mainstand

Grand Stand

สำคัญไฉน? : ทำไมนักกีฬาจากประเทศเจริญ มักร่ำรวยกว่านักกีฬาจากชาติที่ยังไม่พัฒนา



ความเหลื่อมล้ำ คือ ปัญหาที่แก้ไม่ตกของโลกทุนนิยมในปัจจุบัน ซึ่งรวมไปถึงในวงการกีฬา 


 

แน่นอนว่าในทุกๆ พื้นที่ของโลก ล้วนมีนักกีฬาชั้นดีมากมาย แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ได้หมายความว่า นักกีฬาทุกคนที่มีความสามารถ จะได้รับค่าตอบแทนที่เท่าเทียมกัน

นิตยสาร Forbes ได้จัด 10 อันดับแรกของนักกีฬาที่มีรายได้สูงสุดในโลกตลอดกาล เป็นนักกีฬาจากประเทศสหรัฐอเมริกา ทั้งหมด 8 คน อีกสองคนมาจากเยอรมัน และอังกฤษ 

ทั้ง 3 ประเทศ ถูกเรียกว่าประเทศพัฒนาแล้ว ซึ่งนักกีฬาจากกลุ่มประเทศเหล่านี้ มักเกาะอยู่หัวแถว ของกลุ่มนักกีฬารายได้สูงเสมอ ทั้งโรเจอร์ เฟเดอเรอร์, ไทเกอร์ วูดส์, คริสเตียโน โรนัลโด้ และอีกมากมายนับไม่ถ้วน

ขณะที่นักกีฬาจากประเทศยังไม่พัฒนา ไม่บ่อยนักที่พวกเขาจะติดลิสต์ นักกีฬารายได้สูง แม้ว่าหลายคน จะมีฝีมือในการเล่นกีฬาไม่น้อยหน้าผู้ที่มาจากประเทศพัฒนาแล้วแม้แต่น้อย

ปัจจัยอะไร ที่ส่งผลต่อรายได้และมูลค่าของนักกีฬา ก่อให้เกิดความได้เปรียบของนักกีฬา จากประเทศโลกที่หนึ่ง และกลายเป็นความเหลื่อมล้ำกับนักกีฬาของประเทศที่ยังไม่พัฒนา 

 

จำกัดความคำว่า “พัฒนา”

ก่อนเข้าสู่เรื่องของกีฬา ขอเริ่มต้นถึงความแตกต่าง ในประเด็นระดับขั้น ความพัฒนาของประเทศ เพื่อให้เห็นภาพที่มากขึ้น


Photo : dissolve.com

ประเทศโลกที่หนึ่ง หรือประเทศพัฒนาแล้ว (Developed Country) มีความแตกต่าง กับประเทศกำลังพัฒนา (Developing Country) หรือประเทศโลกที่สอง และประเทศด้อยพัฒนา (Underdeveloped country) หรือประเทศโลกที่สาม อยู่หลายประเด็น 

หนึ่งในเกณฑ์ที่ถูกใช้วัดระดับของประเทศ คือ ด้านเศรษฐกิจ ที่มีการวัดอย่างเป็นทางการโดย กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF (International Monetary Fund)

สภาพของเศรษฐกิจ ถูกใช้ตีความในการบอกขีดจำกัดของประเทศ และความเป็นอยู่ของประชากร ในเรื่องรายได้ของประชากร รวมไปถึงคุณภาพและการเติบโตของอุตสาหกรรม

ลองนึกภาพเศรษฐกิจของประเทศสหรัฐอเมริกา อันเป็นประเทศที่มี GDP หรือ ผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศเป็นอันดับ 1 ของโลก (จากการคาดการณ์ อเมริกาจะครองตำแหน่งนี้ไปจนถึงปี 2023) ประเทศที่เต็มไปด้วย บริษัทธุรกิจยักษ์ใหญ่มากมาย 

แบรนด์ที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลกของปี 2019 ตามการจัดของนิตยสาร Forbes ใน 20 อันดับแรก มีบริษัทจากสหรัฐมากถึง 16 บริษัทด้วยกัน ขณะที่ 4 บริษัทที่เหลือ ล้วนมากจากประเทศพัฒนาแล้วอย่าง ฝรั่งเศส, เยอรมัน, ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้

เทียบกับประเทศด้อยพัฒนาอย่างอัฟกานิสถาน, โตโก, ยูกันดา หรือเยเมน คือภาพที่แตกต่างโดยสิ้นเชิง ประเทศเต็มไปด้วยเหตุการณ์ไม่สงบ เศรษฐกิจย่ำแย่ผู้คนต้องอพยพ หาถิ่นที่อยู่ใหม่ หลายประเทศไม่เป็นประชาธิปไตย ซึ่งขัดกับพื้นฐานของตลาดลงทุนเสรี


Photo : unohrlls.org

เศรษฐกิจที่เติบโต, บริษัทมูลค่ามหาศาล ทำให้เงินจำนวนมาก หมุนเวียนอยู่ในสังคมประเทศพัฒนาแล้ว แรงจูงใจของการลงทุนทางธุรกิจจึงตามมา

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันพื้นที่การลงทุนทางอุตสาหกรรมแบบดั้งเดิมเหลือน้อยมากในประเทศพัฒนาแล้ว การลงทุนทางธุรกิจ จึงถูกปรับเปลี่ยนมาเป็นการเพิ่มมูลค่าผ่านอุตสาหกรรมอื่น มากกว่าการเริ่มต้นลงทุนด้วยตัวเอง

กีฬา คือสิ่งที่เข้ามาตอบโจทย์ นักลงทุนทางธุรกิจทั่วโลก

 

ข้อได้เปรียบของโลกที่หนึ่ง

ปัจจุบัน “กีฬา” คือหนึ่งในอุตสาหกรรมรูปแบบใหม่ ภายใต้สังคมทุนนิยม “นักกีฬา” ไม่ได้เป็นเพียงผู้เล่นในสนาม แต่เป็นทั้ง พรีเซ็นเตอร์, เจ้าของกิจการธุรกิจ หรือเป็นสินค้าในตัวเองด้วยเช่นกัน


Photo : www.eurosport.co.uk

เมื่อกีฬาในโลกสมัยใหม่ ถูกหล่อหลอมรวมเป็นเรื่องของธุรกิจ จนแยกไม่ออก สภาพเศรษฐกิจ จึงเป็นอีกปัจจัยสำคัญ ที่มีบทบาทในวงการนี้

ไม่ว่าผู้คนจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย แต่เงินคือสิ่งที่ขับเคลื่อนวงการกีฬาในปัจจุบัน จุดนี้คือข้อได้เปรียบอย่างมหาศาล ของประเทศพัฒนาแล้ว และนั่นยังส่งผลต่อค่าเหนื่อยหรือรายได้ ของนักกีฬาด้วยเช่นกัน

เป็นเรื่องปกติ ที่นักลงทุนอยากลงทุนในตลาด ที่มีมูลค่าสูง เพื่อให้ผลตอบแทน โอกาสที่จะสร้างผลกำไร ไปจนถึงการเพิ่มมูลค่าแบรนด์ที่มากกว่า

ไม่ต่างจากโลกธุรกิจทั่วไป มูลค่าแบรนด์ของทีมกีฬา 50 อันดับแรกของโลก ล้วนมาจากประเทศพัฒนาแล้ว ขณะเดียวกันในแง่ของตัวบุคคล นักกีฬาที่มีมูลค่าแบรนด์สูง ระดับแถวหน้าของโลก ส่วนใหญ่มาจากประเทศพัฒนาแล้ว เช่นเดียวกัน 

จุดนี้ช่วยดึงดูดให้ บริษัทแบรนด์ยักษ์ใหญ่ทั่วโลก ทุ่มเงินลงทุนไปกับวงการกีฬา ในประเทศที่พัฒนาแล้ว เพราะผลตอบแทนที่ได้รับ ถือว่าคุ้มค่าในทุกด้าน

เราจึงได้หลายเห็น หลายบริษัทจากไทย เข้าซื้อหรือเป็นผู้สนับสนุน สโมสรฟุตบอลในอังกฤษ, โรเจอร์ เฟเดอร์เรอร์ มีผู้สนับสนุน จากบริษัททั้งทวีปเอเชีย, ยุโรป และอเมริกา 

ยกตัวอย่าง ในเคสปัจจุบัน อย่างกรณีที่ Air Jordan (แอร์ จอร์แดน) ทุ่มข้อเสนอ 100 ล้านยูโร ให้กับราฮีม สเตอร์ลิง มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับแบรนด์ชื่อดัง ท่ามกลางคำถามว่า ทำไมต้องเป็นสเตอร์ลิง? เพราะแฟนบอลจำนวนมาก มองว่ามีนักฟุตบอลอีกหลายคน ที่เหมาะสมมากกว่าแข้งรายนี้


Photo : www.90min.com

เรื่องผลงานในสนามเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่หากพิจารณา คุณสมบัติทางเศรษฐกิจของสเตอร์ลิง เขาคือตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างมาก

สเตอร์ลิง เป็นชาวอังกฤษ โดยประเทศอังกฤษ มี GDP เป็นอันดับที่ 7 ของโลก, เขาค้าแข้งในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ลีกฟุตบอลที่มีมูลค่าสูงสุดในโลก, รวมถึงเป็นนักเตะของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ สโมสรฟุตบอลที่มีมูลค่าสูง เป็นอันดับที่ 5 ของโลก ตามการจัดลำดับของนิตยสาร Forbes 

ด้วยปัจจัยรอบด้าน ทำให้สเตอร์ริง คือนักเตะที่เหมาะสมที่แบรนด์ชื่อดัง จะลงทุนด้วย มากกว่านักฟุตบอลคนอื่น ที่อาจมีฝีเท้าดีกว่าสเตอร์ริง แต่แข้งดังหลายคน ขาดคุณสมบัติเหล่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเป็นนักเตะที่มาจากประเทศแถวหน้าของโลกอย่างอังกฤษ

ปัจจัยข้างต้น แสดงถึงความได้เปรียบ ของนักกีฬาจากประเทศโลกที่หนึ่ง ที่เริ่มต้นด้วยคุณสมบัติทางเศรษฐกิจที่ติดตัว ขอเพียงแค่นักกีฬามีฝีมือที่เก่งมากพอ สร้างผลงานให้กับตัวเอง แบบจับต้องได้ เงินทองพร้อมจะไหลมาเทมาหานักกีฬาเหล่านั้น

ด้วยเหตุนี้ จึงไม่ต้องแปลกใจว่าเหตุใด นักกีฬาจากสหรัฐอเมริกา เช่น ไมเคิล จอร์แดน, ไทเกอร์ วูดส์, โคบี ไบรอันต์, ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์, เลบรอน เจมส์, สเตฟเฟน เคอร์รี ถึงเป็นนักกีฬา ที่มีมูลค่าและรายได้สูง ติดอันดับท็อปของโลกมาตลอด 

เพราะแค่เป็นนักกีฬาสัญชาติ “อเมริกา” หรือเป็นการเป็นนักกีฬาจากประเทศพัฒนาแล้ว ทำให้นักกีฬามี

ความได้เปรียบอยู่ในมือของคุณกับการเป็นหนึ่งในส่วนประกอบ ของตลาดธุรกิจเสรีข้ามชาติ

 

สังคมที่ไม่น่าลงทุน

หากพูดถึงฝีมือหรือฝีเท้าในการเล่นกีฬา นักกีฬาจากประเทศที่ยังไม่พัฒนา ไม่ได้ด้อยกว่า นักกีฬาจากประเทศโลกที่หนึ่ง อย่างไรก็ตาม กลับเป็นเรื่องยากมาก ที่พวกเขาจะได้รายได้ทัดเทียมกัน


Photo : www.forbes.com

ยกตัวอย่าง ลีโอเนล เมสซี่ สุดยอดนักฟุตบอลชาวอาร์เจนตินา ที่ว่ากันว่าเก่งสุดในยุคนี้ ซึ่งมาจากประเทศยังไม่พัฒนา เขาได้รับรายได้จากสปอนเซอร์ 35 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี (ประมาณ 1,077 บาทไทย) น้อยกว่าสเตฟเฟน เคอร์รี ยอดนักบาสชาวสหรัฐฯ ของโกลเดน สเตท วอร์ริเออร์ เสียอีก 

หรือในกรณีของ เนย์มาร์ อีกหนึ่งนักเตะที่มาจาก ประเทศยังไม่พัฒนา อย่างบราซิล ที่รับรายได้จากสปอนเซอร์น้อยกว่า เควิน ดูแรนท์ อีกหนึ่งนักบาสเกตบอลสัญชาติอเมริกา ทั้งที่หากมองกันตามตรง ชื่อเสียงของนักฟุตบอลทั้งสองราย ดูเหนือกว่าสองนักยัดห่วงเสียอีก แต่พวกเขากลับมีรายได้จากสปอนเซอร์ที่ต่ำกว่า เพราะไม่ได้มาจากประเทศพัฒนาแล้ว แบบสหรัฐอเมริกา

ถ้าให้เทียบตัวอย่าง แบบชัดเจนสุดๆ คาเนโล อัลวาเรซ ยอดนักมวยมูลค่าอันดับ 1 ของโลก จากเม็กซิโก อีกหนึ่งประเทศที่ยังไม่พัฒนา เขาได้รับเงินสนับสนุนจากสปอนเซอร์เพียง 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น (ประมาณ 61 ล้านบาทไทย) 

ในขณะที่โรเจอร์ เฟเดอร์เรอร์ ยอดนักเทนนิส ซึ่งมาจากประเทศพัฒนาแล้ว อย่างสวิตเซอร์แลนด์ ฟาดเงินจากสปอนเซอร์ไปมากถึง 86 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2,648 ล้านบาทไทย)

ไม่ได้หมายความว่า นักกีฬาจากประเทศยังไม่พัฒนา จะมีรายน้อยทุกคน โปรเม-เอรียา จุฑานุกาล นักกอล์ฟสาวชาวไทย อดีตมือ 1 ของโลก ติดอันดับนักกีฬาหญิง ที่มีรายได้มากที่สุด ของปี 2019 โดยนิตยสาร Forbes ในอันดับ 13 ด้วยจำนวนเงิน 5,300,000 เหรียญสหรัฐ หรือ 163 ล้านบาทไทย


Photo : fm1019.radio.com

อย่างไรก็ตาม รายได้ของโปรเม ยังห่างกับ นักกีฬาจากสหรัฐอยู่มากโข เช่นเทียบกับ อเล็กซ์ มอร์แกน นักฟุตบอลหญิง ทีมชาติสหรัฐอเมริกา ที่มีรายได้อยู่ที่ 5,800,000 หรือประมาณ 178 ล้านบาทไทย โดยรายได้ที่เธอได้รับ เป็นเงินที่มาจากสปอนเซอร์ มากถึง 5,500,000 หรือ 169 ล้านบาทไทย มากกว่ารายได้ทั้งหมดของโปรเมด้วยซ้ำ 

อีกหนึ่งกรณีศึกษา ที่น่าสนใจ คือแมนนี ปาเกียว ยอดนักมวยชาวฟิลิปปินส์ เขาคือหนึ่งในนักกีฬาที่มาจากประเทศยังไม่พัฒนา แต่สามารถสร้างมูลค่าให้ตัวเองได้อย่างมหาศาล 

ปัจจุบันเขาเป็นคนในวงการมวย ที่มีทรัพย์สินในครอบครอง มากเป็นอันดับ 6 ของโลก ตามการจัดของ Forbes ที่จำนวน 190 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 5,859 ล้านบาทไทย) 

กว่าจะมาถึงจุดนี้ เดอะ แพ็คแมน ต้องผ่านการชกถึง 71 ไฟต์ อย่างไรก็ตาม ปาเกียวยังมีสินทรัพย์ในครอบครอง น้อยกว่าคู่แข่งร่วมสมัยของเขา อย่าง ฟลอยด์ เมย์เวธเทอร์ อยู่หลายขุม เพราะยอดมวยจากแดนลุงแซม มีทรัพย์สินในครอบครองอยู่ถึง 560 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 17,260 ล้านบาทไทย) ทั้งที่ผ่านการชกเพียง 50 ไฟต์เท่านั้น

แม้โปรเม และปาเกียว จะมีรายได้ที่สูงในระดับหนึ่ง หากแต่อดคิดไม่ได้ว่า ถ้าพวกเขา และเธอเกิดในประเทศโลกที่หนึ่ง รายได้ที่ทั้งคู่ได้รับ จะเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันมากแค่ไหน

สิ่งที่ทำให้นักกีฬาจากประเทศโลกที่สองและสามเสียเปรียบ คือเรื่องของถิ่นกำเนิด ซึ่งไม่ได้ถูกจำกัดด้วยปัจจัย ทางเศรษฐกิจเท่านั้น


Photo : @jutanugarn

ปาเนโยติส ซิปปิ (Panayiotis Shippi) อาจารย์ด้านสังคมศาสตร์ ชาวไซปรัส เคยศึกษาประเด็นการพัฒนาสังคมกีฬา ในประเทศยังไม่พัฒนา และเขาพบว่าประเทศเหล่านี้ เป็นรองประเทศพัฒนาแล้วอยู่ไม่น้อย

ซิปปิ เสนอความเห็นว่า สังคมกีฬาในประเทศยังไม่พัฒนา ถูกจำกัดในคนส่วนหนึ่งเท่านั้น ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนชนชั้นสูง ในขณะที่กลุ่มคนระดับล่างลงมา จะมีชีวิตที่แร้นแค้นมากกว่า ส่งผลให้การเป็นนักกีฬาเป็นเรื่องยากมากกว่าเดิม

อาจารย์ชาวไซปรัส ชี้ให้เห็นว่า ปัญหาของประเทศโลกที่สองและสาม มาจากการพัฒนาที่ช้ากว่า ภายในประเทศ สภาพสังคมที่ไม่สู้ดี ทำให้ประชากรไม่มีเวลามาสนใจเรื่องของกีฬา หรือคิดพัฒนาวงการกีฬาอาชีพ

นอกจากนี้ ซิปปิ เชื่อว่า กีฬาในประเทศโลกที่หนึ่ง ไม่ใช่แค่กีฬา แต่เป็นวัฒนธรรมที่ฝังอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คน การลงทุนด้านกีฬา จึงเป็นสิ่งที่คุ้มค่า เพราะคนส่วนใหญ่ในสังคมจับต้องได้

ขณะที่ประเทศยังไม่พัฒนา กีฬามีความหมายแตกต่างออกไป ในแต่ละบุคคล ซึ่งส่วนใหญ่มองกีฬาในฐานะแหล่งหารายได้มากกว่า สำหรับบางคนอาจมองกีฬาไม่มีค่า หากไม่สามารถหารายได้ให้ตัวเอง

ด้วยเหตุนี้ สังคมกีฬาในประเทศยังไม่พัฒนา จึงมีขนาดเล็กกว่าประเทศพัฒนาแล้ว ซึ่งหมายถึงตลาดที่เล็กกว่า มูลค่าที่น้อยกว่า ความน่าลงทุนจึงลดลงตามไปด้วย

 

อับจนไร้หนทาง

วลาดิเมียร์ แอนเดรฟ (Wladimir Andreff) อาจารย์ด้านการเงิน จากมหาวิทยาลัยในปารีส เป็นอีกคนที่ เสนอทฤษฎีว่า การเป็นนักกีฬาจากประเทศยังไม่พัฒนา ส่งผลโดยตรงกับ รายได้ของนักกีฬา จากประเทศนั้นๆ


Photo : en.as.com

อาจารย์ชาวฝรั่งเศส แสดงความเห็นผ่านงานเขียนของเขาว่า ในสายตาของทีมกีฬาหรือสปอนเซอร์ นักกีฬาจากประเทศโลกที่สาม (หรือสองก็ตาม) ถูกมองเป็นสินค้าราคาถูก ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

วลาดิเมียร์ ยกตัวอย่างกีฬาฟุตบอล ในการศึกษาของเขา ซึ่งเปิดเผยว่า ทีมฟุตบอลจะมองหานักเตะจากทวีปอเมริกาใต้ หรือแอฟริกา ในกรณีที่ต้องการผู้เล่นราคาถูก ค่าเหนื่อยต่ำ เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย 

ขณะเดียวกันตัวนักเตะเอง ซึ่งมีชีวิตที่ยากจนแต่เดิม ในประเทศบ้านเกิด ทำให้พวกเขาไม่มีทางเลือก ต้องรับข้อเสนอที่ไม่สูงเอาไว้ แล้วค่อยหาทางเพิ่มมูลค่าให้กับตัวเองในภายหลัง

นอกจากนี้ อาจารย์ชาวฝรั่งเศส ยังชี้ให้เห็นถึงอีกประเด็นสำคัญ ที่ส่งผลต่อรายได้ของผู้เล่น คือเรื่องของ “ความเชื่อใจ”

ความเชื่อใจในตัวนักกีฬา ของแต่ละประเทศ สามารถสร้างได้จากหลายกรณี ทั้ง ความพร้อมทางเศรษฐกิจ, ความเป็นศูนย์กลางด้านกีฬา ไปจนถึง สภาพความพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกในแต่ละกีฬา

จากการเก็บข้อมูลของวลาดิเมียร์ พบว่าประเทศยังไม่พัฒนา ยังขาดคุณสมบัติหลายด้าน ทั้ง สิ่งอำนวยความสะดวกด้านกีฬาที่จำกัด และมีไม่กี่ชนิดกีฬา รวมถึงโอกาสในการจัดอีเวนต์ขนาดใหญ่ อย่างโอลิมปิก หรือฟุตบอลโลก ซึ่งส่งผลต่อความน่าเชื่อถือด้านกีฬาของประเทศ

ข้อจำกัดที่ว่ามา มีปัจจัยเรื่องเงินเป็นส่วนสำคัญ ประเทศพัฒนาแล้ว จึงถือความได้เปรียบ กว่าประเทศที่ยังไม่พัฒนาในทุกด้าน ทำให้นักกีฬาจากประเทศโลกที่หนึ่ง จึงมีความน่าเชื่อถือมากกว่า

จินตนาการภาพ นักกอล์ฟหรือนักเทนนิสดาวรุ่ง ระหว่างประเทศไทยกับสหรัฐอเมริกา สปอนเซอร์กับฝ่ายจัดการแข่งขัน จะให้ความสำคัญกับนักกีฬาจากประเทศไหน มากกว่ากัน คำตอบย่อมเป็นสหรัฐฯ

เป็นเรื่องปกติ ที่นักกีฬาจากโลกที่สองหรือสาม ต้องสู้ฝ่าฟันอุปสรรคมากมาย กว่าจะได้รับการยอมรับ จากสังคม มีรายได้มหาศาลเข้ามา ในขณะที่นักกีฬาจากประเทศชั้นนำ เงินค่าจ้างหรือเงินสปอนเซอร์ วิ่งเข้าหาอย่างรวดเร็ว

เราจึงได้เห็น มาร์คัส แรชฟอร์ด มีค่าจ้างมากกว่า โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ ทั้งที่อายุน้อยกว่า, ประสบความสำเร็จน้อยกว่า ความสามารถก็ดูเป็นรองกว่า


Photo : www.tsn.ca

แต่เพียงเพราะแรชฟอร์ด เป็นคนอังกฤษ เกิดในประเทศพัฒนาแล้ว ซึ่งต้นสังกัดให้ความเชื่อใจว่า เขาจะประสบความสำเร็จแน่นอน ในฐานะนักฟุตบอล และมอบค่าจ้างให้เขา 12 ล้านปอนด์ต่อปี (ประมาณ 447 ล้านบาทไทย) ทั้งที่อายุเพียง 21 ปีเท่านั้น

ขณะที่ซาลาห์ เป็นคนอียิปต์ มาจากประเทศที่ยังไม่พัฒนา เขาต้องพิสูจน์ตัวเองกับหลายสโมสร กว่าจะได้รับการยอมรับ ให้เป็นนักบอลแถวหน้าในปัจจุบัน แต่ยังได้รับค่าจ้าง 10.4 ล้านปอนด์ต่อปี (ประมาณ 387 ล้านบาทไทย) ซึ่งน้อยกว่า แรชฟอร์ด 

ทั้งที่ซาลาห์ มีดีกรีเป็นทั้งนักเตะยอดเยี่ยมของพรีเมียร์ลีก, เป็นดาวซัลโวพรีเมียร์ลีก 2 สมัยซ้อน ขณะที่เจ้าหนูแรชฟอร์ด ไม่เคยสัมผัสรางวัลเหล่านี้เลย

ยังมีนักกีฬาจากประเทศยังไม่พัฒนาอีกมาก ที่ต้องยอมรับรายได้ที่น้อยกว่า เพียงเพราะว่าพวกเขา ไม่ได้เกิดในประเทศอย่าง สหรัฐอเมริกา, อังกฤษ, เยอรมัน, ฝรั่งเศส หรือดินแดนที่ได้รับการเลือกว่าพัฒนาแล้ว 

ความเหลื่อมล้ำ คือปัญหาที่ต้องหาทางแก้กันต่อไป รวมถึงในโลกกีฬา แม้จะไม่รู้ว่า ควรเริ่มต้นแก้ปัญหาที่จุดไหนดี... 

 

แหล่งอ้างอิง 

บทความวิชาการ เรื่อง Sport in Developing Countries
บทความวิชาการ เรื่อง Social and political factors affecting sporting success in small countries: The case of Cyprus
http://statisticstimes.com/economy/projected-world-gdp-ranking.php
https://www.forbes.com/powerful-brands/list/#tab:rank
http://worldpopulationreview.com/countries/underdeveloped-countries/
https://www.forbes.com/sites/kurtbadenhausen/2019/07/22/the-worlds-50-most-valuable-sports-teams-2019/#6f5944a4283d
https://www.forbes.com/athletes/#2e3bb8fd55ae 
https://www.forbes.com/sites/forbespr/2019/06/11/lionel-messi-claims-top-spot-on-forbes-2019-list-of-the-worlds-100-highest-paid-athletes/#1d7c55037c5f
https://aksharit.org/2019/01/18/roger-federer-brands-sponsors-partners-ambassador-endorsements/
https://www.telegraph.co.uk/football/2019/08/12/raheem-sterling-considering-100m-boot-endorsement-deal-nike/
https://www.dumblittleman.com/top-sports-leagues-in-the-world/
https://www.forbes.com/sites/kurtbadenhausen/2017/12/13/the-25-highest-paid-athletes-of-all-time/#4018b7834b64
https://www.forbes.com/sites/kurtbadenhausen/2019/06/11/behind-the-numbers-of-the-top-earning-athletes-2019/?fbclid=IwAR337G0hqlIrnMlXupNsz81tnaTs9SDrYvR9A2tll4htLY288wb-6GsuWlo#1c7e22f16bbe
https://www.forbes.com/athletes/list/#tab:overall
https://talksport.com/football/566444/best-highest-paid-players-value-contract-deal-fee-premier-league-as-marcus-rashford-ozil-pogba-sanchez-man-united-salary/
https://www.forbes.com/sites/kurtbadenhausen/2019/08/06/the-highest-paid-female-athletes-2019-serena-and-osaka-dominate/
https://wealthygorilla.com/richest-boxers-world/
https://www.forbes.com/profile/manny-pacquiao/#3b76ed871d71



ชื่นชอบบทความนี้ของ : ณัฐนนท์ จันทร์ขวาง ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง