mainstand

Grand Stand

SINGHA SERIES RUN : ออกวิ่งที่อุทยานหลวงราชพฤกษ์...มากกว่าสุขภาพ คือ ความประทับใจที่ได้มาวิ่ง



ท่ามกลางพื้นที่กว่า 463 ไร่ ภายในตำบลแม่เหียะ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่… ที่นั่น คือ สถานที่ตั้งของ “อุทยานหลวงราชพฤกษ์”


 

ภูเขาเขียวขจีโอบอ้อมห้อมล้อมสถานที่แห่งนี้ ออกซิเจนจากต้นไม้คงทำให้คุณสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดได้แบบสบายใจ ไร้กังวลว่าจะพบเจอกับมลพิษในเมืองกรุง มัน คือ สถานที่ที่สมบูรณ์แบบสำหรับการออกวิ่งในยามเช้า

เพื่อเพิ่มความสดชื่นของร่างกาย และช่วยให้หัวสมองได้แล่นอย่างสดใส  

งานวิ่ง Singha Series Run 2019 สนามที่ 3 จัดขึ้นที่อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา สถานที่นี้สุดพิเศษ เพราะมีไม่บ่อยที่เราจะได้เห็นการจัดแข่งวิ่งที่นี่ อย่างน้อยก็ช่วง 2 - 3 ปีหลัง…

งานนี้แบ่งการวิ่งออกเป็น 2 ระยะ คือ 8 กิโลเมตร มีจุดเริ่มต้นที่หน้าอุทยานหลวงราชพฤกษ์ วิ่งอยู่ในบริเวณโดยรอบทั้งด้านนอก และด้านในของอุทยานฯ และเข้าเส้นชัยที่ “หอคำหลวง” ภายในอุทยานฯ และระยะ 16 กิโลเมตร

มีจุดเริ่มต้นที่หน้าอุทยานหลวงราชพฤกษ์ โดยวิ่งขึ้นดอยกอม ผ่านวัดพระธาตุดอยคำ ผ่านสวนสัตว์เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ก่อนเข้าเส้นชัยที่ “หอคำหลวง” เช่นกัน โดยการวิ่งครั้งนี้เป็นการวิ่งแบบขึ้นเขา (Up Hill Run)   

อันที่จริงแนวคิดหลักของ Singha Series Run 2019 คือ การจัดวิ่งแบบซีรีส์ ในภูมิประเทศที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งมีความสวยงาม ท้าทาย สนามแรกที่ สิงห์ปาร์ค เชียงราย เป็นการวิ่งแบบครอสคันทรี

และสนามที่ 2 ที่สัตหีบเป็นการวิ่งแบบบีชรัน และนั่นทำให้รายการวิ่งนี้ เป็นที่นิยมของทั้งนักวิ่งหน้าเก่า และหน้าใหม่...  

ณ เวลาตี 5 กว่าๆ...สนามที่ 3 ของ สิงห์ ซีรีส์ รัน ที่อุทยานหลวงราชพฤกษ์ เหล่านักวิ่งทั้งสองระยะมารวมตัวกันแบบคับคั่ง ที่บริเวณหน้าอุทยานหลวงราชพฤกษ์ ซึ่งเป็นสถานที่ออกสตาร์ทวิ่ง  

ปี๊นนน… เสียงแตรดังขึ้น พร้อมๆกับเสียงเท้าออกก้าวของนักวิ่ง ความสนุกและความประทับใจก็เริ่มต้นขึ้น

 

ประทับใจในสนาม

การวิ่ง 16 กิโลเมตร เป็นชาเล้นจ์ภายใต้คอนเซ็ปต์ “King of Mountain” ถ้าแปลความหมายเป็นไทย ก็มีความหมายว่า “ราชาแห่งขุนเขา” แต่หากมองให้ลึกซึ้งกว่านั้น คือ ความสำคัญของการวิ่งระยะนี้เป็นการวิ่งขึ้นดอยกอม (Doi Kom) ซึ่งคำว่า “King of Mountain” เมื่อใช้อักษรย่อก็จะได้ความหมายว่า KOM ตรงกับชื่อดอยพอดิบพอดี…

ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม ปราศจากมลพิษ สูดลมหายใจได้เต็มปอด นักวิ่งวิ่งผ่านสวนพืชภายในอุทยานหลวงราชพฤกษ์ ต่อด้วยทางวิ่งขึ้นเขาสู่ดอยกอม ที่มีการรักษาความปลอดภัยตามมาตรฐาน ผ่านวัดสุวรรณบรรพต หรือวัดพระธาตุดอยคำ วัดสำคัญในจังหวัดเชียงใหม่ที่มีอายุกว่า 1,300 ปี ซึ่งงานนี้ทีมงานมีการบริหารจัดการเป็นอย่างดี โดยเฉพาะเรื่องการดูแลความปลอดภัยให้นักวิ่งและมีจุดพักดื่มน้ำในจำนวนที่พอเหมาะกับนักวิ่งตลอดเส้นทาง

ตามงานวิจัยบอกว่าเมื่อคุณเริ่มวิ่งถึงจุดหนึ่งเราจะมีความสุข มีสมาธิมากขึ้น รู้สึกปลดปล่อย และมีอิสระ เมื่อบวกกับการจัดงานครั้งนี้ที่เพียบพร้อม รองรับความต้องการนักวิ่งได้ครบถ้วนไร้สิ่งรบกวนใดๆ มันยิ่งทำให้การวิ่งของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้น    


การวิ่งทั้งสองระยะจบลงที่ไฮไลท์ของสนามนี้ นั่นคือ “หอคำหลวง” สถาปัตยกรรมล้านนาที่สง่างาม เป็นอาคารครึ่งไม้ครึ่งตึก 2 ชั้น สีน้ำตาลแดง ตั้งโดดเด่นเป็นสง่าบนเนินดิน พื้นที่ประมาณ 3,000 ตารางเมตร …

ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ชนะเลิศ...แต่ผู้เข้าเส้นชัยทุกคนคงได้ความรู้สึกฟินเหมือนกับเป็นราชาแห่งขุนเขาแห่งนี้

 

ประทับใจนอกสนาม

เสน่ห์ของ Singha Series Run นอกเหนือจากการจัดงานวิ่งที่เป็นไปตามมาตรฐาน บรรยากาศและวิวทิวทัศน์ตลอดสองข้างทางของแต่ละสนามที่สวยงามเป็นธรรมชาติแล้ว งานนี้ถือว่าเป็นงานวิ่งที่ครบวงจรมากที่สุดงานหนึ่งในประเทศ เพราะ งานนี้มีการแจกรางวัลให้กับนักวิ่งที่มีสถิติรวมกันทุกสนาม ถือเป็นอีกหนึ่งในการชาเล้นจ์นักวิ่งที่มาร่วมวิ่งตลอดทั้งซีรีส์ ที่จะได้เก็บสถิติของตัวเองในแต่ละสนาม และมีปาร์ตี้คอนเสิร์ตแบบ Exclusive ให้นักวิ่งได้สนุกสนาน ผ่อนคลาย และมีโอกาสพบปะ พูดคุยกับเพื่อนนักวิ่งคนอื่นๆ ถือเป็นการสร้างมิตรภาพที่ดีให้กลุ่มนักวิ่งด้วยกัน

อย่างสองสนามแรก จัดวิ่งกันในช่วงเย็น ซึ่งหลังจากทุกคนเข้าเส้นชัย ก็จะมีคอนเสิร์ตแบบ Exclusive จากศิลปินให้ผู้ร่วมเข้าแข่งขันทุกๆคน ได้เข้ามาสนุกสังสรรค์กันต่อ   

ส่วนในสนามที่เชียงใหม่ เนื่องจากกฎระเบียบข้อบังคับของอุทยานหลวงราชพฤกษ์ ที่ไม่อนุญาตให้เข้าไปใช้พื้นที่ในยามวิกาล การจัดวิ่งจึงต้องขยับมาเริ่มในตอนเช้า และให้ผู้ร่วมงานมารับ bib และชมคอนเสิร์ตในคืนก่อนวันแข่งวิ่ง โดยศิลปินที่มาในครั้งนี้คือวง Season Five ที่มาเล่นคอนเสิร์ตแบบ Exclusive ให้ผู้เข้าแข่งขันทุกคนได้ร่วมสังสรรค์ พร้อมพบปะกัน และที่สำคัญวง Season Five ก็จะไปร่วมวิ่งในพร้อมๆ กับเหล่านักวิ่งด้วย


“ผมคิดว่าเสน่ห์ของ Singha Series Run คือ เราได้ ทำอะไรหลายๆ อย่างมากกว่าแค่วิ่งกับเพื่อนๆ หรือคนรู้จัก และแยกย้ายกันไปหลังเข้าเส้นชัย แต่อีเว้นต์นี้ช่วยเพิ่มกิจกรรมให้นักวิ่งมีร่วมกันมากขึ้น ครบวงจรมากขึ้น มีอะไรสนุกๆ ท้าทายตลอด และการได้วิ่งใกล้ชิดกับศิลปินดาราก็เป็นการสร้างเสน่ห์มากกว่าเดิม” ศิรกานต์ ผาเจริญ หนึ่งในผู้เข้าร่วมวิ่ง Singha Series Run 2019 ทั้ง 3 สนามที่ผ่านมากล่าว

มัน คือ ความสนุกและประทับใจแบบครบวงจร ที่ผู้เข้าร่วมวิ่งทุกคนได้รับ…

 

ประทับใจครั้งต่อไป  

มาถึงตรงนี้แล้วคุณเริ่มรู้สึกอยากออกวิ่งให้ฟินถึงใจกันบ้างไหม?


หากคุณพลาดการวิ่งทั้ง 3 สนามที่ผ่านมา แล้วคุณอยากจะเจอความรู้สึกดีๆ แบบนี้บ้าง เตรียมตัวฝึกวิ่งให้พร้อม เพราะ Singha Series Run จะจัดวิ่งสนามที่ 4 วันที่ 4 สิงหาคมนี้ที่ The Crystal PTT ชัยพฤกษ์

โดยสนามแรกที่เชียงราย เป็นการจัดวิ่งแบบครอสคันทรี, สนาม 2 ที่สัตหีบ เป็นการจัดวิ่งแบบบีชรัน และสนามที่ 3 ที่เชียงใหม่เป็นการจัดวิ่งแบบฮิลล์รัน ซึ่งสนามที่ 4 ก็มีรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป นั่น คือ แนว “ซิตี้รัน” (Singha Bangkok 16K City Run)

ส่วนความเพียบพร้อมของอีเว้นต์ยังคงครบครันเหมือนเดิม มีให้เลือกวิ่งทั้ง 8 กิโลเมตร  และ 16 กิโลเมตร

แน่นอนว่านอกจากเสื้อ, BIB, อาหารเครื่องดื่ม, เหรียญรางวัลแล้ว ผู้เข้าร่วมแข่งขันจะได้บัตรชมคอนเสิร์ตจากศิลปินดังแล้ว เชื่อว่านักวิ่งทุกท่านจะได้รับความประทับใจ ตั้งแต่ออกวิ่งจนเข้าเส้นชัยอย่างแน่นอน  


หากคุณพร้อมออกวิ่งแล้วล่ะก็...ดูรายละเอียดเพิ่มเติม และสมัครลงแข่งขันได้ที่นี่

http://www.singhaseriesrunthailand.com/TH/singha-bangkok-16k-city-run

เราขอแบ่งปันความฟินจากการวิ่งกับ Singha Series Run 2019 ให้กับคุณ



ชื่นชอบบทความนี้ของ : Mainstand ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง