่ ลอนดอน ฟิลด์ส ฟิตเนส สตูดิโอส์ ซึ่งยอมรับว่า มีความเชื่อมโยงกันระหว่างการออกกำลังกายและแรงขับทางเพศ

 

“การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอทำให้คุณมีความฟิตที่มากขึ้น, สุขภาพดีขึ้น รวมถึงมีความมั่นใจที่จะเข้าหาเพศตรงข้ามยิ่งขึ้น เช่นเดียวกับปริมาณฮอร์โมนที่สูงขึ้นด้วย”

 

หลักฐานจากการวิจัยเหล่านี้จึงทำให้สรุปได้ว่า แท้จริงแล้ว การออกกำลังกายกลับมีส่วนช่วยเพิ่มแรงขับทางเพศให้สูงขึ้น ไม่ได้ลดลงแต่อย่างใด

 

หลักฐานจากศึกใหญ่

ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีหลักฐานเชิงสถิติตัวเลขอีกอย่างที่สะท้อนให้เห็นถึงเรื่องที่ว่า นักกีฬาคือกลุ่มคนที่มีแรงขับทางเพศสูงทะลุเพดาน นั่นคือสถิติการแจกถุงยางอนามัย อุปกรณ์ที่ใช้คุมกำเนิดและป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ให้กับนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ในหมู่บ้านนักกีฬาของกีฬาโอลิมปิก มหกรรมกีฬาของมวลมนุษยชาติ

 

ซึ่งการแข่งขันปี 1988 ที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ คือโอลิมปิกครั้งแรกที่มีการรายงานสถิติการแจกถุงยางอนามัยอย่างเป็นทางการ โดยแจกไป 8,500 ชิ้น ซึ่งหลังจากนั้นแม้สถิติตัวเลขจะมีความผันผวนอยู่บ้าง อย่างเช่นโอลิมปิกปี 1996 ที่เมืองแอตแลนต้า ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีการแจกถุงยางเพียง 15,000 ชิ้น ลดลงจากเมื่อปี 1992 ที่เมืองบาร์เซโลน่า ประเทศสเปน ซึ่งแจกไป 90,000 ชิ้นเกินเท่าตัว เพราะครั้งนั้นนักกีฬาต้องไปติดต่อที่หน่วยแพทย์ประจำการแข่งขันเพื่อขอรับถุงยางเอง ไม่ได้มีอาสาสมัครคอยแจกให้เป็นระยะๆ เหมือนครั้งอื่นๆ แต่โดยรวมก็มีแนวโน้มที่สูงขึ้นเรื่อยๆ

 

และครั้งที่สร้างปรากฎการณ์มากที่สุด คงหนีไม่พ้นโอลิมปิก 2016 ที่นครริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล ซึ่งมีการแจกถุงยางมากที่สุดถึง 450,000 ชิ้น โดยตัวเลขดังกล่าวยังได้รวมถึงถุงยางอนามัยสำหรับผู้หญิง 100,000 ชิ้นด้วย เฉลี่ยแล้วนักกีฬาที่เข้าร่วมโอลิมปิกที่ริโอ 1 คน จะได้รับถุงยางมากถึงคนละ 42 ชิ้น เฉลี่ยวันละ 2 ชิ้นครึ่ง

สถิติดังกล่าวยังส่งผลถึงกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวด้วยเช่นกัน เพราะในการแข่งครั้งล่าสุดที่เมืองพยองชาง ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อช่วงต้นปี 2018 ก็มีการแจกถุงยางมากถึง 110,000 ชิ้น ซึ่งมากกว่าการแข่งขันที่นครแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดาเมื่อปี 2010 รวมถึงเมืองโซชิ ประเทศรัสเซียเมื่อปี 2014 ซึ่งมีการแจกไปครั้งละ 100,000 ชิ้น ถึง 10,000 ชิ้น และนั่นคือสถิติมากที่สุดเท่าที่เคยมีมาในโอลิมปิกฤดูหนาวด้วย

 

ไม่เพียงแต่มหกรรมกีฬาโอลิมปิกเท่านั้น การแข่งขันกีฬาอื่นๆ ที่มีการแจกถุงยางอนามัยในหมู่บ้านนักกีฬา ก็มีตัวเลขสถิติที่พุ่งสูงขึ้นเช่นกัน โดยในกีฬาเครือจักรภพอังกฤษ หรือ คอมมอนเวลธ์ เกมส์ ครั้งล่าสุดเมื่อช่วงเดือนเมษายนปี 2018 ที่เมืองโกลด์ โคสต์ ประเทศออสเตรเลีย มีการแจกถุงยางให้กับนักกีฬาและเจ้าหน้าที่รวม 6,000 ชีวิตถึง 225,000 ชิ้น เท่ากับว่าแต่ละคนจะได้ถุงยางคนละ 37 ชิ้นตลอดการแข่งขัน หรือ 3 ชิ้นต่อวัน พูดง่ายๆ ก็คือ วันหนึ่งพวกเขาจะได้ถุงยางไว้ใช้วันละ 1 กล่องเล็กเลยทีเดียว

 

เรื่องราวอีกด้าน

ถึงแม้การออกกำลังกายกับแรงขับทางเพศจะมีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกันในลักษณะที่ว่ามา ทว่าทุกสิ่งก็มีขีดจำกัด ซึ่งเรื่องนี้ก็มิใช่ข้อยกเว้นแต่อย่างใด

 

โดยมหาวิทยาลัยนอร์ธแคโรไลน่า ได้สอบถามกลุ่มตัวอย่างผู้ชายที่ออกกำลังกายกว่า 1,100 คน ถึงรูปแบบ, ความหนัก, ระยะเวลา และความถี่ในการฝึกซ้อม เช่นเดียวกับแรงขับทางเพศ และสุขภาพทั่วไป

 

ซึ่งเมื่อควบคุมตัวแปรด้านอายุแล้วพบว่า กลุ่มตัวอย่างที่ฝึกซ้อมด้วยความหนักน้อยถึงปานกลาง จะมีแรงขับทางเพศในระดับปกติหรือสูงกว่ากลุ่มตัวอย่างที่ออกกำลังกายอย่างหนัก ขณะเดียวกัน นักกีฬาที่ฝึกซ้อมด้วยระยะเวลาสั้นหรือปานกลาง จะมีแรงขับทางเพศที่สูงกว่ากลุ่มที่ออกกำลังกายด้วยระยะเวลานาน

 

ทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมาคงพอสรุปได้ว่า แม้การออกกำลังกายจะทำให้สุขภาพดีขึ้น ซึ่งส่งผลถึงแรงขับทางเพศด้วยก็ตาม แต่การหักโหมเกินไปก็อาจส่งผลเสียได้ในทุกมิติ ดังนั้น เราควรรู้ลิมิต รู้ขีดจำกัดของตัวเองเสมอว่าควรไปต่อ หรือพอแค่นี้ เพื่อให้สุขภาพดีขึ้นอย่างแท้จริง

 

แหล่งที่มา

 

https://www.youtube.com/watch?v=K5KBroFzBgc

https://www.dek-d.com/tcas/27714/

https://www.ranker.com/list/athletes-who-were-sex-addicts/jessica-lawshe

https://listcrux.co/top-10-sex-scandals-involving-footballers/

https://www.telegraph.co.uk/news/health/8064156/Fitness-fanatics-have-high-sex-drives.html

https://www.livestrong.com/article/80273-effect-exercise-sex-drive/

https://www.elitedaily.com/p/how-much-sex-are-athletes-having-in-the-olympic-village-hint-its-a-lot-8004318

https://qz.com/748168/the-olympics-of-sport-are-also-the-olympics-of-sex/

http://www.slate.com/articles/sports/fivering_circus/2016/05/a_history_of_condoms_in_the_olympic_village_from_8_500_in_seoul_to_450_000.html

https://www.theguardian.com/sport/shortcuts/2016/jul/18/rio-2016-42-condoms-per-athlete-olympic-village-sex

https://www.si.com/olympics/2018/02/08/pyeongchang-2018-condoms-olympic-village

https://www.dailystar.co.uk/news/world-news/693497/commonwealth-games-condoms-athletes-sex-sessions-gold-coast-australia

https://www.smh.com.au/lifestyle/health-and-wellness/intense-exercise-lowers-mens-libido-study-finds-20170224-gukf9j.html

https://www.drweil.com/health-wellness/health-centers/men/does-exercise-affect-mens-sex-drive/



ชื่นชอบบทความนี้ของ : เจษฎา บุญประสม ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง