On The Main Stand

สะใจ หรือ เห็นใจ? : ทำไมแฟนกีฬามักชอบเชียร์ทีมรองบ่อน



แม้จะมีคนบอกว่าจงยินดีในยามที่ผู้อื่นประสบความสำเร็จ แต่ในความจริงนั้นมันยากเย็นเหลือเกินที่จะทำเช่นนั้นได้โดยธรรมชาติแบบไม่ต้องฝืนอกฝืนใจใดๆ  

 

ดูเหมือนว่ามนุษย์เราไม่ค่อยชอบอะไรที่มากเกินไป และในที่นี้หมายถึงทุกๆ เรื่องไม่ว่าจะเป็นการแย่เกินไป,ดีเกินไป หรือแม้กระทั่งเก่งเกินไป

“ความเก่งเกินไป” กลายเป็นสิ่งที่หลายคนไม่ชอบใจ แต่ในทางตรงกันข้ามมันคือสิ่งที่มนุษย์ทั้งหลายอยากจะเป็น

อย่างไรก็ตามการจะเป็นคนที่เก่งเกินไปนั้นเป็นเรื่องยาก ไม่ใช่ทุกคนที่จะไปถึงจุดนั้นได้  และเราเองก็ไม่อยากจะยอมรับเมื่อเห็นคนอื่นทำได้เช่นกัน

วันหนึ่งคนที่เก่งที่สุดตลอดกาลกำลังถูกท้าทายด้วยปุถุชนคนธรรมดา กลับกลายเป็นว่าคนส่วนใหญ่จะเลือกเชียร์ฝ่ายหลังขึ้นมาทันที แม้ว่าจะเป็นไปได้ยากที่จะกลายเป็นฝ่ายชนะก็ตาม  

เรื่องดังกล่าวมันจะชัดเจนมากขึ้นหากเอามาพูดถึงในเรื่องของกีฬา การเชียร์มวยรองถือเป็นความรู้สึกแรกของเหล่าคนดูเสมอ โดยแทบไม่ต้องคิด วิเคราะห์ แยกเเยะใดๆ ทั้งสิ้น … แล้วทำไมมันจึงเป็นเช่นนั้นกันล่ะ?     

 

สะใจ หรือ เห็นใจ? : ทำไมแฟนกีฬามักชอบเชียร์ทีมรองบ่อน

แม้จะมีคนบอกว่าจงยินดีในยามที่ผู้อื่นประสบความสำเร็จ แต่ในความจริงนั้นมันยากเย็นเหลือเกินที่จะทำเช่นนั้นได้โดยธรรมชาติแบบไม่ต้องฝืนอกฝืนใจใดๆ  


Photo : South Paw

ดูเหมือนว่ามนุษย์เราไม่ค่อยชอบอะไรที่มากเกินไป และในที่นี้หมายถึงทุกๆ เรื่องไม่ว่าจะเป็นการแย่เกินไป,ดีเกินไป หรือแม้กระทั่งเก่งเกินไป

“ความเก่งเกินไป” กลายเป็นสิ่งที่หลายคนไม่ชอบใจ แต่ในทางตรงกันข้ามมันคือสิ่งที่มนุษย์ทั้งหลายอยากจะเป็น

อย่างไรก็ตามการจะเป็นคนที่เก่งเกินไปนั้นเป็นเรื่องยาก ไม่ใช่ทุกคนที่จะไปถึงจุดนั้นได้  และเราเองก็ไม่อยากจะยอมรับเมื่อเห็นคนอื่นทำได้เช่นกัน

วันหนึ่งคนที่เก่งที่สุดตลอดกาลกำลังถูกท้าทายด้วยปุถุชนคนธรรมดา กลับกลายเป็นว่าคนส่วนใหญ่จะเลือกเชียร์ฝ่ายหลังขึ้นมาทันที แม้ว่าจะเป็นไปได้ยากที่จะกลายเป็นฝ่ายชนะก็ตาม  

เรื่องดังกล่าวมันจะชัดเจนมากขึ้นหากเอามาพูดถึงในเรื่องของกีฬา การเชียร์มวยรองถือเป็นความรู้สึกแรกของเหล่าคนดูเสมอ โดยแทบไม่ต้องคิด วิเคราะห์ แยกเเยะใดๆ ทั้งสิ้น … แล้วทำไมมันจึงเป็นเช่นนั้นกันล่ะ?     

 

ความมันที่ซ่อนอยู่

ขึ้นชื่อว่ามวยรองแล้วย่อมมีสเน่ห์เรียกร้องที่แฟนกีฬารู้กันดี พวกเขามักจะถูกเรียกว่า "อันเดอร์ด็อก" หรือสุนัขจนตรอกที่ไม่มีอะไรจะเสีย และต้องทุ่มเททุกสิ่งที่มียิ่งกว่าที่ใครจะเข้าใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับ "ท็อปด็อก" หรือพวกทีมเต็งหามนั้น แทบไม่มีอะไรที่ใกล้เคียงกับการสู้ได้เลยไม่ว่าคุณภาพ, เงินทุน, ชื่อเสียง และ รูปลักษณ์

ไม่นานมานี้เรื่องราวของ โรงเรียนเกษตรคานาอาชิ ตำนานโคชิเอ็งครั้งที่ 100 คือตัวอย่างที่ดีที่สุดหากเราจะพูดถึงเรื่องความมีอารมณ์ร่วมและแอบเผลอใจเชียร์ของคนดูแบบไม่รู้ตัว


Photo : DW/K. Dambach

เมื่อมวยรองเหล่านี้ค่อยๆ ชนะสร้างชื่อตัวเองให้ทีละนิดๆ ทำให้ชื่อของพวกเขากระฉ่อนขึ้นมาเป็นเงาตามตัว ทุกชัยชนะทำให้พวกเขาถูกพูดถึงเเละเรื่องราวของพวกเขาก็ถูกขุดคุ้ยกันมากขึ้น คนทั่วโลกได้รู้จัก โยชิดะ โคเซย์ มือขว้างของทีมที่เป็นเด็กหนุ่มมีงานอดิเรกคือการตกปลา ที่ต้องสานฝันเป็นนักเบสบอลต่อจากพ่อ, โรงเรียนแห่งนี้มีกฎน่ารักๆ มากมายทั้ง ขโมยแอปเปิลและขโมยสาลี่ที่โรงเรียนปลูกไว้จะโดนพักการเรียน และห้ามรังแกหมู (ซึ่งต่อมาเรื่องดังกล่าวได้รับการยืนยันว่าไม่เป็นความจริง) นอกจากนี้ยังมีการพูดถึงคนท้องถิ่นที่ระดมทุนเพื่อให้ทีมโรงเรียน คานาอาชิ เดินทางไปแข่งขันในฐานะของผู้คนทั้งเมือง

ความใสซื่อทีดูไร้แต้มต่อนี้เองทำให้พวกเขากลายเป็นขวัญใจของคนดูภายในชวงเวลาเพียงข้ามคืน

ยิ่งเมือเทียบกับคู่แข่งของพวกเขาอย่าง โรงเรียน โอซากา โทอิน อดีตแชมป์โคชิเอ็งหน้าร้อน 4 สมัย และเข้ามาเล่นในรายการนี้ 10 ครั้งติดต่อกัน มีดีกรีเป็นถึงโรงเรียนที่ปั้นนักเรียนและกลายเป็นนักเบสบอลระดับอาชีพหลายราย หากนึกภาพไม่ออกก็คิดง่ายๆวาพวกเขามีความเป็นเลิศทางกีฬาเบสบอลระดับต้นๆของประเทศ และมีระบบการคัดกรองนักกีฬาที่เข้มข้นรวมถึงการดึงตัวเด็กมีแววเข้าในรูปแบบของโควต้านักกีฬา จนทำให้โรงเรียน โอซากา โทอิน มีเด็กท้องถิ่นอยู่ในทีมชุดเข้าชิงโคชิเอ็งครังที 100 เพียงแค่่ 5 คนเท่านั้น

แม้เป้าหมายของทั้งสองโรงเรียนคือจะลงเเข่งขันเพื่อต้องสร้างเกียรติประวัติคว้าแชมป์ให้ตัวเอง ทว่าเมื่อเทียบจากคุณสมบัติที่ได้กล่าวไปทำให้มวยรองกลายเป็นพระเอกของเรื่องไปโดยปริยาย และทั้งๆ ที่ โอซากา โทอิน ไม่ได้ทำอะไรผิดเลยแต่พวกเขาก็ถูกตัดสินให้เป็นเหมือนตัวร้ายในภาพยนตร์โดยไม่รู้ตัวเช่นกัน ... ร้ายในที่นี้หมายถึงว่าเหล่ากองเชียร์อยากจะให้ทีมรองที่มีเรื่องราวชวนให้หลงใหลอย่าง โรงเรียนเกษตรคานาอาชิ ได้เเชมป์จนไม่เห็นคู่แข่งของพวกเขาอยู่ในสายตา  


Photo : baseballking.jp

นักจิตวิทยา นำโดย โจเซฟ วานเดลโล่, นาดาฟ โกลด์ชมิด และ เดวิด ริชาร์ดส์ แห่งมหาวิทยาลัยเซาธ์ฟลอริดา พบว่าคนส่วนใหญ่มักจะมีความสุขเมื่อได้เห็นความสำเร็จจากสิงที่ไม่ได้คาดหวังมาก่อน และในทางกลับกันมนุษย์เราจะเจ็บปวดคูณสองเมื่อผิดหวังจากสิ่งที่คาดหวังไว้ ซึ่งมันเป็นเหตุผลที่ดีที่จะเชียร์ทีมที่เป็นรองโดยไม่รู้ตัว

การเห็นทีมที่ไม่เคยชนะ ได้เจอกับตอนจบที่ยิ่งใหญ่ มันน่าจะเป็นเรื่องที่น่าสนุกหากคุณเลือกจะเดิมพันกับอารมณ์ของตัวเอง การเลือกถือหางทีมรองบ่อนมันมีแนวโน้มที่มันจะตอบแทนคุณด้วยชัยชนะที่น่าตื่นเต้น   เมื่อใดที่พวกเขาชนะมันจะเป็นความสึกที่ยิ่งใหญ่ แต่ถ้าหากพวกเขาแพ้คุณแทบจะไม่รู้สึกผิดหวังอะไรเลยเพราะมันเป็นเรื่องที่คาดเดาได้อยู่แล้ว ดังการนั้นการเลือกเชียร์ทีมรองบ่อนเป็นการกระทำมีแต่ได้กับได้เท่านั้น  มันเหมือนกับการลงทุนที่แสนจะคุ้มค่า

นอกจากนี้ โกลด์ชมิด ยังได้ทำการศึกษาต่อด้วยตัวเองและค้นพบอีกว่า การที่เราเผลอใจเชียร์ทีมที่เป็นรองเเบบสุดกู่ เพราะมนุษย์เรามักจะมีความสุขเมื่อเห็นคนอื่นเจอโชคร้าย กล่าวคือการเห็นทีมมหาอำนาจชนะและคว้าแชมป์ทุกปีคือสิ่งที่น่าเบื่ออย่างที่สุด แต่เมื่อมีทีมที่เป็นเหมือนตัวแทนของพวกเขาสามารถเอาชนะได้ มันจะสร้างความสุขและสะใจที่มากยิ่งกว่าการเห็นทีมที่ศักยภาพเท่าๆ กันเอาชนะกันเอง

 

สวมบทบาทเข้ากับตัวเอง

เรื่องราวของเหล่าอันเดอร์ด็อกมักจะถูกพูดถึงในแง่ของความพยายาม การต่อสู้อย่างหนักเพื่อไปถึงสิ่งที่ต้องการ ซึ่งเรื่องเหล่านี้จะเป็นเรื่องที่ชวนประทับใจ และเหล่าผู้เข้าร่วมการวิจัยนั้นก็มักจะหาเรื่องเชื่อมโยงเรื่องดังกล่าวเข้ากับชีวิตของตัวเอง


Photo : www.ringpolska.pl

คุณอาจจะมีต้นทุนน้อยแต่ต้องการจะไปถึงจุดสูงสุดและเอาตัวรอด  ความคิดในสมองของเราบอกตัวเองเสมอว่า "ฉันจะต้องมีชีวิตที่ดี" แต่บางครั้งมันก็ยากที่จะเอาตัวเองไปเปรียบเทียบว่าเป็นพวกเดียวกับคนกลุ่มนี้  ดังนั้นการสมมุติตัวเองเป็นอันเดอร์ด็อกเป็นอะไรที่เข้าถึงง่ายกว่าหลายเท่านัก

อาซิม ชาห์ นักจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยเบย์เลอร์ชี้ให้เห็นว่า ส่วนหนึ่งที่เราชื่นชอบเรื่องราวที่น่าประทับใจของเหล่าอันเดอร์ด็อก ก็เพราะว่าเรามองตัวเองว่าเป็นอันเดอร์ด็อกเหมือนกัน เกือบทุกคนต่างก็ต้องมีชีวิตที่ต้องฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ ที่ยากจะเอาชนะ ไม่ว่าจะสู้เพื่อเงิน สู้เพื่อความเคารพ และสู้เพื่อครอบครัว การสู้กับหลายสิ่งเหล่านี้คืออะไรที่ยากเสมอ


Photo : Tom Hogan/K2

ดังนั้นการสู้ด้วยความรู้สึกที่ว่ามีเราเพียงคนเดียวจึงเป็นเหมือนการต่อสู้ที่ใหญ่เกินตัว คุณจึงจำเป็นต้องหาพระเอกสักคน คนที่ไม่เคยมีใครคาดคิดว่าเขาจะชนะ แต่ที่สุดแล้วเขาก็ทำได้ สิ่งเหล่านี้ทำให้คุณเคารพการเป็น อันเดอร์ด็อก ที่สู้ไม่ถอย และมันช่วยให้คุณไม่กลัวที่จะเจอกับการต่อสู้ไม่สามารถเอาชนะได้ อย่างน้อยมันก็ทำให้คุณคิดว่า "มีหวังที่จะเอาชนะได้" และถึงแม้ที่สุดเเล้วมันจะเกิดขึ้น คุณพ่ายแพ้ให้การต่อสู้กับชีวิต แต่คุณก็จะได้บางสิ่งบางอย่างตอบแทนกลับมาและการสู้ของคุณจะไม่สูญเปล่า

 

ทุกคนรักผู้ชนะ...ยกเว้นตอนที่ตัวเองแพ้

เราทุกคนมักจะหาเรื่องให้ตัวเองเป็นพวกเดียวกับผู้ชนะ จอห์น เมดิน่า นักชีววิทยาผู้เชี่ยวชาญด้านสมองได้ทำการสังเกตเรื่องนี้จนได้ข้อมูลที่น่าสนใจ เมื่อเขาพบว่าพฤติกรรมของมนุษย์นั้นมักไม่ค่อยจะตรงไปตรงมา และบางครั้งก็เปิดเผยให้คนภายนอกเห็นไม่หมด มีบางสิ่งที่เก็บเอาไว้ข้างในไม่ให้ใครรู้

ซึ่งหนึ่งในการค้นพบของเขาเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็คือ เราชอบจะระบุผู้ชนะกับสิ่งที่สวนทางความเป็นจริงโดยใช้ บางครั้งเราก็รู้ทั้งรู้ว่าทีมรองบ่อนนั้นยากที่จะก้าวมาเป็นผู้ชนะในตอนจบ แต่เรามักจะอินไปกับอารมณ์ร่วมและควาามพยามของเหล่าอันเดอร์ด็อกเหล่านั้น


Photo : www.laliganews.co.uk

เรื่องดังกล่าวได้รับการเน้นย้ำอีกครั้งในการศึกษาที่มีชื่อว่า "อันเดอร์ด็อก เอฟเฟ็กต์" ซึ่งจัดทำโดยทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยริชมอนด์เมื่อปี 2008 โดยได้วิจัยจากเหล่าบุคคลที่ไม่ได้มีชื่อเสียงมากนักในวงการต่างๆ ทั้งวงการกีฬา, ศิลปะ และ ธุรกิจ  

การศึกษาดังกล่าว ผู้เข้าทดสอบจะต้องเลือกรูปทรงเลขาคณิตที่แตกต่างกัน โดยแต่ละรูปทรงนั้นจะถูกเล่าเรื่องราวเป็นนิทานให้คล้ายๆ กับชีวิตของพวกเขา และบางรูปทรงไม่มีเรื่องราวปูมหลังให้พูดถึง  ซึ่งที่สุดเเล้วกลับเกิดอาการอินกับผู้เข้าทดสอบแบบไม่น่าเชื่อ พวกเขาหยิบรูปทรงเลขาคณิตที่ไม่มีชีวิตนี้ และมีอารมณ์ร่วมอาทิพูดเชียร์รูปทรงที่พวกเขาเลือกเช่น "ไปเลยเจ้าสามเหลี่ยม ไปเอาชนะเจ้าสี่เหลี่ยมให้ได้" คำพูดนี้เองเป็นสิ่งที่ซ่อนเอาไว้ไม่บอกให้ใครรู้

ผู้คนส่วนใหญ่มักจะมองแต่สิ่งที่เหนือกว่าตัวเอง ดังนั้นภายใต้ภาวะจิตใจที่ตื่นตระหนก พวกเขาจะคิดว่าตัวเองเป็นอันเดอร์ด็อก เป็นพวกขี้แพ้ที่มีความยากลำบากในการใช้ชีวิต ซึ่งความคิดแบบนี้เป็นจุดเริ่มต้นในทิศทางเดียวกันเหล่าทีมรองบ่อนที่มักจะมีเรื่องราวมาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไปได้ นั่นคือความหวังในการเอาชนะคนที่เก่งกว่า, รวยกว่า และมีประสิทธิภาพมากกว่า ดังนั้นมันไม่ใช่แค่เรื่องการเชียร์เพื่อแชมป์ แต่มันเป็นเรื่องจิตวิทยาของมนุษย์ต่างหาก

วานเดลโล่, โกลด์ชมิด และ ริชาร์ดส์ แห่งมหาวิทยาลัยเซาธ์ฟลอริดา ได้ทำการวิจัยต่อว่าทำไมหลายคนถึงเลือกเชียร์มวยรอง ไม่ว่าจะในเรื่องของกีฬาและการเมือง มุมมองการอยากเห็นผู้ชนะก็ไม่ต่างกัน กลุ่มผู้เข้าร่วมงานวิจัยจะได้โจทย์ให้เลือกหนึ่งในคู่กรณี ยกตัวอย่างเช่นความขัดเเย้งของ อิสราเอล กับ ปาเลสสไตน์ ซึ่งผู้เข้าร่วมบอกว่าเลือกที่จะสนับสนุน ปาเลสสไตน์ มากกว่าด้วยเหตุผลง่ายๆ ที่ว่า ปาเลสไตน์ มีขนาดเล็กกว่าและมีประสิทธิภาพน้อยกว่า อิสราเอล เท่านั้นเอง มันเป็นการตัดสินใจที่ง่ายมากในฐานะที่คุณไม่มีส่วนได้ส่วนเสียอะไร  

ขณะที่ด้านของกีฬาหากคุณยังจำได้ในการแข่งขันพรีเมียร์ลีกปี 2015-16 ที่ เลสเตอร์ เป็นเเชมป์ ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าแฟนบอลหลายทีม เผลอใจเชียร์ให้ เลสเตอร์ ได้เเชมป์ในช่วงเวลาที่พวกเขาหมดลุ้น ทุกเกมที่เลสเตอร์ลงสนาม เหล่าผู้เฝ้ามองต่างอยากเห็น จิ้งจอกสยาม เป็นฝ่ายคว้าชัยเพื่อเอา 3 แต้มและคว้าแชมป์ไปครอง แต่ในขณะที่เดียวกันหาก เลสเตอร์ เจอกับทีมรักของพวกเขาเอง เงื่อนไขก็จะเปลี่ยนไปทันที การเชียร์เลสเตอร์จะถูกลืมไปชั่วขณะ และพวกเขาก็พร้อมจะดีใจเต็มที่หากทีมรักสามารถเอาชนะ เลสเตอร์ ได้

จะด้วยเหตุผลทางจิตวิทยา, ความสะใจ หรือความเห็นใจก็ตาม แต่ที่สุดเเล้วเรืองราวของอันเดอร์ด็อกคือเรืองที่ขายได้เสมอ ไม่มีใครที่จะไม่ชอบเรื่องราวเหล่านี้

ภาพยนตร์หลายเรื่องเล่าผ่านตัวละครหลักที่เป็นคนตกอกอับ, แร้นแค้น, ยากจน และ มีปมที่ทำให้ชีวิตไม่สมบูรณ์ แม้บางเรื่องจะมีตอนจบของเรื่องแบบไม่สมหวัง แต่เรื่องราวระหว่างทางต่างหากที่จะสร้างความประทับใจให้กับคนดูในตอนจบของเรื่องอยู่เสมอนั่นเอง     

 

อ้างอิง

https://learningtogo.info/2016/05/03/the-psychology-and-neuroscience-of-the-underdog-effect-why-were-all-leicester-city-football-fans/
https://www.elitedaily.com/sports/science-behind-why-you-love-underdogs/973418
https://www.vox.com/2015/3/20/8260445/underdogs-psychology
https://www.researchgate.net/publication/5847045_The_Appeal_of_the_Underdoghttps://www.researchgate.net/publication/254297608_The_Future_is_Bright_The_Underdog_Label_Availability_and_Optimism
https://www.researchgate.net/publication/259708216_The_Underdog_Effect_The_Marketing_of_Disadvantage_and_Determination_through_Brand_Biography



ชื่นชอบบทความนี้ของ : เจษฎา บุญประสม ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง