mainstand

Grand Stand

ตรวจร่างกายนักกีฬาสำคัญไฉน?



ในช่วงปิดฤดูกาลฟุตบอลลีกยุโรป ข่าวคราวการซื้อขายนักเตะกลับมาคึกคักอีกครั้ง เอเด็น อาซาร์ (Eden Hazard) เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ กับ เรอัล มาดริด ขณะที่ทีมคู่ปรับอย่าง บาร์เซโลนา สอยนักเตะดาวรุ่งอย่าง แฟรงกี้ เดอ ยอง (Frenkie de Jong) มาร่วมทีม ด้วยราคา 86 ล้านยูโร


 

ข้ามไปที่เยอรมันบาเยิร์น มิวนิค สร้างความตื่นเต้น ด้วยการคว้า 2 นักเตะแชมป์โลก ชาวฝรั่งเศส เบนฌาแมง ปาวาร์ (Benjamin Pavard) และ ลูคัส เออร์นานเดซ (Lucas Hernandez)

หากแต่ดีลเหล่านี้ คงไม่มีทางเกิดขึ้นได้ ถ้าไม่มีขั้นตอนหนึ่งที่แฟนกีฬา เห็นจนปกติชินตา อย่าง “การตรวจร่างกาย”

Main Stand จะพาไปรู้จักกับความสำคัญของขั้นตอนธรรมดา ที่หลายคนมองว่าเป็นเพียงแค่พิธีกรรม แต่แท้จริงแล้ว กลับมีความหมายมากกว่าที่ใครหลายคนจะคาดคิด

 

นักกีฬา คือ สินทรัพย์

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ในยุคที่กีฬากลายเป็นธุรกิจ แบบเต็มตัว นักกีฬา คือ ทรัพยการที่สร้างมูลค่าให้กับทีมกีฬา ได้อย่างมหาศาล


Photo : www.thenational.ae

ที่สำคัญ ทั้งค่าตัว และค่าเหนื่อย ของนักกีฬาอาชีพ ในปัจจุบัน มีแต่จะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ อย่างเช่น ฟุตบอล, อเมริกันฟุตบอล, เบสบอล หรือ บาสเก็ตบอล

แต่เม็ดเงินมากมายที่สโมสรทุ่มทุนไป คงจะเสียไปอย่างสูญเปล่าได้อย่างง่ายดาย หากสุดท้ายผู้เล่นที่เซ็นเข้ามากลับมา มีอาการบาดเจ็บติดตัว เล่นไม่คุ้มกับค่าเหนื่อย หรือค่าตัว

หากพูดถึงความสำคัญ ของการตรวจร่างกายผู้เล่น สำหรับ กีฬาฟุตบอล การตรวจร่างกายจะเกิดขึ้น เป็นขั้นตอนสุดท้าย ก่อนการเซ็นสัญญา จะเสร็จสมบูรณ์ ถือเป็นการชี้เป็นชี้ตาย ว่านักเตะแต่ละคน จะได้เซ็นสัญญากับทีมใหม่หรือไม่

นักเตะจำนวนมาก พลาดโอกาสร่วมทีมดังระดับโลก เพราะอาการบาดเจ็บ หรือ อาการป่วยที่ค้นพบ จากขั้นตอนการตรวจร่างกาย

เช่น โลอิค เรมี (Loic Remy) ที่อดย้ายซบลิเวอร์พูล เพราะไม่ผ่านการตรวจร่างกาย ซึ่งคาดกันว่า มาจากอาการผิดปกติ เกี่ยวกับหัวใจของเจ้าตัว และทำให้ ลิเวอร์พูล ไม่กล้าเสี่ยง ที่จะเซ็นสัญญา กับผู้เล่นรายนี้

หรือย้อนไปในปี 2003 กาเบรียล มิลิโต (Gabriel Milito) อดเป็นส่วนหนึ่ง ของผู้เล่นในยุคกาลาติกอส สุดยิ่งใหญ่ของเรอัล มาดริด เนื่องจากถูกตรวจพบอาการบาดเจ็บ บริเวณหัวเข่า ในขั้นตอนตรวจร่างกาย ขั้นสุดท้าย ทำให้ดีลล่มไปในที่สุด

ในส่วนของกีฬาอเมริกันเกมส์ ขั้นตอนการตรวจร่างกาย สามารถกำหนดชะตา ของผู้เล่นได้เช่นกัน  อย่างเช่นเคสของ มอนเทซ สเว็ต (Montez Sweat) ผู้เล่นเกมรับ ที่เข้าดราฟต์ใน NFL ฤดูกาล 2019 เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา


Photo : www.nydailynews.com

สเว็ต ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ในช่วงทดสอบสมรรถภาพร่างกาย ด้วยการทำลายสถิติ การวิ่ง 40 หลา ของผู้เล่นแนวรับ (Defensive Lineman) ด้วยระยะเวลาเพียงแค่ 4.41 วินาทีเท่านั้น ทำให้หลายทีมจับจ้อง ในตัวเขา และสเว็ต ถูกคาดการณ์ว่าจะโดนดราฟต์ ในรอบต้นของปีนี้

อย่างไรก็ตาม ในช่วงของการตรวจร่างกาย สเว็ตกลับถูกพบว่ามีปัญหาด้านการสูบฉีดของหัวใจ ทำให้เขามีความเสี่ยง ที่จะเป็นโรคหัวใจ

สุดท้าย มีรายงานว่าทีมกว่า 10 ทีม ตัดสินใจปล่อยผ่าน สเว็ต และไม่เลือกดราฟต์เข้าทีม ทำให้อันดับดราฟต์ของเขาร่วงไปอยู่อันดับที่ 26 ในที่สุด

การตรวจร่างกาย จึงกลายเป็นขั้นตอนสำคัญ ที่จะช่วยรับประกัน ว่านักกีฬา หรือผู้เล่นที่จะเข้ามาเป็นสินทรัพย์ ของทีม จะสามารถทำงานได้อย่างคุ้มค่า ทุกบาท ทุกสตางค์ กับเงินที่เสียไป

ในด้านหนึ่ง การตรวจร่างกาย อาจมีความสำคัญต่อการทำธุรกิจของสโมสร แต่อีกนัยหนึ่ง การตรวจร่างกาย เป็นกระบวนการที่ทำให้ สโมสรได้มองหาในสิ่งที่ไม่เห็น หรืออาจไม่รู้มาก่อนเกี่ยวกับ นักกีฬาจอมแกร่ง

 

ค้นหาสิ่งที่มองไม่เห็น

แม้ว่าการเล่นกีฬา โดยปกติแล้ว จะเป็นการช่วยสร้างเสริมสุขภาพร่างกาย ให้แข็งแรง แต่หากใช้กำลัง ใช้ร่างกาย ในการเล่นกีฬามากเกินไป จากผลดีอาจเปลี่ยนเป็นผลเสียต่อร่างกาย ได้อย่างง่ายดาย


Photo : Real Madrid C.F.

สำหรับนักกีฬาอาชีพ ปฏิเสธไม่ได้ว่า การเล่นกีฬาของพวกเขา ไม่ใช่การเล่นเพื่อสร้างเสริมสุขภาพ แต่เป็นการแข่งขันเพื่อชัยชนะ, เหรียญทอง, ถ้วยแชมป์ หรือเงินทอง ดังนั้นการเล่นกีฬาอาชีพ จึงใช้ร่างกายไม่เหมือนคนปกติทั่วไป

ร่างกายของนักกีฬาจึงถูกใช้อย่างหนักหน่วง เป็นระยะเวลาต่อเนื่องยาวนาน อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของ นักกีฬา ในระยะยาว ซึ่งนำไปสู่เรื่องเศร้า ที่ใครหลายคนไม่อยากให้เกิดขึ้น

ตัวอย่างเช่นกรณีของ ไมค์ เว็บสเตอร์ (Mike Webster) ยอดนักอเมริกันฟุตบอล ที่มีอาการ โรคเนื้อเยื่อสมองเสื่อมรุนแรงเรื้อรัง หรือ ซีทีอี (CTE) อันเป็นผลพวงมาจาก การใช้ร่างกายอันหนักหน่วง ตลอดการเล่น

ท้ายที่สุด อาการของโรคนี้ ส่งผลต่อความคิดของเขา จนทำให้เขามีพฤติกรรมชีวิต ไม่เหมือนคนปกติ จนนำไปสู่การเสียชีวิตของ เว็บสเตอร์ในที่สุด

หรือในเคสของ ซานติ การ์ซอลา (Santi Cazorla) ที่ได้รับบาดเจ็บ บริเวณเอ็นข้อเท้าเรื้อรัง จนกลายเป็นแผลช้ำ และเกือบต้องถูกหมอตัดขาทิ้ง กลับมาเล่นฟุตบอล ไม่ได้ตลอดชีวิต


Photo : www.independent.co.uk


Photo : www.theguardian.com

ทั้งกรณี ของเว็บสเตอร์ และการ์ซอลา เริ่มต้นมาจากสาเหตุเดียวกัน คือการปฏิเสธการตรวจร่างกาย เพื่อค้นหาอาการบาดเจ็บ ที่ซ่อนไว้ในร่างกาย

สุดท้ายผลลัพธ์ กลับหนักหนา กว่าที่ตัวทั้งสองคน หรือคนในวงการจะคาดคิด การตรวจร่างกาย จึงไม่ได้มีความหมาย เฉพาะแค่ตอนเซ็นสัญญา ก่อนเข้าร่วมทีมเท่านั้น

หากแต่การตรวจร่างกาย สามารถทำอย่างต่อเนื่อง เพราะสำหรับนักกีฬาอาชีพแล้ว พวกเขาไม่มีทางรู้ได้เลยว่า ความปกติที่เห็นภายนอก ส่วนที่อยู่ข้างในร่างกาย ผุพังไปมากแค่ไหน จากอาชีพนักกีฬา

 

ปิดประตูไม่ต้อนรับ “ความตาย”

อาการบาดเจ็บ ที่ซุกซ่อนอยู่ภายใน อาจนำไปสู่ปัญหาของนักกีฬา ในอนาคต เพียงแต่ในบางครั้ง อาการเจ็บป่วย ของร่างกาย สามารถเกิดขึ้นได้ โดยไม่ต้องรออาการบาดเจ็บ และหลายครั้งได้นำไปสู่การเสียชีวิต ของนักกีฬา แบบไม่ควรเกิด


Photo : thestar.com

มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด (Harvard University) ได้ทำการวิจัย และพบว่ามีคนหนุ่มสาววัยนักกีฬา กว่า 200-300 คน เสียชีวิตขณะเล่นกีฬา ในทุกๆปี

โรคหอบหืด และโรคลมแดด คือ สาเหตุสำคัญ ที่ทำให้นักกีฬาต้องเสียชีวิต รวมไปถึงปัญหาด้านหัวใจ เพราะเมื่อมนุษย์ออกกำลังกาย หัวใจจะทำงานอย่างหนัก เพื่อสูบฉีดเลือด ซึ่งบางครั้ง การออกกำลังกายหนักเกินไป อาจทำให้หัวใจไม่สามารถ ทำงานได้ทัน และนำไปสู่อาการ หัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ซึ่งนักกีฬา จำนวนเกินครึ่ง เสียชีวิตด้วยปัญหาด้านหัวใจ

เร็จจี เลวิส (Reggie Lewis) คือบุคคลสำคัญ ที่ทำให้วงการกีฬา หันมาให้ความสำคัญ กับการตรวจร่างกาย อย่างเป็นจริงเป็นจัง เมื่อเขาเสียชีวิต กลางสนามบาส จากอาการหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ในปี 1993

เลวิส คือนักบาสที่แข็งแกร่ง และยอดเยี่ยม ไม่เคยมีใคร ในวงการกีฬามองว่า สภาพอันไม่ปกติของหัวใจของเขา คือปัญหาในการเล่นบาสเกตบอลอาชีพ รวมถึงตัวเลวิสเอง


Photo : NBA.com

“เลวิส มีปัญหาที่ลิ้นปี่หัวใจตั้งแต่เด็ก หมอบอกตลอดว่า สักวันมันจะส่งผลกับเขา แต่เลวิสไม่เคยเชื่อ เพราะภาพลักษณ์ภายนอกของเขา คือผู้ชายที่แข็งแรง” อิเนส ริทช์ (Inez Ritch) แม่ของเลวิส เผยถึงความประมาท กับการตรวจร่างกาย จนนำมาสู่การเสียชีวิตของลูกชาย

สำหรับนักกีฬาทุกคน การตรวจร่างกาย ถือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะสุดท้ายแล้ว หากละเลย เรื่องราวการตรวจร่างกาย ผลเสียที่สุด ไม่ได้ตกอยู่กับใคร นอกจากตัวนักกีฬาเอง

“นักกีฬา ไม่ควรมองข้ามการตรวจร่างกาย ห้ามคิดไปเอง ว่าร่างกายตัวเอง แข็งแรงดี ไม่เป็นอะไร” ธีโอดอร์ อับบราฮัม แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ด้านหัวใจ จากมหาวิทยาลัย แคลิฟอเนียร์ ซานฟรานซิสโก (University of California San Francisco) ฝากคำเตือนถึงนักกีฬาทุกคน

“ความผิดปกติเพียงเล็กน้อย ถือว่ามีผลมาก สำหรับคนเป็นนักกีฬา และพวกเขาต้องหามันให้เจอ ทุกวันนี้ คุณหมอด้านหัวใจอย่างเรา พยายามทำการทดลองต่างๆ เพื่อช่วยเหลือพวกเขา ลดความเสี่ยง ให้ได้มากที่สุด”


Photo : cnnespanol.cnn.com

สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าบุคคลในวงการกีฬา จะมองถึงความสำคัญ ของการตรวจร่างกายที่จุดไหน เราไม่อาจปฏิเสธได้ถึงความสำคัญ ของการตรวจร่างกายในปัจจุบัน ที่ส่งผลดี ต่อทุกฝ่าย ทั้งทีมแข่งขัน นักกีฬา หรือแฟนกีฬา

เพราะไม่มีใครอยากเห็นเรื่องราว อันแสนเศร้า ในวงการกีฬา ที่อาจมาจากเหตุผล เพียงเพราะแค่ว่า ไม่มีการตรวจร่างกาย ของนักกีฬา

 

แหล่งอ้างอิง

https://www.lolwot.com/20-shocking-times-when-athletes-died-while-competing/
https://global.espn.com/football/league-name/story/1962435/headline
https://www.uefa.com/uefachampionsleague/news/newsid=83791.html
http://www.nfl.com/news/story/0ap3000001027883/article/montez-sweat-may-have-been-misdiagnosed
https://fansided.com/2019/04/24/at-least-10-teams-have-dropped-pass-rusher-montez-sweat-from-their-draft-boards/
https://www.health.harvard.edu/heart-health/pre-sports-check-up-can-prevent-sudden-death-among-athletes
https://usatoday30.usatoday.com/sports/preps/2008-05-22-lewis-screening_N.htm



ชื่นชอบบทความนี้ของ : ณัฐนันท์ จันทร์ขวาง ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง