On The Main Stand

จากมุมมืดสู่ขุมทรัพย์? : เอเชีย … ตลาดใหม่ (และใหญ่) ที่ NBA ต้องบุกจริงจัง



สำหรับวงการบาสเกตบอล NBA คือลีกที่เปรียบเสมือน เพชรยอดมงกุฎ ซึ่งรวมนักกีฬาอันเก่งกาจ และมีทักษะสูงจากทั่วทุกมุมโลกมาไว้ในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นสัญชาติอเมริกันอันเป็นสังเวียนแข่งขัน รวมถึงทวีปต่างๆ ทั้งอเมริกาเหนือ อเมริกากลาง อเมริกาใต้ ยุโรป หรือแม้แต่แอฟริกา

 

ถึงกระนั้นกลับเกิดคำถามสำคัญขึ้นว่า แล้วนักกีฬาเอเชียล่ะ? ทำไมเราถึงไม่ค่อยได้เห็นนักกีฬาจากเอเชียเข้ามามีส่วนร่วมกับลีกบาสเกตบอลที่ดีที่สุดในโลกเลย ทั้งๆ ที่ในกีฬาชนิดอื่นๆ ทวีปเอเชียที่ถูกมองว่าเสียเปรียบด้านสรีระและความแข็งแกร่ง ยังสามารถสร้างนักกีฬาที่มีฝีมือไม่เป็นรองใคร บางชนิดถึงกับขึ้นครองตำแหน่ง ‘เบอร์ 1 ของโลก’ ก็มีมาแล้ว
 

ความพยายามครั้งแรก

เราทราบกันดีว่า มาตรฐานของผู้เล่นใน NBA นั้นสูงกว่าที่ไหนทั้งด้านสรีระรวมถึงทักษะ อีกทั้งยังต้องผ่านการขับเคี่ยวจากระบบการดราฟท์ หรือคัดเลือกตัวกว่าจะเข้าสู่ลีกได้ ยิ่งไปกว่านั้นยังมีกำแพงภาษาอีก ทำให้โอกาสที่นักบาสเกตบอลจากทวีปเอเชียจะเข้ามาเล่นในลีกนี้เป็นไปได้ยากเอามากๆ

ถึงกระนั้นก็ไม่ใช่ว่า NBA ไม่อยากจะเชื่อมสัมพันธ์กับทวีปเอเชีย แต่เพราะเอเชียไม่มีเพชรเม็ดงามที่จะเข้าสู่ลีกนี้ รวมถึงยังไม่มีแรงดึงดูดมากนักในหลากมิติ สิ่งแรกที่ NBA พอจะทำได้เพื่อจุดกระแสคือ “จัดการแข่งขันในทวีปเอเชีย” เพราะหากย้อนกลับไปในอดีต ประเทศแรกนอกสหรัฐอเมริกาที่มีเกม NBA ในฤดูกาลปกติอย่างเป็นทางการก็คือ “ญี่ปุ่น” แม้ว่าก่อนหน้านั้นจะมีการแข่งขันปรีซีซั่นหรือเกมโชว์ต่างๆ เกิดขึ้นนอกสหรัฐอเมริกาก่อนหน้านี้ แต่กระแสก็ยังไม่ถูกจุดติดมากนัก จนกระทั่งเกมระหว่าง ฟีนิกซ์ ซันส์ และ ยูท่าห์ แจ๊ส ในปี 1990 ได้เป็นจุดเริ่มต้นให้ NBA เห็นว่า การขยายตลาดโลก รวมถึงในเอเชียนั้นคือเรื่องที่เป็นไปได้


Photo : www.nba.com

แต่เหตุใดต้องเป็นที่ญี่ปุ่น? ด้วยความที่ญี่ปุ่นมีเศรษฐกิจระดับแนวหน้าของเอเชีย (รวมถึงของโลก) และเป็นประเทศที่บาสเกตบอลเป็นกีฬายอดฮิตระดับต้นๆ ของประเทศ ปัจจัยดังกล่าวทำให้ NBA เห็นถึงโอกาสสร้างรายได้ในหลายทิศทาง ตั้งแต่ค่าตั๋วจากเกมดังกล่าว ลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสด รวมถึงเป็นเวทีให้แฟนกีฬาได้เข้าถึงผู้เล่นระดับโลกอย่างใกล้ชิด ความสำเร็จดังกล่าวทำให้ทาง NBA ติดใจจนทำให้มีการแข่งขันฤดูกาลปกตินอกสหรัฐอเมริกาเอาใจแฟนๆ อีกมากกว่า 10 ครั้ง ในชื่ออย่างเป็นทางการว่า NBA Global Games ซึ่งต้องยกเครดิตให้กับ เดวิด สเติร์น คอมมิสชันเนอร์ในยุคนั้น และ อดัม ซิลเวอร์ ผู้สืบทอดตำแหน่งในเวลาต่อมา ที่มีวิสัยทัศน์ขยายตลาดสู่โลกกว้าง เพื่อให้กีฬาแม่นห่วงเป็นกีฬาของคนทั้งโลกอย่างแท้จริง

 

ยุคแรกของผู้เล่นเอเชีย

อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะมีการแข่งขันกันในเอเชียมากมายสักเท่าไร แต่ก็คงไม่เท่ากับการที่จะมีนักบาสจากเอเชียเข้ามาเล่นเอง ซึ่งจะสร้างผลตอบรับได้ดีกว่าหลายเท่า โดยนักบาสเกตบอลคนแรกของเอเชียที่ได้ไปเล่นใน NBA นั้นก็คือ วาตารุ มิซากะ ลูกครึ่งอเมริกัน-ญี่ปุ่นที่เล่นให้กับ นิวยอร์ก นิกส์ แม้จะได้เล่นเพียงแค่ 3 เกมก่อนถูกปล่อยตัวแบบงงๆ ก็ตาม แต่เจ้าตัวก็ปลื้มกับโอกาสที่ได้รับ “มันอาจมีเรื่องของประเทศเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่จะเป็นเช่นนั้นรึเปล่าผมก็ไม่ทราบได้” วาตารุกล่าวถึงเรื่องที่เขาจบเส้นทางอาชีพใน NBA แบบรวดเร็วเกินคาด


Photo : bodyheightweight.com

ในช่วงแรกของ NBA ยังมีนักบาสลูกครึ่งหลายต่อหลายคนเข้ามาเล่นในลีก เช่น เรย์มอนด์ ทาวน์เซนด์ ลูกครึ่งฟิลิปปินส์-อเมริกัน ที่เรียนจบจาก UCLA มหาวิทยาลัยชั้นนำของอเมริกา ก็ได้เล่นใน NBA กับ โกลเด้นสเตท วอริเออร์ส และ อินเดียน่า เพเซอร์ส ถึง 154 เกม แม้ว่าจะทำได้เพียง 4.8 แต้มต่อเกมก็ตามแต่ก็ถือว่ายอดเยี่ยม ถึงกระนั้น รายชื่อที่กล่าวมาข้างต้นล้วนเกิดและเติบโตในสหรัฐอเมริกาทั้งสิ้น ทำให้ความภาคภูมิใจในความเป็นเอเชียจึงยังไม่เต็มร้อย หรือแทบไม่มีเลย และส่งผลทำให้ตลาดของ NBA ในเอเชียยังไม่บูมอย่างเต็มที่


Photo : bancoroma.blogspot.com

และคติที่ชาวเอเชียยึดถือและปฎิบัติคือ “ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น” ก็ทำให้ หวัง ซื่อซื่อ จากจีน เป็นนักบาสเกตบอลสายเลือดเอเชียแท้ๆ ที่ถูกดราฟท์เข้ามาเป็นคนแรกในประวัติศาสตร์ NBA ในรอบที่ 2 อันดับที่ 36 ของปี 1999 โดยหวังซึ่งมีความสูงถึง 7 ฟุต ถูกแมวมองของ NBA จับตามองมานานแล้ว ดอนนี่ เนลสัน ผู้ช่วยโค้ชของ ดัลลัส แมฟเวอริกส์ ทีมที่ดราฟท์มาบอกว่า “ผมเห็นฟอร์มของเขามานานตั้งแต่ตอนที่เขาเล่นให้ทีมชาติเมื่อปี 1993 แล้ว เขามีความพิเศษมาก” อย่างไรก็ตามเจ้าตัวกลับไม่ได้ลงเล่นในทันที เมื่อต้องเคลียร์ปัญหาเรื่องเอกสารการปล่อยตัวจากลีกจีนเกือบ 2 ปี ถึงจะเรียบร้อย และเมื่อวันนั้นมาถึง เจ้าตัวก็เปิดใจกับสื่อบ้านเกิดถึงโอกาสที่จะได้ลงเล่นใน NBA ซึ่งติดตามมาแต่เด็กว่า “ผมตื่นเต้นมาก มันเหมือนฝันที่มันเป็นจริงตั้งแต่เด็ก ผมชอบ ฮาคีม โอลาจูวอน กับ ชาร์ลส์ บาร์คลี่ย์ มันยอดเยี่ยมมากที่ได้อยู่ในลีกเดียวกับเขา”

แม้ว่าตอนเล่นในลีกจีนหวังจะทำเฉลี่ยถึง 21 แต้ม 8 รีบาวด์ต่อเกมก็ตาม แต่กำแพงของ NBA นั้นสูงชัน หวังเล่นไป 136 เกมทำได้เพียง 4 แต้มต่อเกม ด้วยอุปสรรคมากมายทั้งภาษา, ฝีมือ และรูปแบบการเล่น ทำให้ที่สุดแล้วเขาก็ต้องกลับบ้านเกิดด้วยความผิดหวัง

หวัง ซื่อซื่อ นั้นเป็นคนเอเชียคนแรกที่ถูกดราฟท์มา ในมุมกลับกัน เหมิงเค่อ ปาเทีย ก็เป็นผู้เล่นคนแรกจากเอเชียที่เข้าลีกจากการไม่ได้ถูกดราฟท์ตัวมา หรือที่เรียกกันว่า “อันดราฟท์” ปาเทียนั้นเป็นชาวจีนเชื้อสายมองโกเลีย และเป็นนักบาสที่ขึ้นชื่อว่าตัวใหญ่และอึดมาก แต่สถานที่เปลี่ยน นิยามของคำเดียวกันก็แตกต่าง หลายครั้งผู้เล่นคนที่ปาเทียประกบถูกสลัดหลุดไปได้อย่างง่ายๆ แม้แต่แรงที่มาก ยังต้องยอมสยบให้กับนักบาส NBA อย่างไรก็ตาม เหมิงเค่อ ปาเทีย นั้นถือว่ามีเทพีแห่งโชคเข้าข้าง เมื่อเป็นนักบาสจากจีนคนแรกที่ได้แชมป์ NBA โดยเขาอยู่ในชุดแชมป์ปี 2003 กับ ซานอันโตนิโอ สเปอร์ส หลังจากนั้นปาเทียได้กลับไปเล่นในลีกจีนให้กับทีม ปักกิ่ง ดักส์ และช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ในปี 2014 ทำให้เขาเป็นคนจีนที่คว้าทั้งแชมป์ NBA และ CBA ซึ่งนอกจากเม้งที่ได้แชมป์ NBA แล้วยังมี ซุน ยู่ การ์ดของ ลอสแอนเจลิส เลเกอร์ส ที่ได้แชมป์ NBA ในปี 2009 ในยุคที่มี โคบี้ ไบรอันท์ เป็นตัวชูโรง


Photo : 163.com

ทั้ง หวัง ซื่อซื่อ และ เหมิงเค่อ ปาเทีย ถือเป็น 2 คนที่กรุยทางให้นักบาสจากจีนเข้ามาเล่นใน NBA แม้ว่าจะไม่เปรี้ยงปร้างเท่าไรก็ตาม แต่ก็ถือได้ว่ายอดเยี่ยม เพราะเรตติ้งการถ่ายทอดทุกครั้งที่ทั้งหวังและเม้งลงแข่งในจีนนั้นสูงมาก ทำให้ชาวจีนนั้นหันติดตาม NBA มากขึ้น

 

เหยา ฟีเวอร์

แต่ระเบิดลูกใหญ่ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใน NBA กับทวีปเอเชียมากที่สุด คงหนีไม่พ้นการมาของ เหยา หมิง ซึ่งเรียกได้ว่าสร้างปรากฏการณ์ที่สำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ลีกเลยก็ว่าได้ เมื่อผลงานของเขาสมัยเล่นให้ เซี่ยงไฮ้ ชาร์คส์ ก่อนเข้าดราฟท์เมื่อปี 2002 นั้นยอดเยี่ยม ทำแต้มเฉลี่ย 32.4 แต้ม 19 รีบาวด์ต่อเกม และกวาดแทบทุกรางวัลของลีกประเทศจีน ยิ่งไปกว่านั้น เดวิด สเติร์น ยังสร้างกระแสให้สื่อเมืองนอกจับตามองผู้เล่นเจ้าของความสูง 229 เซนติเมตรตั้งแต่ก่อนเข้าดราฟท์อีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นการเล่นเกมการตลาดที่ฉลาดมาก เพราะมันทำให้ข่าวการดราฟท์ของเหยาตอนนั้นสูสีกับข่าวการกลับมาเล่นบาสเกตบอลรอบ 3 ของไมเคิ่ล จอร์แดนเลยทีเดียว

แน่นอนว่าการสร้างตลาดในจีนของ NBA คราวนี้ถูกวางไว้อย่างรัดกุม การโปรโมท เหยา หมิง ทั้งในและนอกสนามส่งผลให้คนนั้นต่างจับจ้องมาที่เหยาแม้กระทั่งชาวจีนด้วยกันเอง จุดโฟกัสในตอนนั้นคือ เหยาจะได้ดราฟท์เป็นเบอร์ไหน และจะไปอยู่กับทีมใด  ทำให้มีการรวมกลุ่มกันของเหล่าหัวกะทิเพื่อเป็นที่ปรึกษาให้กับเหยาในการมาเล่น NBA ทั้งด้านสัญญา, การเงิน และการลงเล่น ในนาม “ทีมเหยา” รวมถึงมีการกดดันให้ทางลีกจีนรีบปล่อยตัวมาเล่นโดยเร็ว ไม่ต้องเสียเวลาเรื่องเอกสารเหมือนกับที่ หวัง ซื่อซื่อ และ เหมิงเค่อ ปาเทีย เคยประสบมา

การมาเล่นในลีกของเหยานั้นมองเผินๆ เหมือนกับการที่มีผู้เล่นเอเชียจากจีนเข้ามาเล่นโดยถูกคาดหวังไว้ว่าจะมาโดดเด่นใน NBA แต่เมื่อมองลงไปลึกๆ แล้ว การวางหมากของเดวิด สเติร์นที่พยายามจะขยายตลาดให้กว้างขึ้นนั้นได้ผลในเชิงลึกกว่านั้นมาก สถานีโทรทัศน์ในเอเชียหลายแห่งได้ซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด NBA เพราะเหยา แค่นั้นไม่พอ NBA ยังสามารถเข้าไปทำตลาดในจีน ประเทศที่ค่อนข้างปิดตัวเองระดับหนึ่งได้ มันหมายถึงอะไร? พูดง่ายๆ ก็คือ ประชากรในจีนกว่า 1.2 พันล้านคนนั้น ถ้ามองตามค่าการตลาด การได้จำนวนกลุ่มเป้าหมายมาสัก 1 ใน 4 ก็เป็นเรื่องที่สุดยอดแล้ว ซึ่งหมายถึงคนกว่า 2-3 ร้อยล้านคนที่จีนนั้นจะหันมาเสพ NBA มากขึ้น และแน่นอนว่าการเข้ามาในแง่ของการเล่นเกมปรีซีซั่น, จัดโรดโชว์ของผู้เล่น หรือสินค้าต่างๆ ในจีนจะเพิ่มขึ้นแบบสุดๆ

และมันกระเพื่อมยิ่งกว่าตรงที่ว่า เหยา หมิง นั้นติดออลสตาร์ในปีแรกด้วย ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะ NBA หันมาใช้ระบบการโหวตจากอินเทอร์เน็ต ซึ่งทำให้ประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลกอย่างจีนได้เปรียบ และทำให้เหยานั้นติดออลสตาร์ด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น แถมยังได้ประฝีมือกับผู้เล่นที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์อย่าง ไมเคิ่ล จอร์แดน อีกต่างหาก จึงเป็นการสร้างกระแสโปรโมทได้อีกเยอะมาก ทำให้ในช่วงนั้นเกิดปรากฏการณ์ “เหยา หมิง ฟีเวอร์” นับตั้งแต่ก้าวเท้ามาแผ่นดินอเมริกา  ไม่ว่าจะเป็นสารคดีกึ่งภาพยนตร์ Year of the Yao สารคดีตามติดชีวิตเหยาของเมืองจีน รวมถึงสื่อต่างๆ ที่โปรโมทและสร้างภาพให้ประหนึ่งว่าเหยานั้นคือ “วีรบรุษ” แต่มันไม่ผิด เมื่อ เหยา หมิง สามารถสร้างปรากฏการณ์ สร้างเรตติ้งให้กระเพื่อมเหมือนอย่างที่ ไมเคิ่ล จอร์แดน ทำได้จริงๆ และเมื่อเหยาเลิกเล่น อดัม ซิลเวอร์ ก็รีบสร้างสะพานให้เหยาเป็นตัวเชื่อมระหว่าง NBA และจีน จนกลายเป็นธุรกิจข้ามชาติย่อยๆ “NBA และประเทศจีน มีความสัมพันธ์ที่ดี เราจะมีกิจกรรมต่างๆมากมายแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันปรีซีซั่นที่จะมีทุกๆ ปี ทั้งปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้ หรือเกมต่างๆ รวมถึงมีผู้เล่น NBA ที่มาเล่นที่นี่อีกมากมาย นับว่าเป็นสิ่งที่ดีมาก” คอมมิสชันเนอร์คนปัจจุบันกล่าวถึงการเปิดตลาดที่จีนที่ใหญ่ขึ้นในทุกๆ ปี

 

สู่เขตแดนใหม่

ด้วยความที่เอเชียเป็นตลาดใหญ่  ประเทศที่ตามมาในแผนของซิลเวอร์คือ “อินเดีย” ซึ่งการอนุญาตให้ต่างชาติสามารถเข้ามาซื้อทีมใน NBA ได้ ทำให้มีชาวต่างชาติหลายคนมาถือหุ้นสโมสรและเป็นเจ้าของ หนึ่งในนั้นคือ “วิเวก รานาดีฟ” เจ้าของ ทิบโค ซอฟแวร์ ที่มีทรัพย์สินหลายพันล้านดอลลาร์  ซึ่งเข้ามาซื้อทีม ซาคราเมนโต้ คิงส์ และเมื่อดีลสำเร็จเสร็จสิ้น การขยายตลาดไปยังอินเดียก็เริ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว “อินเดียเป็นประเทศที่ยอดเยี่ยม มีนักบาสหลายคนที่มีทักษะที่เยี่ยมและรูปร่างที่ดี” อดัม ซิลเวอร์ กล่าว ที่อินเดียมีประชากรราว 1,300 ล้านคน เป็นรองจีนไม่มาก ซึ่งกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการนำผู้เล่นอินเดียมาเข้าแคมป์ที่ลีก หรือมีผู้เล่นอินเดียมาเล่นในจีลีก (ลีกพัฒนาฝีมือของ NBA) รวมถึงมีการจัดโครงการ NBA จูเนียร์ขึ้น และล่าสุด เควิน ดูแรนท์ ก็ได้มีการไปเยือนอินเดียด้วย ก็ทำให้กระแส NBA ในอินเดียนั้นเริ่มมามากขึ้น

จะเห็นได้ว่าแม้ในช่วงแรก ทางสหรัฐอเมริกาและ NBA จะไม่ยอมรับนักบาสเอเชียมากเท่าไร จากเหตุผลมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเชื้อชาติ, ฝีมือที่แตกต่างกันมาก หรือแม้แต่วัฒนธรรม แต่ก็ต้องยอมรับว่าตลาดเอเชียนั้นเป็นตลาดที่หอมหวลไปด้วยเม็ดเงินมหาศาล ไม่ว่านักบาสจากเอเชียที่เก่งนั้นจะมีเพียงหยิบมือ หรือมาถึงแล้วต้องรอการพิสูจน์อีกหลายคนก็ตาม ทั้งญี่ปุ่น, อินเดีย, จีน, ไต้หวัน, เกาหลีใต้, ฟิลิปปินส์ เหล่านี้เป็นประเทศที่ NBA เริ่มเจาะตลาดมาทุกๆ ปี และมันสามารถเพิ่มมูลค่าอย่างมหาศาลในทุกๆ ด้านให้แก่ลีก

และในอนาคต ก็มีความเป็นไปได้เหมือนกันว่าอาจจะมีการมาจัดแข่ง NBA ปรีซีซั่นที่ประเทศไทยก็ได้ เพราะตอนนี้ NBA ก็เริ่มเข้ามาในประเทศไทยแล้ว นำร่องโดยโครงการ NBA จูเนียร์ และมีการส่งนักบาสบางคนมาโปรโมทโครงการนี้ที่ประเทศไทยในทุกๆ ปี


Photo : th.usembassy.gov

ซึ่งเราเชื่อว่า อนาคตที่เราจะได้เห็นสตาร์ระดับท็อปของ NBA ในไทยนั้น ก็คงอีกไม่นานเกินรอ

 



ชื่นชอบบทความนี้ของ : วัชรินทร์​ จัตุชัย​ ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง