On The Main Stand

โลกฟุตบอลอยู่ในมือผู้รักษาประตู : ไขปัจจัยทำโกลยุคใหม่ค่าตัว “มหาศาล”?



เคป้า อาร์ริซาบาลาก้า และ อลีสซง เบ็คเกอร์ คือสองชื่อที่เพิ่งทำลายสถิติผู้รักษาประตูที่แพงที่สุดในโลกไปในช่วงเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือนเศษ ตามมาด้วยภาพเปิดตัว ติโบต์ กูร์กตัวส์ ในสีเสื้อของเรอัล มาดริด


 

นายทวารทั้งสามคนมีค่าตัวรวมกันในเวลานี้ราว 172 ล้านปอนด์ และหากเป็นดีลในซัมเมอร์ของพรีเมียร์ลีก “เคป้า” (71.6 ล้านปอนด์) และ “อลีสซง” (66.8 ล้านปอนด์) กลายเป็นสองดีลที่มีมูลค่ามากกว่าที่ แมนฯซิตี้ ดึงตัว ริยาด มาห์เรซ ด้วยค่าตัว 60 ล้านปอนด์ด้วยซ้ำ

นั่นคือสัญญาณแห่งการเปลี่ยนแปลงของโลกฟุตบอลหรือไม่ ว่าปัจจุบันผู้รักษาประตู ไม่ใช่ตำแหน่งปิดทองหลังพระที่โดนมองข้ามอีกต่อไป

“ตำแหน่งนี้สำคัญมากต่อชัยชนะของทีมๆนั้น เทียบเท่ากับกองหน้าเลยก็ว่าได้ ฉะนั้นไม่แปลกที่พวกเขาจะมีค่าตัวสูงขึ้น” นิพนธ์ มาลานนท์ โค้ชผู้รักษาประตูชื่อดังของไทย ว่าเอาไว้

แต่อะไรที่ทำให้โลกฟุตบอลเปลี่ยนผู้รักษาประตูให้มีคุณค่าและมูลค่ามากขึ้นกว่าสมัยก่อนกันแน่?

 

กฎสำคัญที่ถูกยกเลิก

ความน่าเบื่อของโลกฟุตบอลสมัยเก่าในบางครั้ง คือยามที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถ่วงเวลาด้วยการใช้เท้าส่งบอลคืนไปให้ผู้รักษาประตูรับบอลโดยตรง ซึ่งพวกเขาสามารถทำซ้ำไปมาได้จนกว่าเวลาจะหมดตราบใดที่คู่ต่อสู้ฝั่งตรงข้ามไม่สามารถเข้าแย่ง

คณะกรรมการฟุตบอลนานาชาติ (IFAB) เริ่มเล็งเห็นถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ของแฟนบอลในยุคนั้น โดยเฉพาะฟุตบอลโลกปี 1990 ที่เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้บ่อยครั้ง พวกเขาจึงร่วมกันหารือและคลอด “กฎการส่งคืนหลัง” (Backpass Rule) ขึ้นในปี 1992 และใช้ครั้งแรกในฟุตบอลโอลิมปิกปีนั้น

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกในยุคตั้งไข่ ปี 1992 ยังไม่ได้ให้ความสำคัญกับผู้รักษาประตูมากนัก และดีลแรกของลีกสูงสุดอังกฤษเวอร์ชั่นปรับโฉมใหม่คือ อลัน เคลลี่ ที่เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ซื้อมาจาก เปรสตัน นอร์ธเอนด์ ด้วยค่าตัว 150,000 ปอนด์

กฎการส่งคืนหลัง ทำให้ผู้รักษาประตูเล่นฟุตบอลกันยากขึ้น เพราะคุณจำเป็นต้องใช้เท้าเล่นเวลาเพื่อนเตะคืนหลังมาให้ (และพวกเขายังไม่สามารถรับบอลในจังหวะทุ่มคืนหลังของเพื่อนอีกด้วย) นั่นทำให้ดีลของนายทวารพรีเมียร์ลีกยุค ‘90 มีราคาสูงมากขึ้น ไล่ตั้งแต่ แบร็ด ฟรีเดล ที่ย้ายไปลิเวอร์พูลด้วยค่าตัว 1.35 ล้านปอนด์ และ เอ็ด เดอ ฮุย ย้ายไปเชลซีด้วยค่าตัว 3 ล้านปอนด์

แต่ในช่วงเวลานั้น “จุดขาย” ของฟุตบอลที่สำคัญที่สุดยังอยู่ที่เกมรุก นั่นทำให้ปีกความเร็วสูง หรือกองหน้าจอมถล่มประตู ไม่เว้นแม้แต่กองหลังจอมแกร่ง คือสมบัติล้ำค่าที่ครองตลาดนักเตะในเวลานั้น

ฟุตบอลสมัยก่อน ผู้รักษาประตูยังไม่ได้มีความยุ่งยากในเชิงความคาดหวัง พวกเขามีหน้าที่เซฟให้ได้ในกรอบเขตโทษ หรือเคลียร์ทิ้งออกมาให้ได้ไกลที่สุด

พวกเขาเป็นเพียง “ปราการด่านสุดท้าย” ที่แทบจะยังไม่มีบทบาทอะไรกับ “แท็กติก” ในสนาม นอกจากไม่ให้บอลข้ามเส้นประตูเท่านั้น

 

ผู้นำที่น่าจดจำ

“คุณสมบัติของบรูซ กร็อบเบลาร์ ที่ผมจำได้คือเขามีบุคลิกที่กล้าหาญ บ้าบิ่น” อดิสรณ์ พึ่งยา ผู้บรรยายฟุตบอล เล่าถึงผู้รักษาประตูของ ลิเวอร์พูล ที่เคยคว้าแชมป์ดิวิชั่น 1 เดิม ร่วมกับ “หงส์แดง” มาแล้ว 6 สมัย

“อาจกล่าวได้ว่า กร็อบเบลาร์ คืออีกหนึ่งคนสำคัญที่พาลิเวอร์พูล ยิ่งใหญ่ในยุคทศวรรษ ‘80 เพราะตอนนั้นถึงเกมรุกลิเวอร์พูลจะดีมาก แต่ก็ใช่ว่าจะไม่โดนยิงเลย”

“ผู้รักษาประตูในยุคนั้นต้องมีขนาดตัวที่ใหญ่ยักษ์ มีบุคลิกความเป็นผู้นำชัดเจน ถ้าคุณสังเกต เขาอาจไม่ได้มีเบสิกที่ดีมากก็ได้”

“แต่สิ่งสำคัญยิ่งกว่านั้นคือเพื่อนๆต้องให้ความไว้เนื้อเชื่อใจ เป็นคนที่ทำให้เพื่อนร่วมทีมเชื่อได้ว่าเขาจะไม่ทำให้ทีมเสียประตู”

ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างสำคัญไม่แพ้กัน ที่คอยสั่งการ และกระตุ้นเพื่อนร่วมทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ส่งผลให้ทีม “ปีศาจแดง” ครองความยิ่งใหญ่ต่อจาก ลิเวอร์พูล ในช่วงทศวรรษ ‘90

เซฟแต่ละเซฟของนายทวารทีมชาติเดนมาร์ก ทำให้ทีมได้ไปต่อ อาทิจังหวะเซฟจุดโทษของเดนนิส เบิร์กแคมป์ ในเกมเอฟเอคัพ รอบรองชนะเลิศ นัดรีเพลย์เมื่อปี 1998 ซึ่งหาก ชไมเคิ่ล เซฟลูกนั้นไม่ได้ ก็จะไม่มีตำนานทริปเปิลแชมป์ของยูไนเต็ด ในยุคเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน

อย่างไรก็ตาม เมื่อเข้าสู่ปี 2000 เงินค่าตัวของผู้รักษาประตูในพรีเมียร์ลีกไม่ได้แพงมาก แมนฯยูไนเต็ด หาตัวแทนของ ชไมเคิ่ล ด้วยการดึง ฟาเบียน บาร์กเตซ มาจากโมนาโกด้วยค่าตัว 10.5 ล้านปอนด์ ส่วนลิเวอร์พูล ใช้เงิน 14 ล้านปอนด์ดึง เยอร์ซี่ ดูเด็ค มาเฝ้าเสาที่แอนฟิลด์ และอาร์เซน่อล ใช้เงิน 8.1 ล้านปอนด์ ซื้อ ริชาร์ด ไรท์ มาจากอิปสวิช

ซึ่งยังไม่มีดีลใดที่ทำลายสถิติของ จานลุยจิ บุฟฟ่อน ที่ราคา 33 ล้านปอนด์ กับการย้ายจาก ปาร์ม่า ไปอยู่กับ ยูเวนตุส ในปี 2001 ได้เลย

สถิติดังกล่าวคงทนอยู่ถึง 16 ปี ก่อนที่จะมีผู้รักษาประตูชาวบราซิลรายหนึ่งมาทำลาย เขาชื่อว่า “เอแดร์ซอน โมราเอส”

และนั่นทำให้คุณค่าของผู้รักษาประตู และวิธีการเล่นของผู้รักษาประตูเปลี่ยนไปด้วย

 

นายทวารยุค 2010’

เมื่อครั้งที่โจเซ็ป กวาร์ดิโอล่า เข้ามาคุมทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เขาตัดสินใจดร็อปผู้รักษาประตูมือ 1 ทีมชาติอังกฤษที่เป็นตัวหลักของทีมมาหลายปีอย่างโจ ฮาร์ท เป็นตัวสำรอง และดึง เคลาดิโอ บราโว่ มาจากบาร์เซโลน่าด้วยค่าตัว 17 ล้านปอนด์

สาเหตุคือ บราโว่ ใช้เท้าเล่นกับบอลได้ดีกว่า ฮาร์ท

“ผู้รักษาประตูอังกฤษมักมีปัญหาการใช้เท้าเล่นกับลูกฟุตบอล” นิพนธ์ มาลานนท์ โค้ชผู้รักษาประตูบางกอกกล๊าส ออกความเห็นผ่าน Main Stand

“ในยุคปัจจุบันผู้รักษาประตูต้องช่วยทีมเล่นเกมรุกได้ และทำหน้าที่เป็นกองหลังตัวสุดท้ายได้ด้วย คือมันมีอะไรมากกว่าแค่ใช้มือเซฟประตู”

“คุณต้องโดดเด่นในเรื่องการตัดสินใจ อย่างเช่น มานูเอล นอยเออร์ คือตัวอย่างที่ดีของผู้รักษาประตูสมัยใหม่”

“ทุกวันนี้การฝึกซ้อมผู้รักษาประตู เรามีการซ้อมให้ประตูใช้เท้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เข้ากับโลกฟุตบอลสมัยใหม่ ไม่ใช่แค่ตำแหน่งเอาท์ฟิลด์เท่านั้นที่ต้องปรับ นายทวารอย่างเราก็ต้องปรับเช่นเดียวกัน”

ลี แช็ตเชลล์ โฆษกของสโมสรแมนฯซิตี้ กล่าวถึง เอแดร์ซอน อดีตผู้รักษาประตูค่าตัวแพงที่สุดของโลก ซึ่งเป็นที่โปรดปรานมากของ กวาร์ดิโอล่า เพราะใช้เท้าเล่นได้ดี

“เพื่อนร่วมทีมเรียกเขาว่า พอล สโคลส์ แห่งบราซิล ผมเชื่อว่าเขาสามารถลงสนามในฐานะผู้เล่นเอาท์ฟิลด์ได้ด้วยซ้ำ”

“เขาเคยขู่เพื่อนร่วมทีมว่าเขาสามารถยิงประตูจากการตั้งเตะได้ เขายังไม่มีโอกาสนั้น แต่ผมเชื่อว่าเขาทำได้ เขาอาจจะเตะลูกกอล์ฟลงหลุมแบบโฮลอินวันได้ด้วย ผมเชื่ออย่างนั้น”

ด้านอดิสรณ์ พึ่งยา หรือ “แจ็คกี้” ผู้บรรยายกีฬา เล่าต่อว่า บุคลิกและภาพจำของผู้รักษาประตูในยุคปัจจุบันเปลี่ยนไป ไม่เหมือนกับสมัยก่อน

“คือคุณไม่จำเป็นต้องบ้าบิ่น กล้าหาญ หรือตะโกนสั่งเพื่อนดังเหมือนเมื่อก่อน”

“นอกจากการเล่นด้วยเท้าแล้ว คุณต้องไม่ผิดพลาดง่ายๆ และโชว์ฟอร์มดีอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง”

“อย่างดาบิด เด เคอา (ผู้รักษาประตูแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด) ก็ไม่ได้มีความเป็นผู้นำ แต่เขาเพิ่มมูลค่าตัวเองด้วยการเซฟจังหวะยากๆได้ และแทบไม่มีจังหวะผิดพลาดให้เห็นยามเล่นกับสโมสร”


Photo : Facebook : Manchester United

อดัม ฮาร์รี่ย์ ผู้สื่อข่าวของ เทเลกราฟ มองว่า เด เคอา เป็นตัวอย่างผู้รักษาประตูยุคใหม่ที่ต่างจากสมัยก่อน ซึ่งใช้ขนาดตัวและความดุดันเป็นจุดขาย

“เขามีขนาดตัวเพียง 11 สโตนส์ (69 กิโลกรัม) เท่านั้น ตอนที่เขาย้ายมาเล่นให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดใหม่ๆ”

“จากนั้นทีมงานโค้ชของแมนฯยูไนเต็ด ก็พยายามให้เขากินโปรตีนมากขึ้นเพื่อเพิ่มน้ำหนัก แต่อย่างที่เราทราบกันว่า จุดขายของ เด เคอา คือปฏิกริยาว่องไวในการเซฟประตู ซึ่งนั่นก็เพราะมาจากรูปร่างที่ผอมบางของเขาเอง”

 

ความต้องการตัวผู้รักษาประตูสูงขึ้น

เกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดชิงชนะเลิศ ฤดูกาล 2017-2018 ระหว่าง ลิเวอร์พูล และ เรอัล มาดริด ที่สนามเอ็นเอสเค โอลิมปิสกี้ สเตเดี้ยม เป็นเกมที่สนุกและสูสี นักเตะทั้งสองทีมสามารถสู้กันตามแท็กติกอย่างไม่มีใครยอมใคร จนกระทั่งจบครึ่งแรก ก็ยังมองไม่ออกว่าผู้ชนะจะเป็นฝ่ายใด

แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ความผิดพลาดอย่างเหลือเชื่อถึงสองครั้งของลอริส คาริอุส ทำให้ ลิเวอร์พูล ต้องพลาดถ้วยแชมป์ยุโรป ซึ่งนั่นทำให้ทั้งแฟนบอล รวมถึงเจอร์เก้น คล็อปป์เอง มีโจทย์ที่ชัดเจนว่า ทีมต้องหาผู้รักษาประตูฝีมือดีระดับโลกเข้ามาให้ได้

อลีสซง เบ็คเกอร์ ขณะนั้นยังเป็นมือ 1 ทีมชาติบราซิล และเป็นผู้รักษาประตูที่โชว์ฟอร์มได้ดีที่สุดในกัลโช่ เซเรีย อา โดยมีเปอร์เซนต์การเซฟมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ในลีก (79.2 เปอร์เซนต์) และเก็บคลีนชีทไปถึง 22 นัด


Photo : Facebook : Liverpool FC

ฮาร์รี่ย์ แห่ง เทเลกราฟ มองว่า ราคาที่พุ่งสูงขึ้นเป็นเพราะ โรม่าเองก็ทราบว่าลิเวอร์พูล ต้องการตัว อลีสซง ไม่ว่าจะด้วยราคาเท่าใด และ “หงส์แดง” เอง ก็จำเป็นต้องได้ผู้รักษาประตูชั้นยอด ซึ่งเป็นกุญแจดอกสุดท้าย ที่อาจปลดล็อกพวกเขาสู่แชมป์พรีเมียร์ลีก

ขณะที่กรณีของ เคป้า เกิดขึ้นเพราะติโบต์ กูร์กตัวส์ แสดงเจตนารมณ์ชัดเจนต้องการย้ายร่วมทีม เรอัล มาดริด ในช่วงวันสุดท้ายของตลาดซื้อขายนักเตะ และ เชลซี จำเป็นต้องหาผู้รักษาประตูคนใหม่มาร่วมทีมในช่วงเวลากระชั้นชิด


Photo : Facebook : Chelsea Football Club

นั่นทำให้ทีมไม่มีทางเลือก ต้องจ่ายค่าฉีกสัญญาให้กับเคป้า ที่ราคา 71.6 ล้านปอนด์ เพื่อหาตัวแทนของ กูร์กตัวส์ ให้ได้เสียก่อน

“กรณีของเคป้า นั่นคือตัวอย่างของการกำหนดค่าฉีกสัญญา ซึ่งเป็นธรรมชาติของฟุตบอลสเปนส่วนใหญ่มันเป็นการบอกกับทีมอื่นว่า เราต้องการให้นักเตะคนนี้อยู่กับเราตลอดไป” อดิสรณ์ พึ่งยา ว่า

“แต่บางทีถ้ามีทีมไหนสักทีมบ้าจ่ายค่าตัวจำนวนนั้น มันก็ปฏิเสธไม่ได้ และกรณีของทั้ง เชลซี และ ลิเวอร์พูล มันคือความจำเป็น เชลซี เหลือเวลาไม่มากในการหาตัวแทน ส่วน ลิเวอร์พูล ยังไงก็ต้องมีผู้รักษาประตูที่ดีที่สุดเข้ามาในทีม จึงทำให้ผู้รักษาประตูมีค่าตัวที่สูงมาก”

ท้ายที่สุดแล้ว ด้วยกฎกติกาการเล่นที่มีการปรับเปลี่ยน ด้วยความคาดหวังในตัวผู้รักษาประตูที่สูงขึ้น และด้วยการที่ผู้รักษาประตูต้องกลายมาเป็น “กองหลัง” และ “ตัวออกบอล” ในเวลาเดียวกัน ทำให้ผู้รักษาประตูย่อมต้องมีค่าตัวที่มากขึ้นไปด้วยอย่างช่วยไม่ได้


Photo : Facebook : Real Madrid C.F.

และในเมื่อผู้รักษาประตูต้องทำอะไรมากกว่าการเซฟประตู ก็ไม่น่าแปลกใจที่พวกเขาจะมีราคาดีดขึ้น และกลายเป็นตำแหน่งที่มีค่าตัวแพงที่สุดของตลาดซื้อขายของอังกฤษหนนี้!

 



ชื่นชอบบทความนี้ของ : ณรินทร์ภัทร บุณยวีรพันธ์ ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง