mainstand

Feature

ฟุตซอลมีต้นกำเนิดจากทวีปอเมริกาใต้ แต่ทำไมฮิตใน “งานวัดไทย”?



ฟุตซอลเดินสาย จัดเป็นรายการกีฬาที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อวงการโต๊ะเล็กอันดับ 19 ของโลก 


 

ด้วยโครงสร้างฟุตซอลไทย ที่มีสโมสรในลีกสูงสุดแค่ 14 ทีม ขณะที่ทีมในดิวิชั่น 1 ล้วนเป็นทีมสมัครเล่นกึ่งอาชีพเท่านั้น นอกจากนี้ สโมสรเกือบทั้งหมด ไม่ได้มีระบบเยาวชนที่ชัดเจนนัก ส่วนใหญ่ เน้นการพึ่งพานักเตะจากสถานศึกษาดังๆ 

ดังนั้น ทรัพยากรนักฟุตซอลจำนวนมากของไทย จึงกระจายตัวอยู่ตามทัวร์นาเมนต์ฟุตซอลเดินสายที่ถูกจัดขึ้นอยู่ทั่วประเทศ 

และเมื่อนึกถึงฟุตซอลเดินสาย หลายคนอาจนึกถึง แสงไฟจากหลอด LED สีสันสะดุดตาที่ประดับประดาอยู่รายรอบสนาม ท่ามกลางบรรยากาศเสียงรองเท้าเสียดสีพื้นสนามดัง “เอี๊ยดอ๊าด” ของนักฟุตซอลที่ถูกกระตุ้นให้เล่นเกมเร็ว ไปตามจังหวะเพลงแดนซ์ ที่ถูกเปิดระหว่างเกม ในพื้นที่ลานอเนกประสงค์ ตามเทศกาลงานวัด งานบุญ งานประจำปี 

คำถามคือ เหตุใด กีฬาฟุตซอลที่มีต้นกำเนิดอยู่คนละซีกโลกกับบ้านเรา ถึงลื่นไหลและไปได้ดีกับงานวัดแบบไทยไทย ?  

 

จากอเมริกาใต้สู่ไทยแลนด์

ก่อนที่ฟุตซอล จะกลายมาเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมอย่างมากในไทย บ้านเกิดของกีฬาชนิดนี้เกิดขึ้นที่ ทวีปอเมริกาใต้ เมื่อราวๆ 80 กว่าปีก่อน 


Photo : misjuegosgamer.com

ไอเดียตั้งต้นของกีฬาฟุตซอล เกิดขึ้นจาก ฮวน คาร์ลอส เซเรียนี (Juan Carlos Ceriani) อาจารย์ในประเทศอุรุกวัย ที่ต้องการนำกีฬาฟุตบอลมาเล่นในร่ม โดยย่อขนาดลงมาให้เหลือผู้เล่นฝั่งละ 5 คน ในพื้นที่ขนาดเท่าสนามบาสเกตบอล เกิดเป็นการเล่นที่มีชื่อว่า “Indoor Soccer” หมายถึงฟุตบอลในร่ม

ขณะที่ในบราซิล ฟุตซอลถูกพัฒนามาจาก สตรีทฟุตบอล ก่อนจะมีการร่าง กฏ กติกา ในชื่อ Book of Rules of Fuitsal in 1956  เพื่อใช้ควบคุมการแข่งขัน และกลายเป็นกฏ ข้อบังคับแม่แบบ ที่ถูกต่อยอดมาถึงทุกวันนี้

ก่อนจะมีการเรียกชนิดนี้ อย่างเป็นทางการว่า “ฟุตซอล” (Futsal) ที่มีรากศัพท์มาจากภาษาสแปนิชและโปรตุกีส ที่เรียกฟุตบอลว่า “FUTbol” หรือ “FUTebol” มารวมกับคำว่า ”SALa” ในภาษาฝรั่งเศส และสแปนิช ที่แปลว่าในร่ม โดยแมตช์อย่างเป็นทางการของโลก เกิดขึ้นในปี ค.ศ.1965 ในทวีปอเมริกาใต้ 

ฟุตซอล เติบโตอย่างรวดเร็วในทวีปอเมริกาใต้ ด้วยรูปแบบการเล่นที่เน้นเทคนิค ความสามารถเฉพาะตัว และความคล่องตัว ซึ่งเหมาะกับสไตล์และสรีระของคนในดินแดนละตินอเมริกา จนทำให้ฟุตซอล เป็นกีฬารากฐานสำคัญในการพัฒนานักฟุตบอล อย่างประเทศ บราซิล ผู้เล่นดาวดังของโลกลูกหนัง ล้วนต้องเคยผ่านการเล่นฟุตซอลมาก่อนในวัยเด็ก 

อีกทั้ง กีฬาฟุตซอล ยังใช้พื้นที่สนามค่อนข้างน้อย เหมาะกับ โครงสร้างทางสังคมที่เหล่าประเทศในทวีปอเมริกาใต้ เวลานั้น ไม่ได้มีสนามฟุตบอลที่ได้มาตรฐาน ตามชุมชน ตามเมืองต่างๆมากนัก เหมือนอย่างประเทศโลกที่ 1 ในยุโรป  


Photo : www.dougreedfutsal.com

จึงไม่ใช่เรื่องแปลก หากการแข่งขัน ฟุตซอลชิงแชมป์โลกครั้งแรก ในปี  1982 จะถูกจัดในทวีปอเมริกาใต้ ที่เป็นต้นกำเนิดของกีฬาชนิดนี้ และส่งต่ออิทธิพลของเกมโต๊ะเล็ก แพร่กระจายไปทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ที่เริ่มมีการรับฟุตซอลเข้ามาอย่างเป็นทางการ ช่วง ค.ศ. 1997 ในรูปแบบของ อินดอร์ ซอคเกอร์ (คล้ายกีฬาฟุตซอล แต่ไม่มีเส้นออกข้าง-หลัง)  

จากนั้น อินดอร์ซอคเกอร์ และ ฟุตซอล ถูกนำเข้ามาอยู่ในสถานศึกษาต่างๆ มีการทำสนาม จัดการแข่งขันอย่างเป็นรูปร่าง ประกอบกับผลงานของทีมชาติไทยในกีฬาโต๊ะเล็ก พัฒนาขึ้นมาเป็นชาติชั้นนำของเอเชีย และได้ไปแข่งฟุตซอลโลก ในปี 2000 

ยิ่งทำให้กระแสฟุตซอลในเมืองไทยตื่นตัวมากขึ้น ส่วน อินดอร์ซอคเกอร์ ค่อยๆหายไป จนทำให้อิทธิพลของกีฬาฟุตซอล ขยายวงกว้างจากกีฬาในสถานศึกษาสู่ชุมชน ที่มีการจัดแข่งขันลักษณะเดินสายเกิดขึ้น

 

ผังเมือง และฟุตซอลเดินสาย 

เพียงเวลาไม่นาน ฟุตซอล กลายเป็นกีฬาที่ไปได้ดีกับ คนไทย ด้วยสรีระ สไตล์ของฟุตซอล ที่เข้ากับคนไทยที่ชอบเล่นเกมรุก และมีความคล่องแคล่ว ความสามารถเฉพาะตัวดี ซึ่งเกมโต๊ะเล็ก 5 คน ดูจะเป็นอะไรที่ตอบโจทย์


Photo : สราวุท ผลาพฤกษ์

เพราะฟุตซอล ค่อนข้างยืดหยุ่นและปรับตัวเข้ากับพื้นที่ผังเมืองได้ดีกว่า ฟุตบอล ที่อย่างน้อยๆ ต้องมีพื้นที่ลานดิน หรือ สนามหญ้าขนาดกว้างพอสมควร ตามมาด้วยเสาโกลขนาดใหญ่สองฝั่ง รวมถึงใช้จำนวนผู้เล่นที่ค่อนข้างเยอะ 14-22 คน ต่อ 1 เกม 

แต่สำหรับฟุตซอล คุณไม่จำเป็นต้องซื้อรองเท้าสตั๊ด ใช้เพียงแค่รองเท้าผ้าใบ รองเท้านักเรียน ก็สามารถไปเตะได้ อีกทั้งพื้นที่ใช้เล่นสำหรับฟุตซอล ยังหาได้ง่ายกว่าสนามฟุตบอล ไม่ว่าจะในลานวัด โรงเรียน ใต้ทางด่วน ริมถนน จำนวนคนที่ใช้ก็น้อยกว่าฟุตบอล แถมเสาโกล์ไม่ใช่เรื่องจำเป็นเสมอไปในกีฬานี้ แค่มีรองเท้า 1 คู่ บนวางบนเส้น เป็น “โกลรูหนู” ก็สามารถเล่นได้แล้ว

หากอธิบายตามหลักสังคม ไทย กับ อเมริกาใต้ มีความคล้ายคลึงกันในแง่ของผังเมือง พื้นที่ และโครงสร้างทางสังคม ที่ไม่เอื้อให้ชุมชน มีสนามฟุตบอลได้มาตรฐาน หรือพื้นที่มากพอ เหมือนกับทางยุโรป ดังนั้น ฟุตซอล ที่ใช้พื้นที่น้อยจึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

และเมื่อมองให้ลึกลงไปอีก ในผังเมืองแบบไทยๆ ก็จะพบว่า ส่วนมาก “วัด” จัดเป็นสถานที่มีทำเลที่ตั้งดีที่สุดในชุมชน และมีเนื้อที่มากพอ ที่จะใช้เป็นทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์ได้  


Photo : Futsal Addict

“วัตถุประสงค์ของการจัดฟุตซอลเดินสายของเรา คือ ให้เด็กและเยาวชนห่างไกลจากยาเสพติด ด้วยการได้เห็นตัวอย่างของนักฟุตซอล และทำให้คนในชุมชนมีกิจกรรมทำร่วมกัน”

“นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เราเลือกจัดฟุตซอลท่าทราย แชมป์เปียนชิพ ในพื้นที่วัดคลองครุ ซึ่งวัดนี้ ตั้งอยู่ในจุดศูนย์กลางชุมชน และทุกคนในพื้นที่รู้จักกันดี มีสาธารณนูปโภคพร้อมทั้งสถานที่จอดรถ และห้องน้ำ”

“มีหลายคนถามว่า ทำไมไม่ไปจัดในสนามลีก ผมอยากเรียนว่า ถ้าจะเอาฟุตซอลเดินไปจัดในสนามมาตรฐานลีก มันก็คงไม่เหมาะกับวัตถุประสงค์เราสักเท่าไหร่ ที่ต้องการให้ชาวบ้านได้เข้าชม ต้องแยกกันให้ออกระหว่างฟุตซอลเดินสาย กับฟุตซอลอาชีพ”

“เพราะถ้าเราทำฟุตซอลเดินสายให้เกิดขึ้นในพื้นที่ชุมชนนั้นๆ เป็นประจำปีทุกปี ผู้คนก็จะจดจำได้  และพื้นที่ตรงนั้น ก็จะได้รับประโยชน์ รวมถึงวัดก็จะได้ประโยชน์จากการที่มี ผู้ชมฟุตซอล เข้ามาร่วมทำบุญ จนตอนนี้ ฟุตซอล เหมือนเป็นประเพณีอย่างหนึ่งของวัดและชุมชน ที่ช่วงเวลานี้ของทุกปี ต้องมี ฟุตซอล มาแข่ง”


Photo : Thasai Championship


Photo : สิริบูรณ์ ทองบางเกาะ

สิริบูรณ์ ทองบางเกาะ หรือที่ชาวบ้านรู้จักในชื่อ “นายกปรีดา” นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าทราย จ.สมุทรสาคร และประธานสโมสรฟุตซอลอาชีพ สิงห์ สมุทรสาคร เอฟซี ในฐานะผู้จัด “ท่าทราย แชมเปียนชิพ” ทัวร์นาเมนต์ฟุตซอลเดินสายที่ยิ่งใหญ่สุดในประเทศไทย เปิดเผยถึงเหตุผลที่เลือกจัดฟุตซอลในวัด เพราะวัดเป็นสถานที่มีความพร้อม และการแข่งขันฟุตซอล ก็ถือเป็นช่องทางช่วยเหลือวัดในทางอ้อม 

ขณะที่ สราวุท ผลาพฤกษ์ นักฟุตซอลดีกรีทีมชาติไทยชุดใหญ่ บอกเล่ากับเราถึงประสบการณ์ในช่วงก่อนเล่นอาชีพว่า "ทัวร์นาเมนต์เดินสายส่วนใหญ่ที่ผมเคยไปเล่น มักจะเป็นพวก งานประจำปี งานวัด เทศกาลต่างๆ ไปจนถึงงานการกุศลช่วยเหลือครอบครัวผู้ประสบภัยไฟไหม้" 

“เวลาเตะฟุตซอลในงานวัด คนจะให้ความสนใจค่อนข้างเยอะ มีทั้งคนที่ตั้งใจมาทำบุญกับวัด และอยากมาดูฟุตซอล ก็ถือโอกาสได้ไปทำบุญด้วย” ดาวเตะโต๊ะเล็กทีมชาติไทย กล่าว

 

 

 

ศาสนา และประเพณีใหม่ 

กีฬา กับ ศาสนา อาจเป็นสิ่งที่ดูห่างกันพอสมควร แต่แท้จริงแล้ว กีฬามีความสัมพันธ์ เชื่อมโยงกับศาสนา ความเชื่อ มาอย่างช้านาน 


Photo : สิริบูรณ์ ทองบางเกาะ

อย่างใน โอลิมปิก เกมส์ ยุคโบราณ (Ancient Olympic Games) เป็นเทศกาลกีฬาที่จัดขึ้นเพื่อบูชาเทพเจ้าซูส ตามความเชื่อของ กรีกโบราณ 

แม้แต่ในไทย การละเล่น กีฬาพื้นบ้าน ล้วนถูกจัดขึ้น ในช่วงเทศกาลงานบุญ เช่น การแข่งพายเรือเข้าเมือง ที่มีหลักฐานว่าถูกจัดขึ้นมาตั้งแต่สมัยพระนารายณ์ฯ หลังเสร็จการพระราชทานกฐิน แก่สมเด็จพระสังฆราช รวมถึงยังมีสุภาษิตเกี่ยวกับกีฬาที่ว่า “แข่งเรือแข่งพายแข่งกันได้ แต่แข่งบุญแข่งวาสนา แข่งกันไม่ได้” 

กีฬาพื้นบ้านทั้งหลาย ก็พัฒนาขึ้นมา จากการเป็นส่วนหนึ่งในพิธีกรรม มาเป็น ประเพณี อย่างที่ สิริบรูณ์ ทองบางเกาะ ผู้จัดการแข่งขันฟุตซอล ท่าทราย แชมเปียนชิพ ให้นิยามว่า “ฟุตซอลคือประเพณีใหม่ของชุมชนและวัดคลองครุ” 


Photo : Futsal Addict

การจัดฟุตซอลในงานวัด จึงไม่ใช่แปลกของยุคสมัยนี้ แม้แต่ชาวมุสลิมบางพื้นที่ ก็มีการจัดรายการฟุตซอลเดินสาย เช่นกัน อาทิ รายการ สุเหร่าแดง คัพ เป็นต้น 

เพราะศาสนสถาน หรือคนจัดงาน ก็มีความจำเป็น ต้องปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัย ดังนั้น การละเล่น กิจกรรมต่างๆ ที่ถูกจัดขึ้น จึงอาจต้องปรับเปลี่ยนไปบ้าง ตามยุคสมัย ซึ่งเชื่อว่าในยุคนี้ คนส่วนมาก อาจไม่ได้อยากดูกีฬา โล้กะทะ แข่งเดินกะลา หรือเรือพาย หากเทียบกับ ตะกร้อ ฟุตซอล มวยไทย ที่ยังคงได้รับความนิยมอยู่ตามงานวัด 


Photo : Futsal Thailand

“ผมเป็นคนหนึ่งที่ได้รับโอกาสเซ็นสัญญาอาชีพ จากการที่มีผู้ใหญ่มาเห็นฟอร์มตอนเล่นฟุตซอลเดินสายในงานวัด ถ้าไม่มีฟุตซอลเดินสาย ก็คงเป็นเรื่องยากเหมือนกันที่นักเตะธรรมดาคนหนึ่ง จะได้มีพื้นที่แสดงความสามารถให้เขาเห็นว่าเราเล่นได้”

“ประสบการณ์ในตอนเดินสาย ช่วยผมได้มากพอสมควร เพราะทุกๆนัดที่เล่นเดินสาย เราต้องเจอกับคู่ต่อสู่ที่ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าเขาจะเล่นแบบไหน พอมาเล่นฟุตซอลอาชีพ ก็สามารถปรับตัวกับสถานการณ์เฉพาะหน้าได้ดี ไม่ว่าจะเจอคู่แข่งแบบไหน” สราวุท ผลาพฤกษ์ นักฟุตซอลทีมชาติไทย กล่าว

 

>> ศรัทธาหรืองมงาย? : ‘ของขลัง’ กับ ‘ความเชื่อ’ ในฟุตบอลไทย



ชื่นชอบบทความนี้ของ : อลงกต เดือนคล้อย ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง