mainstand

Lifestyle

ภารกิจแก้ตัวของเด็กหัวใจแกร่งวัย 15 ปี...คีม - นิติพันธ์ สุกใส



ความผิดหวัง ล้วนเป็นสิ่งที่ทุกคนต่างก็เคยพบเจอไม่ว่าเรื่องใดก็เรื่องหนึ่ง … การศึกษา, การงาน, ความรัก หรือแม้แต่เหตุการณ์บ้านเมือง สิ่งต่างๆ เหล่านี้สามารถทำให้ใครสักคนต้องเจอกับความทุกข์มาแล้ว


 

และเมื่อมาถึงจุดนี้ มันก็มีอยู่ 2 ทางเลือก นั่นคือ จะจมดิ่งกับความผิดหวังนั้นต่อไป หรือจะลุกขึ้นสู้ แก้ตัวใหม่เพื่อลบล้างแผลในใจให้ได้

สำหรับ คีม - นิติพันธ์ สุกใส นั้น ความผิดหวังใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตที่เขาเจอ คือการพลาดโอกาสติดเป็น 10 คนสุดท้ายของโครงการ FC Bayern Youth Cup เมื่อปี 2018 แต่เขาก็เปลี่ยนความผิดหวังนั้นให้เป็นพลังในการสู้ต่อ

จนที่สุดแล้ว ก็สามารถบรรลุภารกิจแก้ตัวสู่ประเทศเยอรมนีในปี 2019 ได้สำเร็จ ...

 

แรงบันดาลใจจากพี่ชาย และเส้นทางที่เลือกเอง

"คีม ไปเตะบอลกัน"

เสียงจาก ตูน - เนติพงษ์ สุกใส พี่ชายแท้ๆ ของคีม ที่คะยั้นคะยอชวนไปเตะบอลที่สนามของโรงเรียนการเคหะท่าทราย ย่านประชาชื่น ในกรุงเทพมหานคร ทำให้เขาตามพี่ชายคนนี้ไปที่สนามอยู่เสมอ และพี่ตูนคนนี้นี่เอง ที่คีมยอมรับว่า เป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้ตัวเขาเริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่อายุเพียง 5 ขวบเท่านั้น

แต่การลงสนามแข่งขันจริงครั้งแรกของเขาก็ไม่ได้เป็นไปอย่างที่หวัง เมื่อทีมของเขาประสบกับความพ่ายแพ้ ถึงกระนั้น สมาชิกครอบครัวทุกคนก็ช่วยกันให้คีมก้าวพ้นความผิดหวังมาได้ และคีมกับพี่ชาย ซึ่งปัจจุบันเป็นนักฟุตบอลของโรงเรียน ราชวินิต บางเขน ก็ยังหาโอกาสเล่นฟุตบอลด้วยกันจนถึงทุกวันนี้

คีมเอง ยอมรับว่า การเตะฟุตบอลด้วยกันกับพี่ชายไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ แล้วในปัจจุบัน เมื่อชะตาชีวิตได้ขีดเขียนเส้นทางที่แตกต่าง…

"ตอนอายุ 10 ขวบ ผมคัดตัวได้เข้าไปเรียนที่โรงเรียนพิชญศึกษา ซึ่งเป็นอคาเดมี่ของ อาร์มี่ ยูไนเต็ด แล้วหลังจากนั้นก็ได้เป็นหนึ่งในนักเตะเยาวชนทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี ไปแข่งขันรายการ โตโยต้า อินเตอร์เนชั่นแนล จูเนียร์ คัพ ที่ประเทศญี่ปุ่น" คีมเริ่มเล่าถึงจุดเริ่มต้นสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิต

"ทีนี้ในทีมชุดนั้นมีนักเตะอคาเดมี่ของ ชลบุรี เอฟซี อยู่ด้วย ผมก็เข้าไปคุยกับเขา บอกให้โค้ชของชลบุรีดูฟอร์มของผมหน่อย แล้วหลังจากนั้น โค้ชก็เลือกเราเข้าไปอยู่กับชลบุรี"

 

เมื่อต้องเจอกับความผิดหวัง

ชลบุรี เอฟซี คือสโมสรฟุตบอลระดับแนวหน้าของไทย ที่มีจุดเด่นในเรื่องการสร้างและใช้งานนักฟุตบอลระดับเยาวชนมาโดยตลอด นั่นทำให้เขาพร้อมที่จะเผชิญกับความท้าทายครั้งนี้แบบสุดตัว แม้จะมีเรื่องของการต้องออกมาใช้ชีวิตเพียงลำพังพ่วงมาด้วยก็ตาม

"ตอนที่ตัดสินใจไปอยู่กับ ชลบุรี เอฟซี มันตรงกับช่วงที่ผมจะต้องเข้า ม.1 พอดีครับ พอเป็นแบบนี้ผมก็ต้องไปเรียนที่ โรงเรียนท่าข้ามพิทยาคม จ.ชลบุรี ก็ยอมรับครับว่าตอนแรกมันก็มีคิดถึงบ้านหน่อยๆ แต่ทุกคนในครอบครัวก็ให้กำลังใจ เราเองก็มีเป้าหมายที่ต้องทำให้สำเร็จ และก็เทคโนโลยีเดี๋ยวนี้มันก็ช่วยได้ ที่สุดแล้ว ทุกอย่างมันก็ผ่านไปได้"

แม้ชีวิตการเป็นนักฟุตบอลโรงเรียน ตลอดจนอคาเดมี่ของทีมดังในไทยลีกจะเป็นไปด้วยดี แต่ชีวิตคนเราล้วนต้องการพิสูจน์ตัวเองอยู่เสมอ … โครงการ FC Bayern Youth Cup ซึ่ง อลิอันซ์ อยุธยา ร่วมกับ วังขนาย และ สปอร์ต ไทย-บาวาเรีย ก็เช่นกัน เพราะนี่คือประตูสำคัญที่นอกจากจะเปิดโอกาสให้นักเตะไทยได้เรียนรู้ศาสตร์ลูกหนังกับสโมสรระดับโลกอย่าง บาเยิร์น มิวนิค แล้ว ยังมีโบนัสสำคัญคือ 10 คนที่เก่งที่สุด จะได้ไปลงแข่งขันรายการ FC Bayern Youth Cup รอบ World Final ที่ประเทศเยอรมนีอีกด้วย

"พออายุเข้าเกณฑ์ 14 ปีปุ๊บ ผมก็ตัดสินใจสมัครร่วมคัดเลือกเลยครับ ส่วนหนึ่งก็คืออยากพิสูจน์ตัวเองอยู่แล้ว แต่การได้ไปเยอรมนี มันก็เป็นอีกหนึ่งโอกาสชีวิตที่ไม่อาจปฏิเสธได้เหมือนกัน" คีมเผยถึงเหตุผลที่ตัดสินใจดังกล่าว

แต่โครงการ FC Bayern Youth Cup ในปี 2018 ก็ไม่ได้จบลงอย่างสวยงามเหมือนที่คาดไว้… คีมตกรอบในการคัดให้เหลือ 15 คน (รอบก่อนที่จะคัดเหลือ 10 คนสุดท้าย) ประตูสู่ฝันที่ห่างจากตัวแค่ 2-3 ก้าว ถูกปิดใส่ต่อหน้า

"โค้ชบอกในตอนนั้นว่า ผมตัวเล็กเกินไป เวลาเจอลูกกลางอากาศเลยสู้เขาไม่ได้ และก็ยังเล่นได้แบบไม่มั่นใจเท่าไหร่นัก"

นั่นคือสาเหตุที่ทำให้เขาพลาดโอกาสไปในคราวนั้นแบบน่าเจ็บใจ…

 

ภารกิจแก้ตัว

ไม่ต้องสงสัยเลยว่า การพลาดโอกาสสำคัญระดับครั้งหนึ่งในชีวิตจะทำให้คีมผิดหวังแค่ไหน … แต่ที่สุดแล้ว มันก็มีแค่สองทางเลือก ระหว่างสู้ต่อ กับยอมแค่นี้

ที่สุดแล้ว คีมตัดสินใจเลือกอย่างแรก ขอลองอีกสักตั้ง ยิ่งบวกกับการที่โครงการดังกล่าว กำหนดอายุของผู้เข้าร่วมโครงการไว้ที่ระหว่าง 14-15 ปี ทำให้ FC Bayern Youth Cup ปี 2019 ถูกยกให้เป็นภารกิจแก้ตัวของเขาอย่างแท้จริง

"จริงๆ แล้วรายการนี้มันก็ยากนะครับ คือแต่ละคนที่มาคัดเขาก็เก่ง และก็สูงกว่าเราหลายคน แต่ปีนี้ไม่เหมือนปีก่อน เราเองก็ตั้งใจซ้อม พัฒนาในส่วนที่เคยเป็นจุดอ่อน แล้วก็เพิ่มความสูงจนตอนนี้สูงราว 170 เซนติเมตร ก็ถือว่าสู้เขาได้"

การพัฒนาตัวเอง รวมถึงทัศนคติที่เปลี่ยนไป เล่นอย่างมั่นใจขึ้น ด้วยแรงขับจากครอบครัวและตัวเอง ที่สุดแล้วคีมก็สามารถลบแผลในใจได้สำเร็จ ด้วยการมีชื่อเป็นหนึ่งใน 10 คนสุดท้ายของปี 2019 ได้เป็นตัวแทนเด็กไทยไปแข่งขันในรอบ World Final สมดั่งใจหมาย

"โค้ชบอกว่าปีนี้ผมมีหลายๆ จุดที่ดีขึ้น เลี้ยงบอลดี ผ่านบอล ทำประตูดี แล้วก็เล่นได้หลายตำแหน่ง กองกลาง กองหน้า ตัวริมเส้น ก็เลยเลือกผมติดทีม"

"แต่ถึงการไปเยอรมนีคราวนี้ โค้ชจะให้ผมเล่นปีกขวา ตำแหน่งที่ผมชอบเล่นจริงๆ แล้วคือ กองกลางตัวรับ ครับ มี ธนบูรณ์ เกษารัตน์ เป็นไอดอล เพราะผมชอบสไตล์การเล่นของเขา" คีมเปิดเผยถึงความลับในเรื่องหน้าทีในสนามด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

 

สู้สุดใจ แต่ไปไม่ถึงฝัน

แม้เจ้าตัวจะเอ่ยปากถึงตำแหน่งที่ชอบที่สุด แต่ด้วยความสารพัดประโยชน์ ก็ทำให้โค้ชเลือกคีมให้เล่นในตำแหน่งปีกขวาของทีมเยาวชนไทยที่ไปแข่งขันในรอบ World Final ของศึก FC Bayern Youth Cup ประจำปี 2019


จริงอยู่ ศักดิ์ศรีความเป็นแชมป์เก่า 2 สมัยซ้อนอาจจะทำให้เขารู้สึกกดดันอยู่บ้าง แต่ด้วยประสบการณ์ที่เคยผ่านเวทีการแข่งขันมาก็ไม่น้อยตั้งแต่เด็ก คีมจึงใช้มันเป็นแรงผลักดันในการสร้างผลงานในสนาม ซึ่งแม้แต่ผู้ชมในสนามเรือนหมื่นคนที่ อลิอันซ์ อารีน่า รังเหย้าของทีมเสือใต้ก็ไม่อาจทำให้ใจต้องสะเทือนได้

รอบแรกของการแข่งขัน คีมโชว์ผลงานได้ร้อนแรงไม่น้อยท่ามกลางอากาศหนาวเย็นที่ไม่คุ้นเคย กับการซัด 1 ประตูในเกมถล่ม อินเดีย 5-1 และเป็นผู้ทำประตูชัยให้ทีมเฉือนชนะ จีน 1-0 เข้ารอบรองชนะเลิศด้วยผลงานชนะ 3 นัดรวด…ทุกอย่างดูจะไปได้สวย แต่เกมรอบรองชนะเลิศ ก็เกิดเรื่องที่ทุกคนไม่ได้คาดคิดไว้ พวกเขาโดนเจ้าภาพขึ้นนำ 2-0 ตั้งแต่เริ่มเกมได้ไม่กี่นาที

แม้คีมจะเป็นคนที่ทำประตูให้ไทยไล่ตีตื้นมาเป็น 1-2 แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่ทัน ... ไทยพลาดโอกาสป้องกันแชมป์ไว้เป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกัน แถมอาการเมาหมัดยังต่อเนื่องสู่รอบชิงอันดับ 3 ที่ความผิดพลาดในช่วงที่เรียกได้ว่า วินาทีสุดท้าย ทำให้ไทยแพ้จีน คู่แข่งที่เคยเอาชนะมาในรอบแบ่งกลุ่ม 1-2

"ก่อนแข่งพวกเราทุกคนสัญญากันว่า พวกเราจะนำแชมป์กลับมาที่ไทยให้ได้อีกครั้ง แต่พอผลออกมาแบบนี้ทุกคนก็ผิดหวังครับ" ประโยคนี้ของคีม คงอธิบายความรู้สึกของนักเตะเยาวชนไทยในโครงการ FC Bayern Youth Cup 2019 ถึงการแข่งขันในรอบ World Final ได้ดีที่สุดแล้ว

 

ประสบการณ์ไม่มีวันลืม

แม้ผลการแข่งขันจะไม่เป็นไปอย่างที่หวัง แต่สำหรับคีมแล้ว โครงการ FC Bayern Youth Cup 2019 คืออีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญที่ตัวเขาจะไม่มีวันลืม

"ผมได้เรียนรู้อะไรเยอะมากนะ ทั้งโปรแกรมช่วงที่อยู่เมืองไทยและที่เยอรมนี ได้เรียนรู้ว่าแต่ละชาติเล่นฟุตบอลกันอย่างไร รู้ว่าเรามีจุดไหนที่ต้องปรับเสริม ต้องทำอย่างไรถึงจะชนะ"

"อีกเรื่องที่สำคัญก็คือ การร่วมโครงการนี้ทำให้การเล่นฟุตบอลของผมเปลี่ยนไป ต้องเล่นให้ไว คิดให้ไว เพราะอย่างที่ผมเล่นให้ชลบุรี พวกเราเล่นบอลสนามใหญ่ 11 คน แต่กับโครงการนี้เล่นแค่ฝั่งละ 7 คน แล้วสนามก็เล็กกว่า มันทำให้เราต้องมีทีมเวิร์ก มีไหวพริบมากขึ้น รวมถึงต้องขยันวิ่งช่วยเพื่อนอีกด้วย"

สำหรับเป้าหมายในอนาคตของคีมนั้น เจ้าตัวตอบอย่างไม่ลังเลเลยว่า การเป็นนักฟุตบอลอาชีพ คือเป้าหมายของเขา ซึ่งถ้าเป็นกับ ชลบุรี เอฟซี ก็จะดีไม่น้อย และอีกเรื่องสำคัญคือ การติดทีมชาติไทยชุดใหญ่ หลังจากเคยติดชุดเยาวชนมาแล้ว

"คือไหนๆ เรามาถึงจุดนี้แล้ว ก็ต้องเอาให้สุด" คีมกล่าวทิ้งท้ายด้วยความมุ่งมั่น

 

 


>> 
คุยผ่านตำนานบาเยิร์น เคลาส์ ออเกนธาเลอร์ : อนาคตลูกหนังไทย กับพันธกิจของ อลิอันซ์ อยุธยา

 


>> Allianz Ayudhya กับพันธกิจมอบอนาคตให้กับแข้งเยาวชนไทยผู้ไม่ยอมแพ้

 


>> การก้าวข้ามความล้มเหลวของ 5 เด็กไทยผู้พลาดไปบาเยิร์น มิวนิค 

 


>> เด็กหนุ่มพวกนี้คือใคร...ทำไมคนไทยต้องเชียร์?

 


>> เพื่ออนาคต : วิเคราะห์ระบบโภชนาการอคาเดมีบาเยิร์น กินอาหารแบบไหนถึงโตมาเก่ง?

 


>> ฟิว - เกริกพล อาบรัมย์ : จากเด็กที่เคยถูกโรงเรียนดังปฏิเสธ สู่ MVP FC Bayern Youth Cup



ชื่นชอบบทความนี้ของ : Mainstand ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง