mainstand

Voice of People

จังหวัดบุรีรัมย์ และความหมายของการเป็นจุดศูนย์กลางอีสปอร์ตส์เมืองไทย



ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา จังหวัดบุรีรัมย์ มีการเติบโตและเปลี่ยนแปลงไปมาก จากเมืองผ่านที่ผู้คนไม่ค่อยให้ความสนใจ สู่เมืองแห่งกีฬา ที่ขับเคลื่อนด้วยฟุตบอลและมอเตอร์สปอร์ต


 

และอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กำลังเดินหน้าสู่ทศวรรษต่อไป ในปีที่ 11 ของการเป็น Sport City ที่มีทั้ง ฟุตบอล, มอเตอร์สปอร์ต รวมถึงกีฬาน้องใหม่อย่าง อีสปอร์ตส์ 

ภายใต้วิสัยทัศน์เดียวกันที่ว่า “Buriram Standard = World Standard” พร้อมด้วยเป้าหมายที่ต้องการเป็นเบอร์ 1 ในทุกสนามแข่งขัน 

ในโอกาสพิเศษที่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้ทำการเปิดตัว สนามแข่งขันอีสปอร์ตส์ของตัวเองอย่าง “พรีเดเตอร์ อารีนา (Predator Arena)” ที่ตั้งอยู่บริเวณหน้าสนามฟุตบอล Chang Arena และสนามแข่งมอเตอร์สปอร์ต Chang International Circuit 

Main Stand ได้รับเชิญจากทาง Acer ให้มาร่วมเป็นหนึ่งในสักขีพยานอีกหนึ่งก้าวที่สำคัญของ จังหวัดบุรีรัมย์ และวงการเกมอิเลกทรอนิกส์บ้านเรา พร้อมกับได้โอกาสสนทนาแบบพิเศษกับ “ไชยชนก ชิดชอบ” 

ผู้บริหารที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ และมองเห็นการเจริญเติบโต ด้านอีสปอร์ตส์ของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มาตั้งแต่วันแรกที่เริ่มลงมือทำ จนถึงวันนี้เขามีความศรัทธาอย่างเต็มเปี่ยมว่า “อีสปอร์ตส์” จะไม่ใช่แค่เกมกีฬาหรือกิจกรรมของคนเพียงบางกลุ่มระดับยอดฝีมือ แต่ยังมีความหมายต่อผู้คน และการพัฒนาเมืองบุรีรัมย์ ในทศวรรษใหม่ที่กำลังจะมาถึง… อีกไม่ช้า

 

กีฬาใหม่ วิสัยทัศน์เดิม 

กรกฎาคม 2018 “บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด” กระโจนเข้าสู่อุตสาหกรรมอีสปอร์ตส์บ้านเรา ด้วยการเปิดตัวทีมเกม RoV (Arena of Valor) และ DOTA2 ก่อนตามมาด้วยทีม PES ในเวลาต่อมาอีกไม่นาน 

การขยับตัวในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่จะสร้างกระแสแก่ ผู้คนในจังหวัดบุรีรัมย์ แต่ยังทำให้คนในสังคมวงกว้าง ต่างสนใจว่า “บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จะประสบความสำเร็จในโลกอีสปอร์ตส์ ได้เหมือนกับที่เคยทำได้ในทีมฟุตบอลหรือไม่?”  

“เป็นเวลาเกือบหนึ่งปีแล้วที่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เข้ามาทำอีสปอร์ตส์ หากเทียบกับฤดูกาลแข่งขัน เราก็ผ่านมา 2 ซีซั่น ในเกม DOTA2 และ PES เรามีแชมป์ติดมือ และได้ไปแข่ง PES World (ชิงแชมป์โลก) ที่ประเทศอังกฤษ ส่วน RoV ฤดูกาลที่แล้ว เราจบอันดับ 3  ภาพรวมไม่ถึงกับล้มเหลวในปีแรก แต่ก็ยังไม่สุดตามมาตรฐานที่บุรีรัมย์ ต้องการจะเป็น”  

“ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ผ่านไปเร็วมากๆ จนไม่มีเวลามานั่งนึกย้อนเวลาเลยว่า เราทำอะไรได้บ้าง เพราะเราคิดถึงแต่สิ่งที่ทำอยู่ในตอนนี้ และสิ่งที่อยากทำให้เกิดในอนาคต จึงรู้สึกว่าเวลาผ่านไปไวมาก ยังมีอีกหลายอย่างที่เราคิดไว้ แต่ยังไม่ได้ทำ” ไชยชนก เผย 

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เรียกเสียงฮือฮาได้ตลอดช่วงปีแรก นับตั้งแต่ลงมาทำทีมอีสปอร์ตส์อาชีพ ไม่ว่าจะเป็น ผลงานที่ร้อนแรงในการแข่งขัน Toyota E-League ที่ทัพปราสาทสายฟ้า กวาดแชมป์ได้สองสมัยติดต่อกัน ได้สิทธิ์ไปแข่งขันชิงแชมป์โลก

ทีม DOTA 2 ที่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ไปคว้าแชมป์ทัวร์นาเมนต์ทั้ง ในและต่างประเทศ รวมไปถึง ทีม RoV ที่ก้าวกระโดดจากทีมรอง สู่ทีมแถวหน้าของระดับโปรลีก ที่เคยได้ร่วมงานกับผู้เล่นดีกรีรองแชมป์โลก อีกด้วย 

แม้จะดูเป็นความสำเร็จที่มาอย่างรวดเร็ว แค่ไม่ถึงปี สำหรับทีมอีสปอร์ตส์น้องใหม่ แต่ในความเห็น ไชยชนก ชิดชอบ เขากลับมองว่านี่เป็นแค่เพียงก้าวแรกของการเริ่มต้นเท่านั้น ยังมีหลายสิ่งหลายอย่างที่เขารวมถึงทีมงานทุกคนต้องเรียนรู้ ด้วยแรงหาย และความมุ่งมั่นที่ต้องการประสบความสำเร็จ เช่นเดิมกับที่ทีมฟุตบอลเป็นมาตลอด 

“จริงอยู่ที่ บุรีรัมย์ฯ อาจมีประสบการณ์ บทเรียน และทีมงานที่พร้อม จากการทำทีมฟุตบอลอาชีพ แต่อีสปอร์ตส์ ก็ยังเป็นกีฬาที่ใหม่มากของเราอยู่ดี ช่วงปีที่ผ่านมา ทำให้พวกเราได้รับประสบการณ์ และเข้าใจวงการอีสปอร์ตส์ มากยิ่งขึ้น” ไชยชนก กล่าวเริ่ม 

“สิ่งที่ผลักดันให้เราประสบความสำเร็จได้เร็วในการแข่งขัน มาจากองค์ประกอบหลายอย่าง เช่น ความทุ่มเทของนักกีฬา, การสนับสนุนของแฟนคลับ, การทำงานกันอย่างเป็นระบบระเบียบของทีมงาน รวมถึงวิสัยทัศน์ของท่านประธานที่ชัดเจน”

“แต่สิ่งสำคัญอีกอย่างที่เป็นหัวใจหลักคือ ความศรัทธาที่มีต่อแบรนด์บุรีรัมย์ฯ ทุกฝ่ายต่างศรัทธาซึ่งกันและกัน ตั้งแต่แฟนบอลที่ตามมาเชียร์อีสปอร์ตส์ ทีมงานที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจ พอนักกีฬาที่เข้ามาอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยศรัทธา มันก็จะก่อให้เกิดพลังศรัทธาในตัวเขาเอง ที่เขาเชื่อว่า การได้มาอยู่ที่นี่จะทำให้เขาสามารถไปถึงระดับโลกได้” 

“ดังนั้นการที่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ประสบความสำเร็จในการกีฬา ที่ไม่ใช่แค่อีสปอร์ตส์ เป็นผลจากความศรัทธาที่เรามีให้กัน และความตั้งใจที่แน่วแน่มากกว่าคนอื่นๆ ในทุกๆการแข่งขัน”   

อีสปอร์ตส์ อาจเป็นกีฬาที่ใหม่มากๆ สำหรับจังหวัดบุรีรัมย์ แต่ผู้คนในเมือง และแฟนคลับที่รักในสโมสรฟุตบอล รวมถึงแฟนคลับหน้าใหม่ ก็ต่างช่วยกันหนุนหลังทีมอีสปอร์ตส์ อย่างไม่มีข้อสงสัย  

ด้วยวิสัยทัศน์การบริหารที่ไม่เคยเปลี่ยนไป ที่ต้องการทำมาตรฐานทุกอย่างให้เป็นระดับโลก ตามเป้าหมายในการเป็นแชมป์ทุกสนามแข่งขัน 

ซึ่งหนึ่งในหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงความเอาจริงเอาจังในการลงมาลุยด้านอีสปอร์ตส์ของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด คือ การเนรมิตรังเหย้าไว้สำหรับแข่งขันเกมส์อย่าง “พรีเดเตอร์ อารีนา (Predator Arena)”

 

บ้านหลังใหม่ 

“การสร้างอารีนาสำหรับแข่งเกมส์ เป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่ควรต้องมี เพราะถ้าเราต้องการพัฒนาอุตสาหกรรมอีสปอร์ตส์บ้านเรา แค่ทำทีมให้เป็นแชมป์อย่างเดียวมันไม่เพียงพอต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน”

“อารีนา จะเป็นเวทีที่ช่วยส่งเสริมนักกีฬา ผ่านทัวร์นาเมนต์ต่างๆ โดยที่ พรีเดเตอร์ อารีนา ของเรา มีคอมพิวเตอร์สเปกเทพ มูลค่าตัวละประมาณ 100,000 บาท และอินเตอร์เนตความเร็วสูง ที่ดีที่สุด มารองรับผู้ใช้งานกว่า 100 เครื่อง สามารถจัดการแข่งขันได้ทุกเกมส์ ทุกแพลตฟอร์ม พร้อมส่วนอื่นๆ เช่น ห้องประชุมทีม และห้องนักพากย์ ที่ใช้รองรับการถ่ายทอดสด”

พรีเดเตอร์ อารีนา จึงไม่ใช่เพียงแค่สถานที่สำหรับเป็น สนามเหย้าในการแข่งขันรายการต่างๆ ของทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แต่ที่แห่งนี้ จะยังถูกใช้เป็น สถานที่จัดแข่งทัวร์นาเมนต์อีสปอร์ตส์ทั้งระดับ อาชีพ (Pro League) ลงมาถึงระดับสมัครเล่น (Amature) 

อีกทั้งยังจะเป็น สถานที่สำหรับแหล่งเรียนรู้ และที่ฝึกซ้อมของ อคาเดมี ซึ่งเป็นแผนงานที่จะเกิดขึ้นในอนาคตของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

แม้ทีมอีสปอร์ตส์ทั่วไปในไทย อาจไม่ได้ให้ความสำคัญกับการสร้างอารีนาเป็นของตัวเอง เพราะเป็นเรื่องที่สิ้นเปลือง ต้องใช้เงินลงทุนในการสร้างค่อนข้างสูง และมองผลตอบแทนด้านการคืนทุนค่อนข้างยาก แต่ในมุมมองของ ผู้บริหารอีสปอร์ตส์ของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด “ไชยชนก” เขากลับเห็นต่างออกไป 

“สิ่งที่ บุรีรัมย์ ทำในอีสปอร์ตส์ไม่ได้แตกต่างจากตอนทำทีมฟุตบอล คือ เราพยายามเซ็ทมาตรฐาน และทำตัวเองให้เป็น Role Model (ต้นแบบ) เพื่อให้คนได้เห็นว่า วิธีการที่ดี และถูกต้องเป็นอย่างไร เพราะบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เวลาเราทำอะไรเราทำจริง และอยากช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมนั้นจริงๆ”

“หากเราอยากเป็นเมืองแห่งอีสปอร์ตส์ เราไม่จำเป็นที่เราต้องทำทีมทุกเกมส์ แต่เราสามารถพัฒนาพื้นที่ สร้างสาธารณูปโภคขึ้นมาได้ เช่น สนามแข่งขัน ยกตัวอย่าง ในวงการมอเตอร์สปอร์ต บุรีรัมย์ ไม่จำเป็นต้องทำทีมโมโต จีพี (มอเตอร์ไซด์ทางเรียบชิงแชมป์โลก) แต่เรามีสนามที่ใช้จัดการแข่งขัน โมโต จีพี ได้” 

“ถ้าเราต้องการให้ อีสปอร์ตส์ในไทย เจริญเติบโต เราต้องสร้างพื้นที่ให้คนได้เข้ามาเล่น และฝึกซ้อม นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เราสร้างสาธารณูปโภคต่างๆ เพื่อพร้อมที่จะเป็น Sport Hub (จุดศูนย์กลางแห่งการกีฬา) ที่ไม่ใช่แค่อีสปอร์ตส์ แต่ยังรวมถึงกีฬาทั่วไป ที่เรายังไม่เคยหยุดพัฒนา” ไชยชนก กล่าว 

ประโยคสุดท้ายของคำขวัญประจำจังหวัด บุรีรัมย์ ที่เขียนว่า “เลิศล้ำเมืองกีฬา” จึงเปรียบเสมือนสิ่งที่ตอกย้ำความตั้งใจของจังหวัดนี้ ที่ต้องการเป็น เมืองแห่งกีฬาของไทย ที่มีความพร้อมรอบด้าน แม้แต่กีฬาใหม่อย่าง อีสปอร์ตส์ 

 

ความหมายของเมืองแห่งอีสปอร์ตส์ 

เมื่อมีสนาม ก็ย่อมต้องมีทัวร์นาเมนต์แข่งขัน แน่นอนว่า พรีเดเตอร์ อารีนา จะกลายเป็นประสบการณ์ใหม่สำหรับนักเล่นเกมส์อาชีพในไทย ที่จะได้มาสัมผัสบรรยากาศ และความทันสมัยในอารีนาแห่งนี้

ถึงกระนั้น ทัวร์นาเมนต์ที่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มีความตื่นเต้นและภูมิใจนำเสนออย่างมาก กลับไม่ใช่การแข่งขันรายการเกมส์ระดับโลกแต่อย่างใด ?

“หลังจากเราทำอารีนา สิ่งที่จะตามมาก็คือ การจัดทัวร์นาเมนต์ ซึ่งเราสามารถจัดได้เลย โดยในปีหน้าเราจะมีการแข่งขันทั้งระดับโปรลีก, มหาวิทยาลัย และทัวร์นาเมนต์ทั่วไป แต่รายการที่ผมตื่นเต้นและอยากจัดให้ดีที่สุด คือ ทัวร์นาเมนต์ร้านเกมส์ ที่แต่ละร้านสามารถส่งตัวแทนมาแข่งขันได้ที่นี่”

“เหตุผลที่ผมรู้สึกอยากทำ เพราะผมรู้สึกว่าในขณะหลายคนและแบรนด์ต่างๆ มุ่งทำแต่ยูลีก, โปรลีก แต่คนกลับหลงลืมเด็กกลุ่มนี้ไปเลย ทั้งที่พวกเขาคือมวลชนส่วนใหญ่ ของอีสปอร์ตส์ในอนาคต เพียงเพราะเด็กพวกนี้ไม่มีเงินซื้อสินค้าของคุณหรือเปล่า ?”

ไชยชนก ชิดชอบ อธิบายต่อว่า ร้านเกมส์ ถือเป็นคอมมูนิวตี้ขนาดใหญ่ของ วงการอีสปอร์ตส์ไทย ที่ส่วนใหญ่มีผู้ใช้งานเป็นเด็กเยาวชน ถึงแม้ว่าทาง พรีเดเตอร์ อารีนา จะมีการบริการอินเตอร์คาเฟ ไว้รองรับผู้ใช้งานทั่วไป และกลุ่มนักกีฬาที่ต้องการมาฝึกซ้อมหรือแข่งขัน

แต่เขาไม่ได้ต้องการสร้างอารีนาขึ้นมา เพื่อให้ธุรกิจร้านเกมส์ ต้องสูญหายไป เพราะบุรีรัมย์เชื่อว่า ทั้งร้านเกมส์ และสนามแข่งขันสามารถเติบโตไปด้วยกันได้ ผ่านทัวร์นาเมนต์สมัครเล่นที่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ยินดีเปิด พรีเดเตอร์ อารีนา ให้เยาวชนมือสมัครเล่น ได้มีพื้นที่แสดงความสามารถ

“ถ้าผมทำอารีนาที่กินรวบทุกอย่าง โดยไม่สนใจคนอื่น เมืองจะพัฒนาและเจริญเติบโตได้อย่างไร หากร้านเกมส์ตายหมด เราอยากเป็นส่วนที่ช่วยและส่งเสริมให้ ร้านเกมส์ มีรายได้และเติบโตไปพร้อมๆกับเรา”

“การที่เราเปิดโอกาสให้ร้านเกมส์ จัดการแข่งขันเพื่อหาตัวเแทน มาแข่งในรายการเรา มันสามารถสร้างความสนใจ แรงดึงดูด ได้มากกว่าการที่ ร้านเกมส์ จะเก็บค่าเงินสมัครเพื่อจัดการแข่งขันเองภายในร้าน และเขาสามารถเอาโอกาสนี้ไปต่อยอดได้อีกมากมาย ผมเชื่อว่าทุกร้านที่เปิดคัดนักกีฬา ลูกค้าจะเข้ามาใช้บริการแน่นร้านในช่วงนั้น”

”นี่คือสเตปที่อยู่ตรงกลางระหว่าง มืออาชีพ กับ มือสมัครเล่น ผมมองว่าทัวร์นาเมนต์แบบนี้ จะเป็นช่องทางหนึ่งที่ทำให้เด็กตามภูมิภาคต่างๆ ได้มีโอกาสต่อยอดสู่ความเป็น นักกีฬาอาชีพ ซึ่งถ้าเราจัดทัวร์ฯ แบบนี้บ่อยๆ ค่อยๆกระจายการแข่งขัน ขยายไปเรื่อยๆ ผมเชื่อว่าเด็กที่อยู่ในคอมมูนิวตี้นี้ ก็จะมีศักยภาพที่ดีขึ้น และเก่งเร็วขึ้น” 

หลักการอย่างหนึ่งที่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ยึดมั่นเสมอมา คือ ไม่ว่าพวกเขาจะทำอะไรและคิดการใหญ่แค่ไหน พวกเขาไม่สามารถเติบโตได้ด้วยตัวองค์กรเพียงอย่างเดียว 

ทัวร์นาเมนต์สมัครเล่นที่กำลังจะเกิดขึ้นใน พรีเดเตอร์ อารีนา จึงเปรียบเสมือน การพัฒนาผู้เล่นระดับเยาวชน และผู้เล่นสมัครเล่นที่อยู่ตามพื้นที่ต่างๆ ให้มีโอกาสได้แสดงความสามารถ เก็บเกี่ยวประสบการณ์ในการแข่งขัน เพื่อยกระดับตัวเองสู่การเป็น มืออาชีพ 

“ความจริง บุรีรัมย์ สามารถจัดทัวร์นาเมนต์แบบนี้ก็ได้นะ เปิดรับสมัครเอง จัดการเอง เปิดคัดเลือกแบบออนไลน์ เอาพวกเก่งๆมาเล่นรอบออฟไลน์ ขายอีเวนท์ ได้เงินสปอนเซอร์ก็ไม่ต้องแบ่งใคร มันก็น่าจะดีใช่ไหม ? แต่เหตุผลที่เราไม่ทำ เพราะสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยในการเจริญเติบโตของเมืองบุรีรัมย์ คือ เราไม่สามารถทำอะไรได้คนเดียว”

“ทุกอย่างต้องส่งเสริมกัน ผมต้องทำให้ ร้านเกมส์ สามารถอยู่ได้ด้วย หากเราต้องการจะได้อย่างเดียว ไม่อยากเสียเลย อันนั้นเป็นวิธีคิดแบบคนเห็นแก่ตัว ซึ่งเป็นวิธีคิดที่ผิด และบุรีรัมย์ ไม่มีโมเดลแบบนี้ สังคมที่จะเติบโตอย่างยั่งยืนได้ ต้องเป็น สังคมที่แบ่งปันกัน”

 

มาตรฐานระดับโลกที่ทุกคนสัมผัสได้ 

“ประสบการณ์ในการได้เข้ามาอยู่ในวงการอีสปอร์ตส์ ทำให้ผมเข้าใจมากขึ้นว่า ปัญหาของการทำอีสปอร์ตส์ ไม่ได้มีแค่เรื่อง นักกีฬา ไม่ค่อยมีความเป็นมืออาชีพ แต่การได้ลงมาทำจริง ทำให้ผมเข้าใจด้วยว่า เขาไม่เป็นอาชีพเพราะอะไร ? มีเรื่องไหนที่เราควรต้องไกด์ คอยประคับประคอง ระมัดระวังมากขึ้น”


“ต้นตอที่แท้จริงมันเกิดจากการที่ คนยังมองว่า อีสปอร์ตส์ เป็นสิ่งที่ไม่มีคุณค่า พอคุณไม่ให้คุณค่า หรือมีค่าเพียงเล็กน้อย คุณก็จะไม่ทุ่มเทใส่ใจเต็มที่ เมื่อเป็นเช่นนั้นปัญหาอื่นๆก็จะตามมา เช่น นักกีฬาถูกเอาเปรียบเรื่องสัญญา ดังนั้นบุรีรัมย์ จึงต้องทำทุกอย่าง แบบทีมกีฬาอาชีพ เพื่อเซ็ทสแตนดาร์ดขึ้นมา เพราะเราให้คุณค่ากับอีสปอร์ตส์”

“แต่ตราบใดถ้าผู้คนยังมองว่า อีสปอร์ตส์เป็นเรื่องด้านลบ มองพวกเขาเป็นแค่เด็กติดเกมส์ แล้วนักกีฬาพวกนี้จะเป็นมืออาชีพ และเกิดความรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเองได้อย่างไร ธุรกิจไหนจะอยากมาลงทุนสิ่งที่เป็นภาพลักษณ์ไม่ดีละ เราเองก็เจอปัญหานี้เช่นกัน ในการเข้าหาสปอนเซอร์ แต่สิ่งที่แตกต่างอาจเป็นเพราะเขาเชื่อว่า หากบุรีรัมย์ ทุ่มเททำจริงๆ เราจะประสบความสำเร็จ นี่คือศรัทธาที่เกิดขึ้นในแบรนด์ของเรา” 

แม้ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำให้ สังคม มองอีสปอร์ตส์ ในมุมมองที่เป็น กีฬาอาชีพ แต่สิ่งที่บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ยังคงดำเนินการต่อไป คือการสร้างทีมนักกีฬาเพื่อไปแข่งขันในระดับโลก ควบคู่กับเปิดโอกาสและประสบการณ์ให้เด็กๆ เยาวชน ระดับสมัครเล่น ได้มาสัมผัส

เพราะพวกเขามีความเชื่อว่า หากต้องการเห็น นักกีฬาอีสปอร์ตส์ ไทยไปสู่เวทีระดับโลก ต้องเริ่มสร้างตั้งแต่อายุยังน้อย ซึ่งเป็นหลักการเดียวกับ การพัฒนากีฬาทุกอย่างบนโลก ที่เยาวชนเป็นหลักฐานสำคัญของการพัฒนา 

ภายใต้มาตรฐานการจัดการ สาธารณูปโภค ระดับโลก ที่ทุกคนสามารถเข้าถึง และมาสัมผัสได้...

“เราอยากให้ พรีเดอเตอร์ อารีนา เป็นสถานทีที่เด็กทุกคนสามารถเข้าถึงได้ และมีความสัมพันธ์กับเรา เราไม่ได้ต้องการให้เขาเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต ถ้าเขาเคยเล่นอยู่ร้านเกมส์ แถวบ้าน ก็เล่นต่อไป เพียงแต่เราอยากหยิบยื่นโอกาสให้เขาได้สัมผัสในทัวร์นาเมนต์ และกิจกรรมที่เราจัด”

“ผมขอยกตัวอย่าง ทีมฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ย้อนกลับไป 10 ปีที่แล้ว ตอนเราเริ่มทำ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ผมเชื่อว่าพ่อแม่ส่วนใหญ่ ไม่ได้ส่งเสริมให้ลูกมาเล่นฟุตบอล เพราะนักฟุตบอลยังถูกมองว่าเป็นอาชีพที่ไม่ยั่งยืน แต่ทุกวันนี้ผมเชื่อว่าทุกคนเห็นการเปลี่ยนแปลง มีผู้ปกครองมากมาย เอาบุตรหลานมาคัดตัวเข้าอคาเดมีเรา เพราะเขาเห็นแล้วว่า การเล่นฟุตบอลที่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เป็นอาชีพได้”

“อีสปอร์ตส์ก็เป็นกีฬาชนิดหนึ่ง เหมือนกับฟุตบอล เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่ถูกมองว่าเป็นอาชีพที่ยั่งยืน แต่ผมเชื่อว่าในอนาคตมันจะมีเอฟเฟกต์ที่มากกว่าฟุตบอล เพราะปัจจุบันเทคโนโลยี วิธีคิด การศึกษาของคน ก็เปลี่ยนไปจาก 10 ปีที่แล้ว คนทั่วไปเริ่มไม่ต่อต้านอะไรเหมือนสมัยก่อน นี่ยังไม่รวมเด็กเจนใหม่ ที่โตขึ้นมา ก็คุ้นเคยและใช้เทคโนโลยีได้ดีอยู่แล้ว”

“อีสปอร์ตส์ของบุรีรัมย์ในตอนนี้ จึงอยู่ในสเต็ปเดียวกับ สโมสรฟุตบอล เมื่อ 10 ปีก่อน หากเราประสบความสำเร็จ สิ่งที่เกิดขึ้นกับเมืองๆนี้ จะเหมือนกับทีมฟุตบอลเลย แต่อีสปอร์ตส์ จะเติบโตได้เร็วและเข้าถึงผู้คนได้มากกว่า ดังนั้นผลกระทบที่ตามมา ย่อมมีมากกว่า นั่นคือสิ่งที่เราต้องการทำให้เกิดขึ้นในทศวรรษต่อจากนี้” 



ชื่นชอบบทความนี้ของ : อลงกต เดือนคล้อย ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง