On The Main Stand

ยาวิเศษสายเกมเมอร์ : Adderall สารที่ช่วยให้นักกีฬาอี - สปอร์ตส์เก่งขึ้น?



การใช้สารกระตุ้นในวงการกีฬาอาจเป็นเรื่องราวที่ผ่านตาแฟนกีฬามานักต่อนัก แต่หากว่ากันที่วงการอีสปอร์ตส์ล่ะ จะมีเรื่องนี้เกิดขึ้นหรือไม่?


 

แฟนกีฬาทุกคนล้วนทราบดีว่า ฟุตบอลโลก คือการแข่งขันฟุตบอลรายการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ทว่าสำหรับเหล่าเกมเมอร์ พวกเขาก็มีฟุตบอลโลกของพวกเขาเช่นกัน นั่นคือศึก FIFA eWorld Cup หรือ เกม FIFA ชิงแชมป์โลก ซึ่งในปี 2018 ที่ทราบผลแพ้ชนะไปเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ชิงเงินรางวัลรวมถึง 400,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 13 ล้านบาท และเป็นการแข่งขันเกม FIFA ที่ชิงเงินรางวัลสูงที่สุดในโลกอีกด้วย

ด้วยเหตุที่รายการดังกล่าวเป็นการแข่งขันอีสปอร์ตส์ที่สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า ให้การรับรอง จึงทำให้ผู้เข้าแข่งขันรายการนี้ต้องถูกสุ่มตรวจหาสารกระตุ้นด้วย ซึ่งนั่นนำมาสู่คำถามที่ว่า นักกีฬาอีสปอร์ตส์จำเป็นต้องใช้สารกระตุ้นด้วยหรือ?

เรื่องดังกล่าว อาร์ม - วรวิช อนันตรักษ์ หรือ Akanichi_msc ผู้เล่นและโค้ชทีม MS Cerberus ทีมอีสปอร์ตส์เกม Pro Evolution Soccer (PES) ระดับแนวหน้าของไทยมองว่า แม้การเล่นเกมจะไม่ได้ขยับตัวหรือใช้กล้ามเนื้ออย่างหนักหน่วง แต่ก็ต้องใช้ประสาทสัมผัสส่วนอื่นๆ หนักเอาเรื่อง

“จริงอยู่ครับที่การเล่นเกมอาจจะไม่ใช่กิจกรรมที่ใช้พละกำลังมากมายนัก แต่ก็ต้องใช้สมองหนักไม่น้อย หลายเกมผู้เล่นต้องทำการตัดสินใจหลายๆ อย่างควบคู่กันในเวลาเพียงเสี้ยววินาที ด้วยเหตุนี้ คนที่มีสมาธิและตอบสนองต่อสิ่งต่างๆ ได้ดีจึงมีความได้เปรียบ”

แต่แน่นอนว่าคนเราล้วนมีขีดจำกัดของร่างกายที่สร้างขึ้นจากธรรมชาติ การจะพาตัวเองออกจากขอบเขตเดิมได้บางครั้งก็ต้องใช้ตัวช่วย และนั่นทำให้ยาที่มีชื่อว่า Adderall เข้ามามีบทบาทกับเรื่องนี้

 

Adderall คืออะไร?

อันที่จริง Adderall เป็นชื่อทางการค้าของยาที่ใช้เพื่อรักษาโรคสมาธิสั้น โดยมีตัวยาสำคัญคือ แอมเฟตามีน และ เด็กซ์โตรแอมเฟตามีน ซึ่งจะไปเพิ่มสารโดพามีน ทำให้ร่างกายเกิดความตื่นตัว กระฉับกระเฉง มีสมาธิมากขึ้น และไวต่อสิ่งกระตุ้นต่างๆ รอบตัว รวมถึงกระตุ้นการทำงานของสมอง ขณะเดียวกันก็มีฤทธิ์ช่วยลดอาการง่วงอีกด้วย


Photo : www.healthyplace.com

คุณสมบัติที่ได้กล่าวมา ทำให้มีกลุ่มคนหัวใสซึ่งโดยมากเป็นนักเรียนนักศึกษาในต่างประเทศ นำยา Adderall มาใช้ในฐานะ ‘ยาฉลาด’ หรือ ‘ยาเพิ่มเกรด’ เพื่อเพิ่มความสามารถในการคิดและทำให้มีสมาธิมากขึ้น เช่นเดียวกับคนวัยทำงานที่นำยานี้มาใช้เพื่อสามารถทำงานได้ยาวนานขึ้น รวมถึงตอบสนองต่อสิ่งต่างๆ อย่างว่องไวมากขึ้น

ถึงกระนั้น Adderall ก็มีผลข้างเคียงที่ซ่อนอยู่ไม่น้อย เมื่อยาดังกล่าวสามารถเพิ่มความเสี่ยงของการเป็นโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และโรคหลอดเลือดสมอง ขณะเดียวกัน ผู้ที่ใช้ยาดังกล่าวยังอาจเกิดอาการอ่อนเพลียยิ่งกว่าเดิมหลังยาหมดฤทธิ์

นั่นทำให้ยา Adderall ไม่ต่างอะไรกับยาบ้าที่คนไทยคุ้นหู เมื่อสรรพคุณ รวมถึงผลข้างเคียงของทั้งคู่ที่ใกล้เคียงกัน ซึ่งมาจากการที่ยาดังกล่าวมีส่วนผสมของ แอมเฟตามีน ส่งผลให้การใช้ยาตัวนี้ในต่างประเทศต้องมีใบสั่งแพทย์ประกอบการซื้อยาเท่านั้น ขณะที่ในประเทศไทยไม่มียาตัวนี้ขาย ถึงกระนั้นก็ยังมีการแอบซื้อยาดังกล่าวผ่านช่องทางที่ผิดกฎหมายอยู่เป็นระยะเช่นกัน

 

จากโลกจริงสู่โลกเสมือน

ถึงตรงนี้ทุกท่านคงพอเห็นความเชื่อมโยงบ้างแล้วว่า เหตุใดนักกีฬาอีสปอร์ตส์บางกลุ่มถึงเลือกที่จะเก่งทางลัดด้วยวิธีนี้ เพราะการแข่งขันเกมส่วนใหญ่ล้วนต้องการการตอบสนองที่รวดเร็วฉับไว เวลาเพียงเสี้ยววินาทีก็สามารถตัดสินความแตกต่างได้ การได้ตัวช่วยซึ่งทำให้นักกีฬาตื่นตัวมากกว่า ตัดสินใจรวดเร็วกว่า ถือเป็นแต้มต่อที่ช่วยให้พวกเขาสามารถคว้าชัยชนะได้

“ผู้เล่นอีสปอร์ตส์มีความกดดันไม่ต่างกับกีฬาทั่วไปทั่วไปครับ ยิ่งไปกว่านั้นระยะการแข่งขันยังยาวนานพอๆ กับกีฬาทั่วไป การตัดสินใจที่ผิดพลาด หรือสมาธิหลุดแม้เพียงนิดเดียว อาจนำมาซึ่งความพ่ายแพ้ได้” อาร์ม หรือ Akanichi_msc เผย

เช่นเดียวกับ เบน นิโคลส์ โฆษกขององค์กรต่อต้านการใช้สารกระตุ้นโลก หรือ WADA ที่กล่าวว่า “ทุกวันนี้เราอยู่ในโลกที่ชัยชนะเป็นสิ่งสำคัญที่สุด โดยไม่สนว่าจะต้องแลกมาด้วยอะไร (win-at-all-costs) ทำให้เหล่านักกีฬาต้องเจอกับความกดดันเป็นอย่างมากในการไปให้ถึงจุดสูงสุด”

การโด๊ปในวงการอีสปอร์ตส์ถูกเปิดเผยเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2015 จากปากของ คอรี่ เฟรเซ่น หรือ SEMPHIS นักกีฬาอีสปอร์ตส์เกม Counter-Strike : Global Offensive ที่บอกเล่าเรื่องราวสมัยอยู่กับทีม Cloud9 ว่า “สมาชิกในทีมล้วนใช้ยา Adderall กันทุกคน”


Photo : www.dotesports.com

อันที่จริงการใช้ยาดังกล่าวอาจจะไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับคนยุคใหม่ เพราะเด็กและวัยรุ่นมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคสมาธิสั้นมากขึ้น แต่ด้วยคุณสมบัติของยา Adderall ที่มีสรรพคุณใกล้เคียงกับสิ่งที่เกมเมอร์ต้องการ การใช้ยาจากเดิมเพื่อรักษาอาการสมาธิสั้น จึงสามารถเลยเถิดสู่การใช้เพื่อเป็นสารกระตุ้นได้ในที่สุด และไม่ได้มีแต่เพียงเกม CS:GO เท่านั้น แต่เกมอื่นๆ อย่าง StarCraft และ Halo ก็พบผู้ใช้ยานี้เช่นกัน แม้ข่าวที่ปรากฎส่วนใหญ่จะพบการใช้ยานี้ในหมู่ผู้เล่นเกมแนว FPS หรือ First-Person Shooter ซึ่งต้องใช้ปฏิกิริยาตอบสนองที่รวดเร็วในการลั่นไกสังหารคู่แข่งก็ตาม

สตีเว่น (ขอสงวนนามสกุล) นักกีฬาอีสปอร์ตส์เกม Halo เผยถึงประสบการณ์ในการใช้ยา Adderall ว่า “ปกติแล้วผมมันจะโดนความกดดันเวลาต้องเล่นเกมต่อหน้าผู้คนมากๆ เล่นงานอยู่เสมอ แต่ยานี้ช่วยให้ผมโฟกัสกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าได้ และมันช่วยให้ผมเป็นผู้เล่นที่ดีขึ้น”

ซึ่งแม้การใช้ยาของสตีเว่นจะช่วยพัฒนาฝีมือจนมีทีมอีสปอร์ตส์อาชีพดึงตัวไปร่วมทีม แต่ขณะเดียวกันมันก็ส่งผลในทางลบ เมื่อเขาเริ่มใช้ยานี้อย่างสม่ำเสมอจนเสพติดไปแล้วนั่นเอง แถมเขายังนำเรื่องนี้ไปต่อรองกับทีม เพื่อให้เขาสามารถใช้ยาดังกล่าวในการแข่งขันได้อีกด้วย

 

ตัดไฟแต่ต้นลม

แม้การเปิดเผยมุมมืดของการใช้สารกระตุ้นกับวงการอีสปอร์ตส์จะเกิดขึ้นเพียงไม่กี่เคส แต่ Electronic Sports League หรือ ESL องค์กรควบคุมการจัดการแข่งขันอีสปอร์ตส์รายใหญ่ และเก่าแก่ที่สุดในโลก ก็มิได้นิ่งนอนใจกับเรื่องนี้ ตัดสินใจร่วมมือกับทาง WADA เพื่อนำรายชื่อยาที่ถูกระบุว่าเป็นสารกระตุ้นมาใช้ รวมถึงมีการสุ่มตรวจหาสารกระตุ้นในร่างกายของผู้เข้าแข่งขันอีกด้วย แม้จะไม่มีการระบุชัดเจนว่า ในกรณีที่นักกีฬามีโรคสมาธิสั้นเป็นโรคประจำตัว จะสามารถใช้ยานี้ได้หรือไม่และอย่างไร

จอร์จ วู ผู้จัดการฝ่ายการตลาดของ Intel Extreme Masters World Championship ทัวร์นาเมนต์อีสปอร์ตส์ที่เก่าแก่เป็นอันดับต้นๆ ของวงการเผยถึงเรื่องนี้ว่า “อีสปอร์ตส์กำลังมีวิวัฒนาการจนคล้ายกับกีฬาจริงๆ ขึ้นไปทุกขณะ นั่นทำให้เราต้องเติบโตขึ้นด้วยเช่นกัน”

ขณะที่ สเปนเซอร์ อีลลิ่ง หรือ Gorilla แชมป์รายการ FIFA eWorld Cup ปี 2017 (สมัยยังใช้ชื่อว่า FIFA Interactive World Cup) เปิดใจถึงเรื่องที่มีการตรวจสารกระตุ้นในการแข่งขันในปีนี้ว่า “มันทำให้ผู้เข้าแข่งขันในทัวร์นาเมนต์นี้รู้สึกว่าเป็นธรรมขึ้นนะครับ เพราะไม่ว่าใครก็ตาม คงไม่ต้องการให้ใครก็ตามได้เปรียบ หรือคว้าชัยชนะในการแข่งขันด้วยตัวช่วยที่ไม่แฟร์สำหรับทุกคนหรอก”


Photo : www.easports.com

ไม่ต้องสงสัยเลยว่า วงการอีสปอร์ตส์กำลังได้รับความนิยมไปทั่วโลก เนื่องจากมันเข้าถึงผู้คนทุกเพศทุกวัย ขอแค่มีฝีมือก็สามารถหวังกับการคว้าชัยชนะได้ ยิ่งไปกว่านั้น รางวัลในการแข่งขัน เช่นในรายการ FIFA eWorld Cup ที่ชิงเงินรางวัลรวม 400,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือแม้กระทั่ง The International ศึกใหญ่ของเกม Dota 2 ซึ่งเป็นรายการที่ชิงเงินรางวัลรวมสูงที่สุดในโลกถึงกว่า 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 840 ล้านบาท นั้นมากเสียจนสามารถพลิกชีวิตใครสักคนจากหน้ามือเป็นหลังมือได้เลยทีเดียว


Photo : www.easports.com

ซึ่งแน่นอนว่า การใช้สารกระตุ้น นอกจากจะไม่แฟร์กับผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ แล้ว มันก็สามารถเป็นตัวฉุดให้วงการอีสปอร์ตส์ที่กำลังเติบโตไปทั่วโลกต้องสะดุดได้เช่นกัน

 

แหล่งที่มา

John T. Holden, Ryan M. Rodenberg, & Anastasios Kaburakis, Esports Corruption: Gambling, Doping, and Global Governance, Maryland Journal of International Law. Volume 32 Issue 1, 236 (2017).

http://kellywarnerlaw.com/esports-doping-overview/
https://www.businessinsider.com/how-adderall-is-used-in-esports-2015-7
https://www.wired.co.uk/article/esports-doping-admission
https://www.dw.com/en/anti-doping-efforts-still-in-their-infancy-in-esports/a-39783790
https://www.theguardian.com/technology/2015/jul/23/anti-doping-in-e-sports-worlds-largest-gaming-organization-will-test-for-peds
https://www.telegraph.co.uk/sport/2018/08/01/twenty-million-players-250k-prize-drugs-testing-fifa-eworld/
https://www.honestdocs.co/adderall
https://www.eurogamer.net/articles/2015-04-08-winners-might-use-drugs
https://iq.intel.com/esports-and-adderall-does-esports-have-a-drug-problem/
https://www.polygon.com/2017/10/3/16411280/nielsen-company-esports-event-sponsorships-study



ชื่นชอบบทความนี้ของ : เจษฎา บุญประสม ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง