On The Main Stand

วันที่ “ONE” ช่วยเกื้อหนุนให้มวยสากลอาชีพไทยสนุกขึ้น



มวยสากล ถือเป็นกีฬาที่มีประวัติศาสตร์รวมถึงความโด่งดังมาอย่างยาวนาน ทว่านอกจากจะมีศิลปะการต่อสู้แขนงอื่นๆ ที่ก้าวขึ้นมาแย่งชิงความนิยมแล้ว ในระยะหลังดูเหมือนความนิยมของวงการนี้เริ่มเสื่อมถอยเสียเอง คำถามก็ถือ สาเหตุนั้นเกิดจากอะไร? และวงการกำปั้นมีความพยายามอะไรบ้างเพื่อทำให้กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง?


 

เมื่อวงการกำปั้นครองโลก

แม้ประวัติศาสตร์ของกีฬามวยจะมีมาอย่างยาวนาน โดยหลักฐานทางประวัติศาสตร์ชิ้นแรกที่พบเกี่ยวกับกีฬาชนิดนี้ เกิดขึ้นตั้งแต่ในยุคกรีกโบราณ แต่วงการมวยเพิ่งจะมีวิวัฒนาการอย่างก้าวกระโดดจนเป็นอย่างที่เห็นเช่นในปัจจุบันก็ตอนศตวรรษที่ 20 นี้เอง

โดยเหตุผลที่ทำให้วงการมวยได้รับการยอมรับ เกิดจากบทบาทของมันที่ถูกนำมาใช้เป็นหนึ่งในหลักสูตรการฝึกทหารช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งช่วยปลดโซ่ตรวนทางกฎหมายกับกีฬาชนิดนี้ได้สำเร็จ

ทว่าสิ่งที่ทำให้มวยสากลสร้างความโด่งดังจนเกิดเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่สร้างรายได้มหาศาลนั้น คือการถ่ายทอดสด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการถ่ายทอดสดแบบ เพย์เพอร์วิว (Pay-per-view) หรือจ่ายเพื่อดู ซึ่งกีฬานี้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งในยุคเริ่มแรก ที่เป็นการถ่ายทอดสดในสถานที่ปิด แล้วเก็บค่าเข้าชม หรือ Theatre television ตั้งแต่ยุค 1950 แล้ว

ทั้งนี้ก็เนื่องจาก การถ่ายทอดสดระบบนี้ คืออีกช่องทางสำคัญที่ช่วยให้นักมวยหลายรายมีชื่อเสียงโด่งดัง ซึ่งหนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนก็คือ แคสเซียส เคลย์ หรือ มูฮัมหมัด อาลี นั่นเอง เพราะยิ่งนักชกคนไหนมีชื่อเสียงโด่งดัง สถานีโทรทัศน์แต่ละเจ้าก็พร้อมทุ่มเพื่อดึงไฟต์การชกของเขาผู้นั้นมาอยู่ในสังกัด ขณะที่แฟนหมัดมวยก็พร้อมเสียเงินเพื่อให้ได้ชมลีลาของนักชกที่ถูกยกย่องว่าเก่งที่สุดที่ต้องมาปะทะกัน

แน่นอนว่า หนึ่งในผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของวงการมวยนั้นก็คือ โปรโมเตอร์ มือประสานสิบทิศที่ต้องทำให้ตัวนักมวย, สถานีโทรทัศน์ และฝ่ายต่างๆ ได้รับผลประโยชน์ที่ลงตัวที่สุดจนสามารถเกิดไฟต์ได้ ซึ่งหนึ่งในโปรโมเตอร์ระดับตำนานอย่าง ดอน คิง เองยังยอมรับว่า "ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของผม คือ...การทำให้ไอ้โง่สองตัวมาต่อยกันได้ และกลายเป็นจุดขายให้ทุกคนอยากดู"

และเนื่องจากการที่โปรโมเตอร์ระดับโลกส่วนใหญ่เป็นชาวสหรัฐอเมริกา จึงทำให้ดินแดนแห่งนี้กลายเป็นเมกกะแห่งวงการกำปั้นด้วยเช่นกัน เพราะไม่เพียงแต่ชื่อเสียงเท่านั้น ส่วนแบ่งเงินรางวัลที่โปรโมเตอร์ระดับโลกจัดสรรให้เมื่อมาชกที่นี่ยังมากกว่าการชกในประเทศอื่นๆ นักมวยมากมายจึงล้วนมีความหวังที่จะได้มาชกที่นี่สักครั้งในชีวิต

 

เดินถึงจุดเปลี่ยน

อย่างไรก็ตาม การล่มสลายของสหภาพโซเวียตในช่วงต้นทศวรรษ 1990 ก็ได้ทำให้กระแสของวงการมวยโลกต่างไปจากในอดีตไม่น้อยเลยทีเดียว

สาเหตุนั้นก็เนื่องจาก เมื่อม่านเหล็กถูกเปิดออก นักชกจากอดีตสหภาพโซเวียตที่ถูกเก็บตัวให้อยู่แต่ในบ้าน ไม่สามารถขึ้นชกในระดับอาชีพได้จากนโยบายของรัฐบาล ก็มีโอกาสได้เปิดตัวสู่โลกภายนอก ชื่อของนักชกอย่าง แอนดรูว์ โกโลต้า ยักษ์โขมดจากโปแลนด์ จึงเริ่มเป็นที่รู้จักของชาวโลกมากขึ้น

ขณะเดียวกัน นักชกจากทวีปยุโรป เช่น อังกฤษ ก็เริ่มสร้างชื่อจนเป็นที่ยอมรับ เหตุดังกล่าวทำให้ภูมิทัศน์ของวงการมวยโลกเปลี่ยนไป สหรัฐอเมริกาไม่ได้เป็นชาติที่มีสุดยอดนักชกแต่เพียงกลุ่มเดียวเหมือนในอดีต เพราะชาติอื่นๆ ก็มีกำปั้นตัวเด็ดเป็นสินค้าส่งออกของประเทศเช่นกัน อย่างอังกฤษก็มี เลนน็อกซ์ ลูอิส ถึงกระนั้น ด้วยความที่โปรโมเตอร์มือทองส่วนใหญ่มีสัญชาติอเมริกัน ตลาดใหญ่ของวงการมวยโลกจึงยังอยู่ที่สหรัฐอเมริกาเช่นเดิม

แต่เมื่อกาลเวลาย่างเข้าสู่ยุค 2000 ความนิยมของมวยสากลก็ค่อยๆ เสื่อมลงอย่างน่าแปลกใจ เมื่อมวยแม่เหล็กที่สามารถเรียกเรตติ้งคนดูได้ดูจะขาดแคลนกว่าในสมัยก่อนอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รุ่นเฮฟวี่เวต มวยยักษ์ไซส์ใหญ่ เพราะจากยุคอดีตที่มีนักชกระดับท็อปมากมาย ทั้ง มูฮัมหมัด อาลี, โจ เฟรเซียร์, จอร์จ โฟร์แมน, ไมค์ ไทสัน, อีแวนเดอร์ โฮลีฟิลด์, แลร์รี่ โฮมส์, เลนน็อกซ์ ลูอิส ฯลฯ แต่พอขึ้นสหัสวรรษใหม่ กลับมีเพียงสองพี่น้อง วิตาลี่ และ วลาดิเมียร์ คลิทช์โก้ เท่านั้นที่พอที่จะเชิดหน้าชูตามวยรุ่นยักษ์ได้

กลายเป็นว่าสปอตไลท์ดูจะสาดส่องไปที่มวยรุ่นกลางแทน เมื่อในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเอง มีนักมวยอย่าง ออสการ์ เดอ ลา โฮย่า, ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ รวมถึง แมนนี่ ปาเกียว ขึ้นมาฉายแสงแย่งความโดดเด่นจนกลายเป็นที่พูดถึง เช่นเดียวกับมวยรุ่นเล็ก ที่มีนักชกมากฝีมือจากทุกมุมโลกอย่าง คาร์ลอส คูเอดาส, โรมัน กอนซาเลซ จากทวีปอเมริกาเหนือและกลาง, แคล ยาฟาย จากทวีปยุโรป ตลอดจน นาโอยะ อิโนะอุเอะ และ ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น จากทวีปเอเชีย เริ่มเป็นที่กล่าวถึงแล้วในขณะนี้

แต่สำหรับวงการมวยของไทยแล้ว ก็ต้องยอมรับเช่นกันว่า หลังจากยุคที่เรามีแชมป์โลกมากมายหลายสถาบัน ทั้ง เขาทราย แกแล็คซี่, สามารถ พยัคฆ์อรุณ, วีระพล นครหลวงโปรโมชั่น รวมถึง เด่นเก้าแสน กระทิงแดงยิม วงการกำปั้นบ้านเราก็ถึงคราวเสื่อมถอย ได้รับความนิยมน้อยลงกว่าแต่ก่อนไปมากเช่นกัน กระทั่งการก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งแชมป์โลกของ ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น ถึงได้ทำให้วงการมวยสากลไทยกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

 

เหตุใดความนิยมถึงวูบ?

แม้กีฬามวยยังได้รับความนิยมอย่างสูงในเรื่องเพย์เพอร์วิว จากการที่ยอดซื้ออันดับต้นๆ ของโลกยังเป็นการแข่งขันชกมวย ถึงกระนั้นก็ต้องยอมรับว่า กระแสความนิยมมวยโลกได้เริ่มซาลงไปไม่น้อย เพราะแม้แต่ที่สหรัฐอเมริกา เมกกะแห่งวงการกำปั้นเอง ความนิยมก็ยังสู้กีฬาอย่างอเมริกันฟุตบอลหรือบาสเกตบอลไม่ได้ แถมยังมีกีฬาพันธุ์ใหม่ที่มีลักษณะใกล้เคียงกันอย่าง ศิลปะการต่อสู้แบบผสม หรือ MMA (Mixed Martial Arts) เข้ามาแย่งความนิยมไปพอสมควรเลยทีเดียว

ซึ่งเรื่องดังกล่าวนำมาซึ่งข่าวที่ช็อกวงการหมัดมวยทั่วโลก เมื่อ HBO เครือข่ายสถานีโทรทัศน์ชื่อดัง ตัดสินใจที่จะโละรายการมวย รวมถึงการถ่ายทอดสดออกจากผังรายการทั้งหมดหลังจากปี 2018 ถือเป็นการยุติความสัมพันธ์ของสถานีกับวงการกำปั้น 45 ปี ให้สิ้นสุดเพียงตรงนี้

เหตุการณ์ที่กล่าวไปข้างต้น ได้นำมาสู่คำถามที่ว่า เหตุใดความนิยมในวงการมวยสากลถึงได้ลดลงไปกว่าแต่ก่อน? ซึ่งหลายฝ่ายต่างก็พยายามค้นหาจนได้คำตอบที่หลากหลาย ทั้งธรรมเนียมการถ่ายทอดสด ซึ่งมวยคู่ใหญ่มักจะถูกโยนเป็นโปรแกรมแบบเพย์เพอร์วิวทั้งสิ้น นั่นหมายความว่าแฟนกีฬาที่อยากชมบิ๊กไฟต์ จำต้องจ่ายเงินเพิ่มนอกเหนือจากค่าสมาชิกเคเบิ้ลทีวีที่ต้องจ่ายอยู่แล้ว เท่ากับว่าพวกเขาต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ถึงกระนั้น ยอดขายเพย์เพอร์วิวในการถ่ายทอดสดมวยไฟต์สำคัญที่สูงมากๆ ก็ดูจะไม่ตอบโจทย์นี้เท่าที่ควร

ประการต่อมาที่หลายฝ่ายมองว่าเป็นตัวการสำคัญ ก็คือ โปรโมเตอร์ เมื่อโปรโมเตอร์ชื่อดังหลายราย ล้วนต้องการปกป้องผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ ทำให้หลายๆ ไฟต์ไม่ใช่การต่อสู้กันของนักมวยที่เก่งที่สุด แต่เป็นนักมวยที่สามารถสร้างผลประโยชน์ให้พวกเขาได้มากที่สุด เรื่องดังกล่าวทำให้ไฟต์ที่นักชกเก่งๆ บางคู่ยังไม่มีวาสนาที่จะได้เจอกัน เนื่องจากโปรโมเตอร์กลัวว่าสถิติอันสวยงามที่ทำมาจะหายไปจากความพ่ายแพ้ ยกตัวอย่างชัดๆ ก็กรณีของ แอนโธนี่ โจชัว กับ ดีออนเต้ ไวลด์เดอร์ สองยอดฝีมือในยุคปัจจุบันของยุคเฮฟวี่เวตที่ยังแคล้วคลาดวาสนาจะได้เจอกัน หรือแม้แต่กว่าที่ ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ กับ แมนนี่ ปาเกียว จะได้เจอกัน เวลาก็ล่วงเลยจนพ้นจุดพีคแล้วทั้งคู่

แต่อีกหนึ่งสาเหตุสำคัญ ที่ ไมค์ ไทสัน ตำนานมวยโลกรุ่นเฮฟวี่เวตยอมรับว่าเป็นปัญหาก็คือ ตัวนักมวยเอง

“ผมว่านักมวยยุคหลังๆ มานี้ดูจะเป็นคนดีเกินไปหน่อย พวกเขาดูจะสงบเสงี่ยมเรียบร้อยในการวางตัวจนเกินไป ทำให้ขาดสีสัน ดูอย่างผมสิ ผมยอมรับนะว่าตัวเองก็ไม่ใช่คนดีเด่อะไร แต่เรื่องแบบนี้แหละที่ทำให้ไฟต์มันขายได้เสมอ” เจ้าของฉายา “มฤตยูดำ” เผย

สิ่งที่ไทสันพูด จึงดูสะท้อนสิ่งที่เกิดขึ้นกับวงการมวยโลกในปัจจุบันไม่น้อย เพราะต้องยอมรับว่าแม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ชื่อของ มูฮัมหมัด อาลี, ไมค์ ไทสัน หรือแม้กระทั่ง ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ ยังคงเป็นที่กล่าวขวัญถึงเสมอด้วยลีลาอันยียวนชวนให้ติดตาม โดยเฉพาะรายหลังสุด ที่ทุกวันนี้ ไฟท์ที่เขาชกยังคงมียอดซื้อเพย์เพอร์วิวสูงสุดตลอดกาล

นอกเหนือจากเรื่องดังกล่าวแล้ว วงการ MMA ดูจะมีวิธีโปรโมทนักสู้ที่น่าสนใจกว่ากันมากเมื่อเทียบกับวงการศิลปะการต่อสู้แบบอื่นๆ อย่างเช่นศึก UFC (Ultimate Fighting Championship) หรือ One Championship ที่มักจะมีการทำคลิปแนะนำนักชกที่มีคิวต้องขึ้นสู้กันให้แฟนกีฬาได้รู้จัก รวมถึงซึมซับเรื่องราวของคู่ชกอย่างต่อเนื่องก่อนการชก ซึ่งแน่นอนว่า เรื่องดังกล่าว ช่วยให้แฟนกีฬารู้สึก “อิน” ไปกับไฟต์มากขึ้นกว่าการรอการโปรโมทในงานแถลงข่าวแต่เพียงอย่างเดียวเหมือนวงการมวยสากล

ซึ่งเรื่องดังกล่าวนั้น ถือเป็นส่วนเสริมสำคัญที่ช่วยให้การแข่งขันกีฬามีความบันเทิงมากยิ่งขึ้น ตามยุคสมัยที่กีฬาต้องเป็นมากกว่ากีฬา แต่ต้องเป็นกีฬา+ความบันเทิง หรือ Sports Entertainment ซึ่งส่วนผสมนี้ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าได้ผลในปัจจุบัน

แต่สำหรับประเทศไทยนั้น ยังมีอีกปัญหาสำคัญที่ทำให้วงการมวยสากลซบเซา ซึ่งดูไปก็สะท้อนถึงสภาพสังคมของประเทศนี้อยู่ไม่น้อย นั่นคือการขาดฮีโร่ที่มีจุดขายเป็นที่เชิดหน้าชูตาได้ เพราะจากยุคที่ประเทสไทยมีแชมป์มวยโลกมากมาย ก็มีช่วงเวลาที่เราไม่มีแชมป์โลกเลยแม้แต่คนเดียว ขณะที่แชมป์โลกบางคนก็ดูจะขาดจุดขายให้เป็นที่จดจำเสียด้วยซ้ำ

 

ปรับตัวเพื่อเติบโตและอยู่รอด

กระแสความนิยมของวงการมวยสากลที่เริ่มเสื่อมถอย ทำให้ทุกฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องต้องหาหนทางปรับตัว ซึ่งหนึ่งในวิธีการที่ได้รับความนิยม ก็คือการจับอดีตนักมวย หรือนักมวยในปัจจุบันที่มีชื่อเสียงมาสวมหมวกโปรโมเตอร์อีกใบ เพราะคงไม่มีใครเข้าใจนักมวยมากไปกว่านักมวยด้วยกันเองอีกแล้ว นั่นจึงเป็นเหตุที่ทำให้เราได้เห้นกำปั้นชื่อดังอย่าง ออสการ์ เดอ ลา โฮย่า รวมถึง ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ ก้าวขึ้นเป็นโปรโมเตอร์จัดการแข่งแล้วในตอนนี้

แต่สำหรับโปรโมเตอร์บางคนกลับมีแนวคิดที่แตกต่าง ซึ่งเรื่องที่ว่าก็ได้ทำให้เขาก้าวขึ้นเป็นอีกหนึ่งโปรโมเตอร์ขั้นเทพของวงการมวยในปัจจุบัน นั่นคือเรื่องราวของ เอ็ดดี้ เฮิร์น ที่สร้างชื่อจนวงการมวยต้องจับตามอง หลังก้าวขึ้นสู่การเป็นนักจัดมือทองด้วยวัยเพียงหลักสาม

ออดลี่ย์ แฮร์ริสัน อดีตนักมวยดีกรีเหรียญทองโอลิมปิก ได้กล่าวถึงความสำเร็จของเฮิร์นว่า “เขาเก่งตรงที่สามารถสร้างสถานการณ์ที่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ทุกคนจะเป็นผู้ชนะ โดยเฉพาะเรื่องการเงินที่เขาช่วยให้นักชกได้ส่วนแบ่งที่แฟร์ ยิ่งไปกว่านั้น เขายังสามารถนำนักชกในสังกัดไปสร้างมูลค่าเพิ่มนอกสนามได้อีกด้วย”

นักชกคนที่แฮร์ริสันว่านั้นก็คือ โทนี่ เบลลิว นักมวยรุ่นครุยเซอร์เวตชาวอังกฤษ ที่ได้รับโอกาสให้ร่วมแสดงในภาพยนตร์ Creed กับบทคู่ชกของพระเอก ความสำเร็จของภาพยนตร์ดังกล่าวไม่เพียงทำให้เขาคือนักมวยดีกรีแชมป์โลกเท่านั้น แต่ยังสามารถต่อยอดสู่เส้นทางสายอื่นๆ ระหว่างอาชีพรวมถึงหลังจากแขวนนวมอีกด้วย

ขณะเดียวกัน อีกวิธีที่เคยทำมาแล้วในอดีต ก่อนจะกลับมาเป็นกระแสอีกครั้งเมื่อเร็วๆ นี้ นั่นคือการจับเอาสุดยอดฝีมือของต่างวงการมาเจอกัน ซึ่งสมัยก่อนเราอาจจะเคยได้ยินเรื่องราวของไฟต์ระหว่าง มูฮัมหมัด อาลี ตำนานวงการมวยโลก กับ อันโตนิโอ อิโนกิ ตำนานวงการมวยปล้ำ และล่าสุดเมื่อปี 2017 ที่ผ่านมา กับไฟต์ที่ ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ เจอกับ คอเนอร์ แม็คเกรเกอร์ แชมป์โลกศิลปะการต่อสู้แบบผสมของสถาบัน UFC ซึ่งสร้างความฮือฮาให้กับทั้งสองวงการ จนกลายเป็นไฟต์ที่มียอดซื้อเพย์เพอร์วิวสูงสุดของปี 2017 และสูงสุดอันดับ 2 ตลอดกาล


Photo : favforward.com

ถึงกระนั้นก็ตาม เวทีการแข่งขันที่รวมเอาศิลปะการต่อสู้หลายแขนงมาอยู่บนเวทีเดียวกันดูจะเป็นเรื่องที่ยังไม่มีใครคิดที่จะทำเท่าไหร่นัก ซึ่งศึก ONE Championship ดูจะมีวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกล กับการจัดแข่งขัน ONE Super Series ที่ขยายวงสู่ศิลปะการต่อสู้แบบอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น มวยไทย, คิกบ็อกซิ่ง หรือแม้กระทั่งมวยปล้ำ และล่าสุด ก็กำลังจะขยายวงสู่มวยสากล กับการชกป้องกันตำแหน่งแชมป์โลกของ ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น กับ อิราน ดิอาซ

ชาตรี ศิษย์ยอดธง ผู้ก่อตั้งและประธานของ ONE Championship กล่าวว่า “การแข่งขันชกมวยชิงแชมป์โลกอยู่ในความสนใจของ ONE Championship อยู่เสมอ นับตั้งแต่เราเปิดตัวศึก ONE Super Series สำหรับ ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น นั้น เรามีนักกีฬาที่ยอดเยี่ยมเพื่อการแนะนำกีฬามวยสู่องค์กรศิลปะการป้องกันตัวที่ใหญ่ที่สุดของโลก ศรีสะเกษเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักกีฬาไทยและเป็นตัวแทนที่ดีของ ONE Championship นี่จะเป็นไฟต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย และแฟนมวยหลายพันคนต้องการออกมาเชียร์ฮีโร่ของพวกเขาแน่นอน”


Photo : favforward.com

เรื่องดังกล่าวทำให้ศึก ONE Championship จึงร่วมสร้างความรู้สึกให้แฟนกีฬาชาวไทยได้อินกับไฟต์นี้มากยิ่งขึ้น ด้วยการนำเสนอประวัติ เกร็ดชีวิตต่างๆ ของ “เจ้าแหลม” ออกมาเป็นระยะๆ ทั้งเรื่องราวการสู้ชีวิตที่ครั้งหนึ่งเจ้าตัวเคยทำงานเป็นคนเก็บขยะ หรือแม้กระทั่งเรื่องราวการหักปากกาเซียน กลับมาคว้าแชมป์โลกได้เป็นสมัยที่ 2 ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยการที่ศึก ONE Championship เน้นการทำตลาดกับแฟนกีฬาชาวต่างชาติด้วย จึงมีการนำเสนอเรื่องราวในภาษาอังกฤษ เพื่อเรียกกระแสจากต่างแดนด้วยเช่นกัน

ยิ่งไปกว่านั้น รูปแบบการแข่งขันของศึก ONE Championship ที่มีความหลากหลาย ทั้งมวยสากล, มวยไทย, คิกบ็อกซิ่ง, มวยปล้ำ รวมถึง MMA ยังทำให้แฟนกีฬาได้รับชมศิลปะการต่อสู้หลากหลายแขนงในเวทีเดียว ถือเป็นการสร้างความบันเทิงในรูปแบบที่ไม่จำเจ และทำให้การแข่งขันมีความน่าสนใจ เป็นการเปิดโลกทัศน์ใหม่ให้แฟนกีฬาไปพร้อมๆ กันอีกด้วย


Photo : favforward.com

และบางที สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในศึก ONE : KINGDOM OF HEROES วันที่ 6 ตุลาคมนี้ อาจเป็นแสงสว่างอีกทางที่ช่วยให้วงการมวยสากล รวมถึงศิลปะการต่อสู้กลับมาคึกคักอีกครั้งก็เป็นได้ ใครจะรู้

 

แหล่งที่มา

https://www.britannica.com/sports/boxing
http://uk.businessinsider.com/audley-harrison-eddie-hearn-most-powerful-man-in-british-boxing-2017-3
http://uk.businessinsider.com/boxing-news-frank-smith-anthony-joshua-matchroom-boxing-2017-3
https://bleacherreport.com/articles/1370083-boxing-breaking-down-the-steady-decline-of-the-sweet-science
https://bleacherreport.com/articles/222485-technical-knockouts-three-reasons-why-boxing-has-waned-in-popularity
https://www.boxingscene.com/mike-tyson-feels-lack-personalities-led-boxings-decline--132291
http://boxingtalk.com/pag/article.php?aid=22052
https://www.fightsaga.com/news/item/5441-boxing-s-popularity-decline-in-the-u-s-the-real-reason-why
https://www.flocombat.com/articles/5056052-is-boxing-dead-a-historian-sounds-off
https://www.forbes.com/sites/brianmazique/2017/12/14/floyd-mayweather-vs-conor-mcgregor-ppv-was-the-second-biggest-ppv-of-all-time/#5b32f6816a90
https://www.nytimes.com/2015/11/09/us/boxing-is-a-brutal-fading-sport-could-football-be-next.html
https://www.theguardian.com/sport/blog/2011/nov/12/decline-heavyweight-boxing
http://sport.trueid.net/detail/150934



ชื่นชอบบทความนี้ของ : เจษฎา บุญประสม ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง